[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 11 Snow
  • “ที่นี่คือ ที่ไหน” 

    จองเซอุนกระซิบเสียงแผ่วราวกับเอ่ยกับตัวเอง ดวงตากลมโตของเขามองตรงไปยังทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ขนาบข้างล้อมรอบไปด้วยเขาสูง แต่สิ่งที่สะกดสายตาของเขาได้มากที่สุด คือ สิ่งมีชีวิตที่มักปรากฏในเรื่องเล่านิทานปรัมปราโบราณ และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แม้จะไม่ได้ตัวใหญ่โตอย่างที่เห็นในภาพวาดหรือในหนังภาพยนตร์ แต่ผิวหนังที่เป็นเกล็ดหนา ปีกกว้างขนาดใหญ่ กรงเล็บแหลมคม และดวงตาดุดันนั่น ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ดูออกว่าคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มังกร เด็กหนุ่มผมแดงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไล่สายตามองเหล่ามังกรที่วิ่งไปมาในทุ่งหญ้า หรือไม่ก็สยายปีกบินอยู่บนท้องฟ้า ก่อนจะสะดุ้งเบาๆ เมื่อเห็นใครบางคนในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดปักลายด้วยดิ้นทอง พร้อมกับไม้เท้ารูปร่างแปลกตาสูงร่วมสองเมตรเดินเข้ามาใกล้ ด้วยหมวกคลุมที่ปกปิด เลยมองไม่เห็นชัดว่าอีกฝ่ายมีหน้าตาเช่นไร

    “ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนสุดท้ายของเหล่ามังกร” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเจือหวานกล่าวขึ้นเบาๆ พร้อมกับเลิกหมวกคลุมลง เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าตาอ่อนเยาว์ ผมสั้นสีน้ำตาลเข้ม และดวงตาเรียวเล็กสีเดียวกับนัยน์ตา เด็กหนุ่มปริศนายกยิ้มน้อยๆ ดูเป็นมิตร พลางเอ่ยแนะนำตัวเอง “ผม เดวิด เป็นผู้ดูแลรังมังกร ยินดีที่ได้รู้จักนะจอมเวทน้อย”

    “จอมเวทน้อย” จองเซอุนทวนงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงใช้คำนี้กับเขา เพราะไม่ว่าจะมองยังไง เด็กหนุ่มที่ชื่อ เดวิด น่าจะอายุน้อยกว่า กะจากสายตาน่าจะประมาณสิบห้าสิบหกปี

    “จอมเวทน้อยน่ะถูกแล้ว เห็นหน้าตาเด็กๆ ดูซื่อๆ แบบนี้ก็เถอะ แต่เดวิดอายุเกือบจะสองร้อยปีแล้ว แก่กว่าพวกเราเป็นไหนๆ ถึงจะน้อยกว่าอาจารย์ของเธอก็เถอะ” 

    คิมดงฮยอนกลั้วหัวเราะ พลางยื่นมือส่งมาให้ ราวกับจะช่วยดึงให้ลุกขึ้นยืน

    จองเซอุนมองนิ่งๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเอง

    “คุณพาผมมาที่นี่ทำไม” เด็กหนุ่มผมแดงถามเข้าประเด็น แม้จะแอบติดใจอยากถามต่อว่า แท้จริงแล้วอิมยองมินอายุเท่าไร เพราะเขาเข้าใจว่าอายุประมาณยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดมาโดยตลอด

    “ความจริง คนที่อยากให้พามาคือหมอนั่นมากกว่า แต่...” เดวิดเว้นช่วง หรี่ตามองคนผมแดงนิ่งๆ “ดูเหมือนเธอก็น่าจะช่วยพวกเราได้เหมือนกัน ดีไม่ดีอาจจะทำได้ดีมากกว่าด้วย”

    “ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกครับ ผมต้องกลับ” 

    “ยังไงเหรอ ที่นี่คือไอซ์แลนด์ เกาะภูเขาไฟที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรอาร์กติก คงไม่คิดจะกลับอังกฤษโดยการเดินหรอกนะ” เดวิดถามยิ้มๆ แต่แววตาเรียวเล็กกลับไม่ยิ้มตามแม้แต่น้อย

    “อย่าขู่เดวิด เด็กคนนี้เพิ่งจะรู้จักโลกฝั่งนี้ได้ไม่นาน ยังไม่ถึงสองอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ”

    “ใครว่าขู่ ก็แค่พูดความจริงเท่านั้น”

    ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากัน จองเซอุนได้แต่กำมือแน่นมองปลายเท้าตัวเองอย่างสิ้นหวัง จริงอย่างที่เดวิดบอก หากที่นี่คือไอซ์แลนด์ เขาไม่มีทางกลับไปยังที่แห่งนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างแน่นอน และต่อให้พอจะใช้เวทมนตร์ได้ เขาก็ไม่รู้บทร่าย รวมถึงไม่รู้ด้วยว่าพลังเวทของตัวเอง จะสามารถข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปยังหมู่บ้านชนบทที่ตั้งอยู่สุดขอบของเมืองลอนดอนได้ไหม

    ไม่หรอก ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

    “อยากให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ แล้วถ้าผมทำ จะพาผมกลับไปใช่ไหม” จองเซอุนถาม แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ แต่จากที่คุยกันก่อนหน้าที่บอกว่า น่าจะช่วยได้เหมือนกัน บางที คงเพราะอยากให้เขาหรืออิมยองมินทำอะไรบางอย่างให้ ถึงได้พาตัวมาไกลถึงดินแดนสุดท้ายของมังกร

    “เป็นเด็กที่เข้าใจสถานการณ์ได้ไวดี และแน่นอน ถ้ายอมช่วย จะพากลับไปส่งที่เดิม” 

    ผู้ดูแลรังมังกรตอบ หันไปมองยังทิศทิศหนึ่งที่เป็นภาพทุ่งหญ้ากว้าง ในจังหวะนั้นเอง สายลมลูกใหญ่ก็พัดเข้ามาปะทะในจุดที่พวกเขาสามคนยืนอยู่ ด้วยแรงลมที่กรรโชกแรงทำให้จองเซอุนต้องหรี่ตาลง พลันเขาต้องขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆ หลังพบว่าในสายลม มีเกล็ดหิมะลอยปนมาด้วย

    “ดินแดนแห่งนี้กำลังผิดปกติ คงเพราะเด็กคนนั้นสูญเสีย สิ่งสำคัญ ไป ฤดูหนาวปีนี้เลยมาไวกว่าที่ควร” เดวิดเอ่ยด้วยแววตาเศร้าๆ จากนั้นก็ผิวปากยาวทีหนึ่ง ส่งผลให้มังกรที่อยู่ใกล้จำนวนสองตัวกางปีกบินถลาเข้ามาหา หนึ่งในนั้นยาวประมาณห้าเมตร ท่าทางขี้เล่น เพราะเอาแต่เดินวนไปวนมารอบตัวจองเซอุนไม่หยุด

    จอมเวทนี่นา กลิ่นหอมจัง กลิ่นเหมือนป่าสน แล้วก็แสงอาทิตย์

    “พูดได้ด้วย” เด็กหนุ่มผมแดงร้องอึ้งๆ ทั้งรู้สึกแปลกๆ ที่ได้ยินเสียงของมังกรดังขึ้นในหัว มากกว่าได้ยินจากหู

    “สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากเรา มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นจะพูดภาษามนุษย์ได้ ยิ่งกับภูติหรือแฟรี่แล้ว ประเภทนั้นส่วนใหญ่จะจ้อไม่หยุดเลยละ แล้วก็ ระยะทางค่อนข้างไกล เดินเท้ากันไปคงไม่ไหว ยังไงคงต้องบิน ดงฮยอนฝากดูแลจอมเวทน้อยด้วย” เดวิดบอก จากนั้นก็ปีนขึ้นหลังมังกร พอผู้ดูแลหนุ่มตบไปที่แผ่นหลังของมังกรเบาๆ มันก็สยายปีกกว้างและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแทบทันที จองเซอุนได้แต่อ้าปากมองอึ้งๆ ยังไม่ทันได้หายตะลึงเขาก็ร้องเสียงหลง หลังโดนชายหนุ่มผมน้ำเงินรวบตัว และอุ้มให้ไปนั่งบนหลังของมังกรที่เมื่อครู่มาเดินวนรอบตัวเขา

    “จับเอวฉันให้แน่นๆ ละ ถ้าไม่อยากตก” คิมดงฮยอนบอก ประจวบที่มังกรสยายปีกขึ้นฟ้าในแนวเฉียง 

    จองเซอุนหลับตาปี๋กอดเอวพ่อมดหนุ่มแน่น พอเริ่มหายตกใจเขาก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆ

    สวยจัง — ดวงตากลมโตสีน้ำตาลของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นมา ภาพที่เขาเห็นคือทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา มีภูเขาสูงล้อมรอบ แต่สิ่งที่ต่างจากมองในแนวราบด้านล่าง คือเขาเห็นมังกรน้อยใหญ่ต่างวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน รวมถึงได้มองเห็นวิวของพระอาทิตย์และก้อนเมฆขาวสวยงาม แบบที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้

    อยากให้คุณยองมินอยู่ตรงนี้ด้วยจัง — จองเซอุนนึกถึงอาจารย์จอมเวทของตัวเอง และไม่รู้ทำไม เขารู้สึกปวดหน่วงภายในอก ยามที่คิดถึงใบหน้าและน้ำเสียงอบอุ่นของคนคนนั้น

    หลังจากที่ออกบินได้ไม่นาน มังกรก็พาพวกเขาสองคนร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าปากถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เดวิดยืนรออยู่ก่อน คิมดงฮยอนอุ้มจองเซอุนลงจากหลังมังกร พร้อมหันไปขอบคุณมังกรที่อุตส่าห์ช่วยบินมาส่ง

    “หิมะ ต้นเหตุของลมเย็นที่มีหิมะ คือถ้ำนี้เหรอครับ” จองเซอุนถาม แหงนหน้ามองปากถ้ำที่สูงเกือบสิบเมตร ภายในถ้ำนั้นมืดสนิทมองไม่เห็นสิ่งใด ราวกับมันคือหลุมดำขนาดใหญ่ที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง

    “ใช่ โดยปกติมังกรส่วนใหญ่จะวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าหรือไม่ก็ตามเนินเขา มีแค่เด็กคนนี้เท่านั้นที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในโลกฝั่งนั้น ตั้งแต่ที่สูญเสียไป ก็ไม่คิดออกมาข้างนอกนี่อีกเลย” เดวิดบอกเสียงเศร้า หันมามองเด็กหนุ่มผมแดงที่สูงกว่าหน่อยด้วยสายตาคล้ายร้องขอ “ถึงจะบอกให้ช่วย แต่ความจริงฉันก็แค่อยากให้เข้าไปคุยด้วยเท่านั้นเอง กับจอมเวทที่ครึ่งๆ กลางๆ แบบผม ผมไม่สามารถช่วยเด็กคนนั้นได้ เพราะงั้นคงต้องฝากเธอด้วยนะ จอมเวทน้อย”

    “ถ้าผมเข้าไป ผมจะกลับมาได้ใช่ไหม” 

    จองเซอุนถาม เพราะเขาจำได้ว่า หากเข้าไปในโลกของพวกภูติ จะไม่มีทางย้อนกลับมายังโลกเดิมได้อีก

    “แน่นอน ผมจะพากลับมาเอง ผมสัญญา” เดวิดบอก ยื่นมือส่งมาให้

    สเลย์เบก้าหนุ่มมองอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็ยื่นมือไปจับมือของอีกฝ่าย

    ผู้ดูแลรังมังกรบีบมือของเขาเบาๆ ราวกับบอกว่าขอบคุณ ก่อนจะจูงมือเดินเข้าไปยังด้านในถ้ำ

    วินาทีที่ก้าวผ่านปากถ้ำเข้ามา จองเซอุนก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่รู้ครั้งที่เท่าไรของวัน 

    ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้า ช่างสวยงามจนไม่อาจจินตนาการได้ว่ามีอยู่จริง ทั่วบริเวณนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มราวกับสีของท้องฟ้าในยามค่ำ ไม่มีผนัง ไม่มีกำแพง ผืนนั้นเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ดูไร้สิ้นสุด แต่แทนที่จะจมลง พวกเขาทั้งสองกลับยืนอยู่บนผิวน้ำ เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง รวมถึงจุดแสงเล็กๆ ราวกับดวงดาวในห้วงจักรวาลภายในน้ำ 

    ห่างออกไป มีบางอย่างที่ลักษณะคล้ายกับเกาะกลางน้ำ ปกคลุมไปด้วยหิมะขาว รวมถึงมีเกล็ดหิมะเย็นโปรยปรายลงมาจากด้านบนอย่างเช่มช้า บนตัวเกาะมีมังกรขนาดใหญ่สีเทาเจือฟ้านอนนิ่งสงบเสงี่ยม โดยที่ข้างกายของมังกรตัวนั้นมีต้นไม้สีเข้มไร้ใบแห้งตายอยู่

    ทำไม ถึงดูเจ็บปวด

    จองเซอุนมองมังกรด้วยความรู้สึกปวดหน่วงในอก ทั้งสงสัย ว่าสิ่งที่มังกรตนนั้นสูญเสีย ใช่ต้นไม้ต้นนั้นหรือไม่

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in