to be continue |つづくployapha.j
ตามรอยอิคคิวซัง | Kinkaku-ji Temple











  • เอ๊า! ก่อนจะเริ่มอ่าน กรุณากดฟังเพลงนี้ประกอบไปด้วย
    เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านด้วยนะจ๊ะ >> จิ้มสิ จิ้ม! <<<











    จาก JR Saga-Arashiyama เราก็นั่งรถไฟมาที่ Enmachi Station แล้วขึ้นรถประจำทางสาย 204, 205 มาลงหน้า วัดทอง หรือ วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) ซึ่งเป็นที่พักตากอากาศของโชกุน โยชิมิซึ คนที่ชอบถามคำถามอิคิวซังบ่อยๆยังไงล่ะคู๊ณณณณณ









    จริงๆแล้ว โชกุน โยชิมิซึ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นนะจ๊ะ





    ซึ่งเรื่องราวต่างๆในการ์ตูนชุด อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา และปัญหาการเมืองการปกครองในสมัยยุคมุโระมะจิที่โชกุนตั้งรัฐบาลและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือองค์จักรพรรดินั้นสามารถหาอ่านกันได้ที่กระทู้พันทิปข้างต้นที่รายละเอียดจัดเต็มมากหรือในวิกิพีเดีย และสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตามร้านหนังสือชั้นนำต่างๆนะจ๊ะ

    (และหากสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นสมัยใหม่ในช่วงยุคปลายๆเมจิ-ปัจจุบัน เราแนะนำ ญี่ปุ่นสมัยใหม่: ความรู้ฉบับพกพา (Modern Japan: A Very Shot Introduction) จากสำนักพิมพ์ Open Worlds เล่มเล็ก กระทัดรัด อ่านสนุก!)
















  • เราเดินตามสายธารฝูงชนที่หลังไหลตั้งแต่โดดลงจากรถเพื่อไปเข้าแถวซื้อบัตรเข้าวัดคินคะคุจิในราคา 500 เยนก่อนที่จะค่อยๆเดินไหลเอื่อยๆตามคนอื่นเขาเพื่อเข้าไปในตัววัด






























    มาจะกล่าวบทไปถึงตัววัดคินคะคุจิกันบ้าง อย่างที่เล่าให้อ่านก่อนหน้านี้ว่าเดิมที่ที่นี่เป็นที่พักตากอากาศของโชกุนแต่ต่อมาได้ยกให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายเซนหลังจากที่่่ท่านโชกุนเสียชีวิต


    นอกจากนี้วัดคินคะคุจิยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายชายของโชกุนในเวลานั้นสร้าง วัดกินคะคุจิ หรือวัดเงิน ซึ่งได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย






    (เครดิตภาพในรูปและข้อมูลวัดเงินจาก ตะลอนเจแปน )









    ความงดงามของวัดคินคะคุจินั้นมาจากตัวอาคารหลักที่เป็นวัดสีทองอร่ามแท้แลตะลึงอยู่กลางน้ำ ล้อมรอบไปด้วยสวนที่สวยและสงบตามแบบฉบันเซนที่เป็นเห็นเป็นเงาสะท้อนกับน้ำในสระ









    เสียดายที่ใบไม้โดยรอบยังไม่เปลี่ยนสีมาก
    และเราอยากมาเห็นวัดนี้แบบที่มีหิมะตก คิดว่าคงจะสวยงดงามน่าดู

















































    ถัดจากตัวอาคารหลักก็เป็นสวนขนาดใหญ่ ต้นไม้เยอะแยะชวนให้รู้สึกเย็นใจ และมีต้นที่ใบไม้แดงจัดๆอยู่สองสามต้นที่ทุกคนไปรุมถ่ายรูป ฮาาาา















    จุดที่ไหว้พระ โยนเหรียญ สั่นกระดิ่งอยู่ด้านหลังตรงนี้แหละ ถัดๆไปคือจุดขายเครื่องราง ของที่ระลึก และของกินนนนน!!! ซึ่งสิ่งที่น่ามาลิ้มลองที่วัดทองแห่งนี้ก็คือออออ ซอฟครีมชาเขียววววววววว













    แม้ว่าพระอาทิตย์จะอ่อนแสง ลมพัดแรงแค่ไหนก็บ่หยั่น
    เราจะสู้!!! เราจะกิน!!! เราจะไม่ยอมแพ้ต่อสภาพอากาศ!!!
    (ยืนสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ)




    ซอฟครีมชาเขียวในวัดนี้อร่อยมากกกกกกก ชาเขียวเข้มข้นสุดๆไปเล้ย!
    (คนข้างๆเขมือบ -- จุดนี้ต้องใช้คำนี้แล้วล่ะ ไอติมโฟลทโค้กวานิลลาไปด้วย เขาว่าอร่อยดีเช่นกัน)
    นอกจากนี้ยังมีตู้กดไอติมกูลิโกะไว้คอยให้บริการ




    ใครแวะมาวัดทอง เราอยากให้มาลองกินมากๆ

















  • หลังจากกินของหวานไปแล้วก็ถึงเวลาของของคาวกันบ้าง(เอ๊ะ?) เราตามลายแทงทริปเที่ยวของเตยและแสตมป์(ที่เขียนขอบคุณไว้ในตอนแรก) มาที่ร้าน Kaiten Sushi บุฟเฟ่ซูชิหมุนจากละ 100 เยนที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากรั้ววัด เดินนิดเดียวไม่เกินสิบนาทีก็ถึง































    มาถึงปุ๊บก็จัดแจงกดน้ำชาร้อนๆ(ฟรี!)และจิ้มจอทัชสกรีนสั่งอาหารรัวๆ ที่นี่มีโปรโมชั่นด้วยนะ ถ้ากินครบ 10 จานจะได้สิทธิ์กดกาชาปอง 1 ครั้ง และด้วยแต้มบุญที่หนุนนำก็กดได้เจ้านี่มาด้วย อิ๊







    เทปเจ้าโกลเด้นปอมปอมปุรินนนนนน ลายฮาโลวีน ช่างน่ารักกุ๊กกิ๊กเสียเหลือเกิน








    สำหรับรสชาติของซูชิที่นี่... เอาจริงๆนะ ข้ามไปก็ได้แหละ มันไม่ได้อู้ววววววว อาาาาาาาห์ ฟินมากมายอะไรขนาดนั้น ข้อดีคือราคาถูก ถ้าเน้นกินเอามัน เอาสะใจ หิวเหลือเกินไม่ไหวแล้วก็มาลิ้มลองกันดูได้ แต่ไม่ได้แนะนำว่าเฮ้ย ต้องมานะเว้ยขนาดนั้นอะ รสชาติพอถูไถ แต่ถ้าจะให้กลับไปกินอีกมั๊ยก็ไม่อะ




















  • เราหอบร่างกันเหนื่อยอ่อนจากการเดินทั้งวันกลับมาที่ที่พัก ตั้งใจว่าจะพักซักแปบนึง ไม่งีบ เพราะเดี๋ยวหลับแล้วแผนเจ๊งอีกแบบเมื่อวาน นั่งหาข้อมูลว่าอยากจะไปดูการแสดงไฟยามค่ำคืนที่ วัดโทไดจิ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะความหิวเข้าครอบงำ เลยออกไปเดินเล่นย่าน กิออน (Gion) และหาของกินแถวๆ พอนโตะโชะ (Pontocho) ย่านชิวๆริมแม่น้ำคาโมะตามที่คุณเจ้าของเรียวกังแนะนำดีกว่า








    Kyoto Tower ยามค่ำคืน








    เราเดินเข้าไปดูเสื้อผ้าในห้าง Yodobayashi นิดหน่อย (ที่ใช้เวลาร่วมชั่วโมง) เพราะอุปกรณ์กันหนาวของคนที่มาด้วยไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และเข้าไปวนเวียนสิงร่างอยู่ในร้าน Big Camera อยู่ร่วมชั่วโมง แฮ่ จนสุดท้ายก็ยือยุดฉุดกระชากกันและกันให้ออกจากโซนเกม โซนกล้อง จนมาถึงกิออนจนสำเร็จ!










    กิออน ย่านเกอิชาแห่งเกียวโต








    กิออน เป็นย่านกลางคืนที่โด่งดังของเกียวโต เราจะสามารถเห็นเกอิชาเดินไปมาในบริเวณนี้ได้ ถนนเส้นหลักจะเต็มไปด้วยอาคารเก่าที่เป็นร้านค้าและร้านอาหาร มีการแสดงของเกอิโกะและไมโกะ ซึ่งทุกอย่างในย่านนี้แพงมากกกกกกกกกกกกกกก และช่วงที่เราไปถึงก็ประมาณสามทุ่ม (เพราะมัวแต่ชอปปิ้ง ฮือ) ทุกอย่างดูเงียบสงบและสงัด เราเลยเดินข้ามสะพานมาอีกฝั่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ พอนโตะโชะ แทน ซึ่งย่านนี้เป็นย่านของคนหนุ่มสาวและวัยทำงาน อาหารถูกกว่า บรรยากาศชิวกว่า มีผับบาร์ต่างๆมากมาย




    ซึ่งเราไปเดินๆด้อมๆมองๆดูแล้วก็พบว่าร้านที่เปิดอยู่ตอนนี้เป็นร้านอิซากายะหมดเลยเว้ยยยย (ร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น ได้ยินเสียงคัมปายยยยยยยยย ดังเป็นระยะๆ) ซึ่งตอนนี้เราหิว เราต้องการอาหารแบบจัดเต็ม ร้านแบบนี้ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตตตตต เรากะกินเอาอิ่ม เราไม่ได้ตั้งใจจะมาดื่ม









    จนสุดท้ายเราก็มาเจอร้านนี้ที่ถนนใหญ่ เป็นร้านสเต็กพรีเมี่ยมมมมมม



    นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่ ฮิฮิฮิ







    และนี่คือสิ่งที่ได้ฮะ





    โตะเตะโมะ โออิชิเดสสสสสสสสสสสสสส

    เนื้ออร่อยมากกกกก โอ้ นี่แหละที่ต้องการรรรรร เอาไปเลยสิบดาวววววว

    เพื่อนรักนักกินเนื้อแวะเวียนมาลิ้มลองได้เล้ย!








    กินอิ่มแล้วก็กลับไปซุกตัวอยู่ในฟุตงอุ่นๆสบายๆในเรียวกัง ฟื้นร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลในวันรุ่งขึ้น :)


    สองวันในเกียวโตก็หมดลงอย่างรวดเร็วจนใจหาย จริงๆที่นี่มีที่เที่ยวอีกเยอะมากที่เราอยากจะต่อนยอนต๊ะต้อนย้อนเที่ยววนไปเรื่อยๆ มีอีกหลายวัดที่ยังไม่ได้ไปสัมผัส ของอร่อยอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้ไปลิ้มลอง

     ก็...เอาไว้โอกาสหน้าจะกลับมาเที่ยวเกียวโต เมืองหลวงเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความรุ่มรวยทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมแห่งนี้อีกนะ










    つづく

    โปรดติดตามต่อต่อไป







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in