ภาพยนตร์ในมุมมองของเราwithflyboy
สะท้อนรูปแบบการเรียนของเด็กจากภาพยนตร์ไทย ' Bad Genius / ฉลาดเกมส์โกง '
  • จริงๆแล้วต้องบอกเลยว่าได้ดูฉลาดเกมส์โกงมานานแล้ว
    แล้วก็คิดเรีื่องผลสะท้อนที่ได้รับกลับมาบ่อยมาก แต่ก็ไม่ได้มาเขียนสักที
    ในขณะที่เราดูหนังเรื่องนี้ มันทำให้เรากลับคิดแล้วเราก็มองเห็นมุมมองของเด็กที่กำลังเรียนหนังสือ
    ว่าพวกเค้าก็ทำแบบนั้นจริงๆ

    ' ฉลาดเกมส์โกง ' เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับการโกงข้อสอบ
    ผ่านตัวละครที่เป็นเด็กอัจฉริยะ อย่าง ลิน และแบงค์


    หนังเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า มันก็จะมีเด็กบางจำพวกที่ไม่พยายามเพื่อตัวเองเลยสักนิด
    ถ้าแบ่งเรื่องข้อสอบกับการเรียน มันจะมีเด็กอยู่ 2 จำพวกเกิดขึ้น
    พวกแรก คือ คนที่เค้าตั้งใจอ่านหนังสือ เวลาเรียนก็ตั้งใจเรียน
    จดที่อาจารย์สอน ทวนหนังสือ ทำแบบฝึกหัด เพิ่มสกิลให้ตัวเอง
    พวกที่ 2 คือ คนที่ไม่เคยพยายามอะไรให้ตัวเองเลย
    เวลาเรียนก็มาเรียนไปอย่างนั้น ไม่จดไม่ฟังด้วย

    และเมื่อถึงเวลาสอบ วิธีการจัดการของเด็ก2กลุ่มนี้ก็จะแตกต่างกัน
    เด็กจำพวกแรก เค้าจะตั้งใจอ่านและเข้าใจพอสมควรแล้ว
    เด็กจำพวกที่2 เพราะยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ก็เลยตัดสินใจที่จะโกงข้อสอบ
    ด้วยวิธีการต่างๆที่มากมาย เช่น จดโพยข้อสอบเข้า ถามเพื่อนในห้องสอบ

    สิ่งที่คนลอกข้อสอบ มักพูดอยู่เสมอว่า
    คนที่ทำข้อสอบได้และไม่ยอมให้ลอกข้อสอบ คือ คนเห็นแก่ตัว
    พร้อมให้เหตุผลที่ไม่มีสาระว่า ' เรื่องแค่นี้เอง มันแบ่งๆกันได้ '

    สำหรับเรา เรามองว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆที่คนเอาแต่ลอกข้อสอบไม่มีวันรู้เลย
    บางทีคนที่ทำข้อสอบได้ เค้าอาจจะไม่ได้เรียนเก่งแต่แค่ขยัน
    ในช่วงเวลาที่เด็กบางคนเล่นเกมส์ ดูละคร เด็กบางคนอาจจะท่องหนังสือ ทบทวนความรู้
    เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบอกว่าเค้านั้นเห็นแก่ตัวได้หรอก
    ถ้าหากเรายังคิดจะลอกข้อสอบ และเอาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

    สุดท้ายแล้วเด็กที่ลอกข้อสอบนั้นจะรู้หรือไม่ ว่าถ้าหากคุณโชคดีโกงข้อสอบแล้วอาจารย์จับไม่ได้
    คุณอาจจะรอดจากปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ดวงคุณพลาด คุณโชคไม่ดีอาจารย์จับได้
    อย่างในห้องสอบระดับมหาวิทยาลัย คุณจะโดนปรับให้F วิชานั้นเลยทันที
    ซึ่งการติดF มันมีผลต่อใบเกรด มันจะโผล่ขึ้นมาให้คุณเห็นไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม
    บางรายอาจจะขั้นหนักถึงขั้นพักการเรียน และแน่นอนว่ามันจะมีผลต่อการเรียนอย่างแน่นอน

    สำหรับเราที่เรียนจบแล้ว
    เรากลับมองว่ามันเป็นอีกสิ่งที่เด็กๆที่กำลังเรียนอยู่
    ต้องเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่ว่าเรื่องการโกงข้อสอบ และลอกกัน คือเรื่องปกติ
    เราอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว อันที่จริงเราโตแล้วนะ
    อายุเราโตมากขึ้น ทัศนคติเราก็ต้องโตมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน
    ดังนั้นอย่าคิดว่าการลอกข้อสอบแค่นี้มันไม่เป็นอะไร มันมีผลอะไรเลย




    นอกจากเรื่องการโกงข้อสอบแล้ว ในตัวหนังยังสะท้อนออกมาให้เราเห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง
    ในส่วนของการเรียนพิเศษเพิ่มเติมกับอาจารย์ที่สอน
    เชื่อหลายว่าเด็กหลายคนคงเคยเรียนพิเศษเพิ่มเติมกับผู้สอนวิชานั้นโดยตรง
    และบางรายแนวข้อสอบที่ออกก็มักจะตรงกับสิ่งที่เอามาสอนในห้องเรียนพิเศษอีกด้วย
    จากมุมมองของเรา การที่อาจารย์ผู้สอนจัดตั้งห้องเรียนเพิ่มเติม
    และยังนำข้อสอบที่สอนในห้องนั้นมาออก เท่ากับว่าสิ่งที่อาจารย์ทำคือ การหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง
    เพราะว่าถ้าหากมีการพูดกันในกลุ่มเด็กว่า ข้อสอบวิชานี้ตรงกับที่เรียนเพิ่มเลย
    เด็กก็จะแห่ไปเรียนมากขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราคิดว่ามันผิดมาก
    อาจารย์ที่ดีต้องไม่ทำแบบนี้กับลูกศิษย์
    สิ่งที่ควรทำคือ สอนให้เด็กเข้าใจ ไม่ใช่หาเงินกับสิ่งที่สอนในรูปแบบนี้

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in