[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 14 Overgrown
  • ลึกลงไป ยังสถานที่ที่มืดมิด 

    ที่ปลายทางนั้น ยังคงมีแสงสว่างส่องนำทางอยู่


    จองเซอุนเหมือนร่วงหล่นไปยังสระน้ำไร้ก้นที่มืดสนิท ฟองอากาศลอยฟ่องออกจากปาก แต่น่าแปลกที่ยังสามารถหายใจได้ตามปกติ ร่างของเขาดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอกับแสงส่องสว่างที่เขียวอมเหลือง เด็กหนุ่มประคองร่างของตัวเองให้ลอยนิ่งในน้ำ ยื่นมือไปประคองแสงสว่างและโอบอุ้มเอาไว้

    กิ่งก้านจงผลิบาน แสงสว่างจงสาดแสง

    เหล่าต้นไม้จงส่งเสียงอึกทึก เหล่าบุปผาและใบหญ้าจงเต้นรำ

    ลำต้นใหญ่สูงเสียดฟ้า ผูกพันโชคชะตาให้พบกัน

    จองเซอุนแบมือที่โอบอุ้มออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเมล็ดพันธ์ขนาดเล็กสีเขียวท่ามกลางแสงสว่างจ้ากลางฝ่ามือ เด็กหนุ่มขยับปลายนิ้วมือทั้งสองแผ่วเบาราวกับให้จังหวะท่วงทำนองดนตรี ทันใดนั้นเมล็ดพันธ์ก็แตกหนอเป็นต้นอ่อน และค่อยๆ เติบใหญ่





    จองเซอุนปรือตาขึ้น กลับสู่โลกความเป็นจริง 

    พื้นใต้ฝ่าเท้าของเขานั้นส่องแสงสว่างเรืองรอง พอๆ กับต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวเบื้องหน้า เด็กหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ แนบริมฝีปากลงบนลำต้นแผ่วเบา พริบตานั้นเอง ต้นไม้ที่แห้งตายไปก็ส่องแสงสว่างเป็นสีเขียวอมเหลือง ฟื้นฟูสภาพตัวเองอย่างรวดเร็ว จากที่เคยเหี่ยวแห้งก็เริ่มเติบใหญ่ กิ่งก้านที่ไร้ใบก็เริ่มผลิใบ

    “เอาจริงเหรอเนี่ย” เดวิดที่ยืนอยู่ไม่ไกลอุทานแผ่วเบาด้วยแววตาตื่นตะลึง

    เด็กหนุ่มผมแดงไม่สนใจผู้ดูแลรังมังกรเท่าไรนัก เขาเพ่งสมาธิไปยังต้นไม้ตรงหน้า

    ไม่รู้ว่าเดวิดเห็นอย่างที่เขาเห็นหรือไม่ แต่รอบๆ ตัวของเขาตอนนี้เหมือนกับมีละอองแสงราวกับดวงดาวมากมายโอบล้อมรอบตัว แสงเหล่านั้นไหลไปมาอย่างรุนแรงรอบต้นไม้ และยิ่งหมุนแรงมากเท่าไร ต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉาก็กลับมาเติบใหญ่ได้เท่านั้น

    ไม่ใช่ที่นี่ อยากกลับไป อยากกลับไปที่โลกนั้น

    “ได้สิ ผมจะพาไปเอง” 

    จองเซอุนขานรับเสียงหวานของภูติสาวที่ดังตรงเข้ามาในหัว เขาออกแรงกดปลายนิ้วลงบนลำต้น ทันใดนั้นเกาะกลางน้ำก็สั่นสะเทือนเลือนลั่นราวแผ่นดินไหว มีเสียงเปรี๊ยะเล็กๆ ราวกับเสียงแก้วแตกออก สักพักก็เกิดเสียงดังตึงตังราวดินถล่ม เกาะกลางน้ำลอยขึ้นกลางอากาศอย่างช้าๆ ดึงส่วนที่เป็นผืนดินขึ้นมา รวมถึงดึงรากของต้นไม้ใหญ่ออกจากดิน จองเซอุนหลับตาลง นึกถึงสถานที่และวิวทิวทัศน์ที่เห็นผ่านความทรงจำของทั้งสอง 

    พื้นใต้เท้าส่องแสงสว่างเรืองรองยิ่งกว่าเดิม รวมถึงมีสายลมกรรโชกหมุนวนรอบๆ

    วินาทีที่ลืมตาขึ้น เกาะกลางน้ำก็พุ่งออกจากถ้ำด้วยความเร็วสูง มุ่งตรงไปยังสถานที่ที่ต้นไม้ต้นใหญ่เคยอยู่

    เมื่อกลับมายังสถานที่ในความทรงจำ รากของต้นไม้ก็หยั่งลงพื้นดิน ช้อนไช้ฝั่งลึกลงไปอย่างมั่นคง รวมถึงแผ่กิ่งก้านแตกใบด้วยความเร็วพันเท่าทวี เพียงไม่นาน ต้นไม้ที่เคยยืนต้นใต้ไปแล้ว ก็กลับมาสูงใหญ่เหมือนดั่งในอดีต เด็กหนุ่มผมแดงอมยิ้มเล็กน้อย สาวเท้าถอยมาด้านหลัง เพื่อมองกิ่งก้านที่ไหวแผ่วเบาหยอกล้อสายลม

    “ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะพาเฮเลนกลับมาได้จริงๆ” เดวิดกระซิบเสียงเบาราวกับตกอยู่ในภวังค์ เด็กหนุ่มผมน้ำตาลตอนนี้ทรุดนั่งลงกับพื้น ทรงผมที่เรียบร้อยในตอนแรกชี้ฟูไปคนละทิศคนละทางเนื่องจากโดยสายลมปะทะจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง กินเวลาเกือบหนึ่งนาทีเห็นจะได้ ผู้ดูแลหนุ่มถึงคืนสติ ใช้ไม้เท้าที่สูงร่วมสองเมตรช่วยค้ำยันดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้น และเดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆ กับเวอร์นอน

    เดวิดลูบลำตัวของมังกรหนุ่มเบาๆ พร้อมกับร่ายเวทด้วยน้ำเสียงขับขานบทวี ปลุกให้ตื่นจากนิทรา

    เวอร์นอนปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แต่เมื่อเห็นต้นไม้ที่เติบใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา ดวงตาของเวอร์นอนก็เบิกโพล่งอย่างตื่นตะลึง สักพักก็เริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส ก่อนจะกลั่นเป็นหยดน้ำตาหลั่งรินสู่ผืนดิน

    เฮเลน เธออยู่ที่นี่ใช่ไหม

    เสียงของมังกรดังก้องราวกับร้องขอ

    จองเซอุนไม่พูดอะไร เพียงแค่ปรายสายตาไปมองลำต้นของต้นไม้ใหญ่

    เฮเลน ออกมาเถอะ เฮเลน

    เวอร์นอนส่งเสียงร้องขออีกครั้ง ทันใดนั้น ด้านหลังของลำต้นก็มีร่างหนึ่งขยุกขยิกไปมา เห็นชายกระโปรงที่ทำจากใบไม้ไหวๆ สักพักภูติสาวก็ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังลำต้น วินาทีที่ทั้งสองประสานสายตากัน น้ำตาของเวอร์นอนก็ไหลทะลักอย่างรุนแรง ส่งเสียงคำรามก้องด้วยความยินดี เฮเลนยกยิ้มทั้งน้ำตา บินมาหาเพื่อนคนสำคัญที่เคยพรากจาก ใช้มือเล็กของตัวเองลูบปลอบ ขณะแนบหน้าผากลงบนเกล็ดหนา

    “กลับมาแล้วละ ขอบคุณนะเวอร์นอนที่รอมาตลอด”

    “เล่นเอาน้ำตาซึมเลย” เดวิดเอ่ยขึ้นเบาๆ ใช้ปลายนิ้วปาดหางตาตัวเองเล็กน้อย แม้จองเซอุนจะแอบเห็น ว่าผู้ดูแลหนุ่มไม่หลั่งน้ำตาอย่างที่ว่าก็ตาม

    ขอบคุณสเลย์เบก้า ที่พาคนสำคัญของข้ากลับมา

    “ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่ลองช่วยเท่าที่ช่วยได้” จองเซอุนบอก

    เพื่อเป็นการตอบแทน ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่มานาน ข้าจะขอมอบคำตอบในสิ่งที่เจ้าเฝ้าค้นหา

    เวอร์นอนผงกหัวให้น้อยๆ ทันใดนั้นก็มีละอองแสงราวกับเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากกลางอากาศ แต่ละเกล็ดตกลงบนเส้นผมสีแดงของจองเซอุน ก่อนจะซึมหายไปในตัว สเลย์เบก้าหนุ่มเอียงคอด้วยความงุนงง ใช้มือแตะๆ ที่เส้นผมของตัวเอง ทั้งไม่เข้าใจ ว่าสิ่งที่เวอร์นอนพูดเมื่อครู่หมายถึงอะไร แต่ถึงจะสงสัยขนาดไหน เขาก็ไม่คิดถาม เพราะไม่อยากไปขัดขวางช่วงเวลาแห่งความสุขระหว่างเพื่อนคนสำคัญ

    เอ๊ะ?

    จองเซอุนขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆ เมื่อรู้สึกเหมือนมีของเหลวบางอย่างไหลผ่านริมฝีปาก พอก้มลงมอง เขาก็เห็นหยดเลือดสีแดงไหลแหมะลงบนพื้น เมื่อลองใช้มือแตะบริเวณจมูกก็พบว่ามันคือเลือดของเขาเอง จองเซอุนเบิกตากว้าง เนื้อตัวเย็นเชียบอย่างรุนแรง ได้ยินเหมือนเสียงวิ้งๆ ดังในหัว รวมถึงเหมือนได้ยินเสียงตะโกนตกใจของเดวิดดังมาจากที่ไกลแสนไกล พริบตาเขาก็กระอักไอเป็นเลือด ร่างทั้งร่างล้มคะม่ำพื้น ภาพตรงหน้าพร่าเลือนใกล้มืดดับ เหมือนอย่างที่เคยเป็นตอนอยู่ในป่า แต่สิ่งที่แตกต่าง คือไม่มีจอมเวทหนุ่มผมสีแดงส้มมาช่วยเอาไว้

    นี่เรา กำลังจะตายงั้นเหรอ...

    จองเซอุนรู้สึกปวดหน่วงภายในอก หยาดน้ำใสเออคลอบริเวณหน่วงตา ไม่รู้ว่าชะตาในอนาคตจะเป็นเช่นไร

    แต่วินาทีนี้ เขา คิดถึง อิมยองมินเหลือเกิน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
mkamaboko (@mkamaboko)
อย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะ T T จริงๆ ที่ตามอ่านมาก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากให้น้องใช้เวทมนตร์เลย ยิ่งใช้เยอะเหมือนจะยิ่งแย่ลง
//กอดรวบ แง