SOMETIMES IT RAINSgiftmeme
rain again
  • ค่ำวันนั้นผมเป็นฝ่ายคลุมร่มให้เทพแห่งฝน นึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็ต้องการร่มเช่นกัน — ร่มหลากสีหลายรูปทรงที่เขาพกติดตัวมาทุกครั้งและมีเหลือเฟือพอจะแบ่งปันให้ผมในวันหนึ่ง ผมไม่เคยคิดอย่างจริงจังเลยว่านั่นออกจะเป็นความขัดแย้งแปลก ๆ อยู่สักหน่อย เมื่อผู้ที่บันดาลให้ฝนตกด้วยการออกมาอยู่ใต้ฟ้ายังต้องกำบังตัวเองจากสิ่งที่เขาทั้งควบคุมและควบคุมไม่ได้ด้วยร่มหนึ่งคัน ไม่ต่างจากคลื่นมนุษย์สามัญที่มองเผิน ๆ เหมือนเห็ดผุดขึ้นกลางป่าคอนกรีต อันที่จริง ยังมีเรื่องมากมายเกี่ยวกับเขาที่ผมยังไม่ทันถามไถ่ให้รู้ ทั้งเรื่องที่ว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับผมหรือไม่ (ก็ผมเรียกเขาว่าเทพนี่นะ) หรือมีกลไกอะไรอยู่เบื้องหลังฝนตก เมล็ดพันธุ์ของความสงสัยว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงได้ เติบโตในใจไม่หยุดหย่อนเหมือนวัชพืชในหน้าฝน ก่อนจะโดนผมถางทิ้งและงอกงามขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว เป็นแบบนี้วนเวียนเรื่อยไปตลอดสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่เขารีบวิ่งออกไปจากบ้านของผมโดยไม่เอ่ยคำลาสักคำ

    หัวใจของผมเต้นระรัวตั้งแต่ได้ยินเสียงฟ้าร้องจากที่ไกล ๆ และเห็นเมฆครึ้มเคลื่อนอย่างเร็วรี่มาบดบังแสงแดดสุดท้ายของวัน ส่วนในหัวก็จินตนาการภาพเทพแห่งฝนก้าวลงจากรถประจำทางพร้อมกางร่มในมือ บอกตามตรงว่าเดาไม่ถูกว่าวันนี้มันจะเป็นสีอะไร แม้ฝนจะลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทุกย่างก้าว แต่เทพแห่งฝนก็ยังเดินเอื่อยเฉื่อยไปยังร้านของคุณลุงเพื่อสั่งสตรอว์เบอร์รี่มิลค์เชคและนั่งลงตรงที่ประจำติดหน้าต่างกระจก จากนั้นก็หยิบหนังสือการ์ตูนที่ซุกไว้ในเสื้อโค้ตขึ้นมาอ่าน ขณะที่ผมสังเกตเห็นเขาผ่านไอน้ำมัวซัวได้ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเสียอีก — ฉากในฝันที่เหมือนกรอเทปเก่าก่อนหน้านี้ทำให้ผมรีบสุมไฟใส่งานตรงหน้าจนเพื่อนฝูงคิดว่าอยากรีบกลับบ้านก่อนฝนตก คงไม่มีใครคาดคิดว่าเป็นเพราะผมอยากไล่ตามฝนให้ทันต่างหาก 

    ฝนตกลงมาแล้วตอนที่ผมกดลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่าง ไม่รุนแรงจนถึงขั้นพายุ แต่ไม่ได้บางเบาจนเหมือนละอองหมอก หยาดน้ำไหลรินจากฟ้าพอให้เห็นเป็นสายและได้ยินเสียงเป็นทำนองรื่นหู ผมกางร่มและเคลื่อนไหวไปสมทบกับฝูงชนที่รอข้ามทางม้าลาย มองแสงไฟจากรถยนต์พร่าเลือนเหมือนสีน้ำที่แผ่กระจายเป็นทางยาว ก่อนที่ตัวเองจะไหลต่อเนื่องเหมือนสายน้ำริมบาทวิถีไปอีกฝั่งถนนเพื่อรอรถเมล์ ใครเล่าจะรู้ว่าความร้อนรนที่สั่งสมมาเหมือนอากาศน่าอึดอัดก่อนหน้าทำให้ผมเกือบพลาดโอกาสของวันนี้ไป หากผมพยายามเบียดตัวเองขึ้นรถสายนั้นแล้วล่ะก็ ผมคงไม่ทันเห็นว่าเมื่อผู้โดยสารที่ยืนรอตรงป้ายบางตาลง ที่ม้านั่งหินหน้าแปลงดอกไม้ใกล้ ๆ กัน คนที่ผมอยากพบเจอที่สุดอยู่ตรงนั้นเอง

    เทพแห่งฝนนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้กำบัง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลือบมองเขาอยู่บ้าง แต่ไม่ได้หยุดถามไถ่อะไร อาจเป็นเพราะรังสีบางอย่างที่เขาแผ่ออกมา หรือไม่ผู้คนอาจทึกทักเอาเองว่าไม่มีคนสติดีที่ไหนมานั่งตากฝนอย่างกับก้อนหิน เขาแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนที่ผมเข้าไปยืนใกล้ ๆ เพื่อปันพื้นที่ใต้ร่มให้ จนกระทั่งนับในใจได้เกือบถึงหกสิบแล้วนั่นแหละ ใบหน้าขาวผ่องที่ดูซีดยิ่งกว่าเคยจึงค่อย ๆ หันมาหา หยาดน้ำไหลลงปลายผมติ๋ง ๆ และเกาะจับอยู่บนแพขนตายาว เทพแห่งฝนจ้องเข้ามาในดวงตาของผมด้วยนัยน์ตาคู่เดียวกับลูกหมาที่บ้าน ก่อนจะเอ่ยว่า "อ้าว" สั้น ๆ เป็นการแสดงท่าทีประหลาดใจที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเคยเจอมา 

    "ทำไมคุณถึงมานั่งตากฝนอยู่ตรงนี้เนี่ย" ผมถาม

    "ลืมเอาร่มมา" เทพแห่งฝนตอบ 

    "ก็เลยพยายามทำตัวเป็นหนึ่งเดียวกับสายฝนงั้นเหรอ" ผมย้อน

    "ลองดูสิ" เขาเชิญชวน เอื้อมมาผลักร่มในมือของผมจนเอียงออกจากตัวเราทั้งคู่ จนกระทั่งผมรู้สึกได้ถึงหยดน้ำที่เต้นระบำบนศีรษะ ใบหน้า ไหล่ และท่อนแขนอย่างไม่ขาดสาย ผมไม่ได้คิดไปเองอย่างแน่นอนว่าฝนตกหนักขึ้น และหนักขึ้นจนรู้สึกเจ็บผิวหนังและต้องยกร่มขึ้นมาคลุมร่างในที่สุด ผมตัวสั่นเมื่อลมเย็นพัดมาวูบหนึ่งและทำให้ฟันกระทบกันกึกกัก แต่เทพแห่งฝนไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย น้ำฝนบนขนตาหนาร่วงลงมาบนโหนกแก้มและไหลรินลงมาเป็นสายเมื่อเขากะพริบตา ถ้าเขาแอบร้องไห้เงียบ ๆ ก็คงเป็นวิธีการอำพรางที่แนบเนียนทีเดียว 

    "คุณดูเศร้าจังวันนี้" ผมเปรย หวังว่าเขาจะโต้กลับเรียบ ๆ ว่า ผมก็เป็นแบบนี้ หรือ เศร้าคืออะไร ผมไม่รู้จัก แต่เปล่าเลย คำพูดของเขาส่งแรงกระเพื่อมในใจผมเหมือนฝีเท้าของเด็กที่ย่ำลงบนแอ่งน้ำ 

    "ผมเหงา" เขากล่าว 

    เทพแห่งฝนยกมือขึ้นมานวดบริเวณอกซ้ายเหมือนมีบางอย่างกำลังบีบรัดหน้าอกจนแน่น เทพแห่งฝนมีหัวใจไหม ผมสงสัย หรือว่าข้างในตัวจะเขากลวงเปล่า ร่างกายนี้เป็นเหมือนเปลือกหุ้มวิญญาณเทพเจ้าอย่างนั้นหรือ  แล้วนี่เขารู้จักความรู้สึกเปลี่ยวเหงาได้อย่างไร หรือแท้จริงแล้วเขาก็คือมนุษย์อย่างผม เจ็บได้ ร้องไห้เป็น อาจจะด้วยบรรยากาศที่แปรความลิงโลดเยี่ยงกบกระโดดกลางฝนเป็นความอ้างว้างที่มองไม่เห็น อาจจะด้วยตัวผมที่ต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างจากเบื้องลึกของจิตใจ มือของผมจึงไปไวกว่าความคิด นิ้วหัวแม่โป้งแตะและปาดหยาดน้ำบนแก้มขาวซีดของเขา ผิวกายของเทพแห่งฝนเย็นเฉียบเหมือนโลกที่ไร้ร่มเมื่อครู่ แต่ผมจำได้ราง ๆ ว่ามันเคยร้อนผ่าวตอนเขาตกอยู่ใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ครั้งนี้เขาไม่นิ่งเป็นหินมีตะไคร่จับอีกต่อไป แต่สะดุ้งสุดตัวจนลุกขึ้น

    "อย่าทำให้ผมโดนดุอีก" เทพแห่งฝนกล่าว และในวินาทีนั้น เขาดูกลืนไปกับสายฝนที่เทกระหน่ำเบื้องหน้าจนแทบไร้รูปร่าง ร่มที่ผมถืออยู่สั่นตามแรงกระทบจากเบื้องบนจนแทบรั้งไว้ไม่ไหว ใครดุคุณ ผมถาม แต่เสียงฝนแทบจะกลบไปหมดสิ้น เดี๋ยวก่อน เอาร่มไปด้วย ผมตะโกนสู้ มือปัดป่ายไปข้างหน้า แล้วเอาร่มยัดใส่มือของเงาเลือนรางนั้น ขอบคุณสวรรค์ที่เขารับไป



    ฝนค่อย ๆ ซาลงพร้อมเผยภาพร่างสูงกับร่มสีกรมท่าชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และไกลห่างออกไปทุกที ๆ ผมไม่คิดจะตามเทพแห่งฝนไปเหมือนเมฆที่ลอยเหนือศีรษะคนเศร้า อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็มีร่มของผม

    ผมหวังอย่างที่สุดว่าเขาจะเอามันมาคืนเมื่อเราพบกันอีกครั้ง





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
chanchao_p (@chanchao_p)
เป็นการเลือกใช้คำที่ไพเราะมากเลยค่ะ!
wedn. (@wedneslie)
เวลาอ่านงานของคุณกิ๊บเหมือนกำลังอ่านหนังสือดีๆสักเล่มอยู่เลยค่ะ ชอบมากเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
imyourgracia (@imyourgracia)
ใครดุน้อง ;—;

อดใจไม่ไหวที่จะเปิดเสียงฝนคลอไปทุกครั้งที่อ่านเรื่องนี้ ใจเต้นแรงมากตอนเห็นว่าคุณกิ๊ฟอัพเดต ขอบคุณนะคะ :-]
pan. (@opacity_jeelet)
ถึงวันนี้แถวบ้านเราจะฝนไม่ตกแต่รู้สึกรับรู้ถึงฝนกับบรรยากาศชื้นๆได้จากตอนอ่านตอนนี้เลยค่ะ (/วันนี้ลมอุตส่าห์แรงแล้วอยากให้ฝนตกจัง;-;)

สารภาพว่าทำน้ำตาหยดหลายแหมะเลยตอนเห็นประโยค 'หรือแท้จริงแล้วเขาก็คือมนุษย์อย่างผม เจ็บได้ ร้องไห้เป็น' ไม่รู้เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเปล่าถึงได้ปวดหัวใจอย่างบอกไม่ถูกตอนเห็นประโยคนี้ ;-;
W (@Gloomy_Sunday)
คุณกิ๊บสุดยอดเลย T_____T