[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 04 Freeze
  • ท่ามกลางฝูงแฟรี่นับร้อย จองเซอุนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักแหลมสูงจากรอบทิศทาง เด็กหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเพื่อมองหาทางหนีทีไล่ แต่ดูเหมือนจะสิ้นหลัง เถาวัลย์นับร้อยก่อตัวไปกำแพงหนา ยากจะมุดหรือปีนหนี

    “ทำไมต้องทำหน้าเหมือนกลัวขนาดนั้นล่ะเซอุน พวกเรารักเซอุนมากเลยนะ พวกเราไม่ทำร้ายเซอุนหรอก ไปอยู่กับพวกเราเถอะ” แอเรียลบอกด้วยรอยยิ้มหวาน ยื่นมือทั้งสองข้างมาหาด้วยท่าทางเหมือนรอให้จองเซอุนยื่นมือไปตอบรับคำชวนนั้น

    “ไม่ได้ ผมต้องอยู่ที่นี่” เด็กหนุ่มผมแดงตอบ กระชับเสื้อไหมพรมที่สวมอยู่แน่นราวกับปลอบตัวเองไม่ให้กลัว

    “แต่เซอุนไม่มีที่ให้กลับไม่ใช่เหรอ ไม่มีใครต้องการเซอุนสักหน่อย อยู่สนุกกับพวกเราดีกว่า”

    มือของจองเซอุนสั่นระริกขึ้นมาทันที เพราะมันก็จริงอย่างที่แฟรี่ลมบอก เขาไม่มีที่ให้กลับไป

    ไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว แม้กระทั่งเพื่อนก็ไม่มี แต่...

    “...เพราะนั่นคือเหตุผล ที่ฉันพาเธอมาอยู่ที่นี่ไง”

    เสียงทุ้มนุ่มฟังดูอุ่นวาบราวกับแสงของดวงอาทิตย์ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนของชายหนุ่มผมสีแดงส้มที่ผุดแวบเข้ามาในหัว ทำให้จองเซอุนตัดสินใจได้แทบทันที

    “ขอโทษครับ แต่ผมต้องกลับไปจริงๆ” 

    จองเซอุนยกยิ้มเศร้าๆ ยื่นมือออกไปด้านหน้า พร้อมกับนึกถึงคำร่ายที่เพิ่งฝึกไปเมื่อตอนบ่าย 

    จงลุกโชติช่วงด้วยลิ้นแห่งเปลวเพลิง 

    จงลุกโชติช่วงตราบจนถึงสัญญา เป็นสีแดงแห่งฤดูใบไม้ร่วงเฉกเช่นรวงข้าว

    พึ่บ! เปลวไฟดวงเล็กลุกวาบขึ้นกลางอากาศ เพียงพริบตามันก็ขยายใหญ่ราวกับทะเลเพลิง แฟรี่ลมกรีดร้องเสียงสูง รีบบินหนีเปลวไฟกันจ้าละหวั่น คงมีเพียงพื้นที่วงกลมรอบตัวของจองเซอุนเท่านั้นที่ไม่ได้ลุกไหม้ไปด้วย เขาหันไปมองด้านหลังที่ตอนนี้เถาวัลย์เริ่มติดไฟและมอดไหม้ คาดว่าไม่นานมันคงหักโค่นเผยช่องว่างให้เขาสามารถมุดรอดออกไปได้

    เอ๊ะ?

    จองเซอุนขมวดคิ้วมุ่น เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน เขาพยายามทรงตัวเพื่อไม่ให้ล้ม แต่เหมือนอาการจะรุนแรงยิ่งกว่าที่คิด เขาล้มหน้าคะมำพื้น ส่งผลให้ทะเลเพลิงไร้การควบคุม เปลวไฟที่เขาเป็นคนก่อ เริ่มลามเลียเข้ามาใกล้เรื่อยๆ 

    จองเซอุนมองเปลวไฟด้วยแววตาเรียบนิ่ง ขณะที่สติเริ่มใกล้จะหลุดลอย

    ใจหนึ่งเขาก็แอบดีใจ ที่ในที่สุดเขาก็มีสถานที่เป็นของตัวเอง 

    แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกว่า บางที เขาควรหายไปจากโลกนี้ และเวลานี้ ก็คงเป็นช่วงเวลาที่ว่า

    ในที่สุด ก็ได้พักสักที...

    จองเซอุนหลับตาลงอย่างแช่มช้า ทว่าเขาต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะๆ ราวเสียงของก้อนน้ำแข็งปริแตก พลันเขาต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อพบว่าเปลวไฟที่ลุกท่วมสูงก่อนหน้านี้ อยู่ๆ ก็แปรสภาพกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ แม้กระทั่งพื้นเองก็มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะไปทั่วบริเวณ พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดลงต่ำกะทันหันจนหนาวเข้ากระดูก

    “เป็นเด็กที่ดื้อตาใสจริงๆ ทั้งที่เตือนแล้วว่า ห้ามออกจากบ้านตอนกลางคืน ก็ยังจะรั้นออกมา”

    เสียงทุ้มนุ่มนั้นดังขึ้น พร้อมกับจอมเวทหนุ่มผมสีแดงส้มเดินตรงเข้ามาหา จองเซอุนพยายามจะเอ่ยอธิบาย แต่ไม่รู้เพราะใช้พลังเวทมากเกินไป หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ตอนนี้แม้กระทั่งเปล่งเสียงคำสั้นๆ ยังยากลำบาก หนังตาของเขาหนังอึ้งเกินควบคุม ภาพที่มองเห็นก็เริ่มพร่าเรือนและใกล้วูบดับ

    อิมยองมินเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้า ย่อตัวลงต่ำ และช้อนตัวขึ้นอุ้ม

    อุ่น... จองเซอุนได้แต่นึกในใจ เมื่อศีรษะของตัวเองเอนซบกับแผ่นอกของคนตัวสูงกว่า และเหมือนความอดทนจะมาถึงจุดสิ้นสุด จองเซอุนหลับตาลง ขณะที่สติล่องลอยเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทรา ซึ่งในระหว่างนั้น เขาก็ได้ยินอีกฝ่ายกล่าวสั้นๆ ว่า

    “กลับบ้านกันเถอะ”





    จองเซอุนขยุกขยิกตัวไปมาบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะจามออกมาเบาๆ เนื่องจากคัดจมูกยุบยิบ เขาพลิกตัวน้อยๆ เตรียมหลับฝันต่อ ทว่าต้องลืมตาพึ่บ เมื่อนึกถึงเหตการณ์ที่เกิดขึ้นภายในป่า ทว่ายังไม่ทันได้ตกใจไปมากกว่านี้ เขาต้องนิ่งงัน ลมหายใจสะดุด หลังพบว่ามีดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องมองมาที่เขา โดยใบหน้าของอีกฝ่ายห่างเพียงแค่คืบเท่านั้น

    “ดีขึ้นหรือยัง” จอมเวทผมสีแดงส้มถามเรียบๆ 

    แม้จะยังคงสับสน แต่จองเซอุนก็พยักหน้าให้เบาๆ สื่อว่าดีขึ้น

    “งั้นก็ดี ก่อนหน้านี้เธอสลบไปเพราะใช้เวทมนตร์เกินตัว”

    “ทำไมพวกเขาถึงอยากพาผมไปเหรอครับ” จองเซอุนถามขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความมืด “แล้วทำไมพวกเขาถึงเรียกผมว่าโรบิน”

    “คำว่า โรบิน ในโลกของพวกเราแปลว่า บุตรสุดที่รัก อย่างที่ฉันเคยบอกไป สเลย์เบก้าคือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับนางพญาผึ้ง แม้จะต้องการหรือว่าไม่ต้องการ แต่สเลย์เบก้าจะดึงดูดพวกเขาเหล่านั้นให้มาหา บางทีมันอาจไม่มีเหตุผลอะไร ก็แค่ เธอเป็นที่รัก ก็เท่านั้น”

    “คุณเองก็คิดเหมือนพวกเขาใช่ไหมครับ เพราะผมเป็นสเลย์เบก้า คุณเลยพาผมมาที่นี่”

    “เปล่า เพราะเธอคือเธอต่างหาก ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร ฉันก็จะออกตามหาเธออยู่ดี”

    คำตอบที่ได้รับ ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กหนุ่มผมแดงไหวระริก

    “อีกนานกว่าจะเช้า หลับต่อเถอะ” 

    อิมยองมินบอก พร้อมกับดันศีรษะของคนตัวเล็กกว่าให้ซบลงบนอก ไม่รู้ว่าจอมเวทหนุ่มได้ร่ายมนตร์ใส่หรือเปล่า จองเซอุนเลยรู้สึกหนังตาหนักอึ้งขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยักหน้าเบาๆ อิงไออุ่นจากอีกฝ่ายโดยไม่คิดผละห่าง พร้อมกับกลับเข้าสู่โลกแห่งความฝันอีกครั้งหนึ่ง

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in