Sorry, I'm Ovary-Reactเนตรธิ ~
PMDD - Premenstrual Dysphoric Disorder
  • จะว่าไปรอบตัวเรา เรายังไม่เจอคนที่อยู่กลุ่มอาการเดียวกับเรา แบบที่ถูกคุณหมอ diagnosed ว่าเออเธอเป็น PMDD จริงๆ นะ ก็เลยจะหาเพื่อนไว้ตรงนี้เลย เผื่อใครเป็นบ้าง /แหะๆ (ไม่น่ารักเอาเสียเลย)

    PMDD หรือ ชื่อเต็มๆ ซึ่งยาวจังคือ Premenstrual Dysphoric Disorder หรือที่มีแปลเป็นภาษาไทยว่า "กลุ่มอาการรุนแรงก่อนมีประจำเดือน" หรือแยกแปลเป็นคำๆ อย่างที่เราเข้าใจได้ประมาณนี้ ,
    premenstrual = ก่อนมีประจำเดือน
    dysphoric = รู้สึกเศร้า โศก ตรม กังวล 
    disorder = ความผิดไปจากปกติ

    สามารถหาอ่านบทความวิชาการที่อธิบายอาการเหล่านี้อย่างละเอียดได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยใช้ชื่อข้างบนนั้นเป็นคำค้นหานะคะ เพราะเราไม่ใช่หมอ ไม่อยากอธิบายเยอะ เดี๋ยวผิด เราขอเล่าเฉพาะที่เกี่ยวกับเราโดยตรงดีกว่าโนะ

    สำหรับเรา เราค้นพบอาการนี้ด้วยการเสิร์ชคำว่า "severe PMS"

    มันมีที่มาที่ไปนะ ..

    มันเริ่มต้นตรงที่เรามักจะงอแงมากๆ ในช่วงก่อนมีประจำเดือน
    ซึ่งทำไมรู้ว่าเป็นช่วงนั้นน่ะเหรอ ? ก็เพราะว่าเรา tracking ไง (เราใช้แอพบนมือถือชื่อ Clue )
    เราจดบันทึกช่วงมีประจำเดือนมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว เพราะเราค่อนข้างจะต้องไปเจอหมอบ่อยด้วยหลายเหตุ และหมอก็จะชอบถามว่าประจำเดือนมาวันสุดท้ายเมื่อไหร่เพื่อเช็คว่าเราไม่ท้อง จะได้ให้ยาถูก อะไรแบบนั้น เราก็เลย track มาเรื่อย 

    ซึ่ง ถึงจุดนี้ ขอใส่ *** ว่า การจดบันทึกประจำเดือน สำคัญกับการวินิจฉัยอาการ PMDD มากกกกกค่ะ

    ความแม่นยำของอาการงอแงก่อนเมนส์มาของเรานั้นยิ่งกว่าหมอดู คือถ้าวันนี้ร้องไห้อย่างไร้เหตุผล หรืออยู่ดีดีก็กลายเป็นคนอ่อนไหวเหลือประมาณ ทุกข์ทนปริ่มจะขาดใจ ไม่มีใครมาทำอะไรเลย
    พรุ่งนี้เมนส์มาแน่นอน พกผ้าอนามัยใส่กระเป๋าได้เลย 

    และมันก็เป็นอย่างนั้นเกิน 95% !

    น่าทึ่งเหมือนกันนะคะ ระบบฮอร์โมนเนี่ย .
  • เอ๊ะ แต่แล้วพอเมนส์มาเป็นยังไง ? ถ้าเรื่องมันเศร้ามันต้องเศร้าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าเรื่องนั้นจะคลี่คลายจากใจไปใช่ไหมคะ ​,,

    แต่สำหรับเรา ไม่ใช่เลยค่ะ พอเลือดออกปุ๊บ อารมณ์ดีปั๊บ เอาเป็นว่าต่อให้โศกแค่ไหน โลกก็สว่างขึ้นไปแล้วแปดสิบห้าเปอร์เซนต์ เปลี่ยนเป็นหน้ามือหลังมือเลย
    บ้าบอมาก ใช่ไหมล่ะ .
    มันบ้ามากเสียจนทำให้เราคิดว่า
    "เมื่อวานเป็นอะไรวะ ? ผีเข้าเหรอ ? ร้องไห้อะไรเยอะแยะวะ ? ไม่เห็นมีอะไรเลยยยย เป็นบ้าอะไร ? "

    เราอธิบาย การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หลังจากเมนส์มาให้จิตแพทย์ฟัง ด้วยการนิยามสั้นๆ ว่า
    "เลือดไล่ผี"  ..... (โค่ดคูล คิดได้ไง)

    ลองคิดดูสิคะ ว่าชีวิตมันวนลูปแบบนี้ทุกเดือนๆ เป็นปีๆ จากที่งี่เง่าแล้วก็หาย ทะเลาะกับแฟนแล้วก็หาย กลายเป็นต้องมานั่งจ่อมจมกับตัวเอง กังวลล่วงหน้าว่าความรู้สึกบ้าบอแบบนี้จะกลับมาอีก (ซึ่งกลับมาอีกจริงๆ )

    เหนื่อยมากเลย แต่ละเดือน 
    ทุกเดือน .... ที่ต้องมีช่วงชีวิตพังๆ เสียทั้งงาน ทั้งการ ทั้งความรู้สึกของตัวเองและคนรอบข้าง
    แต่จะให้อธิบายว่าเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้จะอธิบายอะไร

    มันหนักหนาขึ้นมากเรื่อยๆ มากขึ้นจนเราทนตัวเองไม่ได้
    ชีวิตเราดีมากเลย ทุกอย่างโอเค แต่เพราะอารมณ์เราเหวี่ยง มันพังหมด ทำไมเราทำตัวมีปัญหาแบบนี้

    "ทำไมเป็นคนมีปัญหาแบบนี้"
    "ทำไมทำตัวมีปัญหาแบบนี้"
    "ทำไมต้องทำให้คนอื่นไม่สบายใจ"
    "ทำไมต้องเจอเรื่องอะไรแบบนี้"
    "ทำไมไม่มีใครเข้าใจ"
    "ทำไมต้องเป็นภาระคนอื่น"
    "ทำไมต้องเป็นแบบนี้"

    ทุกคำถาม วนซ้ำในหัวเราบ่อยขึ้น แม้ว่าจะเลยช่วงอาการ PMDD ไปแล้ว แต่เรากลับยังติดอยู่กับความรู้สึกผิด ความรู้สึกเกลียดตัวเอง ไม่ชอบตัวเอง กังวลต่อไปเรื่อยๆ 

    "มันเลยเถิดไปมาก ๆ" เราใช้วลีนี้กับคุณหมอ ในวันแรกที่ไปพบจิตแพทย์

    , ทุกอย่างมันเกินไปมากๆ มันควบคุมไม่ได้มากๆ มันเกินจะทนมากๆ
    จนถึงวันที่เราเครียดไปเสียทุกเรื่อง
    และเริ่มมีความคิดอยากตาย มีเสียงในหัวบอกให้กระโดดลงไปเลยในวันที่เดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ

    เรากลัวตัวเอง ..
    เรากลัวคนที่เรารักทนเราไม่ได้

    เราต้องไปทำให้หายแล้ว ทำยังไงก็ได้
    เราอยากหาย เรายังไม่อยากตายแต่เราจะตายแล้ว เราทนไม่ไหวจริงๆ .
  • นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่น่ากลัวมากแล้ว อาการทางกายหลายอย่างที่เกิดในช่วง 3-5 วันก่อนมีประจำเดือน ก็จะมีส่วนช่วยในการบ่งชี้ได้ว่าคุณเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มอาการ PMDD หรือเปล่านะคะ

    สำหรับเรา เรามีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
    • เจ็บเต้านม - 2-3 วันก่อนเมนส์จะมา เราเจ็บนมมากกกกกก เจ็บแบบขึ้นลงบันได้ต้องใช้มือประคอง
    • อ่อนเพลีย เหมือนจะง่วงนอนตลอดเวลา กาแฟก็ไม่ช่วย หาวแล้วหาวอีก , ซึ่งนั่นก็จะทำให้
    • ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถโฟกัสการทำงานหรืออะไรได้นาน
    • อยากกินอาหารเพิ่มขึ้น อาจจะอยากกินอะไรเฉพาะเจาะจงเลย เช่น อยากกินเนื้อ อยากกินขนมปัง อยากมาก ๆ มากเหลือเกิน
    • นอนไม่หลับ หรือนอนเยอะขึ้น - สำหรับเรา เราตาสว่างไม่นอนถึงเช้าเลย ทั้งที่ตอนกลางวันก็เพลีย
    • ปวดหัวแบบไมเกรน หรือปวดตัว

    แต่ละคนคงมีอาการที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ทั้งหมดบวกกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงรุนแรง ความรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ ท้อแท้ ซึมเศร้า และทุกอย่างดีขึ้นเมื่อประจำเดือนมา
    เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ หลายๆ รอบเดือน ก็ควรจะไปพบแพทย์นะคะ
    ถือซะว่าเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้นของตัวเองและคนรอบข้าง
    .
    .
    .
    สำหรับคนทั่วไป ซึ่งเราก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น คิดว่า อาการก่อนมีประจำเดือนเหล่านี้ มันช่างงี่เง่าบ้าบอมากจริง ๆ มันเป็นข้ออ้างของผู้หญิงที่จะงอแง
    มันจึงถูกละเลย เพราะคิดว่าเป็นนิสัยเสียของผู้หญิงเฉยๆ มันไม่มีใครคิดหรอกว่ามันเป็น ความผิดปกติทางอารมณ์ (Mood Disorder) อย่างหนึ่ง ที่ควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

    แต่ว่าสำหรับเราหรือผู้หญิงหลายๆ คนมันทำให้เสียโอกาสหลายอย่างในชีวิต
    เสียเวลาที่ตีเป็นมูลค่าไม่ได้กับการนอนร้องไห้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
    เสียพลังงานที่จะทำสิ่งดีดีให้ตัวเองและโลก
    หรืออาจเลยไปถึงสูญเสียความสัมพันธ์กับคนที่รักไปเลย เพราะความไม่เข้าใจ

    โชคดีมากเลยที่เราตัดสินใจไปหาหมอ :)
    ขอบคุณระบบค้นหาของกูเกิล ที่นำพาไปถูกทางพอดิบพอดี .
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in