#0 STARTLovesea
#2 เที่ยวเกาหลี ครั้งแรก (ไม่ครั้งเดียว) โซลจ๋าสวัสดี
  • หลังจากผ่านการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกมาได้ โลกของเรามันก็กว้างขึ้นไปอีก 
    เหมือนกบพอมันออกนอกกะลาแล้วอ่ะ มันก็อยากกระโดดออกไปเรื่อยๆ  
    และประเทศใหม่ที่กบตัวนี้จะไป "เกาหลีใต้"  นั่นเอง 

    เวลานึกถึงประเทศเกาหลี นึกถึงอะไรกันบ้างอ่ะ ?  


    เกาหลี สำหรับเราดูจะไม่ได้ เข้าตากรรมการเท่าไหร่ ถ้าเป็นผู้เข้าประกวด น่าจะอยู่อันดับท้ายๆ เลยแหละ เราไม่ใช่ติ่งเกาหลี ซีรี่ส์ก็ไม่ค่อยรู้จัก เพราะฉะนั้น เรากับเกาหลี เหมือนจะห่างไกลกันมากอยู่ แต่แล้วพรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ (ถ้าอ่านแล้วมีเสียงฮึมฮัมในคอ แปลว่า เกิดทัน 555555555 ) ใช่ค่ะเราได้มีโอกาสไปดูงานที่เกาหลี และแล้ว เราก็ได้ตกหลุมรักความกุ๊กกิ๊ก ปุ๊กปิ๊ก งุงิ ของนางขึ้นมา กลับมาจากดูงานครั้งนั้น เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ เป้าหมายของฉันต่อไป ก็คือที่นี่แหละ เราหาเพื่อนร่วมทริป 4 คน ถือว่าไม่มากไม่น้อย กำลังดี ประสบการณ์การจองตั๋วเครื่องบินที่ญี่ปุ่น ตามหลอกหลอนเราพอสมควร รอบนี้ก็เลยระมัดระวังเป็นพิเศษ และในที่สุดเราก็ได้ตั๋วพร้อมที่พักมาแบบรวดเร็ว และยังคงเลือกช่วงเวลาที่มีอากาศหนาว เหตุผลเพราะ หนึ่งบ้านเรามันร้อนตับแลบ  สองคืออยากจะไปแก้ตัวคอสตูมให้มันคูลๆ กว่าญี่ปุ่นหน่อย ที่สำคัญ ฟิลลิ่งเกาหลี มันน่าจะส่งเสริมบารมีความน่ารัก ปุ๊กปิ๊กเราได้  ผลบุญจากตอนดูงาน มันเลยทำให้เราหาข้อมูลได้ไม่ยากเท่าไหร่ พอจับๆ คลำๆ เอาได้บ้าง หลักๆ แล้วแค่อยากไปช้อปปิ้งย่าน ฮงแด ก็แค่นั้น ข้าวของน่ารัก ราคาไม่แพง เอาล่ะรอบนี้ตั้งใจทำแพลน ก้าวเข้าสู่การเป็นไกด์เต็มตัว เพราะต้องพาเพื่อนเที่ยวให้คุ้ม ไปรอบนี้ใช้แพลนคุ้มมาก ไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทางเท่าไหร่ พยายามเก็บให้ครบ เพราะคิดว่าคงไม่กลับมาแล้ว 

    วันเดินทาง  26 NOV - 1 Dec. 2016 พร้อมไปเที่ยวกับเรายัง ... 

    ตอนแรกรู้สึกมั่นใจมาก ว่าครั้งนี้เราพร้อมกว่าญี่ปุ่น อุปกรณ์กันหนาวมีการเพิ่มเติม และเตรียมพร้อมขึ้น แต่ในขณะที่ทุกอย่างพร้อม ร่างกายมันดันไม่พร้อม ฮืออ .... ใช่ค่ะดิฉันป่วยค่ะคุณ เป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล แต่ก็พยามใจสู้ เพราะกลัวว่าคณะทัวร์จะไม่สนุก เป็นไงเป็นกัน จองไว้แล้วนี่นา  หลังจากก้าวแรกที่ผ่านพ้นตม. มาได้ เราก็พุ่งตัวออกไปซื้อบัตร T - Money เลย เพราะเราอยากได้สิ่งนี้ค่ะคุณ 
    เห็นหรือยังคะ ? เห็นความน่ารักปุ๊กปิ๊กของเค้าแล้วหรือยัง รักมาก รักน้องบราวน์มาก (ทำเสียงสองด้วย) 
    บัตรนี้เอาไว้สำหรับขึ้นรถไฟในเกาหลี หรือซื้อของในมินิมาร์ทก็ได้ เป็นบัตรเติมเงิน และสามารถเก็บไว้ใช้ได้อีก (อ่าว  ! นี่ฉันต้องกลับมาอีกหรอ)  ถ้ามาเที่ยวเกาหลี ควรซื้อเก็บไว้นะ ใช้งานก็ง่ายสะดวกมากๆ จะได้ไม่ต้องนั่งนับเหรียญหยอดกันบ่อยๆ ที่สำคัญ มันน่ารักอ่ะ ต้องเก็บๆๆ มีบัตรแล้วไปลุยกันเลยดีกว่า 

    DAY 1   ล่ากลางคืน & หมูสามชั้นย่าง

    ทงแดมุน 

    พอได้มาดูวิวกลางคืนที่เกาหลี ก็เพลินดีเหมือนกัน ได้ฟีลเหงาๆ แบบแพ้กลางคืน ของที่ปั๊บ โปเตโต้ 
    แต่เห็นสวยๆ แบบนี้ คุณ .... โครตหนาวเลยนะ คืออย่างที่บอกความทรมานดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้งนั่นแหละ เราเป็นหวัด แล้วน้ำมูกก็ไหลตลอดเวลา บวกอาการฟุตฟิต บวกความหนาวแบบเลขตัวเดียว 1-2-3 องศางี้ นึกภาพสิ มันก็มันความเจ็บปวดที่แสนงดงาม อาการคล้ายๆ จะหน่วงๆ 
    ย่านนี้ต้องมาเดิน มาดูทุ่งกุหลาบไฟ LED รายล้อมไปด้วยแสงสีจัดจ้าน โทรศัพท์นี่ต้องไนท์โหมดนะคุณ แต่มันหนาวอ่ะ เดินๆ ได้แป๊บๆ ก็อยากกลับแล้ว 
    ย่านทงแดมุน / DDP 
    และนี่คือหมูสามชั้นย่างเกาหลี ที่เราตามหาความเพลินคือจะมี โอปป้าหน้าตาจิ้มลิ้มมายืนตัดหมูแล้วก็ปิ้งให้กิน คุณไม่ต้องทำอะไรเลยจ้า แค่กิน กิน แล้วก็กิน ตามด้วยข้าวผัดกิมจิเด็ดลืม 
    ปิดท้ายล้างปากกันด้วยโซจูชิลๆ แก้หนาวกันหน่อย รสออริจินอลในร้าน 
    แทบไม่ต่างอะไรจากเหล้าขาวอ่ะคุณ กินเอาบรรยากาศ แต่ถ้าจะกินเอาอร่อย ไว้ตอนต่อไปจะมารีวิวโซจูให้อ่านกัน รับรองไม่เมาไม่เลิก  5555555555 


    DAY 2  เสพย์ออริจินอล 

    | หมู่บ้านบุกชอนฮันอก พระราชวังเคียงบกกุง โซลทาวเวอร์ เมียงดง |

    มาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก คุณต้องไปสถานที่เหล่านี้แหละ เพราะเค้าบอกว่าเป็นแลนด์มาร์ค ทุกอย่างเป็นใจยกเว้นอากาศ เหมือนเดิม มันหนาวแบบแห้งๆ อ่ะ และอาการดิฉันก็แลดูทรงๆ ยังไม่ดีขึ้น วันนี้ก็เลยจะดูเป็นวันหม่นๆ เพราะร่างกายไม่สู้ แต่ขายังเดินเที่ยวได้นะ เราตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อให้แพลนในวันนี้ ครบถ้วน เรียกว่าลากสังขารไป  เราไปถึงหมู่บ้านบุกชอนฮันอกเช้ามาก  เช้าแบบร้านเค้ายังไม่ค่อยจะเปิดกันเลยคุณ มันก็เลยทำให้เดินสบายๆ เย็นๆ งงๆ หลงๆด้วยปนๆ กันไป เราชอบที่นี่นะ มีความน่ารัก อบอุ่น กุ๊กกิ๊กดุ๊กดิ๊กมาก มองไปทางไหนก็พาสเทลไปหมด จริงๆที่นี่ของขาย ของกิน ของที่ระลึกจะเยอะมาก ถ้าช่วงบ่ายๆ น่าจะคึกคักเลยแหละ ได้แค่จิบกาแฟเบาๆ ก็อินแล้วจ้า 
    หมู่บ้านบุกชอนฮันอก
    เดินไปไม่ไกลมาก แต่ก็ไกลนิดนึง (จะเอายังไง) ตามประสาคนป่วยก็จะงอแงๆ หน่อย ทริปนี้เพื่อน
    ร่วมทริปบอกว่านางจะต้องได้ใส่ฮันบก เข้าวังตามแบบฉบับแดจังกึม ได้สิ ! เราจัดให้ พานางไปเช่าชุดเข้าวังกันเลยจ้า  ร้านเช่าชุดเยอะมากหาไม่ยากสามารถเลือกตามกำลังทรัพย์กันได้เลย ส่วนของเราดูรีวิวมาน้อยเลยเอาใกล้ๆวังก็พอ จะได้ไม่ต้องเดินไกล (เห็นใจคนป่วยด้วย)  ในร้านเช่ามีชุดมหาศาลมากกกกกกก (ขอเบิ้ลก.ไก่เพื่อให้เห็นภาพ) สาวๆ ถ้ามาอย่าลืมเผื่อเวลาเลือกชุดไว้ด้วยนะ ที่นี่มีให้เช่าทั้งรองเท้า กระเป๋า เครื่องหัวครบชุด เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลอะไรเลย แค่ทำหน้าสวยๆ ไปก็พอ ส่วนราคาอันนี้จำไม่ได้จริงๆ แง  เรื่องอายไม่ต้องพูดถึงคุณ ย่านพระราชวังเค้าใส่เดินกันเป็นเรื่องปกติ 
    พระราชวังเคียงบกกุง

    จบจากเข้าวังเราก็ออกไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าบรรดาผู้คนที่ตามหารักแท้กัน และที่นั่นก็คือโซลทาวเวอร์ แน่นอนว่าสัญลักษณ์ของที่นี่จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก กุญแจ และลูกกุญแจที่คล้องเกี่ยวกันไว้ทุกพื้นที่แบบแน่นเอียด  ส่วนใหญ่เอามาเองก็มี หรือใครอยากได้ความเกาหลีแท้ มาซื้อข้างบนก็ได้ ราคาไม่แพง (แต่ใจก็...ไม่ยอมจ่ายนะเก็บไว้หยอดกาชาปองดีกว่า 555 ) ก็แล้วแต่ศรัทธานะคะคุณ และข้างบนโซลทาวเวอร์นั้น ตกเย็น !! แม่เจ้าโว้ย หนาวอีกแล้ว 
    โซลทาวเวอร์
    ปิดท้ายวันนี้ที่เมียงดง แหล่งช้อปปิ้งและของกินข้างทางมากมาย ที่นี่แหละที่เรารอคอยเดินสับขาแตกเลยล่ะค่ะ แข่งกับเวลาและอากาศที่เย็นจัด ยิ่งดึก ยิ่งเย็นอ่ะคุณ และที่ห้ามพลาดมากๆ ก็คือ LINE FRIENDS STORE เฉพาะที่นี่ก็เดินเกือบ 1 ชั่วโมงเต็มแล้วค่ะ ทุกอย่างมันน่ารักไปหมด เชิญชวนให้มา ล้มละลายมากแม่ ! 

    DAY 3  นี่หรือนามิ 

    (เกาะนามิ)

    นามิไม่เหมาะกับหน้านี้  คือมันแห้งๆ เย็นๆ  ทรมานสุดๆ ถ้าไปตอนหิมะตก มีสีขาวๆ น่าจะฟินกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องช่วงใบไม้เปลี่ยนสี การเดินทางไม่ยากอะไร เรานั่งแท็กซี่ไปลงท่าเรือแล้วก็นั่งเรือเฟอร์รี่ (เหมือนเรือข้ามฝากเกาะล้านนั้นแหละ) ไปลงเกาะ สวัสดีรูปปั้นคุณเบยองจุน กับชเวจีวู 
    เป็นอันเสร็จพิธี  (ไม่มาแล้วววววนามิ 555555) 
    เกาะนามิ

    DAY 4  ทุ่งดอกหญ้าชวนตะลึง 

    Haneul park

    เข้ามาถึงช่วงท้ายของทริป อาการคัดจมูกและไข้ตัวร้อน เริ่มดีขึ้นแล้ว เลยดูจะมีพลังงานในการออกเที่ยวกันหน่อย วันนี้จะไปชมทุ่งดอกหญ้าที่เค้าล่ำลือกัน แต่คุณพระ! ทางเดินขึ้น ดูนั้นคือบันไดไม้สูงชัน เกือบ 300 ขั้น (ที่รู้ไม่ได้นับนะ...เค้ามีตัวเลขกำกับไว้ให้ดูต่างหน้า) แต่ก็นั่นแหละ มาแล้วก็ต้องขึ้น และที่นี่ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ สวยมากกกกก แม้ว่าถ่ายรูปออกมาแล้ว เพื่อนจะแซวว่านี่คือทุ่งดอกหญ้าแถวลาดพร้าวหรอ แต่เราว่ามันสวยนะคุณ ลองดู 
    Haneul park

    DAY 5  เก็บตกจบแล้วจ้า รวมๆ ทุกอย่าง 

    จริงๆ เราไปที่ยิบย่อยอีกหลายที่มาก เกาหลีมีมุมน่ารักๆ เยอะแยะไปหมด ไปรอบเดียวมันก็เลย
    ไม่พอ ทริปแรกส่วนใหญ่เราเน้นสถานที่สำคัญที่ควรจะไป เรื่องของกินไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ หลักๆ ก็ไปตามหาของจุกจิกที่อยากได้ ที่คิดว่ามันถูกกว่าที่ไทยนั่นแหละ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบ ยิ่งช่วง SALE ต้องระวังล้มละลาย ของราคาหลักพันซื้อแล้วอย่าลืมเก็บใบเสร็จไปขอ Tax Refund คืนที่สนามบินด้วยนะ ได้ค่าข้าวขากลับมาก็ยังดี  เรื่องเสียงตังค์ของเรารวมๆ แล้วหนักไปทางของฝาก มากกว่าซื้อให้ตัวเอง ฮาาาา 
    ย่านอินซาดง
    เหล่าบรรดาน้องที่หิ้วกลับมา (บางส่วน)
    กาชาปองเกาหลีย่านฮงแด 

    เกรงว่าเกาหลีรอบนี้จะยาวไปซักหน่อยเลยขอสรุปประเด็นมาให้เลยจะดีกว่า  

    เกาหลีรอบนี้ ขอสรุป
    • ตม.ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เตรียมทุกอย่างให้พร้อม 
    • ค่าตั๋ว+ที่พักถูกมากรอบนี้ ถือว่าคุ้ม 
    • ร่างกายมีผลกับขวัญและกำลังใจตอนไปเที่ยว เพราะฉะนั้นดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง ถ้าป่วยระหว่างเที่ยว วิตามินซีช่วยคุณได้ อัดไปพร้อมยาลดไข้ (อันนี้สูตรเรานะ) 
    • ทุกที่ในทริปนี้ไม่ขอไปซ้ำแล้ว 5555 ครั้งเดียวคือไปให้รู้ (ยกเว้นแหล่งช้อปปิ้ง และหมู่บ้านบุกชอนฮันอก) แต่ถ้าคนที่ยังไม่เคยไปก็ลองดูนะมันดีอยู่ 
    • ไปเกาหลีสิ่งที่เพลินที่สุดคือช้อปปิ้ง และเกาหลีนางก็มีกาชาปองนะ ไม่เยอะเท่าญี่ปุ่นแต่ก็มีพอให้สบายใจ 
    • ได้กลิ่นแปลกๆ ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งเดียวที่จะได้ไปเกาหลี เพราะรอบตัวเราแวดล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่คลั่งไคล้เกาหลีเต็มไปหมด 
    • ยอมรับมุมถ่ายรูปที่เกาหลีนะ ถ่ายตรงไหนเกาหลีตรงนั้น ถ่ายยังไงก็ฟีลซีรี่ส์อ่ะ 5555 
    • ขอเรียกเกาหลีรอบนี้ว่าเป็น เปิดโลกใสๆ ที่เกาหลี 
    • รอตอนต่อไปสำหรับเกาหลีได้เลย รับรองมันส์ (ใช่ค่ะมันไม่จบแค่ครั้งนี้) 

    สรุปค่าเสียหาย 
    ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมที่พัก 5 คืน   (จองผ่าน expedia) คนละ 9,225 บาท 
    ค่าเดินทาง  ( T-money - แท็กซี่ - เรือ ) ประมาณ 1,500  บาท 
    ค่าเข้าชม ( วัง )     ประมาณคนละ 100 บาท
    ค่าโหลดกระเป๋า30 โล  คนละ 300 บาท 
    ค่าพ็อกเก็จไวไฟ           คนละ 360 บาท 
    จิปาถะอื่นใด  ที่จำไม่ได้ 
    รวมโดยประมาณ  ประมาณ 12,000 บาท 
    (เบ็ดเสร็จรวมค่าช้อปปิ้ง  15,000 -18,000 บาท / คน  )

    เป็นยังไงกันบ้าง พอไปกันไหวมั้ยราคาไม่แพง การเดินทางสะดวก มีคนทำข้อมูลไว้เยอะมากลองหาดูเอานะคุณ แต่ถ้าจะถามเราก็ตอบให้ได้ ไม่คิดเงิน เม้นต์ทิ้งไว้ได้เลย จะแวะมาตอบให้ 
    หวังว่าเรื่องเล่าของเรา มันจะพาให้ใครซักคนอยากออกเดินทางไปเที่ยวบ้าง
     เชื่อดิ มันสนุกกว่านั่งดู FACEBOOK คนอื่นเยอะ ว่างๆ ไปเที่ยวกับเรานะ 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in