Me trying to write stuff : 1medusawrites
2
  • ฝนหยุด.

    เซียวจ้านเปิดประตูลงจากรถตู้ด้วยตัวเอง เขาเงยหน้าสูดกลิ่นดินชื้นๆหลังฝนตก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบฝน แต่บรรยากาศตอนฝนเพิ่งหยุดนี่มันสดชื่นซะจริง 

    "นายนี่มากับดวงอาทิตย์จริงๆ เซียวจ้าน"

    เสียงของคนที่ไม่เคยพอใจกับอะไรสักอย่างบนโลกอย่างวังจั๋วเฉิงดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของเสียงที่กำลังหุบร่ม เซียวจ้านผู้รู้จักวังจั๋วเฉิงดีกว่าใครๆ รู้ดีว่าเขาไม่ได้จะแดกดัน เขาก็แค่คิดตามที่พูดเพียงเท่านั้น 

    "อาเฉิง โทษทีนะ ลำบากนายต้องลงมาตาม..."

    "ไม่ต้องมาพูดเลย รีบเข้าไปได้แล้ว ทุกคนรอนายอยู่ ให้ฉันไปรับแต่แรกก็หมดเรื่อง จะมาเองทำไมก็ไม่รู้..."

    "ผมผิดไปแล้วครับ คุณวัง"   

    เซียวจ้านรีบเดินตามวังจั๋วเฉิงที่กำลังบ่นเขาไปเรื่อยเข้าไปในตึก รู้ทั้งรู้ว่าต่อให้วังจั๋วเฉิงบ่นเขามากแค่ไหน เจ้าตัวก็ยังยอมตามใจคนเป็นพี่อย่างเขาอยู่ดี 



    .
  • ฝนหยุด.

    หวังอี้ปั๋วหันไปมองที่หน้าต่างด้วยความหงุดหงิด ฝนหยุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มงานสักที เนื่องจากนักแสดงนำอีกคนที่ควรจะต้องมาอยู่ในห้องนี้ ยังมาไม่ถึง แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่ได้แสดงออกอะไร แต่เขาไม่ชอบรอแม้แต่วินาทีเดียว เขามาถึงที่สำหรับ First reading ตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้าเวลานัดหมาย ทักทายผู้กำกับ ทีมเขียนบท นักแสดงร่วมท่านอื่นๆ รวมถึงทีมงานอย่างพอเป็นพิธี ก่อนจะลงมานั่งทำสมาธินิ่งๆ ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนเขาหรือทักทายเขาแม้แต่น้อยหลังจากที่เขานั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองแล้ว

    "สวัสดีครับทุกคน เซียวจ้านครับ"

    เสียงแนะนำตัว ทำให้หวังอี้ปั๋วรู้ว่าบุคคลที่ทุกคนกำลังรอมาถึงแล้ว เขาลืมตาขึ้น หันไปมองคนที่เพิ่งมาถึง เซียวจ้านมาพร้อมกับสีหน้าสดใส ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังสาดส่องเข้ามาในห้องทันทีที่ฝนหยุดตก เขาโค้งทักทายทุกคน ก่อนจะเดินเข้าไปทางผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงานตามลำดับอาวุโส เพื่อทักทายตามมารยาท 

    "ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่เซียวจ้านเพิ่งมา"

    วังจั๋วเฉิง ผู้จัดการของเซียวจ้านเอ่ยปากขอโทษทุกคนอีกครั้ง ในขณะที่คนมาสายหัวเราะร่ากับผู้กำกับ ที่เอ่ยปากบอกตอบเซียวจ้านว่าไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องกังวล ให้ตาย มีแต่เขาเท่านั้นหรือไง ที่ไม่พอใจ



    .
  • แดดออก.

    "สวัสดี หวังอี้ปั๋วสินะ เซียวจ้าน ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ"

    สาเหตุความไม่พอใจประจำวันของหวังอี้ปั๋วเอ่ยทักทาย เมื่อเซียวจ้านเดินมาถึงที่นั่งของหวังอี้ปั๋ว เขายื่นมือออกมาเชคแฮนด์ ตามการแนะนำตัวแบบสากล หวังอี้ปั๋วโค้งรับ ไม่ยื่นมือออกไปแต่อย่างใด

    "สวัสดีครับ"

    "นี่..."

    หลิวไห่ควนเห็นว่าเซียวจ้านชะงักเล็กน้อย ส่วนวังจั๋วเฉิงกำลังจะเอ่ยปากต่อว่าหวังอี้ปั๋วที่เด็กกว่า หลิวไห่ควนจึงรีบแทรกขึ้นมาก่อน 

    "นี่ก็สายมากแล้ว เราประจำที่กันดีไหมครับ ? จะได้เริ่ม first reading กันสักที ว่าไงครับ ?"

    เขาส่งยิ้มไปให้ทุกคน ผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงาน เริ่มเข้าไปนั่งประจำที่ ก่อนจะพยักหน้าขออภัยมาให้เซียวจ้านที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกในวันนี้ ที่ต้องมารับมือกับความเอาแต่ใจของนักแสดงร่วมอย่างหวังอี้ปั๋วซะแล้ว เขากำลังจะหันไปขอโทษวังจั๋วเฉิงด้วยอีกคน แต่รายนั้นฟึดฟัดออกไปตั้งแต่เซียวจ้านลากเขาไปที่ที่นั่งของเซียวจ้านแล้ว อี้ปั๋วนะ อี้ปั๋ว นายจะหาเรื่องนักแสดงร่วมของนายตั้งแต่วันแรกแบบนี้ไม่ได้นะ หลิวไห่ควนส่งสายตาไปที่หวังอี้ปั๋วอย่างคาดโทษ ท่าทางจะตามใจกันจนจะเสียคนหมดแล้ว 



    เสียงปรบมือดังขึ้นจากทุกคนในห้อง นักแสดงทั้งหมดลุกขึ้นยืนโค้งขอบคุณทุกคน การอ่านบทครั้งแรกผ่านไป ตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ก่อนจะต้องกลับมาพูดคุยต่อกับผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงานที่เกี่ยวข้อง เซียวจ้านลุกออกไปเบรคเป็นคนแรก โดยไม่ได้หันมาโค้งทักทายทุกคนเหมือนตอนเข้ามา ถ้าสังเกตดีๆ เจ้าตัวแทบจะวิ่งออกจากห้องไปเลยด้วยซ้ำ วังจั๋วเฉิงลุกขึ้นตามเซียวจ้านที่ออกจากห้องไปก่อนแล้ว แต่ก่อนจะออกจากห้อง ก็หันมาโค้งให้ผู้กำกับและผู้โอวุโสต่างๆก่อนจะตามเซียวจ้านออกไป หวังอี้ปั๋วมองตาม คนมารยาทดีตอนเข้ามาคนนั้นหายไปไหนกัน ? 

    "ดื่มอะไรก่อนไหม ? อยากออกไปเบรคหรือเปล่า ?"

    หลิวไห่ควนเข้ามาหาหวังอี้ปั๋ว เขาส่ายหัวเป็นคำตอบ พลางหลับตาเป็นการตัดบทสนทนา หลิวไห่ควนตบบ่าให้กำลังใจน้องชายคนเก่งของเขา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับอยากจะคุยด้วย เขาก็ปล่อยให้หวังอี้ปั๋วอยู่คนเดียว

    ควนเกอเป็นอย่างนี้เสมอ ให้ space กับเขา ไม่เคยก้าวล้ำเส้นเข้ามา เขาไม่เคยต้องพยายามอะไรเลยตอนอยู่กับพี่ชายที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวและ acting coach คนนี้ หากแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากคุยกับหลิวไห่ควน แต่เขายังสลัดความคิดเกี่ยวกับคนที่รีบออกจากห้องไปเมื่อครู่ไม่ได้ หวังอี้ปั๋วไม่ใช่คนมีความอดทน แต่เขากำลังลังเล ไม่รู้จะต้องจัดการความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้นี้อย่างไร

    ครืด ครืด

    โทรศัพท์บนโต๊ะที่ไม่ใช่ของเขาสั่น 'อาเฉิง' เมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร เขาคว้าโทรศัพท์ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกจากห้อง หลิวไห่ควนกำลังจะเรียก แต่เขาก็ออกจากห้องไปก่อนโดยไม่สนใจเสียงเรียกของหลิวไห่ควน 

    "อี้ปั๋ว อี้...ไปไหนของเขากัน ? ไหนบอกจะไม่เบรคไงเล่า ?"



    .
  • แดดออก.

    เซียวจ้านต้องออกจากห้อง ความรู้สึกของตัวละครที่เขาเพิ่งอ่านจบท่วมท้นขึ้นมาจนเขาหายใจไม่ออก ความรู้สึกของตัวละครกำลังปนกับความรู้สึกของตัวเขาเอง โกรธ. เกรี้ยวกราด. ทำไมต้องผลักตัวละครไปถึงตรงนั้น รู้สึกผิด. ละอาย. เจ็บปวด. เป็นเขาเองที่เศร้าและเห็นใจตัวละครตัวนี้ ความรู้สึกทั้งหมดนี้กำลังแผดเผาเขา 

    "เซียวจ้าน ! เซียวจ้าน ! รอกันก่อนสิ !"

    วังจั๋วเฉิงตามเขาออกมา เซียวจ้านไม่หยุดรอเสียงเรียก ตรงดิ่งเข้าไปที่บันไดหนีไฟ 

    "ให้ตายสิ หายไปแล้วเนี่ย ? เซียวจ้าน !" 

    วังจั๋วเฉิงหัวเสีย เขารู้อยู่แล้วว่ามีอะไรผิดปกติ เขารู้ว่าเซียวจ้าน sensitive และมักจะ tune in รู้สึกไปกับสิ่งรอบตัวได้มากกว่าคนอื่นๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวจ้านแทบจะวิ่งออกจากห้องที่เต็มไปด้วยผู้อาวุโส เขางุ่นง่าน ไม่รู้จะตามคนอายุมากกว่าแต่ทำตัวให้ต้องดูแลกันตลอดแบบนี้ที่ไหน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกซ้ำๆ เอาวะ ลองวิ่งไปตามห้องต่างๆ เซียวจ้านคงไม่ไปไหนไกล เพราะเขาจะต้องกลับมาฟังคอมเมนต์กับผู้กำกับและคนอื่นๆต่อ



    เซียวจ้านเดินเข้ามานั่งอยู่ที่บันไดหนีไฟขั้นข้างล่าง ที่ต่อให้ใครเปิดประตูเข้ามาก็คงไม่เห็นเขา เขาไม่กลัวความมืด แต่กลับกลัวความรู้สึกที่ตัวเองจัดการไม่ได้เหล่านี้มากกว่า เขาพยายามตั้งสติ หายใจลึกๆ ช้าๆ น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลกลับรื้นขึ้นเต็มดวงตาทั้งสองข้าง เพียงแค่กระพริบตา น้ำตาก็ร่วงสู่ปลายคาง เขาพยายามเช็ดน้ำตาลวกๆ ด้วยแขนเสื้อ ให้ตาย รู้สึกมากขนาดนี้ครั้งสุดท้ายก็เมื่อตอนต้องเล่นบทพ่อที่เข้าใจว่าลูกตาย แต่สุดท้ายก็ได้มาเจอกันอีกครั้งตอนหลัง แต่ก็ไม่ใช่ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่านบทพร้อมกับนักแสดงคนอื่นๆแบบนี้ แล้วนี่อะไร แค่อ่านบทรอบแรกเขาก็รู้สึกจริงมากขนาดนี้แล้ว 

    "เฮ้..."



    ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถึงคิดว่าเซียวจ้านจะอยู่ที่บันไดหนีไฟ เขาแค่คิดเพียงว่าถ้าเขาวิ่งออกจากห้องไปแบบนั้น ก็คงจะเป็นเพราะรู้สึกอึดอัดและอยากอยู่คนเดียว หวังอี้ปั๋วตัดสินใจเปิดประตูหนีไฟออกไปดู เสียงที่เขาได้ยินทำให้เขาชะงัก ร้องไห้ ? หวังอี้ปั๋วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ขึ้น ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขากำลังกลั้นหายใจ ไหล่ของเซียวจ้านที่นั่งหันหลังให้เขากำลังสั่น ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไร แต่หวังอี้ปั๋วอยากจะเข้าไปหาคนตรงหน้า ไม่อยากให้เขาร้องไห้คนเดียวอย่างที่กำลังทำอยู่ แต่ก่อนจะได้นึกตรึกตรองอะไร ก็เป็นตัวเขาเองนั่นแหละที่ส่งเสียงเรียกออกไปแล้ว

     

    เซียวจ้านหันไปตามเสียงเรียก หวังอี๋ปั๋ว คนที่ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาเชคแฮนด์กับเขาตอนที่เจอกันครั้งแรกก่อนอ่านบท แถมท่าทางดูจะโกรธๆเขาตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ หวังอี้ปั๋วยืนนิ่งอย่างกับรูปปั้นอยู่ข้างหน้าเขา เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หวังอี้ปั๋วยื่นโทรศัพท์มาให้เซียวจ้านด้วยท่าทางที่เซียวจ้านก็ react ไม่ถูกว่าเขาต้องรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้า

    "โทรศัพท์คุณสั่น"

    แต่ที่แน่ๆเซียวจ้านรู้ว่าคนตรงหน้าไม่มีท่าทีตกใจ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกอะไรทั้งนั้น (?) เซียวจ้านยื่นมือออกไปรับโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นวังจั๋วเฉิง ป่านนี้อาเฉิงคงเตรียมปรี๊ดใส่เขาเป็นชุดแล้วแน่นอน

    "เหวย..."

    (เซียวจ้าน ! กว่าจะรับโทรศัพท์ อยู่ที่ไหน ?! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ! วิ่งหนีหายออกไปแบบน้้นได้ยังไงน่ะฮะ ? รู้ไหม...)

    "อาเฉิง..."

    แค่ได้ยินเสียงของเขา วังจั๋วเฉิงก็นิ่งไป เซียวจ้านพยายามกลั้นเสียงสะอื้น เผลอเช็ดน้ำตาแรงขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว เพียงเพราะว่าไม่อยากให้วังจั๋วเฉิงเป็นห่วง

    (อยู่ไหน ? เซียวจ้าน...)

    วังจั๋วเฉิงถามเสียงเรียบ เซียวจ้านอึกอักไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร ไม่อยากออกไปเจอใครและไม่อยากให้ใครมาเจอในสภาพที่ยังจัดการตัวเองไม่ได้แบบนี้ เขามันแย่จริงๆ ทำให้อาเฉิงต้องเป็นห่วงจนหยุดบ่นเขาแล้ว แต่แล้วอยู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ถูกแย่งไปด้วยมือของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า หวังอี้ปั๋วแย่งโทรศัพท์ไปจากมือของเขา ก่อนจะกรอกเสียงตอบวังจั๋วเฉิง

    "เหวย ผมหวังอี้ปั๋ว..."

    (ฮะ ? หวังอี้ปั๋ว ? หวังอี้ปั๋วนี่นายอยู่กับเซียวจ้านหรอ ? เขาเป็นอะไร ? แล้วนาย...)

    "ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น แค่นี้ก่อนนะครับ"

    หวังอี้ปั๋วกดตัดสาย โดยไม่รอแม้แต่การตอบรับของปลายสาย เขายื่นโทรศัพท์คืนให้เซียวจ้าน คนยื่นมือมารับโทรศัพท์คืนยังอึ้ง น่าแปลกที่อยู่ๆความรู้สึกที่ท่วมท้นเหล่านั้นถึงแม้จะยังรู้สึกอึดอัดอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เซียวจ้านหายใจไม่ออกเหมือนเมื่อครู่ เมื่อเห็นแววตาที่ไม่รู้จะต้องจัดการอย่างไรจากคนตรงหน้า ใจดีจังนะ หวังอี้ปั๋ว

    หวังอี้ปั๋วอยากปลอบคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร ใจอยากจะพูดออกไปว่า 'ทำได้ดีมาก' แต่ เขาเป็นใครจะไปให้กำลังใจอีกฝ่ายแบบนั้น ไม่ได้รู้จักอะไรกันด้วยซ้ำ อีกทั้งอีกคนยังอายุมากกว่า และเป็นรุ่นพี่ในฐานะนักแสดง หากแต่เมื่อเห็นการแสดงออกทางความรู้สึกที่จริงใจที่เซียวจ้านมีให้ตัวละคร มันกลับทำให้หวังอี้ปั๋วรู้สึกกล้าที่จะเข้าหาคนที่อายุมากกว่าตรงหน้า แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม 

    "จ้านเกอเกอไม่เป็นไรแล้ว ปั๋วตีตี้ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นแล้วนะ หืม ?"

    จ้านเกอเกอ ? ปั๋วตีตี้ ? หวังอี้ปั๋วเผลอขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าเรียกแทนตัวด้วยคำเหล่านั้น เซียวจ้านฉีกยิ้มกว้างให้กับเด็กน่าแกล้งที่แสดงท่าทางไม่พอใจออกมาทันทีที่เขาเรียกด้วยคำที่แสดงถึงความสนิทสนม เช็ดคราบน้ำตา สูดหายใจเข้าลึกๆ ตบอกตัวเองเบาๆ ทีสองที เอาล่ะ tune out กลับไปหา safe zone ด้านความรู้สึกของตัวเอง ไม่ก็ต้องหลีกหนีไปก่อน ถ้าตอนนี้ยังจัดการไม่ได้ เซียวจ้านตบบ่าหวังอี้ปั๋วที่อุตส่าห์เป็นเดือดเป็นร้อน 

    "จบ first reading แล้ว ไปกินหม้อไฟกันไหมปั๋วตี้ ?"

    หวังอี้ปั๋วตามอารมณ์ของเซียวจ้านไม่ทัน แต่อย่างน้อยๆแสงแดดก็เริ่มสาดเข้ามาในทางเดินหนีไฟมืดนี้แล้ว



    .  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
nxt19_ (@nxt19_)
มาเลยคุนพี่ ดิชั้นเม้นตอนนี้ตอนเดียวเลยแล้วกันนะ ยังสงสัยในคสพ. ของจ้านเกอป๋อตี้พิกลล่ะค่ะ
อย่าใจร้ายหน้านิ่งกับเกอนักเลย เกอก็ตัวแค่นี้ /ร้อยแปดสิบสาม55555555555555
มา ผมจะรออ่านงานคุณเอง