Life in Viennabeenmilesaway
02. Explore Vienna city (1)
  • ตื่นมา แต่งตัวแบบบวมเป็นยางมิชลินประกอบไปด้วย ฮีทเทค คอเต่า โค้ท ผ้าพันคอ หมวก และกางเกงสองชั้นก็คิดว่าน่าจะทนความหนาว 0 องศาได้(ซึ่งก็ทนไม่ได้อยู่ดี บ้าเอ้ยยย) ไปค่ะ เดินชมเมืองกัน


    เส้นทางที่เค้าพาเราเดินในวันนี้เรียกว่า The Ring หรือ Vienna Ring Road เนื่องจากผังเมืองที่ถนนเป็นเหมือนวงแหวนรอบเมือง โดยถนนนี้ยังผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น Town Hall, Opera Theatre, Museum, Hofburg Palace และอีกมากมายที่เราจะเดินผ่าน




    เส้นสีดำคือที่เราเดินทั้งหมดวันนี้ค่ะ ดูเดินเยอะมาก ซึ่งเยอะจริงๆค่ะ55555


    จากรูปจะเห็นว่าสามารถนั่งรถราง หรือ รถใต้ดิน ไปถึงได้เกือบทุกที่เลยค่ะ แต่สำหรับเรา เราเลือกที่จะเดิน เพราะป้ายบนถนน/รถไฟ/สถานที่ต่างๆ เป็นภาษาเยอรมันทั้งหมด  ถ้าเดินอย่างน้อยก็มี google maps ที่อ่านได้ ถ้าขึ้นรถไฟไป เสียงประกาศในรถไฟเป็นภาษาเยอรมันต้องลงผิดสถานีเพราะฟังไม่ออก แถมอ่านก็ไม่ออกแน่นอน5555555 



    1. University of Vienna

    เพื่อนที่ทำงานเล่าให้ฟังว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดและ ใหญ่ที่สุดในเวียนนา เพื่อนเราเจรจากับ
    คุณยามหน้าประตูเลยสามารถเข้าไปเดินดูได้ด้านในได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าใครมาเที่ยวแล้วสนใจอยากเข้าไปเดินดูบรรยากาศมหาวิทยาลัยที่นี่ เราไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าความจริงเข้าได้หรือไม่ได้ เพราะเราสังเกตุเห็นเชือกกั้นหน้าประตูทางเข้า และไปเฉพาะวันที่เพื่อนพาเข้าไป 



    Universität Wien

    เพื่อนๆเล่าให้ฟังว่าที่สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นโถงสูงเพราะสมัยก่อน ประเทศในทวีปยุโรปมักอวดความรวยของประเทศตัวเองด้วยสถาปัตยกรรมและศิลปะ ซึ่งเชื่อกันว่ายิ่งเพดานสูง ยิ่งรวย ประมาณนั้น
    แอบคิดว่าถ้าให้เราพาเพื่อนเดินเที่ยวกรุงเทพนี่อธิบายแบบเค้าไม่ได้นะเนี่ย T T ไม่มีความรู้เล้ย


    ห้องสมุดสวย น่าอ่านหนังสือมาก


    2.Vienna City Hall

    บางทีเค้าก็เรียกว่า Town Hall หรือเยอรมัน Rathaus นะคะ ช่วงที่เราไปมี อีเวนท์ลานสเก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเมืองจัดอยู่ด้านหน้า เปิดเพลงและลานสเก็ตก็ลัดเลาะตามต้นไม้ในสวนหน้าฮอลล์ด้วย มีตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่มาเล่นกันเลยค่ะ เปิดตั้งแต่ 10.00 - 22.00 ในช่วงคริสมาสต์จนถึงช่วงกุมภาพันธ์ คิดว่าน่าจะมีตลอดหน้าหนาว และเพื่อนเราบอกว่าจัดยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปีๆด้วย55555 



    ลานใหญ่มากก อ้อมไปถึงด้านหลังเลย


     รูปนี้ถ่ายตอนเย็นจากในสวน Volksgarten ค่ะ


    ที่เห็นผ้าสีขาวห่ออะไรบางอย่างด้านล่าง มันคือต้นกุหลาบค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าห่อไว้ทำให้ต้นไม้รอดจากอากาศหนาวมั้ย แต่ส่วนตัวตอนแรกก็หลอนเหมือนกัน นึกว่าห่อศพอะไรงี้ สติลูกกก5555555 
    ถ้าใครได้มีโอกาศมาฤดูร้อน หรือ ฤดูใบ้ไม้ผลิ สวนนี้จะสวยมากก แถมดอกกุหลาบเยอะด้วยค่ะ 


    3. Burgtheater

    เวียนนาเป็นเมืองที่มีโรงละครและโรงโอเปร่าเยอะมากกกกกกกก แต่ด้วยความที่เราไม่ได้สนใจศิลปะ และไม่อินพิพิฐภัณฑ์ใดๆทั้งสิ้น เลยถ่ายรูปแค่ด้านหน้าพอค่ะ 55555555 

    เพื่อนแอบกระซิบบอกนิดนึงว่าถ้าอยากเข้าไปดูต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนเลยค่ะ



    ความจริงแล้วอาคารเหล่านี้มีสถาปัตยกรรมต่างกัน ระหว่างแบบมีรูปปั้นอยู่ด้านบนสุด กับรูปปั้นอยู่ใต้หลังคา ว่าแบบใดแบบหนึ่งคือมากจากฮังการี และอีกแบบเป็นจากกรีก/โรมัน ไปกับเพื่อนเหมือนไปกับไกด์จริงๆค่ะ แต่เราเองก็จำไม่ได้อยู่ดี 5555555 ถ้าคนชอบประวัติศาสตร์มาคงสนุก



    4. Hofburg Palace

    เป็นวังที่กว้างมาก เหมือนศูนย์กลางของเมือง ใกล้ทุกอย่างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังๆของเวียนนาเลย
    เราอาจจะอธิบายไม่ถูกนะคะว่าอะไรอยู่ในวังหรือนอกวัง พยายามเค้นความจำที่สุดแล้ว ได้แค่นี้จริงๆ

    Österreichischen Nationalbibliothek 

    Austrian National Library ที่เราจะมีประเด็นกันในตอนถัดๆไปค่ะ เนื่องจากวันนี้มาแล้วไม่ได้เข้าอาคารไหนเลย เกรงใจเพื่อนด้วยและเพื่อนก็พาเดินแบบเดินจริงๆค่ะ คือไม่แวะอะไรทั้งสิ้น เดินคุยกัน
    ว่าสถานที่นี้คืออะไรเรื่อยเปื่อยมากกว่า เลยเดินผ่านไปผ่านมาเป็นส่วนใหญ่กะว่ามาซ้ำวันหลัง
    รูปที่ลงนี่ส่วนใหญ่ถ่ายวันที่มาซ้ำคนเดียวนะคะ เค้าเดินกันไวมาก5555555




    รูปด้านบนนี้น่าจะเป็นโรงเรียนสอนขี่ม้าที่อยู่ในวัง เนื่องจากเพื่อนถกกันในภาษาเยอรมันและแปลเป็นอังกฤษว่า horse school เราก็ขอแปลแบบโง่ๆว่าเป็นโรงเรียนสอนขี่ม้าแล้วกันค่ะ55555 และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้จตุรัสกลางเมืองนี้มีม้าเยอะมากๆด้วย นอกจากม้าแล้ว มีคนพาสุนัขมาเดินเล่นเยอะมาก วันที่มาคนเดียวเจอน้องชิบะด้วย น่าร้ากก ♥

    คุณม้าาา 



    แคปมาจากสตอรี่ไอจีอีกที5555 น่ารักเนอะะ



    5. City Center 

    ที่เรียกว่า city center เพราะว่าอยู่กลางเมืองจริงๆ เชื่อมกับถนน Kohlmarkt ที่เป็นถนนแบรนด์เนม
    มีโบสถ์ St. Stephen's Cathedral ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเวียนนา โดยรวมเป็นย่านที่มีร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เยอะมาก เวียนนาเป็นเหมือนเมืองคาเฟ่ด้วยนะคะ ร้านกาแฟหรือช็อคโกแลตดังเดินผ่านกี่ครั้งก็เห็นคนต่อแถวยาวตลอดเลย 


    city center



    ถนนแบรนด์เนมคือซ้ายขวาเป็น shop หมดเลยค่่ะ



    หลังจากเดินจนเมื่อยตั้งแต่เที่ยง เพื่อนๆพาเราไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่ค่อนข้างเก่าแก่ สังเกตุได้จาก
    มีคนสูบบุหรี่ในร้านค่ะ 5555555 ร้านส่วนใหญ่จะห้าม ยกเว้นร้านที่เก่าแก่จริงๆสามารถสูบได้ 

    จำชื่อเมนูไม่ได้แล้วแต่เป็นแอปเปิ้ล ครีมชีส อะไรทำนองนี้แหล่ะค่ะ5555


    ความเศร้าคือเพื่อนสั่งมาให้แล้วเราลืมบอกว่าเราแพ้ถั่ว และในนั้นมีถั่ว เค้าเลยสั่งจานใหม่มาให้เราซึ่งมีแต่ขนมปัง ครีม ชีส และนม เลี่ยนมาก555555 ส่วนช็อคโกแลตร้อนดีงาม เข้มข้น ทานตอนนั่งพักจากอากาศหนาวช่วยได้เยอะเลยค่ะ 

    ส่วนราคาคือแพงมากสำหรับเรา เช่น ช็อคโกแลตร้อนแก้วละ 5-6 euro ประมาณ 200-240 บาท 
    ของหวานจานละ 8-10 euro ประมาณ 320 - 400 บาท ราคาโหดร้ายมากกก 


    หลังจากทานของว่างเสร็จ เราเดินต่อกันไปตามเส้นสีดำจนเจอถนนที่เป็นย่านช็อปปิ้งอีกที่หนึ่ง
    แต่หลากหลายและถูกกว่าใน city center  เช่น ร้านเสื้อผ้าราคากลางๆมากกว่าแบรนด์เนม
    มีร้านเบอร์เกอร์ ร้านสเต็ก ร้านอาหารเอเชีย ที่เราเรียกว่าร้านอาหารเอเชียเพราะเป็นการรวมกันหมดเลยค่ะ เกาหลี ไทย จีน ปนกันไปหมด เพื่อนเราบอกว่าเค้าแยกไม่ออกด้วยว่าอาหารแบบไหนมาจากประเทศอะไร เลยเรียกว่าอาหารเอเชียรวมไปเลย เหมือนกันกับเราที่แยกอาหารยุโรปไม่ออกว่ามาจากประเทศไหน ชีวิตนี้รู้ว่าพิซซ่าคืออิตาลี (ใช่มั้ยนะ ฮือ555555)




    เนื่องจากเราเดินกันมาไกลและอากาศหนาว ทุกคนเองก็ขึ้นรถไฟแยกย้ายกันกลับค่ะ
    ตั๋วเราราคา 2,40 ยูโร หรือประมาณ 60-80 บาท อาจจะดูแพงนะคะ แต่ความจริงไม่แพงเลยนะคะ
    หลักการคือ ขึ้นอะไรก็ได้ในระยะทางและเวลาที่กำหนด 

    สมมติว่า 2 ชั่วโมง ในวงแหวน แปลว่าจะขึ้นรถไฟแล้วไปต่อรถบัส รถรางก็ 60 บาท
    แต่ในไทยจะเป็นตั๋วเที่ยวที่ไม่เชื่อมกันอีกต่างหาก เช่นบีทีเอสจากสำโรงไปสยามก็ 60 บาทแล้ว
    เทียบทั้งราคาและระยะทางที่ไปได้กับรถไฟฟ้าบ้านเราแล้วที่เวียนนาถูกกว่าเยอะเลยค่ะ
    นี่คือความต่างแรกของ quality of living ระหว่าง #1 เวียนนา กับ #132 กรุงเทพฯ ที่เราเจอ

    นอกจากนี้การซื้อตั๋วรถไฟไม่ได้ยากมากนะคะซื้อตั๋วที่ตู้กดแล้วเดินเข้าสถานีได้เลย ไม่มีที่กั้นค่ะ
    จะมีคนสุ่มตรวจบ้างบนรถไฟเท่านั้น ถ้าเนียนไม่ซื้อแล้วโดนสุ่มตรวจเจอ โดนปรับคูณหลายสิบเท่านะคะ ต่อให้ไม่มีการปรับ แต่ซื่อสัตย์กันดีกว่าเนอะ :-) 

    ที่เวียนนาสามารถซื้อ subscription ได้เป็นรายเดือน/รายปี ซึ่งถูกมากค่ะ เช่น รายเดือน 50 ยูโร/เดือน เป็นเงินไทยประมาณ 2,000 บาท แต่ขึ้นได้ทุกอย่าง รถราง รถไฟ รถบัสกี่เที่ยวก็ได้ในระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นค่ะ ถ้าเป็นรายปีก็ถูกลงไปอีก



    วันนี้ขอบคุณเพื่อนทุกคนมากจริงๆที่วันหยุดแล้วยังมาใช้เวลากับเรา
    วันที่สองในเวียนนาเราก็เดินขาลากประมาณหนึ่ง ส่วนวันถัดมาเป็นวันอาทิตย์ เราเดินไปตามเส้นสีดำเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ไปถนนช็อปปิ้งเพราะหนาวมาก คืออยู่แค่แถว city center เพื่อถ่ายรูปเล่นแล้วกลับ

    จากกลับมาถึงห้องพักก็เตรียมตัว เตรียมตัวไปทำงานวันแรกกันค่ะ! :-)









     





















Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in