Korean Drama ReviewNKXJS0202
เมื่อฉันหลงรัก Goblin
  • ขอเข้ามาแชร์ด้วยคนนะคะ อันนี้น่าจะยาวแบบความเรียงเลยล่ะ เพราะมีอะไรให้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก ^_~

    เริ่มแรกที่มีข่าวว่าจะสร้างละครเรื่องนี้ เราก็ติดตามข่าวเป็นระยะๆ เห็นว่ากงยูรับเล่นเราก็ว่าน่าสนใจแล้ว พอดีชอบกงยูมาตั้งแต่เล่นละครเรื่อง Biscuit Teacher and Star Candy ที่เล่นกะเจ๊กง ตั้งแต่โอปป้าอายุ 25 เรื่องนี้บ้ากงยูไปเลย แต่แปลกแฮะเรื่องที่คนฮิตๆกันอย่าง Coffee Prince เรากลับเฉยๆซะงั้น แต่จุดที่ทำให้มาติดตามอย่างจริงจังก่อนฉายก็คือ คิมโกอึนค่ะ คือชอบการแสดงของน้องมาจากเรื่อง Cheese in The Trap เลยออกแนวเอาใจช่วยให้เปรี้ยงๆ แล้วก็แอบคิดว่ากงยูกับโกอึน(ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะโคจรมาเล่นด้วยกันได้) จะแสดงออกมาแบบไหน

    ความประทับใจแรกก็คงเป็นตั้งแต่ทีเซอร์แล้วค่ะ ดูแล้วมันชวนให้น่าติดตามว่าเรื่องจะเป็นยังไง แล้วพอออนแอร์ก็จะใช้คำว่าอะไรดี ขอใช้คำว่ามัน touch my heart คือถูกจริตกับเราเลยค่ะ ตั้งแต่เส้นเรื่อง การแสดงของนักแสดง งานเทคนิค เพลงประกอบต่างๆ ฯลฯ ต่อไปเราจะขอพูดถึงทีละตัวละครเลยนะคะ

    กงยู --- เราว่าบทโทกเกบีนี่เกิดมาเพื่อกงยูจริงๆเลยนะคะ พูดได้เต็มปากว่าเป็นละครชิ้นมาสเตอร์          พีซของเค้าเลย เหมือนเกิดมาเพื่อบทนี้ เราว่าเล่นเรื่องนี้จบคงหมดพลังไปเยอะ เพราะเท่าที่ดู กงยู 'งัดของ' ออกมาใช้ทุกมิติเลย ตั้งแต่ดราม่า (ซึ่งมีหลายระดับมาก) โรแมนติก คอเมดี้ ตัวละครโทกเกบีที่กงยูเคยบอกคิมอึนซุกคนเขียนบทว่าถ้ารับได้กับโทกเกบีที่ขี้อายและขี้กลัวเค้าก็รับเล่น การรับเล่นละครหลังจากที่ห่างไปหลายหลายปี เราว่ามันคงมีอะไรมากกว่าการถ่ายทำแบบหามรุ่งหามค่ำ (ตอนเรื่อง Big  ขนาดเราชอบกงยู แต่เราว่าบทไม่ส่งเลย กลายเป็นคนดูหลงรักตัวละครเด็กที่เล่นโดยวอนโฮมากกว่าตัวพระเอกซะงั้น อันนี้เราวัดจากกระแสที่อ่านตอนนั้นกับความรู้สึกส่วนตัวนะคะ)

    ตัวละครโทเกบี ชายหนุ่มอายุ 939 ปี มีลักษณะเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์และการแสดงออก เป็นบทที่มีพัฒนาการมากเลยค่ะ มีจุดเปลี่ยน และกงยูก็สามารถดึงความเป็นตัวตนของโทกเกบีออกมาได้อย่างดี (อยากเขียนมากกว่านี้แต่เอาไว้แค่นี้ก่อนล่ะ)

    ดงอุค --- จากใจจริงเลยนะคะ ตั้งแต่ My Girl กับ Scent of a Woman พักหลังเราเมินดงอุคไปมากเพราะละครของเขายังไม่เข้าตาเราซักเรื่อง ตอนที่มีข่าวว่าได้เล่นเรื่องนี้  เราก็คิดนะว่าจะมารูปแบบไหน บทจะยังไง จะเป็นรองกงยูมากมั้ย ทำไมถึงรับ จนมาดูก็ถึงบางอ้อเลยค่ะ และยิ่งที่มีข่าวออกมาว่าเป็นตัวดงอุคเองที่พยายามจะเสนอตัวเล่นบทนี้ หังจากคิมอึนซุกปฏิเสธเขา (เห็นว่าจริงๆอึนซุกอยากได้คิมอูบินมาเล่น แต่อูบินปฏิเสธ) บทยมทูตนี่เราให้เป็นอีกบทหนึ่งที่ดีที่สุดของดงอุคเลยนะคะ เพราะเป็นบทที่ต้องเก็บกดอะไรเอาไว้เยอะมาก ผ่านท่าทางซึนๆอึนๆ แต่ข้างในมันเจ็บปวดแหลกสลาย มีมิติอะไรให้เล่นเยอะมาก ตัวดงอุคเองก็พัฒนาฝีมือขึ้นมาก

    คิมโกอึน --- อย่างที่บอกไว้ตอนแรกค่ะว่าตั้งแต่ดูเรื่อง Cheese in the trap ก็อึ้งตั้งแต่อีพีแรกแล้ว คนอะไรแสดงเก่งจัง เล่นธรรมชาติมากเหมือนไม่ได้แสดงเลย แถมตอนรับเล่นเรื่องนี้ก็มีชาวเน็ตบางส่วนโจมตี เอาจริงๆนะเราว่าชาวเน็ตเกาหลีบางคนไม่ได้โจมตีเรื่องฝีมือหรอกแต่เหมือนอยากได้นักแสดงที่สวยแบบปังๆมาเล่นมากกว่า ซึ่งจริงๆก็ต้องยอมรับว่าโกอึนนี่ดูภาพนิ่งอย่างเดียวไม่ได้เพราะน้องไม่ได้สวยเด็ดชนิดที่ตีหัวคนดูเข้าบ้านได้เลย หน้าตาหมวยๆ ออกแนวธรรมดา บางมุมก็ไม่สวยด้วยซ้ำไป แต่นางน่ารักนะ ยิ่งเวลายิ้มนี่ละลายเลยล่ะ ที่สำคัญหุ่นกับผิวดีมากกกก

    มาเข้าเรื่องการแสดงดีกว่า ช่วง 2 ตอนแรกเราตกใจเหมือนกันกับการตีความการแสดงของน้อง คือเราไม่เคยเห็นโกอึนพูดเร็วและรัวขนาดนี้มาก่อน แต่พอดูไปเรื่อยๆเราก็เริ่มเข้าใจตัวละครจีอึนทัก คือ ตัวละครมันมีสองช่วง คือ 19 กับ 29 นักแสดงที่จะมาเล่นบทนี้ได้ต้องสามารถแสดงได้ทั้งสองช่วงวัย ซึ่งโกอึนทำได้ดีซะด้วย วัย 19 นี่ถ้าไม่กล้าพูด แก่นกล้า ออกจะก๋ากั่นเล็กๆ คงไม่สามารถทะลายกำแพงโทกเกบีลงได้ โกอึนมีเสน่ห์ทางการแสดงแบบแปลกๆลึกๆ คือจะว่าไงดี มี 'คาริสม่าของเด็กสาว' ที่จะทำให้ผู้ชายตกหลุมได้ เราว่าบทนี้มันเลยเหมาะมาก ยิ่งเล่นกับกงยูจะเห็นได้ว่าต้องอาศัยการรับส่งที่ดีของนักแสดงด้วยกัน  ส่วนเคมีที่ว่าเข้ากันมากน้อยแค่ไหน คนอื่นเราไม่แน่ใจว่าจะคิดยังไง แต่เราชอบตอนที่อึนทักเป่าเทียนครั้งแรกแล้วลุงโผล่มา ตอนที่กงยูบอกเป็นเธอใช่ไหมที่เรียกฉัน ดูแล้วแบบมันเป็นเคมีที่ไม่ได้สปาร์คโพละเลยแต่ออกมาออกแนวคันๆที่หัวใจก่อนจะแปรเป็นระเบิดปรมาณูทีหลัง 55

    บทดวงวิญญาณที่สาปสูญนั้นมันต้องมาพร้อมกับดราม่ากระจาย โกอึนก็ทำได้ดีทีเดียวแหละ แล้วยิ่งช่วงวัย 29 นี่ยิ่งเล่นยากเพราะจะเล่นยังไงให้เหลือเค้าอึนทักวัย 19 แต่ก็มีความเติบโตแบบพีดีจีอึนทักในวัย 29 ที่พร้อมจะเป็นภรรยาเต็มตัวของโทเกบี เห็นว่าชาวเน็ตเกาหลีนี่ชมน้องใหญ่เลยนะว่าเล่นได้ดี

    ยูอินนา ---- บทซันนี่ก็เป็นอีกบทที่เราว่าแคสต์นักแสดงมาได้เหมาะมากๆ ซันนี่หรือคิมซอน เป็นบทที่ยากอีกบทหนึ่งเลยล่ะ ต้องแสดงเป็นผู้หญิงชิลทั้งที่ในใจมันไม่ชิล มันมีปม มีเรื่องอะไรซ่อนอยู่ อินนาในเรื่องนี้สวยมากกกก และมีเคมีกับดงอุคชนิดที่เชียร์ต่อให้มีละครด้วยกัน

    ยุกซองแจ --- เห็นแววเด็กคนนี้ตั้งแต่ School 2015 who are you แล้วค่ะ บทนี้มันต้องซองแจเลย เป็นบทที่เข้ามาเติมเต็มครอบครัวโทกเกบี เหมือนจะตลกโปกฮาไปวันๆ ที่ไหนได้กลายเป็นร่างทรงพระเจ้าเฉยเลย ไม่รู้จะเขียนอะไรไปมากกว่านี้ว่าตัวละครนี้น่าร้ากกกกกกกกกก

    คิมอึนซุก --- พระเจ้าตัวจริงของเราก็คือคนเขียนบทคนนี้นี่เอง จริงๆเราก็เป็นแฟนอึนซุกมาตลอดนะคะ  ตั้งแต่ซีรีส์ Lovers in Paris และอีกต่างๆมากมาย แต่ที่ชอบที่สุดที่ยกขึ้นหิ้ง เรายกให้ Secret Garden ส่วน DOTS เราก็ว่าดีแต่ไม่ได้อินมากมายอะไร ที่เราชอบสไตล์ของอึนซุกก็คือ ชอบไดอะล็อค บทสนทนากับสถานการณ์ที่ตัวละครมาพบกัน การต่อปากต่อคำกันมันมีเสน่ห์ดี อย่าง Goblin อึนซุกบอกว่าใช้เวลาเขียนบท 3 ปี แล้วพอมาดู เข้าใจแล้วว่าทำไมต้อง 3 ปี เส้นเรื่องมีความแข็งแรงมาก แล้วค่อยมาปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพื่อให้เข้ากับนักแสดง

    ละครเรื่องนี้จริงๆมองให้สนุกทั่วไปก็ได้ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่มีความเป็นปรัชญาชีวิตขั้นสูงและนามธรรมเยอะมาก บทพูดบางตอนต้องกลับไปดูซ้ำอีกครั้งถึงจะเข้าถึงความหมายที่แท้จริงได้ แต่ก็นับถือผู้กำกับและทีมงานที่เอาแนวนามธรรมมาถ่ายทอดให้ดูสนุก ต้องใช้คำว่านำเสนอได้อย่าง        "แยบคาย"  ทั้งการเอาเรื่องตำนานพื้นถิ่น โทกเกบี ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ภูติ ผี ยมทูต นรก สวรรค์ ชีวิตหลังความตาย เทพ พระเจ้า ความอ่อนแอ ความเหงา ความรัก ความเสียสละ ความโลภ การหลงผิด และความต้องการของมนุษย์ สัญลักษณ์ต่างๆ ฯลฯ คือเหลือเชื่อมากที่เอาพวกนี้มายำใหญ่ใน    รสชาติที่ทุกคนทานได้

    ถามว่าอวยมาซะขนาดนี้มีจุดที่ไม่ชอบมั้ย มีค่ะ 2 อย่าง  อย่างแรกเราว่าบางทีย้อนอดีต แฟลชแบ็คมากเกินไป จริงๆเราชอบแฟลชแบ็คนะคะ แต่ช่วงกลางเรื่องมันเยอะแและยาวไปหน่อย แต่เหมือน ผกก.จะรู้เลยเพราะสังเกต 3 -4 ตอนหลังเริ่มมีน้อยลง ส่วนที่สองก็คือ เราว่าไทด์อินโฆษณาข้าวของมากไป คือ ก็เข้าใจแหละว่าเป็นเรื่องของการตลาด แต่ถ้ามันเยอะไปบางฉากมันจะดูไม่ธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ข้อเสียเล็กๆสองข้อนี้ก็อยู่ในจุดที่เรารับได้อะนะ ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเนื้อเรื่องหรือความสนุกอะไร (แต่ส่งผลเสียต่อเงินในกระเป๋าค่ะ ดูแล้วอยากได้นั่นอยากได้นี่ นี่ถึงขนาดไปร้าน  Miniso ตามลุงกับหมวยเลย และยังอยากได้เตียง iloom อีกต่างหาก 555)

    เอาเป็นว่าซีรีส์เรื่องนี้เรายกขึ้นหิ้งไปอีกเรื่องแล้วกันเนอะ
     

    Goblin เป็นซีรีส์ที่ครบรส สวิงอารมณ์แทบไม่ทัน ทั้งตลก สุข เศร้า เหงา รัก และอบอุ่นไปพร้อมๆกันเลย
    แถมเพลงประกอบก็เพราะมากกกกก นี่เสียตังค์ซื้อทุกพาร์ทเลยค่ะ ^_____^

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in