つづく | โปรดติดตามตอนต่อไปployapha.j
คำนำและกิตติกรรมประกาศ





  • ตามสถิติที่เราเก็บและประมวลผลด้วยตนเองแล้ว
    หากเปิดดูโซเชียลมีเดียในช่วงวันหยุดยาวจะพบเจอมนุษย์อยู่ 3 จำพวก อันได้แก่...


    หนึ่ง คือ มนุษย์กรุงเทพ วนเวียนตามอีเว้นท์ เช็คอินตามร้านกาแฟต่างๆ ถ่ายรูปถนนแล้วเขียนแคปชั่นว่าโล่งจังเล้ยยยย


    สอง คือ มนุษย์เชียงใหม่ ไม่ว่าจะไปขึ้นเขา ถ่ายรูปถือแก้วกาแฟที่ด้านหลังเป็นไอหมอก หรือเช็คอินตามร้านกาแฟคาเฟ่ต่างๆ ไม่ก็ถ่ายรูปไฟว้อบแว้บอยู่ในวอร์มอัพ


    สาม คือ มนุษย์เมืองนอก แน่ล่ะ หยุดยาวทั้งทีไปเที่ยวต่างประเทศกันดีกว่า และสถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตติดอันดับสูงสุดในการลงรูปและเช็คอินโชว์พาสสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาสก็คือ ญี่ปุ่น


    แหม่... ก็ตั้งแต่แดนปลาดิบยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวให้กับประชาชนคนไทยทำให้พวกเราเดินทางไปท่องแดนซากุระอย่างง่ายดายและมีสายการบินมีให้เลือกหลากหลาย แถมบางทีก็มีโปรออกมาโครมคราม ทุกคนเลยไปกันบ๊อยบ่อยประหนึ่งเหมือนแดนอาทิตย์อุทัยอยู่เลยเชียงใหม่ เชียงราย ไปนิดเดียว คนนู้นไปมาสามรอบ คนนี้ไปมาห้ารอบ เที่ยวครบหมดแล้วไม่ว่าจะคันโต คันไซ ฮอกไกโด โทโฮคุ โอกินาวา ไปทุกเทศกาล ไปกันทุกฤดู




    ญี่ปุ่น ใครๆก็ไปได้

    แต่ไม่ใช่สำหรับเราสองคน


    ใช่...


    พวกเรา ไม่-เคย-ไป-ญี่ปุ่น!








    สำหรับเราแล้ว... ถ้าไม่นับด้วยหน้าที่การงานของเราที่เดี๋ยวก็กระโดดไปโผล่มุมนู้นที่ มุมนี้ทีรอบโลก เราไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่อาจทราบได้ (โอเค๊ เราเข้าไปเหยียบมาสามครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมงเท่านั้น รอบแรกคือโอซาก้าที่ดันป่วย นอนพะงาบอยู่ในโรงแรม รอบที่สองไปโอซาก้าอีกครั้ง คราวนี้ฮึบไปวัดจิ้งจอกที่เกียวโตแบบรีบๆเพื่อขอพรก่อนปีใหม่ ส่วนล่าสุดคือนาริตะ ดินแดนแห่งลูกเรือรอบโลกที่มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย เราออกไปไกลสุดคือกินข้าวกับซื้อผงซักฟอกที่ Aeon Mall) บอกตามความจริงว่าเราไม่ใช่คนเที่ยวแถบเอเชียเท่าไรเพราะคิดว่าอยู่แค่นี้ เดี๋ยวค่อยไป การท่องเที่ยวที่ผ่านมาเลยไปลุยยุโรปและอเมริกา(ที่ยังเขียนไม่จบซักที)ยังไงล่ะ



    ส่วนเขา... มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ชอบออกไปไหนไกลๆนอกจากขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจไปจิบกาแฟพบปะเพื่อนฝูงบ้างนานๆครั้ง เป็นพ่อคนรักสันโดษ ชอบนอนเกาพุง เล่นเกมไปเรื่อยๆ จนหุ่นอันบึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเริ่มแปรสภาพเปลี่ยนไปจนร่างคล้ายจะเหมือนแมวน้ำขึ้นทุกที (หน้าก็เหมือน คนอะไร๊) จะออกไปเที่ยวเมื่อมีคนชวนเท่านั้น แถมไม่ชอบไปเที่ยวแบบลำบากแบ็คแพคนี้ฝันไปเถอะ เป็นมนุษย์กึ่งแมวน้ำที่ไม่มีจิตวิญญาณเนวิเกเตอร์ชีพจรลงเท้าเลยแม้แต่นิดเดียว




    เป็นคู่ที่แตกต่างอย่างลงตัวว่างั้น?




    และสำหรับจุดเริ่มต้นของการไปเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ แน่นอนว่าเริ่มจากเราก่อนเหมือนกับทริปฮ่องกงเมื่อปีที่แล้วนั่นแหละ (แน่ล่ะ เขาผู้ไม่คิดจะไปเที่ยวไหนนี่) คือนึกยังไงไม่รู้อยู่ๆก็อยากไปญี่ปุ่นขึ้นมาเสียเฉยๆ อยากมีโมเม้นท์ขึ้นเครื่องบินด้วยกันเป็นครั้งที่สาม จับมือกันตอนเครื่องเทคออฟ หาของอร่อยกินกันกุ๊กกิ๊กที่ไม่ต้องหันหน้าเข้าข้างฝากินอยู่คนเดียว ไปเดินเล่นยืนจับมือ (ซบไหล่ไม่ได้เพราะตัวเท่ากัน โธ่...) มองดูใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลค่อยๆร่วงลงพื้น อาห์... บรรยากาศช่างโรแมนติกเสียเหลือเกิน เมื่อดำริคิดได้ดังนั้นก็เลยชวนเขาไป หลอกล่อด้วยของกินนิดหน่อย (อาหารญี่ปุ่นที่นั่นมันอร่อยมากเลยนะ! พร้อมกับค่อยๆ input ความดีงามของญี่ปุ่นใส่ไปเรื่อยๆ) จนในที่สุดเขาก็ตอบตกลงว่าไปก็ไป!








    ขอย้อนภาพกลับไปที่ทริปฮ่องกงเมื่อปีที่แล้วที่เวลาหายไปเพราะมัวแต่นอน เราจึงได้รับบทเรียนว่า...




    แผนการท่องเที่ยวที่หละหลวมทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก 

    และ

    จงอย่าให้ความขี้เกียจครอบงำเจ้าให้เข้าสู่ด้านมืด ถอดใจ นอนแผ่อยู่เฉยๆ





    ฉะนั้นการมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกของเราทั้งสองในครั้งนี้จึงละเอียดยิบเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล นี่เป็นการท่องเที่ยวครั้งแรกที่ลงทุนซื้อไกด์บุ๊คมาอ่าน คุ้ยกระทู้พันทิปที่มีทุกสิ่ง ไล่ดูบทความท่องเที่ยวจากเว็บไซต์ต่างๆและเพจเที่ยวญี่ปุ่นในเฟสบุ๊ค ลงทุนจองตั๋วล่วงหน้าด้วยเพราะกลัวว่าจะจองที่พักไม่ได้แบบไม่รอโปร (แล้วเป็นไงล่ะ สายนู้นลด สายนี้ออกโปร บ้าไปแล้ววว) และทำแผนการท่องเที่ยวเป็น Excel ที่ปกติไม่เค๊ยไม่เคยทำเลยเพราะที่ผ่านมาก็แค่เขียนๆจดๆยุกยิกใส่กระดาษแล้วไปตายเอาดาบหน้าตล๊อด สืบเนื่องจากนิสัยเราเป็นคนเที่ยวอย่างต่อนยอน ต๊ะ ต๊อนย้อน (อีกนัยหนึ่งที่ชัดเจนกว่าคือขี้เกียจ) แวะไปเรื่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ อยากกินเมื่อไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ แค่เล็งสถานที่ไว้สองสามที่แล้วก็ไป เช่น พิพิธภัณฑ์ต่างๆ คือปล่อยให้โชคชะตา กำลังขา และกูเกิลแมพนำทาง






    รอบนี้ไม่ได้โว้ย!





    เดชะบุญที่ เตย และ แสตมป์ มีแผนไปญี่ปุ่นกันช่วงปลายเดือนตุลาคม เราก็ได้ติดต่อทาบทามขอแผนการท่องเที่ยวอันละเอียดยิบและผ่านการคิดไตร่ตรองถี่ถ้วนของทั้งคู่แล้วมาลอก เอ๊ย! มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับความชอบของเราเอง พร้อมทั้งขอคำแนะนำต่างๆมากมายทั้งก่อนและหลังการเดินทางของทั้งคู่ ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ♡


    และที่ขาดไม่ได้อีกคนหนึ่งคือ แพรรี่ ที่เป็นธุระจัดการเรื่องตั๋วให้ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ที่อังกฤษ (แม้ว่าการซื้อจะล้มเหลวเพราะมันไม่ยอมตัดบัตรธนาคารที่ไทยก็เถอะ) ขอบคุณมากที่คอยช่วยอยู่เสมอและให้คำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการไปลุยญี่ปุ่นในครั้งนี้ จู๊บบบบบบ♡







    เอาล่ะท่านผู้อ่านที่รัก

    พร้อมที่จะอ่านบันทึกการ ขึ้นเครื่องบินด้วยกันเป็นครั้งที่สาม ของเราและเขา
    ที่ไม่กล้าเอาไปลงในพันทิป (เพราะหาสาระไม่ได้) แล้วหรือยัง


    หากพร้อมแล้ว

    ไปกันเล้ยยยยยยยยยยย















    つづく
    โปรดติดตามต่อต่อไป




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in