ขอเขียนignorance is bliss
I'VE BEEN CALLING YOU ''FRIEND''.




  • ‘when i wake up im afraid’
    ‘somebody else might take my place.


           

            เสียงร้องและท่วงทำนองของเพลงคุ้นหูจากลำโพงขนาดพกพาบนโวฟาตัวโต ถูกเปิดไว้ตามความเคยชินจากเจ้าของห้อง น้ำเสียงเย้ยหยันผสมกับความกลัวที่จะสุญเสียบางสิ่ง บ่งบอกถึงอารมณ์ของนักร้องได้ดีเยี่ยม มีหูเสน่ห์มากจนเขาอยากถามคนที่ฟังแล้วห้ามใจไม่ให้สั่นได้ว่าทำยังไง


    เพราะสำหรับเขาต่อให้ฟังมานานและบ่อยแค่ไหนหัวใจก็ยังสั่นไหวอย่างรุนแรงเสมอ


    'แซค เอเบลส์’


           ผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่า เขาใส่เสื้อกล้ามสีขาว สวมกางเกงยีนส์สีดำสนิทไร้สีสันแต่กลับเร้าอารมณ์อย่างน่าประหลาด บนตักมีกีตาร์ตัวโปรดที่ชอบเอาขึ้นมาเล่นในเวลาว่าง กองกระดาษวางกระจัดกระจายตามที่ต่างๆ ทั่วห้อง มีตัวโน้ตมากมายอัดแน่นอยู่ในนั้น และถ้าไม่ใช่นักดนตรีคงอ่านสิ่งที่เขาเขียนไม่เข้าใจ



    กริ๊ง กริ๊ง


    นิ้วเรียวหยุดเพลงที่กำลังเล่นอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินเสียงโทรศัพท์ เขาใช้เวลาคิดว่าโยนมันไว้ตรงไหน แซคลุกขึ้นยืนบิดตัวเล็กน้อยไล่อาการเมื่อยขบหลังจากนั่งท่าเดิมอยู่นาน เขาวางกีตาร์ลงอย่างเบามือแล้วก้าวขาเร็วๆ เพื่อไปรับโทรศัพท์ก่อนที่สายจะถูกตัด


    “ฮัลโหล” เขากรอกเสียงเนือยๆ ใส่ปลายสาย
    “นายอยู่ไหน” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ต่างกับเขาสิ้นเชิง


    ดูเหมือนกำลังจะโกรธเอามากๆ


    “ฉันอยู่บ้าน มีอะไรหรือเปล่า” เขาถามกลับไป รอให้อีกคนตอบมาขณะที่ทือเริ่ทหยิบกระเป๋าสตางค์ เสื้อคลุม และรองเท้าที่เพิ่งถอดไปไม่ถึงสองชั่วโมงมาสวมอีกครั้ง
    “มาหาหน่อย” เสียงจากทางนั้นบอก ไม่ใช่การขอร้องแต่เป็นคำสั่งต่างหากล่ะ


    “อืม เดี๋ยวไป”
    .

    .

    .



             ด้านนอกฝนตกหนักเกินกว่าเขาจะเดินกลับบ้านได้ เกือบสามชั่วโมงที่เขานั่งอยู่บนพื้นเย็นชืดข้างทีวี กล่องเทป นิตยสาร กระดาษโน๊ต รวมถึงสายไฟระโยงระยางจากเครื่องดนตรีหลายชนิด เขาพูดคุยและมองดูท่าทีของ ‘เพื่อนรัก’ หัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนเช่นเคย 


    การตอบรับอย่างว่าง่ายของแซคเรื่องจะมาหาเพื่อนเขาที่บ้าน ช่วยทำให้อารมณ์ขุ่นมัวจางหายไปเล็กน้อยเพราะอีกฝ่ายดูพอใจที่เห็นว่าเขายืนกดกริ่งหน้าประตู 

    ฉันกำลังโมโหสุดๆ’ 

    ประโยคแรกที่ได้ยินหลังจากประตูเปิดออกแทนคำทักทายอย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุที่ทำให้ ‘เจสซี่ รูเธอร์ฟอร์ด’ หัวเสียก็ถูกเล่าออกมาให้เขาฟังจนหมด


    หนีไม่พ้นเรื่องของสาวๆ ที่หมอนี่ไปพัวพันด้วยหรอก... เขาคิดในใจ


    “จะไปร้านซีดีด้วยกันคืนนี้หรือเปล่า”

    คนตัวสูงถามพร้อมกับเอนตัวลงนอนบนพื้นข้างกันกับแซค ขายาวพาดทับข้อเท้าของเขา ตาสีวิสกี้มีเสน่ห์คู่นั้นมองมาเพื่อรอคำตอบ


    “นายก็รู้คำตอบอยู่แล้ว” 

    เขาหลุบตาลงมองตักของตัวเอง หัวใจที่กำลังเต้นแรงจนน่าโมโหเพราะถูกมองด้วยดวงตาคู่ที่เขารู้สึกพ่ายแพ้เสมออยู่ตอนนี้ 



    “ผมเริ่มยาวแล้วนะ” เจสซี่เปลี่ยนเรื่อง 

    แซคสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วยาวสัมผัสเส้นผมของเขาแผ่วเบา ม้วนเล่นจนเป็นลอนเล็กๆ ไปมา
    “วันเสาร์นี้ฉันว่าจะไปตัด” เขาปล่อยให้อีกคนเล่นสนุกตามใจชอบ หรือเพราะจริงๆ ตัวเขาเองที่ชอบก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน


    เกิดความเงียบระหว่างทั้งสองคน แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด อาจจะเพราะความสนิทใจ เขากับเจสซี่ไม่เคยอยู่ห่างกันเลย อย่างที่คนอื่นมักจะบอกเสมอว่า ใครจะรู้ใจเจสซี่เท่าแซคไม่มีอีกแล้ว



    ฉันชอบ
    “อย่าตัดเลยนะ” คำพูดเรียบๆ จากปากสีเชอร์รี่ยังคงก้องอยู่ในหูของเขา 
    หลังจากพูดจบเจสซี่ก็ลุกไปเปิดประตูให้เพื่อนอีกสามคนที่ตัวเปียกโชกเพราะกดกริ่งรออยู่นานเข้ามาข้างใน


    “เปิดประตูช้ากว่านี้พวกเราแข็งตายแน่”  ใบหน้าหล่อเหลาของคนพูดบึ้งตึง ผมยาวดัดลอนที่ตั้งใจเซ็ตมาเปียกชุ่มไม่เป็นทรง

    “แกอย่าบ่นน่าแฮร์รี่” เจ้าของบ้านพูดพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่สนใจ

    “มานานแล้วหรอแซค” คำถามจากคนที่สองมือกำลังขยี้น้ำออกจากผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเอง 
    “สวัสดีแมต มาได้สักพักน่ะ” เขาตอบกลับและส่งยิ้มให้


    “มีอะไรให้กินมั้ย” แขนแข็งแรงโอบบนไหล่แคบหลวมๆ

    “นี่ไม่ใช่บ้านฉันนะอเล็กซ์” แซคหันไปพูดกับชายหนุ่มผมสีดำสนิท ใบหน้าอ่อนโยนขัดกับนิสัยแบดบอยของเจ้าตัว

    “งั้นไอ้เจ้าของบ้านหายไปไหน” เขาถามถึงนักร้องนำของวงที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่นมาสักพักแล้ว พร้อมกับผละออกจากเพื่อนตัวเล็กตรงไปยังตู้เย็น


    “จะทำอะไรก็รีบๆ จะได้ซ้อมสักที” เจสซี่เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับของกินเล่น ทุกคนพยักหน้ารับคำ จัเการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ขอยืม (ขโมย) มาจากตู้ของเจสซี่เรียบร้อยแล้วเริ่มเช็คเครื่องดนตรีของตัวเอง



             การรวมตัวอีกครั้งหลังจากห่างกันไม่ถึงครึ่งวัน พวกเขาวง PLOCE เป็นเพื่อนกันมานาน เริ่มทำวงตั้งแต่อายุสิบแปดตอนอยู่ไฮสกูล ในปี 2011 ปล่อยอัลบั้มแรกและเป็นที่นิมยมไม่น้อย สองเดือนข้างหน้ากำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่ทำให้มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาไม่หยุด 


    หน้าที่สมาชิกของวง แฮร์รี่ สไตลส์กับแซค เอเบลส์เล่นกีตาร์ อเล็กซ์ เทอร์เนอร์-เบส  แมตตี้ ฮีลลีย์-กลอง ส่วนเจสซี่ รูเธอร์ฟอร์ดแต่งเพลงและร้องนำ เจ้าของเสียงในเพลงที่เขาเปิดก่อนออกมา 



    เพลงของวงที่เขาชอบมากอีกเพลงหนึ่ง เล่าถึงความรู้สึกของผู้ชายที่กำลังไล่เตะแฮร์รี่ในตอนนี้ ตัวสูงกว่า อายุเท่ากันกับเขา ทว่าเจนจัดและมากประสบการณ์ รอยสักบนตัวมีอยู่เกือบทุกส่วนของร่างกาย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเหมาะกับเจสซี่มาก หน้าตาหล่อเหลาที่ใครต่อใครอยากเข้าหา และเสียงที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนฟัง



    ใช่ แซคเองก็หลงใหลในตัวเจสซี่มากไม่แพ้ใคร
    .
    .



    แกร๊ก
    ไม้กลองถูกปล่อยร่วงลงพื้นเพราะแมตตี้ที่ฟุบหลับไปหลังจากซ้อมเพลงใหม่เกือบสี่ชั่วโมง 
    “พวกนายจะนอนที่นี่หรือเปล่า” ร่างสูงของเจสซี่นอนเหยียดยาวบนโซฟาเบียดตัวเข้าหาแซคที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว 
    “ก็ดี ขออาบน้ำหน่อยนะ” แฮร์รี่บอก มือใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดเหงื่อตามตัวแล้วเดินแยกไปทางห้องน้ำ
    “เดี๋ยวฉันปลุกแมตไปซื้ออะไรมากินแล้วกัน” อเล็กซ์บอกพวกเขาก่อนจะลากคอแมตตี้ที่หัวฟูฟ่องออกไป
           


                แซคยังคงนั่งนิ่งๆ ให้เพื่อนตัวโตนอนเบียดเขาอยู่อย่างนั้น ไม่มีเสียงอื่นนอกจากเพลงในไอพอดของเจสซี่ที่กำลังเล่นอยู่ อีกคนน่าจะหลับไปแล้ว ตากลมมองนาฬิกาสีดำบนโต๊ะ ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืน เขาชั่งใจที่จะปลุกหรือปล่อยให้อีกคนนอนต่อ เพราะอีกสักพักเขาต้องออกไปร้านซีดีที่นัดกับเจสซี่ตอนหัวค่ำด้วย


    “คิดอะไรอยู่” เสียงของคนที่หลับตาพริ้มในตอนแรก แต่ตอนนี้กลับมองมาที่เขาทำให้ต้องหยุดสิ่งที่กำลังคิด

    “นายไม่ได้หลับหรอ” แซคถามกลับ
    “เปล่า แค่พักสายตา แล้วสรุปคิดอะไรอยู่” เพื่อนตัวโตถามซ้ำอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นนั่งตรงๆ และใช้นิ้วนวดเปลือกตาของตัวเองไปด้วย


    “ไม่มีอะไร” แซคบอกปัด
    “หรอ แบบนี้ผิดหวังแฮะ” 
    เขามองเจสซี่ด้วยสีหน้างุนงง อีกฝ่ายสบตากับเขาไม่นานนักก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตู



    .
    .



    นึกว่านายจะคิดเรื่องของฉันอยู่ซะอีก





    TBC.




    ————————————
    ความขี้ชิปของเราเอง รวมๆ ศิลปิน-นักดนตรีหลายคนไว้ด้วยกันเลยค่ะ 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in