like a fucked up facejjphnx
relationship and friend

  • หมอต๊ะบอกอายว่า อายควรที่จะเขียนเรื่องเรื่องนี้ลงไปในทุกๆที่ที่อายจะเห็น และด้วยความที่ว่าหมอต๊ะบอกอายตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้ว วันพุธนี้ต้องไปหาแกอีกรอบแล้วอายก็ยังไม่ได้ทำ

    มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าอายไม่จมลงไปในห้วงเดิมๆ ที่ทำให้อายเกือบตัดสินใจอะไรบ้าๆไปแล้ว ซึ่งถ้าถาม เอาจริงๆ ความคิดเหล่านั้นมันก็ยังอยู่ในหัวอาย และอายก็ยังมีความรู้สึกที่อยากจะไปอยู่ตลอด

    แต่อายเหนื่อยมากๆเลย
    อายเหนื่อยกับตัวเองมากๆ

    อายไม่อยากพูดว่าอายรู้ว่าอายต้องทำอะไรแล้ว
    อายไม่อยากพูดว่าอายรู้ทุกอย่างแต่อายทำไม่ได้แล้ว

    เพราะคำพูดเหล่านั้นเคยทำให้บางคนคาดหวังว่าอายจะดีขึ้นในเร็ววัน จนวันหนึ่งที่อายไม่ไหวจริงๆ ที่อายต้องการเพื่อนจริงๆ ก็ไม่ใช่ความผิดเขาหรอกที่จะไม่รับ เพียงแต่มันกลายเป็นว่าเขาไม่อยู่ตรงนั้นอีกเลย อายไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาอีกเลย

    และอายก็ทำร้ายตัวเองต่อ
    ด้วยการโทษตัวเองวนไปวนมา


    เพราะฉะนั้น อายเหนื่อยแล้ว
    และอายอยากพูดมันออกมา

    แต่อายก็ไม่อยากทำให้คนรอบข้างลำบากใจด้วยการปรึกษาเรื่องนี้กับเขาบ่อยๆ เพราะอายก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าอายไม่ดีขึ้นสักที อายไม่ปล่อยสักที อายเลยคิดว่า โอเค ถ้าอายเขียนมันลงไปในนี้ อายต้องพอได้แล้วนะ เหนื่อยมากๆขนาดนี้แล้ว ปล่อยให้ตัวเองพักจากความเจ็บปวดพวกนี้บ้าง มันคงไม่ได้หายไปจากอายหรอก เพราะอายแคร์4คนนั้นมากๆ อายรักพวกเขามากๆ อายบอกกับน้องวันนี้ว่า เอาจริงๆพวกเขาเหมือนอีกครอบครัวสำหรับอาย การสูญเสียคนคนนั้นในฐานะแฟนไม่ใช่สิ่งที่อายเสียใจที่สุด การสูญเสียเขาในฐานะเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งต่างหากที่ทำให้อายเป็นบ้าเป็นบอ และการสูญเสียกลุ่มเพื่อนที่เคยใกล้ชิดที่สุดเองก็เช่นเดียวกัน


    อายแค่อยากให้มันเบาบางลงจากความคิดความรู้สึกอายบ้าง
    เพราะอายเหนื่อยแล้ว


    ก็จะเขียนสัพเพเหระไปเรื่อย
    อายแค่อยากเขียนมันออกมาให้หมด


  • เขาบอกเลิกอาย ในวันที่อายคิดว่า เรามาคุยกันเพื่อพยายามที่จะแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นนะ 

    อายจำได้ว่าอายร้องไห้ อายจำได้ว่าตัวเองช็อคจนพูดอะไรบ้าๆออกไปเยอะมาก อายจำได้ว่าอายพูดกับเขาว่าอายจะไม่เหลืออะไรเลยนะ เพราะก่อนหน้าที่เขาจะบอกเลิกอายอาทิตย์เดียว เขาเพิ่งร้องไห้กับอาย เขาขอให้อายเดินไปกับเขา เรากำลังวางแผนอนาคตด้วยกัน เขาร้องไห้ เขาขอให้อายอดทนกับหนทางที่จะเข้ามา อายกลัวแทบตาย เพราะอายกลัวว่าอายจะทำให้เขาผิดหวัง อายไม่อยากให้คำสัญญา อายแค่บอกว่าอายจะพยายาม และแผนในอนาคต อายก็ต้องวางของหนทางอายเองเหมือนกันนะ อายก็อยากเดินไปกับเขา เพราะฉะนั้น มาอดทนและพยายามไปด้วยกันนะ

    แต่การทะเลาะกัน ทำให้เขาพูดมันออกมา
    อายขอ ให้เขาให้เวลากับมันอีกนิดได้ไหม
    สำหรับอายมันยังไม่จบ

    เขาโอเคกับการให้ระยะแก่กัน เขาโอเคกับการห่างกันสักพักเพื่อทบทวนหลายๆอย่าง


    แน่นอนว่าอายทบทวนแล้ว อายก็ยังคิดว่ามันยังไม่จบ เราสองคนผ่านอะไรกันมาเยอะมาก ทั้งในช่วงที่ดีที่แย่ของทั้งคู่ และอายเชื่อ อายเชื่อว่าเรายังไปกันได้อีก


    สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ในระหว่างที่เรากำลังอยู่ในช่วงห่างกันนั้น เราต้องไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่เชียงใหม่ และอายพยายามอย่างมากที่จะไม่คาดหวัง แต่เขามาให้ความหวังกับอาย และแค่วันเดียวหลังให้ความหวังว่าจะกลับมา ว่ายังรู้สึก อีกวันก็ตัดทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ฮ่องสอนนั่นแหละ

    อายไม่อยากให้ทริปกร่อย (แต่มันก็แย่ไปแล้วแหละ) อายเลยพยายามที่จะ โอเค ออกมาแล้ว ก็ไปกับเพื่อน ไปตามทริปต่างๆ 


    เราสองคนยังตัดกันไม่ขาด
    หลังจากเลิกกันในวันนั้น เราก็ยังมีพันธะการทำงาน และความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่


    และด้วยเรื่องเหล่านั้นทำให้เราสองคนทำร้ายซึ่งกันและกัน



    และอายก็กลายเป็นคนที่ อายจะอธิบายยังไงดีนะ
    พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อให้เพื่อนในกลุ่มสบายใจ
    พยายามที่จะหาเหตุผลในการเลิกกันของเขา มาปลอบใจตัวเองว่าอายไม่ได้ผิดนะ
    พยายาม พยายาม พยายาม พยายามที่จะแกร่ง

    แต่ในใจจริงๆแล้ว อายพัง
    และอายกำลังเขว โดยที่อายยังไม่รู้ตัว


    มันมาออกอาการจริงๆ ตอนที่เขากลับมาปกติ เขาคุยกับเพื่อน เขาไปให้ความสำคัญกับคนอื่น เขาไม่ได้แคร์อายอีกต่อไป ตอนนั้นแหละที่อายถึงเพิ่งรู้สึกจริงๆว่า การสูญเสียมันเป็นยังไง

    และในวันสุดท้ายที่มาเคลียร์กันจริงๆ

    การที่เขาตอบคำถามอายว่า แล้วตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน
    ว่า ไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่ได้เป็นแม้แต่เพื่อน


    ทำให้อายพังที่สุดเท่าที่จะพังได้
    เขาไม่ได้เป็นแค่แฟนสำหรับอาย
    ที่ผ่านมา อายมองเขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งด้วยมาตลอด


    ต่อให้เลิกกัน อายก็ยังเป็นห่วง และอายก็ยังอยากมีเขาเป็นเพื่อนอยู่



    นั่นแหละ ทำให้อายไปไหนไม่ถูก
    และทำให้อายเริ่มเก็บตัว



    อายตัดสินใจที่จะบอกเพื่อนในกลุุ่มว่าอายยังทำใจไม่ได้นะ อายขอโทษ พวกเขาก็มีท่าทีที่ลำบากใจอยู่แหละ แต่สุดท้ายเขาก็บอกอายออกมาแบบหนึ่ง ว่าเขาจะบอกอายนะ ถ้าพวกเขาไปไหนกัน

    อายก็ยังคิดว่าเออ อายยังมีเพื่อนในกลุ่มนะ แต่การที่อายยังทำใจไม่ได้ทำให้อายกลัว ทำให้อายมีพฤติกรรมปลีกตัว เพราะทุกอย่างกระตุ้นความ sensitive และ ความ emotional ของอาย อายเลยไม่อยากให้คนอื่นลำบากใจ อายกลัวไปหมด อายรู้สึกแย่กับทุกอย่าง อายไม่รู้อายควรแสดงออกมายังไง อายยิ้มไม่ออก อายไม่สามารถพยายามได้เหมือนในช่วงแรกๆที่เลิกกัน 



    มันเป็นห้วงที่อายดิ่ง
    อายเกลียดตัวเองมากๆ
    และอายก็จมมันอยู่ยังงั้น




    แต่สุดท้ายที่สุดแล้ว
    อายไม่เคยได้รับการบอกเล่าอะไรจากคนในกลุ่มเลย




    มันเลยเป็นอีกหนึ่งบาดแผลที่ทำให้อายแบบ ... ทำไมนะ





    อายพยายามทำความเข้าใจคนอื่นๆ อายพยายามคิดว่ามีตรงไหนที่อายทำผิดไปไหม อายพยายามถามว่าคุยด้วยได้ไหม แต่คำตอบทำให้อายรู้สึกได้ถึงความห่างเหิน อายเลยไม่กล้า อายไม่กล้าพูดออกไป อายอยู่ในภาวะที่อายทำอะไรไม่ถูก แต่อายแค่อยากรู้สึกว่า อายยังมีเพื่อนอยู่ใช่ไหม แต่หลายๆอย่างทำให้อายเจ็บปวดไปหมด


    เขาไปอ่านหนังสือสอบกัน เขาไม่ได้ชวนอาย
    อายพยายามถามเขาว่าอ่านอะไร อ่านที่ไหนอยู่กับใคร มากกว่าสองรอบ
    และการตอบของคนคนหนึ่งในนั้นก็แสดงให้เห็นว่ารำคาญอาย

    แต่พอต้องมาถูกบังคับเคลียร์กันเกี่ยวกับเรื่องนี้
    เขาบอกว่า ทำไมอายไม่พูด เขาไม่รู้เรื่อง


    เขาไปกินเหล้ากัน เขาไม่ได้ชวนอาย
    รูมเมทอายไปบ้านแฟนเก่าอาย พออายถาม เขาก็ไม่พอใจ บอกว่าอายตั้งธงมาแล้ว


    พอต้องมาถูกบังคับเคลียร์กัน
    สิ่งที่พวกเขาพูดออกมาทำให้อายรู้สึกเหมือน อายจมลงไปใต้ท้องทะเลลึกที่พยายามจะว่ายขึ้นมาเท่าไร คลื่นก็ซัดอายลงไปเหมือนเดิม


    แน่นอนว่าเขาผู้ซึ่งเป็นแฟนเก่า พูดว่าสบายใจแล้วที่ห่างกันไม่ต้องคุยกันแบบนี้
    แต่กับคนอื่นๆ 


    คำพูดที่ว่า
    ทำไมจะไปไหนต้องบอกอาย
    ทุกๆคนไม่ได้พร้อมที่รับเรื่องของอายหมด
    คิดว่าอายต้องการเวลามากกว่านี้



    มันทำให้น้ำตาที่อายพยายามกลั้นไว้ อายไม่อยากอ่อนแอให้เขาเห็น มันทะลักออกมาหมด





    คนที่บังคับมาให้เคลียร์พยายามให้เรื่องมันจบ
    แต่ว่าเขาไม่รู้หรอกว่า มันกลายเป็นบาดแผลลึกขนาดไหนในใจอาย 








    อายรู้ดีว่า การที่อายเป็นซึมเศร้าทำให้พวกเขาลำบากในหลายๆครั้ง
    และอายเสียใจกับมันทุกๆครั้ง อายทำได้แต่ขอโทษ อายไม่เคยอยากเป็นแบบนี้
    เวลาทะเลาะกัน อายพยายามขอโทษก่อนทุกครั้ง เพราะอายไม่เคยอยากให้มีความรู้สึกแย่ๆต่อกัน

    อายให้ความสำคัญกับทุกคน
    อะไรที่อายช่วยได้ อายก็จะพยายามช่วย

    อายเคยบอกพวกเขาก่อนหน้านี้ว่า ถ้าไม่พอใจอะไรขอให้บอก
    และการที่เคยทะเลาะกันครั้งหนึ่ง เพราะเพื่อนไม่พอใจที่อายมีท่าทีเหวี่ยงใส่เขา
    อายก็รีบขอโทษ เพราะอายไม่อยากให้เขารู้สึกแย่
    แต่มันกลายเป็นว่า เขาบอกอายว่า อายไม่สำนึกผิด

    และมันยิ่งกลับตาลปัตร ตอนที่อายรู้ว่าเขาคุยกับเพื่อนอีกคน และเพื่อนอีกคนก็พูดว่า
    อายชอบเป็นแบบนี้

    อายเสียใจที่ว่าเขาไม่เห็นว่าอายขอโทษ อายเสียใจแค่นั้นเลย



    การเป็นซึมเศร้า
    ทำให้พวกเขาไม่พูดกับอายตรงๆในหลายๆอย่าง
    และอายก็เสียใจมากๆ





    การที่ต้องสูญเสียความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้อายแย่มากๆ
    เพราะอายมักจะโทษตัวเองเสมอ ว่ามันเป็นเพราะอายซึมเศร้า



    แม้กระทั่งที่เพื่อนสนิทคนอื่นๆ หรือแม้แต่หมอต๊ะเอง พยายามบอกอายว่า
    มันไม่ใช่ความผิดของอายทั้งหมด
    มันอาจจะเป็นเพราะพวกเขาคุยกันและตกลงกันแบบนี้
    มันอาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่พยายามสื่อสารกับเรา

    มันเป็นเพราะพวกเขาใจร้ายกับเรา



    เพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งบอกอายอยู่ตลอดว่า
    มันเป็นเพราะพวกเขาใจร้าย อายควรจะเห็นตรงนั้น



    อายพยายามแหละ ที่จะมองเห็นตรงนั้น
    แต่อายก็ยังรู้สึกแย่ เวลาต้องมาเรียนแล้วเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน
    ที่ตรงนั้นที่อายเคยอยู่

    ที่ตรงนั้นที่อายก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขามาอยู่ด้วยกัน



    อายก็ยังรู้สึกแย่ ที่ต้องเห็นพวกเขาวางแผนจะไปไต้หวันกัน
    อายเคยพูดเรื่องทริปไปไต้หวัน ตั้งแต่แรกๆที่กลุ่มเริ่มอยู่กัน 5 คน



    อายก็ยังรู้สึกแย่ ที่เห็นว่าเขา กำลังจะกลับไปถ่ายหนังที่บ้านของคนหนึ่งในกลุ่ม
    ที่อายกับเขา เคยไปใช้เวลาช่วงสงกรานต์ด้วยกัน ขับรถด้วยกัน ไปดูช้างด้วยกัน



    อายก็ยังรู้สึกแย่ ทุกๆครั้งที่ต้องมาที่นี่





    และหัวอายก็ไม่ได้ใจดีกับอายเลย
    มันชอบรีรันภาพ รีรันความทรงจำมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอยู่บ่อยๆ


    และมันทำให้อายเกลียดที่ตัวเองเป็นคนจำรายละเอียดดีเกินไป






    อายเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการเขียนครั้งนี้ทำให้อายดีขึ้น หรือทำให้อายแย่ลงกันแน่นะ
    เมื่อไรที่อายปล่อยวางได้ เนี่ย เดี๋ยวก็กดดันตัวเองจนกำมันแน่นกว่าเดิมอีก









    อายแค่ต้องค่อยๆลุกแล้วก็เดินแหละ







    อายขอโทษนะ
    ที่อายเป็นโรคๆนี้ จนทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจแบบนี้


    ขอโทษที่มากเกินไป
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sarane Champa (@Sarane)
ค่อยๆเดินผ่านมันไปนะคะ
jjphnx (@jjphnx)
@Sarane ขอบคุณนะคะ อายเพิ่งเข้ามาเช็ค แงง ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Sarane Champa (@Sarane)
@jjphnx สู้ๆ