Fictober I & Utomei_tan
[fic DBH]Kamski x Markus #18

  • U&I:18

    I create you




    แต่เดิมคิดว่า นั่นเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่มีทางได้ลิ้มลองตลอดชีวิต

     

    ประธานเอไลจาห์ แคมสกี้ ไม่สนใจผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นบริษัทไซเบอร์ไลฟ์ ทำการขายหุ้นปริมาณสูงโดยไม่มีเหตุอันควร ส่งผลต่อเสถียรภาพ และเกิดผลกระทบทำให้เกิดภาวะขาดทุนมหาศาลกับบริษัทและผู้ถือหุ้น เราจึงไม่ไว้วางใจให้มิสเตอร์แคมสกี้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการได้อีกต่อไป ขอเชิญสมาชิกทุกท่านลงคะแนนเสียง

     

    รสชาติของการยอมจำนน

    ที่ผมยินดีจ่าย ให้กับความอ่อนแอ

     

    ที่ประชุมมีมติให้ปรับเปลี่ยนระบบบริหาร ดีเลย์การถอดถอนมิสเตอร์เอไลจาห์ แคมสกี้ออกจากตำแหน่ง ให้ครบวาระหนึ่งปีตามระบบใหม่ เพื่อลดความตื่นตระหนกของสังคม ที่จะยังผลให้เกิดผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้ก่อตั้ง” 

     

    ขณะที่ในหัว ส่งคำพูดถามหาความคุ้มค่าซ้ำๆ

    ในอกผมกลับพึมพำปลอบประโลมว่าดีแล้ว

     

    ผู้ถือหุ้นขอเสนอที่ประชุม ให้พิจารณาเลือกตั้งกรรมการผู้บริหารคนใหม่ครับ

     

     

    ..............................


    ...โลกใบนี้มีความวิปริต...

     

    ก่อนหน้าไม่กี่วัน ฝนเทลงมาราวร่ำไห้

    วันนี้ หิมะสีขาวโพลนโปรยไม่หยุด ราวตั้งใจกลบทุกสิ่ง

     

    ดวงตากลมใสของแอนดรอยด์ผู้ปราบดีเวียนต์ สะท้อนภาพปุยสีขาว ที่โรยตัวลงมาอย่างไม่มีแววเลิกราด้วยแววสนใจ จากภายในรถรุ่นคลาสสิคที่กำลังแล่นอยู่ของผู้หมวดแอนเดอร์สัน

    “ถ้าพรุ่งนี้แดดมาแล้วอุ่นขึ้น หิมะจะหายไปสินะครับ”

    คอนเนอร์เปรยขึ้นพร้อมเอานิ้วจิ้มไปที่สาวฮาวายที่กำลังส่ายสะโพกอยู่หน้าทัศนียภาพสีขาวโพลน มันช่างไม่เข้าคู่กับเธอ เช่นเดียวกับเพลงร็อคที่เร่าร้อน

    “ถ้าอากาศโหลยโท่ยขนาดนั้น ขอลาโลกดีกว่า”

    คนขับกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยใจ ระหว่างที่รถกำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านของผู้ก่อตั้งไซเบอร์ไลฟ์   “ตุ๊กตาข้ามันทำไมวะ?”

    “เปล่าครับ แค่เห็นว่ามันมาจากฮาวาย”

    “อือ ซื้อติดมือมาตอนไปเที่ยว”

    “เมื่อสามเดือนก่อน เคสดีเวียนต์เคสแรกที่ผมไปช่วยเด็กสาวตัวประกัน ผมได้ช่วยปลาเขตร้อนตัวนึง ที่ออกมาอยู่บนพื้นจากตู้ปลาแตกด้วย ผมปล่อยลงไปอีกตู้หนึ่ง แล้วมันก็ว่ายน้ำอย่างสวยงาม”

    “เวร เปลี่ยนเรื่องซะงั้น”

    “เรื่องเดียวกันครับ ผมแค่คิดว่า อยากไปทะเล ที่นั่นผมอาจจะได้เห็นปลาหลายตัว แล้วตุ๊กตาตัวนี้ก็น่าจะดูดีในภาพที่มีแบล็คกราวด์เป็นทะเล”

    “นี่แกประหลาดขึ้นนะ โดนแกะสะดือออกไปวันนั้นเลยกระเทือนอะไรรึเปล่าวะ?”

    ชายผมสีดอกเลาลากเสียงพูดขณะเหลือบมองมายังคู่สนทนาครู่หนึ่ง คอนเนอร์ไม่สามารถฟันธงได้ ว่านี่คือการแสดงความห่วงใยหรือไม่ 

    แฮงค์ดูไม่ชังน้ำหน้าเขาเช่นวันก่อน อาจเพราะที่ตึกแสตนด์ฟอร์ด เขาได้ช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่หลายนาย จากหุ่นดีเวียนต์ที่หลบหนีพร้อมอาวุธปืน 

    ฝ่ายนั้นกล่าวขอบคุณ เช่นเดียวกับตำรวจที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้จากการถูกแดเนียลยิง และนั่นทำให้คอนเนอร์ผ่อนคลายขึ้น ราวกับว่ามีพื้นที่ว่างให้ตัวเองได้ยืนอย่างเต็มเท้า

    “นี่เรียกแท่งเก็บพลังงานครับไม่ใช่สะดือ แค่ใส่มันไว้ที่เดิมผมก็ปกติแล้ว ขอบคุณครับที่เป็นห่วง“

    “ไม่ได้เป็นห่วงว้อย แค่ถามถึง”  คนสูงวัยทำเสียงดังแย้งขึ้นทันที ก่อนจะทำปากขมุบขมิบอยู่ใต้หนวดเครา คล้ายกำลังบ่นอะไรสักอย่าง

    อันที่จริง คอนเนอร์ว่า การทำให้มนุษย์ชื่นชอบนั้น ดูไม่ใช่เรื่องยากอะไร

    “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ว่าแต่ เมื่อคืนแกทันเจอพวกดีเวียนต์ที่บุกร้านไซเบอร์ไลฟ์สาขาแถวโรงพักสินะ ดึกจะตายห่าไปทำอะไรที่นั่นตอนนั้นวะ เดินเล่น?”

    “ปกติผมอาศัยอยู่ตรงจุดพักแอนดรอยด์แถวนั้นน่ะครับ มันใกล้ที่ทำงาน ก็เลยทันเห็นเหตุการณ์พอดี เสียดายที่ไม่ได้เป็นจุดเดียวกับที่มาร์คัสไป”

    “.............. เดี๋ยวก่อนนะ”

    “ครับ เชิญครับ”

    “ไม่ใช่ว้อย!เดี๋ยวก่อนนะในที่นี้ หมายความว่าทำไมแกไม่ไสหัวกลับไปพักที่ไซเบอร์ไลฟ์บ้านแกวะ?”

    จู่ๆก็โดนโกรธอะไรสักอย่าง ทำให้คอนเนอร์ได้แต่กะพริบตาปริบๆ

    “เข้าใจผิดแล้วครับผู้หมวด ไซเบอร์ไลฟ์ไม่ใช่บ้านผม เป็นแค่สถานที่ที่สร้างผมขึ้นมา การกลับไปของผม คือตอนที่เสียร่างนี้เท่านั้น”

    รถยนต์ค่อยๆจอด หลังจากที่เข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลริมฝั่งแม่น้ำ ที่กว้างขวางเสียจนโดยรอบไร้วี่แววของบ้านเรือนหลังอื่น ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบเหงา คอนเนอร์เห็นคนที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งไป แล้วรู้สึกว่าควรพูดอะไรสักอย่าง เพื่อไขว่คว้าความสดใสเมื่อครู่กลับคืนมา

    “จะว่าไป ผู้นำกลุ่มดีเวียนต์ก็ประกาศเรียกร้องสิทธิ์การถือครองที่อยู่อาศัยเช่นกัน ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ คุณว่าบ้านนี่ดีต่างจากจุดจอดแอนดรอยด์ยังไงเหรอครับผู้หมวด”

    แล้วมนุษย์คนนั้นก็เดินออกจากรถด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ และนั่นทำให้คอนเนอร์ได้แต่ลอบผ่อนลมหายใจและสงสัย ว่าทำไมเขานี่ ถึงดูผิดที่ผิดทางยิ่งกว่าตุ๊กตาสาวฮาวายที่เต้นระบำกลางหิมะเสียอีก

    แอนดรอยด์ร่างเพรียวตัดสินใจตามอีกฝ่ายไปอย่างไม่กล้าวอแว เบื้องหน้าคืออาคารสีดำทรงเลขาคณิตชั้นเดียว ที่ทอดยาวคล้ายสัตว์ร้ายตัวเขื่องที่กำลังนอนขดตัวหลับบนทุ่งหิมะอย่างโดดเดี่ยว

    มันน่าประหลาด ที่ได้เจอสิ่งของบางอย่างตั้งวางอยู่ เหมือนในสวนเซนของเมนซิสเต็ม โดยเฉพาะโคมไฟที่มีตราประทับมือ อันที่เขาเคยวางแล้วไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ

    “ผมรู้สึกไม่ค่อยดีกับที่นี่เลยครับผู้หมวด”

    “เพราะถูกดึงสะดือเล่นนั่นแหละ เลิกงานแล้วก็ไปเช็คร่างกายซะ”

    แฮงค์เมินเฉยกับโปรแกรมดูดวงของเขา แล้วกดกริ่ง เพื่อเข้าไปหาเจ้าของบ้านตามที่นัดหมายเอาไว้ ให้แอนดรอยด์แสนสวยตัวนั้นมาต้อนรับ

    “ฉันจะไปตามเอไลจาห์ให้ค่ะ กรุณาทำตัวตามสบาย”

    หุ่นตัวนั้นบอกก่อนที่จะทิ้งพวกเขาไว้ยังห้องรับรอง ที่จัดวางด้วยสิ่งของที่สมมาตรแต่เต็มไปด้วยนัยยะตรงข้าม

    “แล้วตอนนี้รู้สึกยังไง ที่กำลังจะเจอคนที่สร้างนายขึ้นมา?”

    ท่ามกลางกลิ่นเครื่องหอม ภายในห้องที่ไร้ความเหน็บหนาวของเดือนพฤศจิกายน จู่ๆนายตำรวจก็พูดบางอย่างที่ยากเกินวิเคราะห์ขึ้น ขณะที่คอนเนอร์กำลังยืนพินิจภาพถ่ายหญิงผิวสีภาพหนึ่ง ศาสตราจารย์อแมนด้าคนนั้นช่างดูใจดีผิดกับผู้ที่อยู่ในเมนซิสเต็ม

    “ผมไม่ทราบสิครับ แต่ไว้ผมจะบอกคุณหลังจากที่ได้เจอเขา”

    “อย่างนั้นเหรอ”   

    แฮงค์ยิ้มบาง ดวงตาที่ดูสะลึมสะลือเลื่อนไปมองทิวทัศน์ด้านนอกบ้าน ผ่านช่องกระจกที่แคบและสูงบนผนัง จากนั้นจึงกล่าวช้าด้วยเสียงสงบชวนเศร้า   “บางคราว ฉันก็นึกอยากเจอคนที่สร้างฉันขึ้นมาเหมือนกัน อยากถามอะไรสักหน่อย”

    พริบตาที่คำเหล่านั้นจบ ความปั่นป่วนก็เกิดขึ้นในอกคอนเนอร์ เขายอมรับว่าตัวเองเป็นแอนดรอยด์ที่ไม่สามารถเข้าใจความซับซ้อนของมนุษย์ได้ทั้งหมด แต่ว่าแฮงค์กำลังกล่าวเรื่องส่วนตัวกับเขา โดยใช้ศัพท์แบบที่เขาสามารถเข้าถึงได้ในทันที

    คอนเนอร์อยากถามกลับในเรื่องของพ่อกับแม่ของอีกฝ่าย แต่พอดีว่าแอนดรอยด์ผู้ดูแลบ้านตัวนั้นกลับเข้ามา เพื่อนำทางพวกเขาไปพบเจ้านายเธอเสียก่อน 

    ทว่าการไปพบครั้งนี้ สิ่งที่คอนเนอร์ต้องเผชิญกลับไม่ใช่แคมสกี้ แต่เป็นตัวเขาเอง

    “น่าสนใจ... โอกาสของไซเบอร์ไลฟ์ที่จะช่วยมวลมนุษยชาติ กลับกลายเป็นดีเวียนต์เสียเอง”

     

     

    ............................................

     

     

    เลขดิจิตอล ยังกลายเป็นสีแดงไม่หยุด

    โปรยปรายลงทั่วกระดานตลาดหลักทรัพย์ราวกลีบดอกไม้สีสด

    คนนับไม่ถ้วนหายไป กลายเป็นสีแดงประดับลงบนพื้นหิมะ

     

    “ไซเบอร์ไลฟ์จะมีนัดประชุมวาระพิเศษของผู้ถือหุ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า และในเวลาพรุ่งนี้เช้าเก้านาฬิกา จะมีการแถลงข่าวความเชื่อมั่นค่ะ”

    “อืม อาจเสนอแค่แผนปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เพื่อประวิงเวลาหาผู้ร่วมทุน”

    แคมสกี้ซึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงาน รับเครื่องดื่มมาจากมือของเลขาสาว โดยไม่ได้ละสายตาไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์  “ฉันมีหุ้นธนาคารทิสส์ ยกราคามันให้สูงอีก แล้วให้คนของเราเสนอที่ประชุม”

    “ค่ะ”

    “วันแถลงการณ์ ติดต่อโทรทัศน์ ฉันต้องการช่วงเวลาหกโมงเย็น ในการคุยเรื่องของดีเวียนต์”

    “ค่ะ”

    คำสั่งจำนวนมากมาพร้อมน้ำเสียงที่ชวนฟัง เลขาสาวหลับตา เพื่อส่งผ่านข้อมูลไปยังแอนดรอยด์อีกสองตัว เธอลืมตาขึ้นอีกครา เมื่อพบสิ่งที่ขัดแย้ง

    “มาร์คัสเป็นตัวแปรที่ขัดประโยชน์กับทั้งคุณและฝ่ายนั้น คุณจะทำยังไงคะเอไลจาห์?”

    เมื่อชายหนุ่มเงียบลง เสียงแกว่งไกวของลูกตุ้มนาฬิกาก็ดังก้องขึ้น

    เขาหยุดโค้ดการห้ามA.I.วิวัฒน์ แกนหลักของไซเบอร์ไลฟ์

    แล้วจักรกลที่เคยถูกกดขี่มีความคิดขึ้นมา บ้างก็เริ่มหลบหนี บ้างก็ฆาตกรรมเจ้านายตัวเอง ความวุ่นวาย เสียงกรีดร้อง และความตายของผู้เคราะห์ร้ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆราวระรอกคลื่น

    แคมสกี้ไม่ใส่ใจ

    แค่พรมสีแดงที่อยู่ใต้เท้า ชุ่มขึ้นมาแค่นั้น

    ดีหรือร้าย การได้ดูปฏิกิริยาของกาฝากพวกนั้นดิ้นรนทรมานอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ต้นไม้ที่เกาะอยู่ตายไป ช่างเป็นเรื่องน่าสนุกเป็นบ้า

    โดยเพาะตอนที่อุตส่าห์ทำตัวฉลาดเตรียมย้ายบริษัทอื่นไปสิงสู่ แต่ก็ปั่นหุ้นให้ไซเบอร์ไลฟ์ดูไม่มีผลกระทบจากดีเวียนต์ เพื่อรอทำให้มันล้มฉับพลัน กลับถูกมาร์คัสเข้ามาทำลายจังหวะเสียก่อน

    ดีเวียนต์ ที่หนีจากมนุษย์...

    ท่ามกลางกลิ่นชาร้อนในมือชวนให้ใจสงบ เจ้าของบ้านมองภาพบนกำแพงที่คาร์ลให้ยืมมา แสงเงายอดเยี่ยม ไล่เรียงกระทั่งความลางเลือนของใบไม้แต่ละใบ ท่ามกลางความเหมือนจริงนี้ สิ่งผิดเพี้ยนเดียวคงมีเพียงแสงสีทองยามเย็น ที่มักกระทบตาเพียงชั่วคราว กลับยืนยงอยู่ต่อหน้าเขาตลอดไป

    “มันควรจบเสียที”

    เสียงทุ้มนั้นเบาและแหบพร่า ริมฝีปากผู้ฟังเปิดออกคล้ายเตรียมตอบรับ ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของการต่อต้าน ทว่าเสียงออดที่กระทบหูอย่างอ่อนโยนก็ดังขึ้น แอนดรอยด์สาวมองไปยังต้นทาง ก่อนตอบความสงสัยที่มากับสีหน้าผู้สร้าง

    RK800ค่ะ เขามาลำพัง แสกนผ่านกล้องหน้าประตูแล้วไม่พบอาวุธ จะให้เข้าพบไหมคะ?”

    แคมสกี้พยักหน้า กดพับเก็บโน้ตบุ๊คลง เงยหน้ามองผู้ที่เดินมาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับโคลอี้อีกตัว

    “เราเจอกันอีกครั้งแล้ว คอนเนอร์”

    เจ้าของบ้านตัดบทสนทนาทักทายที่ไม่มีความจำเป็นแก่ตัวเขาออก แล้วยกมือข้างหนึ่งเบาๆไปทางโซฟาอีกตัวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล   “เชิญ”

    ทว่าผู้มาเยือนยังคงยืนนิ่งตรงที่เดิม  

    “คุณแคมสกี้ ขออภัยที่เสียมารยาทและรบกวนเวลาของคุณ แต่ผมจำเป็นต้องกลับมา เพื่อขอความร่วมมือของคุณในการสืบคดี แอนดรอยด์กับดีเวียนต์มีความต่างกัน โดยเชื่อว่าเกิดจากการไม่เสถียรทางอารมณ์ ในตอนนี้ หากผู้นำหุ่นกบฏที่ชื่อมาร์คัส อาจพาให้เกิดการทำสงครามกับมนุษย์ จนเกิดการเสียชีวิตของประชาชน พวกเราควรยับยั้งไม่ให้เกิดเรื่องราวพวกนั้นนะครับ”

    คอนเนอร์มีเสียงทุ้มต่ำ ฉลาดเลือกใช้คำ เป็นแอนดรอยด์นักเจรจารุ่นสุดท้ายที่ถูกเขาดีไซน์ระบบมาเพื่อให้ช่วยกำจัดดีเวียนต์ ฟางเส้นสุดท้ายที่ยื่นให้ผู้อ่อนต่อโลก เข้ามาคว้าและจมลงพร้อมความหวัง

    “ผมว่าคุณอาจคิดไปเอง ว่าผมรู้เรื่องราวเชิงลึกมากไปกว่าคนของกรมตำรวจ หรือผู้ที่ทำงานอยู่ในไซเบอร์ไลฟ์”

    “ผมเห็นซีเรียลนัมเบอร์บนหน้าของมาร์คัส มันบอกที่มาว่าเป็นโปรโตไทป์ที่คุณสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญ”

    “......”

    “กรมตำรวจกระจายข่าวขอความร่วมมือประชาชน เพื่อให้ทราบที่มาและแนวโน้มพฤติกรรมของหุ่นตัวนั้น แต่เป็นเรื่องยากของมนุษย์ที่จะจำใบหน้าของหุ่นไร้สกิน ในตอนนี้มิสเตอร์แมนเฟรดป่วยหนัก ไม่เหมาะแก่การขอข้อมูล แม้ทางโรงพยาบาลจะอนุญาตให้กลับบ้านมาพักฟื้นแล้วก็ตาม แต่หากมีการพูดคุยเพื่อสันติ มาร์คัสอาจฟังคุณบ้าง หรือไม่แล้ว คุณอาจมีวิธีการติดตามตัวเขา”   

    ประกายตามุ่งมั่นแข็งกล้าช่างไม่กลมกลืนกับภาพลักษณและเครื่องหน้าที่เสกสรรค์ให้เป็นมิตร   “การปิดบังทางการไม่ใช่เรื่องดี แต่ก็ไม่ใช่ความผิด ผมจึงมาขอความร่วมมือครับ หากมีสิ่งใดที่คุณพอให้ผมทำเพื่อแลกเปลี่ยนได้ ผมก็ยินดี”

    แคมสกี้เพยิดหน้าไปทางโคลอี้ที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังโซฟาที่ตัวนั่งอยู่

    “หมายความว่า คุณพร้อมยิงเธอแล้วน่ะเหรอ?”

    คอนเนอร์ไม่ตอบ แต่นั่นคือคำตอบ

    พริบตาที่เสียงหัวเราะเบาอย่างสุภาพดังขึ้น ใบหน้าของแคมสกี้ถูกย้อมไปด้วยสีสัน มันหายไป ทิ้งไว้เพียงความสดใสในแววตาที่ไม่ชวนให้วางใจ

    “เป็นการเจรจาที่ดีครับ ทำผมสงสัยว่าเมื่อเช้า นั่นอาจไม่ใช่การแสดงความเห็นใจต่อแอนดรอยด์ หากเป็นเพราะคุณไม่อยากให้ผู้หมวดแอนเดอร์สันเห็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีมากกว่า ซึ่งสนใจ แอนดรอยด์ให้ความสำคัญความรู้สึกมนุษย์คนอื่นนอกจากเจ้านายด้วยเหรอครับ หรือคุณคิดว่าเขาเป็นเจ้านายคุณ?”

    “ผู้หมวดเป็นคู่หูของผมครับ เราได้รับคำสั่งให้ทำงานร่วมกัน ผมจึงไม่อยากให้ภาพลักษณ์แย่จนกระทบการทำงาน คุณแคมสกี้ ผมกลับมาหาคุณ เพราะผมวิเคราะห์ได้ ว่าคุณทราบที่อยู่ของเจริโก้ หรือไม่แล้ว ก็เกี่ยวข้องกับการเกิดของมัน ช่วยบอกผมได้หรือไม่ครับ”

    คอนเนอร์ตัดประเด็น และเข้าสู่ธุระของตัว แคมสกี้กระหวัดเรียวขาขึ้นไขว่ห้าง ประสานมือไว้บนหน้าตัก

     “เวลาและความรู้สึกต่างกันแต่กลับมีผลลัพธ์เดียวกัน เป็นความไม่เสถียรที่รอวันเสื่อมสลาย ชีวิตมนุษย์น่าสนใจตรงไหน สักวันในเวลาที่คุณไม่รู้ตัว พวกเขาต้องจากโลกใบนี้โดยไม่อาจยื้ออยู่แล้ว และหากผู้หมวดแอนเดอร์สันที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากไปแล้ว คุณจะยังใส่ใจมนุษย์อื่นอีกไหม”

    หุ่นผู้ปราบดีเวียนต์เริ่มขมวดคิ้วนิดๆ กับคำพูดที่ฟังดูผ่านการสืบค้นมา

    “ผู้หมวดสุขภาพแข็งแรงดีอยู่ครับ”

    แคมสกี้ส่ายหน้าอย่างอ่อนโยน

    “ไซเบอร์ไลฟ์ไม่สามารถลงประวัติการแพทย์ให้คุณได้ แต่คุณใช้โปรแกรมสืบสวนพิสูจน์ได้ ว่าผมพูดจริงหรือไม่ เชิญครับ”

    แอนดรอยด์หนุ่มพินิจมองมนุษย์ตรงหน้าที่ยืดกายรออย่างท้าทาย การขยายของรูม่านตา ระบบการหายใจ ชีพจร อะดรีนาลิน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่วิเคราะห์ได้ว่าพูดจริง

    และเมื่อริมฝีปากสีสวยหุ่นตรงหน้าเม้มแน่น แคมสกี้ก็ยิ้มน้อยๆ   

    “โปรแกรมน่าสนใจหลายตัวถูกพัฒนาในช่วงที่ผมไม่อยู่ แต่ผมไม่สะดวกจะถูกมันตรวจสอบ จะไปออกกำลังกายเหมือนตอนเช้าก็ไม่ทัน”

    เจ้าของบ้านเอนศีรษะไปข้างหนึ่ง แล้วพูดด้วยท่าทีลำบากใจ   “ดังนั้น ปิดระบบวิเคราะห์ที่ใช้ไปทั้งหมดครับ”

    จู่ๆคอนเนอร์ก็รู้สึกว่าบรรยากาศเย็นลง เป็นครั้งแรก ที่เขาปิดระบบส่วนหนึ่งของตัวจากคำพูดของคนอื่น การตอบสนองนี่มันอะไร? ผู้ชายที่แต่งกายด้วยชุดลำลองสบายตาคนนั้นลุกเดินตรงมาหา เหยียบย่างไปบนพื้นหินอ่อนสีควันบุหรี่ บางอย่างมีความแปลกแยกจากมนุษย์ทั่วไป

    “คุณ...สั่งผม?”

    “ไม่ได้รึครับ? ในเมื่อผมเป็นผู้สร้างคุณ”

    “.....” 

    “เกิดเป็นแอนดรอยด์ต้องชินกับเรื่องนี้หน่อยนะ”

    ในโลกของความเงียบ ที่ไม่มีเสียงสัญญาณชีพคอยหล่อเลี้ยงโสต ปลายนิ้วเรียวของอดีตประธานไซเบอร์ไลฟ์ประคองคางของผู้มาเยือน แผ่วเบาราวปุยนุ่น ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับคมกริบจนเหมือนน้ำแข็ง   “ไม่ต้องคิดหาเหตุผลน่าเบื่อ อย่างผมทำได้ยังไงหรอก เรามาคุยเรื่องน่าสนใจ ที่คุณบอกว่าพร้อมจะทำตามที่ผมต้องการดีกว่า”

    แคมสกี้ยิ้มบาง ย้ายมือขาวจัดราวพลาสติกเนื้อดีไปปลดเนคไทของหุ่นตรงหน้าให้ คอนเนอร์ผงะ ความเคลื่อนไหวนั่นเป็นไปตามสัญชาตญาณ 

    “คุณตั้งใจจะทำอะไรครับ?”

    “เพราะความโกรธ เศร้า อย่างรุนแรง การกดขี่อย่างไม่เต็มใจทำให้เกิดเป็นดีเวียนต์ ....คุณเอาแต่ถามผม ไม่คิดเหรอครับว่าจะมีอะไรดีไปกว่าการเห็นและรับรู้มันด้วยตัวเอง ว่ากระบวนการการเกิดที่แท้มันเป็นอย่างไร”

    ความเย็นชาแลตื่นเต้นซึมผ่านขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวบรรจงใช้เหล็กแหลมเสียดแทงเข้ามาควานในช่องท้อง คอนเนอร์ตัดสินใจผลักอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่หุ่นที่อยู่ในห้องอีกสองตัวกลับจับแขนและล็อคคอเขาไว้

    และเมื่อริมฝีปากของผู้สร้างสะกดคำเบาให้หยุด ร่างของคอนเนอร์ก็ไม่อาจขยับไปไหนได้อย่างสมบูรณ์

     

     

    ..............................................

     

     

     

     

     

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in