EARLY DESIRE ประวัติศาสตร์ใต้สะดือSALMONBOOKS
no.1: มัมมี่ (ไม่) มีเพศ


  • 1

    คุณเคยได้ยินชื่อ ‘เอิตซี’ (Ötzi) บ้างไหมครับ

    จะว่าไป เอิตซี คือมัมมี่ชื่อดังที่สุดร่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่ต้องบอกคุณก่อนว่า เอิตซีไม่ใช่มัมมี่ในความหมายเดียวกับมัมมี่ของอียิปต์นะครับ เดี๋ยวคุณจะพานนึกว่าเอิตซีเป็นชาวอียิปต์ถูกฝังอยู่ในพีระมิดละก็ผิดกันไปใหญ่

    คำว่า ‘มัมมี่’ ถูกนำมาใช้ในความหมายของซากศพที่ไม่เน่าเปื่อยด้วยครับ แต่ไม่ใช่แบบเดียวกับนักบุญทั้งหลายที่อยู่ๆ ก็ไม่เน่าเปื่อยเอง คำว่ามัมมี่ในที่นี้หมายถึงซากศพที่ไม่เน่าเปื่อยโดยผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น การถูกฝังอยู่ในชั้นน้ำแข็ง เป็นต้น

    เอิตซีก็เป็นอย่างนี้แหละครับ คือถูกฝังอยู่ในธารน้ำแข็ง ซากศพของเอิตซีจึงไม่เน่าเปื่อยและปรากฏแก่สายตาของผู้คนมาถึงทุกวันนี้

    ในวันที่ 19 กันยายน 1991 เอิตซีถูกค้นพบว่าฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า เอิตทาล (Ötztal) ตรงพรมแดนระหว่างประเทศอิตาลีกับออสเตรีย โดยสองสามีภรรยานักเดินเขา เฮลมุท กับ เอริกา ไซมอน
  • ที่จริงการบอกว่าใครค้นพบเอิตซีนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เขามีการฟ้องร้องกันใหญ่โต ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะคนที่ค้นพบ นอกจากได้ชื่อเสียงแล้ว ยังจะได้ค่าค้นพบด้วย เลยมีนักปีนเขาอีกคนหนึ่งออกมาอ้างว่าเธอเป็นคนพบเอิตซีก่อนเฮลมุทกับเอริกา แต่เธอดันกลับไปที่กระท่อม แล้วไหว้วานคู่สามีภรรยาไปช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ถ่ายไปถ่ายมา ปรากฏว่าเฮลมุทกับเอริกาได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบไปเสียอย่างนั้น

    อีกรายหนึ่งเป็นสาวสวิส เธอออกมาบอกว่า โอ๊ย! เอิตซีน่ะ ฉันเคยค้นพบแล้วนะจ๊ะ แล้วตอนพบน่ะ ก็เอามือไป ‘แปะ’ เอิตซีเอาไว้ด้วย เธอเลยร้องขอให้ตรวจสอบว่ามีดีเอ็นเอของเธอปนอยู่ด้วยหรือเปล่า แต่ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าคงตรวจไม่เจอหรอก

    อย่างไรก็ตาม ตอนแรกทางการเสนอเงินให้คู่สามีภรรยาถึงสิบล้านลีร์ (คือราวๆ ห้าพันกว่ายูโร) แต่ทั้งคู่ไม่เอา นัยว่ามันน้อยไป ปกติแล้วควรจะได้ราว 25 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าของเอิตซี เลยไปฟ้องศาล ต่อสู้กันยืดยาว จนกระทั่งเฮลมุทเสียชีวิตไปก่อน (ว่ากันว่า เป็นเพราะ ‘คำสาปเอิตซี’ นี่แหละครับ!) แต่สุดท้ายก็มาตกลงกันที่หนึ่งแสนห้าหมื่นยูโร (ประมาณห้าล้านกว่าบาท) ซึ่งเยอะนะคุณ!

    ทีนี้คุณอาจสงสัยว่า เอิตซีนี่สำคัญอย่างไร ถึงได้ทำเงินให้คนค้นพบมากขนาดนั้น

    สำคัญสิครับ เพราะเอิตซีเป็นมัมมี่ที่คาดว่ามีอายุถึงกว่าห้าพันปี (เขาบอกว่ามีโอกาส 66 เปอร์เซ็นต์ ที่เอิตซีจะมีอายุอยู่ในระหว่าง 3,239-3,105 ปีก่อนคริสตกาล) แล้วอวัยวะต่างๆ ก็ไม่เน่าเปื่อยสูญสลายหายไป เอิตซีจึงเป็น ‘ตัวอย่าง’ สำคัญของร่างกายมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แล้วเวลามนุษย์ตดเหม็นอย่างเราๆ ค้นพบ ‘ร่างกาย’ ของใครที่เราไม่คุ้นเคย เราก็มักจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าของร่างกายนั้นๆ ให้ละเอียดลึกซึ้งที่สุดทุกทีไป (สิน่า)

    อย่างเช่นเรื่องเซ็กซ์!
  • แรกเห็น คนค้นพบคิดว่าเอิตซีเป็นผู้หญิง เพราะร่างกายของเอิตซีช่างบอบบางเสียเหลือเกิน แถมสัดส่วนก็ยังมีลักษณะเหมือนผู้หญิงอีกต่างหาก กล่าวคือไม่ได้ตัวใหญ่โตมโหฬารอะไร หลายคนจึงคิดว่าเป็นผู้หญิงแน่ๆ

    แต่พอมีการขุดค้นนำเอาร่างของเอิตซีขึ้นมาจริงๆ ปรากฏว่าร่างกายนั้นไม่มีหน้าอกแบบที่ผู้หญิงควรจะมี แถมยังมีอวัยวะบางอย่างที่ดูไปดูมาก็คล้ายอวัยวะเพศชายเสียอีก แต่ก็ไม่ค่อยจะแจ่มแจ้งแดงแจ๋เท่าไหร่ แล้วผ้าผ่อนเสื้อคลุมเครื่องไม้เครื่องมือที่พอจะค้นพบอยู่บ้าง ก็ดันระบุไม่ได้อีกว่าเป็นเพศไหน เพราะมันไม่เหมือนกับเครื่องใช้อะไรต่างๆ ที่เคยค้นพบมาก่อนเลย

    เอิตซีเลยโด่งดังด้วยความลึกลับ

    ไม่มีใครรู้ว่าเอิตซีเป็นชนเผ่าไหน และได้แต่ขนานนามเอิตซีว่าเป็นไอซ์แมน

    ซึ่งเอิตซีนี่แหละครับ ที่เป็นมัมมี่อีโรติก!
  • 2

    มาลองวาดภาพกันดูว่า ในคืน (หรือวัน) ที่เอิตซีต้องติดอยู่ใต้น้ำแข็งนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

    ว่ากันว่า เอิตซีน่าจะเป็นมนุษย์ในปลายยุคหิน—ยุคที่เริ่มมีการใช้โลหะเป็นครั้งแรกๆ

    ทฤษฎีสมัยค้นพบแรกๆ บอกว่า ในวันสุดท้ายของชีวิต เอิตซีคงกำลังออกหาอาหาร แต่ความที่ไม่ชำนาญทางหรืออย่างไรก็ไม่รู้ได้ เขาถูกพายุหิมะกระหน่ำเสียจนติดอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น และที่สุดก็ล้มตายในขณะที่ต้องเดินผ่านหุบเขา

    แต่ในระยะหลังก็มีทฤษฎีใหม่ๆ บอกว่า บางทีเอิตซีอาจเป็น ‘เหยื่อ’ บูชายัญในพิธีบางอย่างก็ได้ โดยเฉพาะพิธีกรรมการขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า โดยตัวเอิตซีเป็นแค่หนึ่งในของบูชาเท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม จากการทำเอกซเรย์และซีทีสแกนพบว่าที่หัวไหล่ซ้ายของเอิตซีมีร่องรอยของลูกศรฝังอยู่ แต่ลูกศรถูกดึงออกไปก่อนตาย แถมยังมีร่องรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ (หลักฐานระดับนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ นะครับ เพราะมัมมี่อายุตั้งหลายพันปีแล้ว) ดังนั้นเอิตซีอาจตายเพราะเสียเลือดมากก็ได้

    อีกทฤษฎีบอกว่า ที่หิมะและน้ำแข็งกลบฝังร่างของเอิตซีเอาไว้ลึกนั้น จริงๆ แล้วร่างของเอิตซีอาจไม่ได้ฝังอยู่ลึกขนาดนั้นหรอก แต่เพราะวงจรการละลายของน้ำแข็ง เลยทำให้ร่างของเขาค่อยๆ จมลงไปทีละนิดทีละหน่อยจนลึกสุดใจในที่สุด

    แต่จะอย่างไรก็ตาม เขาจมอยู่ในความมืดมิดใต้ก้อนน้ำแข็งเป็นเวลานานกว่าห้าพันปี พร้อมกับขวานทองแดงและผ้าประหลาด ซึ่งน่าจะเป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่างหนึ่งที่เอิตซีใช้ในการคุ้มกันภัย และร่างกายของเขาถูกน้ำแข็งห้อมล้อมโอบอุ้มเอาไว้ จึงไม่เน่าเปื่อย จากการศึกษาฟันของเอิตซี คะเน
    กันว่า ในขณะที่ตาย เขาน่าจะมีอายุอยู่ประมาณยี่สิบห้าถึงสี่สิบปี ตามตัวของเขามีรอยสักอยู่ตามร่องกระดูกสันหลังและที่ขาทั้งสองข้าง 

    เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้สาธารณชนสนใจเอิตซี 

    แต่เป็นเรื่อง ‘เซ็กซ์’ ของเขาต่างหาก!
  • อีกทฤษฎีบอกว่า ที่หิมะและน้ำแข็งกลบฝังร่างของเอิตซีเอาไว้ลึกนั้น จริงๆ แล้วร่างของเอิตซีอาจไม่ได้ฝังอยู่ลึกขนาดนั้นหรอก แต่เพราะวงจรการละลายของน้ำแข็ง เลยทำให้ร่างของเขาค่อยๆ จมลงไปทีละนิดทีละหน่อยจนลึกสุดใจในที่สุด

    แต่จะอย่างไรก็ตาม เขาจมอยู่ในความมืดมิดใต้ก้อนน้ำแข็งเป็นเวลานานกว่าห้าพันปี พร้อมกับขวานทองแดงและผ้าประหลาด ซึ่งน่าจะเป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่างหนึ่งที่เอิตซีใช้ในการคุ้มกันภัย และร่างกายของเขาถูกน้ำแข็งห้อมล้อมโอบอุ้มเอาไว้ จึงไม่เน่าเปื่อย จากการศึกษาฟันของเอิตซี คะเนกันว่า ในขณะที่ตาย เขาน่าจะมีอายุอยู่ประมาณยี่สิบห้าถึงสี่สิบปี ตามตัวของเขามีรอยสักอยู่ตามร่องกระดูกสันหลังและที่ขาทั้งสองข้าง 

    เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้สาธารณชนสนใจเอิตซี 

    แต่เป็นเรื่อง ‘เซ็กซ์’ ของเขาต่างหาก!
  • 3

    ถึงแม้ว่าอวัยวะเพศของเอิตซีที่เห็นได้ชัดจะเป็นถุงอัณฑะ แต่สิ่งที่ใครๆ ต่างให้ความสนใจคือองคชาตของเอิตซี, เอ่อ—ไม่ใช่สิครับ ต้องบอกว่า สิ่งที่ใครๆ ให้ความสนใจคือ การที่องคชาตของเอิตซีหายไปต่างหาก

    ถูกแล้วครับ เอิตซีไม่มี ‘ไอ้นั่น’!

    ว่าแล้วมนุษย์ตดเหม็นยุคปัจจุบันก็รีบคาดคะเนกันใหญ่ เดาสุ่มกันไปตามพื้นหลัง ประสบการณ์ และวัฒนธรรมของตัวเองอย่างมั่วที่สุด

    นักเดาสายที่หนึ่งเดาว่า ที่จู๋ของเอิตซีหายไปน่ะ สงสัยเป็นเพราะอีตานี่ไปลักลอบได้เสียกับเมียชาวบ้านแล้วโดนจับได้เลยถูกฆ่าตัดจู๋ จากนั้นก็ทิ้งศพเอาไว้ให้หิมะกลบ (นักเดาสายนี้เข้าชมรมปราบผัวอยากมีเมียน้อยได้สบายบรื๋อ!)

    นักเดาสายที่สองเดาว่า เอิตซีคงตายไปก่อนที่หิมะจะกลบร่าง แล้วสัตว์ป่าคงจะมากินจู๋ของเอิตซีไป (นักเดาสายนี้คงอยู่ชมรมนิยมไพร) แต่ก็ถูกค้านว่า จะบ้าเหรอ สัตว์ป่าที่ไหนจะกินแต่เจ้าช้างน้อย ถ้าจะกินมันมิกินไปหมดทั้งตัวแล้วหรือไง
  • นักเดาสายที่สามเป็นนักสืบ สายนี้บอกว่า สงสัยตอนเคลื่อนย้ายร่าง คงจะมีการตัดจู๋ของเอิตซีไปขายแล้วละมั้ง เรื่องนี้ทำให้ด็อกเตอร์คอนราด สปินด์เลอร์ (Konrad Spindler) หัวหน้าคณะขุดค้นเอิตซีซวยไป ต้องออกมาปัดป้องข้อกล่าวหาว่าผมไม่ได้ทำ (นะเฟ้ย!)

    คุณคงพอจะเดาได้มั้งครับ ว่านักเดาสายไหนจะกระพือข่าวได้มากที่สุด

    ถูกเผงครับ—สายที่หนึ่ง

    โธ่! เวลาเมาท์น่ะ เมาท์เรื่องคาวๆ ของชาวบ้านเขานับว่ามันที่สุด ถึงแม้ ‘ชาวบ้าน’ ที่ว่าจะตายไปแล้วห้าพันปี (แล้วก็ไม่ได้ถ่ายวิดีโอฉาวเอาไว้!) ก็ตาม

    เมื่อปากคนพาไป และทฤษฎีที่หนึ่งได้รับความเชื่อถือจากสาธารณชนคนช่างเมาท์ เรื่องราวของเอิตซีจึงเกิดความซับซ้อนขึ้นมากมาย บ้างก็ว่าเอิตซีเป็นพระที่เดินทางมาจากตะวันออกใกล้ซึ่งคงต้องควักไอ้จู๋มาบูชายัญเจ้าแม่อะไรสักอย่างหนึ่ง

    แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดหมด!

    องคชาตของเอิตซีไม่ได้หายไปไหน มันยังติดอยู่กับที่นั่นแหละครับ เพียงแต่ในตอนแรกไม่มีใครมองเห็นเพราะว่ามันเล็กมากเท่านั้น แถมศพก็บอบบางมาก จะไปขุดคุ้ยค้นอะไรมากเดี๋ยวก็พินาศภินท์พังหมด ต้องรอจนถึงปี 1993 ถึงได้ค้นพบว่า เอิตซียังมีองคชาตอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ และทั้งองคชาตกับลูกอัณฑะต่างก็ถูกความหนาวเย็นทำให้ ‘หด’ เข้าไปซุกซ่อนอยู่ในตัว

    แต่เอิตซียังนอนตายแบบสบายๆ ไม่ได้ครับ เพราะพอคราวนี้มนุษย์ตดเหม็นรู้เสียแล้วว่าเอิตซียังมีทั้งลูกอัณฑะและถุงอัณฑะ ก็เกิดข่าวลือใหม่ขึ้นมาอีกว่าในถุงอัณฑะของเอิตซีน่ะยังมีเชื้ออสุจิที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ถ้าได้เอามาผ่านกระบวนการอะไรสักอย่าง ก็จะสามารถนำมาผสมเทียมกับผู้หญิงในยุคปัจจุบันนี้ได้

    มันก็ต้องมีคนอยากลองสิครับ!
  • ผู้หญิงชาวออสเตรียจำนวนหนึ่งเกิดนึกพิลึกอยากมีลูกกับเอิตซีเข้าให้ ไม่ใช่แค่อยากดังเท่านั้น แต่ยังอยากให้ตัวเองได้‘สายพันธุ์แท้’ หรือ Pure Breed มาไว้ในครอบครองด้วย (อันนี้แนวคิดคล้ายๆ ฮิตเลอร์ยังไงชอบกล!) ทั้งนี้ก็เพราะเอิตซีถือว่าเป็นชนเผ่าต้นตระกูลแอลป์ของแท้และดั้งเดิมที่สุด หาแท้กว่านี้
    ไม่มีอีกแล้ว

    ตามทฤษฎีแล้ว การนำอสุจิของเอิตซีมาผสมเทียมนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ และทำได้ไม่ยากเสียด้วย ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากที่ร่ำร้องอยากจะมีลูกกับมัมมี่

    แต่โชคร้าย (หรือดีก็ไม่รู้!) ที่คนแถบยุโรปเขานับถือศาสนาคริสต์ อันเป็นศาสนาที่ถือเคร่งเรื่องมีเซ็กซ์ระหว่างญาติที่เรียกว่า incest กันมาก เลยมีคนออกมาห้าม โดยบอกว่าเอิตซีน่ะเก่าแก่มากนะ มากขนาดที่เอิตซีอาจจะเป็นต้นตระกูลของมนุษย์ทุกคนบนโลกก็ได้ แล้วถ้าไปมีลูกกับเอิตซีน่ะ ก็อาจเท่ากับมีลูกกับปู่ของปู่ของปู่ของปู่ ฯลฯ ก็ได้นะ—ไม่ควรทำ!

    ที่สุดเลยไม่มีใครได้อสุจิของเอิตซีไปครอบครอง ซึ่งจริงๆ ก็ดีแล้วนะครับ เพราะถ้าหากว่าใครเกิดได้เชื้อของเอิตซีไปเพราะคิดว่าจะได้ ‘มนุษย์สายพันธุ์แอลป์แท้’ ละก็ เอาเข้าจริงอาจต้องผิดหวัง เพราะในปี 2016 มีการศึกษาพบว่าลำไส้ของเอิตซีมีแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งซึ่งพบเฉพาะในคนเอเชียใต้และเอเชียกลางเท่านั้น จึงอาจเป็นไปได้ว่า เอิตซีมาจากอินเดียเหนือ
  • อย่างไรก็ตาม ความฮือฮาด้านเพศเกี่ยวกับเอิตซียังไม่จบลงแค่นั้น เงียบกันไปได้ไม่นานนัก เอิตซีก็ต้องเดือดร้อนอีก

    โธ่! ก็คนเราน่ะ ต่างพยายามเอาบรรทัดฐาน ค่านิยมและวัฒนธรรมของตัวเองไปจับยัดใส่ตัวเอิตซีกันใหญ่นี่ครับ ตอนแรกว่าเอิตซีเป็นผู้หญิง ต่อมาว่าเป็นผู้ชาย (แถมยังเจ้าชู้ไปแอบฟันเมียชาวบ้านอีก) สุดท้ายเอิตซีก็ต้องกลายเป็นเกย์ไปอีก

    เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะนิตยสาร LAMBDA-Nachrichten ของออสเตรีย (ซึ่งเป็นนิตยสารเกย์) เกิดไปตีพิมพ์บทความที่ระบุว่า อสุจิที่พบในตัวเอิตซีนั้นน่ะ ไม่ได้มีอยู่เฉพาะในถุงอัณฑะของเอิตซีเท่านั้นดอกนะนาย แต่ยังพบว่ามีอสุจิอยู่ในทวารหนักของเอิตซีด้วย

    คราวนี้เลยเป็นเรื่องสิครับ เพราะเหล่าเกย์ทั้งสองชายฝั่งแอตแลนติกต่างร่ำลือเรื่องนี้กันใหญ่ ทำนองว่าเห็นไหมล่ะ—เป็นเรื่องธรรมชาติ เกย์น่ะมีมาตั้งหลายพันปีแล้ว มายึดถือให้เอิตซีกลายเป็นเกย์คนแรกของโลกกันเถอะ โดยเฉพาะเมื่อไปดูเสื้อผ้าของเอิตซีแล้วพบว่าเป็นเสื้อผ้าที่จะหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง ก็ยิ่งระบือลือนามกันไปใหญ่ว่าเอิตซีต้องเป็นพวก‘ชาแมน’ (Shaman) คือเป็นคล้ายๆ กะเทยนั่นเอง

    แต่แล้วแฟนตาซีของเกย์สองฝั่งแอตแลนติกก็ต้องสลายเมื่อมีการออกมาบอกความจริงว่า ยังไม่เคยมีการตรวจดูทวารหนักของเอิตซีเลยว่ามีอสุจิอยู่จริงหรือเปล่า และที่ไม่ได้มีการตรวจดูทวารหนักของเอิตซีนั้น เป็นเพราะทวารหนักของเอิตซีหายไปน่ะสิครับท่านผู้อ่าน!

    สปินด์เลอร์—หัวหน้าคณะขุดค้นบอกว่า ทวารหนักของเอิตซีสูญสลายไปตั้งแต่แรกขุดแล้ว ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ทวารหนักของเอิตซีมีหรือไม่มีอสุจิอยู่กันแน่
  • ฝันของเกย์ที่อยากให้เอิตซีเป็นเกย์ก่อนประวัติศาสตร์จึงสลายไปพร้อมกับฝันของสาวๆ ที่อยากได้เอิตซีเป็นสามีก่อนประวัติศาสตร์!

    เหลือไว้แต่การตีขลุมและนำเอาบริบทของวันเวลานี้ไปตัดสินวันเวลาก่อนประวัติศาสตร์

    สำหรับผม เอิตซีคือเอิตซี ถ้าเอิตซีมีทวารหนักและตรวจพบว่าในทวารหนักของเอิตซีไม่มีอสุจิอยู่ ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่เคยมีอสุจิอยู่ในนั้น และถึงเอิตซีจะยังมีอวัยวะเพศอยู่ก็ไม่ได้ หมายความว่าเอิตซีไม่เคยไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว

    สรุปก็คือ ไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าเอิตซีเป็นอย่างไรในวันเวลาเหล่านั้น เราได้แต่คาดเดาและหยิบเอาบริบทและความหมายที่เราคุ้นเคยไปตัดสินเอิตซี

    เรื่องน่าขันสำหรับผมคือการที่เราพยายามจะรู้ให้ได้ว่าเอิตซีเป็นมัมมี่เพศไหน

    เป็นมัมมี่แมนๆ มาโช หรือเป็นมัมมี่ออกสาว—ใครจะรู้

    เซ็กซ์ก่อนประวัติศาสตร์ของเอิตซีจึงเป็นเรื่องลึกลับ ทิ้งเอาไว้ให้มนุษย์ผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นได้นั่งปากยาวสาวความกันต่อไปไม่รู้จักจบสิ้น


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in