to be continue |つづくployapha.j
ป่าไผ่ วัด สะพาน | Arashiyama







  • เรานั่งรถไฟกลับมาที่ JR Saga-Arashiyama และเดินตามคลื่นมหาชนไปตามถนน ในใจคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องมุ่งหน้าไปที่ป่าไผ่และวัดเทนริวจิแน่นอน!  ฉะนั้นตามๆเขาไปเถิดจะเกิดผล ไม่ต้องพึ่งกูเกิลแมพแต่อย่างใด








    ระหว่างทางที่เราเดินต๊อกแต๊กตามคนอื่นเขาไปเหมือนเป็นลูกเป็ดหลงทางอยู่กลางเขา จมูกเราก็ฟุดฟิดได้กลิ่นหอมมาจากร้านไทยากิ เฮ้ยยยยย มื้ออาหารล่าสุดที่กินก็ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องเซ่! แวะซื้อชิมกันคนละชิ้นก็แล้วกันนะ ว่าแล้วก็กระตุกแขนคนข้างๆ สบตากันอย่างรู้ใจและพุ่งเข้าไปที่ร้านทันที














    ไออุ่นและความหอมกรุ่นจากเตาทำให้เราอยากยืนอยู่ตรงนี้นานๆ อยากถามเขามากว่าให้เราช่วยขายจะได้ไหมหนาแล้วขอรับค่าจ้างเป็นไทยากิทุกรสจากร้านนี้ก็พอ ดูไส้ที่เขาใส่สิ เยอะมากมากมาก จุใจ ไม่เหมือนกินยูโรคัสตาร์ดเค้กแน่นอน!












    ได้ไส้ช็อคโกแลต(ของเรา)และคัสตาร์ด(ของเขา)มาลิ้มลอง
    เฮ้ยยยย อร่อยมากกกกก แป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้ทะลักทลายมากกกกกกกกก

    นักท่องเที่ยวคนอื่นๆเห็นเราซื้อและกินแบบเอร่ดอร่อย สุโก้ยยยย โออิชิเดสสสสสอยู่หน้าร้าน
    ก็เริ่มมุงๆเข้ามาซื้อตามบ้าง ฮา



    อร่อยจริงๆ คอนเฟิร์ม!!











    พอเราเดินมาถึงถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนสัญจรไปมาขวักไขว่ก็เริ่มละลานตาละลานใจไปกับของกินของขายและห้างร้านมากมายเรียงรายสองข้างทาง ของกินเยอะม๊าก พอๆกับของจุ๊กจิ๊กน่ารักที่พร้อมละลลายเงินทุกเยนในกระเป๋าสตางค์


































    และร้านไฮไลท์ที่หนึ่งในใจคุณก็คื๊อออออออออ Rilakkuma Cafe แห่งนี้นี่เอ๊งงงงงงง (แอร๊)









    เราไปด้อมๆมองๆสอดส่องหน้าร้านแล้วสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความน่ารักของเหล่านุ้งหมี ที่นี่มาอาหารให้เลือกมากมายทั้งคาวหวาน ตุ๊กตาตัวใหญ่บึ้มกุ๊กกิ๊กมากกกกก แต่เราไม่ใช่แฟนคลับริลักคุมะก็ผ่านไป ถ้าใครชอบก็แวะเวียนมาลองได้นะจ๊ะ♡










    เราเดินตามคนไปเรื่อยๆก็เจอกับทางเข้าป่าไผ่ที่คนเยอะเหมือนมด...


























    ความเขียวขจีของต้นไผ่ที่รายล้อมทำให้ใจสงบมาก การไปอยู่ทะเลทรายสีน้ำตาลนานๆทำให้จิตใจแห้งเหี่ยว พอได้มาสัมผัสกับความเขียวของต้นไม้ใบหญ้าทำให้รู้สึกดี มีความสุข (ถ้าเงียบๆไม่มีคนเลยจะดีมากทีเดียว)





    เออ เราสังเกตว่าต้นไผ่ที่นี่ไม่เหมือนต้นไผ่ที่ไทยแหละ คือไผ่บ้านเราจะขึ้นเป็นกอๆ มีหน่อไม้ขุดขึ้นมากินได้ แต่ไผ่ที่นี่จะเป็นต้นเดี่ยวสูงชะลูดขึ้นไปล่ะ











    สีหน้าแห่งความดื่มด่ำกับธรรมชาติและยิ้มละไมแก้มกลมเพราะกินไม่หยุดเลยเหวย

















    ศาลเจ้าโนโนมิยะ ที่เราสืบทราบข้อมูลในภายหลังว่าเป็น ศาลเจ้าแห่งการแต่งงาน!
    กล่าวคือโนโนมิยะ ไดโคคุเต็น เทพเจ้าของศาลเจ้านี้
    ขึ้นชื่อเกี่ยวกับเรื่องการให้พรเกี่ยวกับการแต่งงานและชีวิตคู่ มีเครื่องรางขายด้วยนะ

    นอกจากนี้ยังมี คาเมะ-อิชิ หินรูปเต่าที่ว่ากันว่าหากได้จับหินนี้ก็จะได้รับพรอะไรก็ได้หนึ่งข้อ





    อ้าวววว... พลาดดดดดดดดด
    เสียดายจัง



    (คนที่มาด้วยแอบปาดเหงื่อทิ้งด้วยความโล่งใจ)













  • และแล้วเราก็มาถึง วัดเทนริวจิ ซึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเขตอาราชิยาม่าของเกียวโต เป็นหนึ่งในห้าวัดสำคัญสูงสุดในนิกายเซน และได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากทาง UNESCO อีกด้วย!










    ค่าเข้าชม 500 เยนนะจ๊ะ























    ความสวยงามของวัดนี้คือตัวอาคารไม้และผลงานภาพวาดของเจ้าอาวาส (ที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะคนรุมถ่ายเต็มเล้ย) และสวนสไตล์เซนที่เงียบสงบ (ที่ไม่ค่อยจะสงบนักเพราะนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ)









    เห็นใบไม้แดงๆแล้วววว ดีใจจจจจจจ















    นั่งมองพื้นน้ำพริ้วไหวเป็นระลอกคลื่น พินิจดูความผันเปลี่ยนของฤดูและโลก
    เข้าถึงสัจธรรมตามแบบวิถีเซน







































































    ปลาอะไรพูดเพราะ
    ปลาคราฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    (2018 แล้วยังเล่นอะไรแบบนี้อยู่อีกเร๊อะ?!)










    หลังจากเดินชมความงามของสวนในวัดเทนริวจิเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเลียบแม่น้ำโฮสุมาที่สะพานโทเก็ทสึเคียว ชมนกชมไม้หาของกินมาเรื่อยๆเพราะชักจะเริ่มหิวแล้วแหะ









    เสียดายที่ไม่ได้ล่องเรือ แง้

























    ฝั่งวัดที่เรายืนอยู่นี้มีคนเยอะมากจนล้นร้านอาหารทุกร้าน เราเลยตัดสินใจข้ามฝั่งไปหาของกินเอาดาบหน้า หลังจากผ่านการทุ่มเถียงทะเลาะงอแงเพราะความโมโหหิว ในที่สุดเราก็ได้กินข้าวกลางวันกันที่ร้านอุดงแกงกะหรี่ร้านหนึ่ง สงบศึกกันได้เพราะอุดงร้อนๆควันโขมงที่ตั้งอยู่ตรงหน้า
















    ระหว่างที่สูดเส้นเข้าปากและคีบไก่คาราเกะคลุกกับซอสแกงกะหรี่ก็นึกถึงเหตุการณ์พ่อแง่แม่งอนเมื่อครู่ นี่คือการทะเลาะงอแงใส่กันครั้งแรกตั้งแต่ย่างเท้าเข้าสู่แดนอาทิตย์ เนื่องจากเขาอยากหาร้านที่ไม่ต้องรอคิวนานเลยเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ ส่วนเราผู้หิวแล้วและคิดว่าร้านที่ไม่มีคิวมันไม่มีหรอก ยืนรอหน้าร้านนี้ไปก็ได้ ถึงคิวแล้วก็ได้กินเองอะ ดีกว่าเดินไปเรื่อยๆหิวไปเรื่อยๆ




    ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง แต่ตอนนั้นเราใช้อารมณ์คุยกันไง มันเลยไม่เข้าใจ สุดท้ายพออาหารตกถึงท้อง อิ่มแล้วถึงคิดได้ว่าที่โกรธกันเมื่อกี้นี้มันไร้สาระมากเลย ฮา




    เอาจริงๆ เราว่าตัวเองเคยชินกับการไปเทียวคนเดียวมาตลอด อยากจะไปไหนก็ไป อยากหยุดถ่ายรูปตรงไหนก็หยุด หิวค่อยกิน ไม่เรื่องมาก ไม่ค่อยเลือกร้านอะไรเท่าไร พอหนีบคนมาเที่ยวด้วยก็คิดว่าจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้นะ ต้องห่วงความรู้สึกและคิดถึงน้ำจิตน้ำใจของคนที่มาเที่ยวด้วยกัน มันต้องเดินไปด้วยกันไม่ใช่ฉันจะไป ฉันจะทำ และทิ้งอีกคนไว้ข้างหลัง














    เราเอ่ยปากขอโทษ เขาก็ขอโทษเหมือนกันที่หงุดหงิดใส่ สบตาซึ้งใจกันอยู่ริมแม่น้ำและกลับมาเริงร่ากุ๊กกิ๊กกันเหมือนเดิม เย่เฮ♡


    กว่าจะจบทริปนี้นั้นยังต้องผ่านหนทางอีกยาวไกล ก็ต้องปรับตัว ปรับใจ และปรับอารมณ์เข้าหากันอีกเยอะ ก็อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละนะ






    If you want to go fast, go alone.
    If you want to go far, go together.










































  • จริงๆอยากจบตอน ใส่ つづくโปรดติดตามต่อต่อไป ทิ้งท้ายไว้เลยเพราะรู้สึกว่าเป็นซีนจบตอนสวยๆ มีโควทภาษาอังกฤษที่ดูดี แต่ภารกิจกินวนไปในอาราชิยาม่ายังไม่จบลงแค่อุดงแกงกะหรี่เชื่อมความสัมพันธ์ของเราสอง




    เราเดินข้ามสะพานกลับไปฝั่งวัดและป่าไผ่อีกครั้ง ตามหาร้านซอฟครีมเต้าหู้ที่เราเซฟรีิวิวเก็บไว้ว่ามันช่างอร่อยล้ำ! สตรีผู้มีจิตรักในเต้าหู้อย่างดิฉันมีหรือจะพลาดดดดดด ฮิฮิฮิ (พอเป็นเรื่องของกินก็กลับมาแจ่มใส)












    ผ่ามผ๊ามมมมม เจอแล้วฮะ ร้านซอฟครีมเต้าหู้ที่รอคอย พิกัดอยู่ตรงทางเข้าไปป่าไผ่ จะมีร้านขายนี่นั่นนู่นโน่นเยอะมาก ขาปูนึ่ง โอเด้ง ราเมงอะไรก็ไม่รู้มากมาย มีคนถือทุกอย่างกินอยู่ริมทางเท้า เดินเข้ามาข้างในก็เจอเลยจ้ะ



    ตามรีวิวเค้าบอกว่าเนื้อซอฟครีมที่นี่แน่นมาก คว่ำแล้วไม่หล่นประหนึ่งเป็นไอติมแดรี่ควีนเลยทีเดียว เราก็พุ่งตัวเข้าไปด้วยความไวน้อยกว่าเดอะแฟลชนิดนึง สั่งแบบทูโทนสองรสในโคนเดียวคือเต้าหู้และงาดำ กินไปแล้วถึงระลึกขึ้นได้ว่าลืมถ่ายรูปนี่หว่า...



    สำหรับรสชาตินั้นมันบอกไม่ถูกแหะ... เราว่ารสเต้าหู้นั้นเรายกให้ซอฟครีมถั่วเหลืองบนเขาอินาริชนะไป แต่งาดำนี่อร่อยมาก เข้มข้นสุด หอมกลิ่นงาดำคั่ว โอ้ยยย ดีงามมมม รักกกกกกก ทุกวันนี้ยังคงฝันถึง










    ส่วนร้านต่อไปที่แนะนำสำหรับคนรักทาโกะยากิ การันตีความอร่อยโดยคนไกลตัวแต่ใกล้ใจที่มาใกล้กันในทริปนี้ของดิฉัน เขาบอกว่านี่คือทาโกะยากิที่อร่อยที่สุดในทริปนี้แล้วจ้ะ







    ความฟู่ฟ่องของท็อปปิ้งนั้น ให้มากกว่าร้านดังในโดทงบุริอีกเว้ยยยยย





    พิกัดอยู่ใกล้ๆร้านไทยากินั่นแหละ ทางเดินไปสถานี JR มีอยู่ร้านเดียวอะ พุ่งตัวเข้าไปเลย รับรองว่าไม่ผิดหวังกับความใหญ่ของชิ้นปลาหมึก ความอลังการของท็อปปิ้ง ตัวเนื้อแป้งและซอสที่เข้ากั๊นเข้ากัน อาห์









    นี่แหละ ข้อดีของการที่มีคนร่วมทาง
    มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน
    และถ้ามีของอร่อยก็ช่วยแชร์เงินและความอ้วนนนนนน














    つづく
    โปรดติดตามต่อต่อไป










Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Mr.PT (@Mr.PT)
เขียนดีมากเลยครับ ภาพก็สวย ชอบๆ อ่านแล้วอยากไปอีกรอบเลยครับ
ployapha.j (@ployapha.j)
@Mr.PT ขอบคุณมากค่าาาา♡