already watchipae.
The Big Short: เกมฉวยโอกาสรวย

  • ก่อนอื่นลองดูตัวอย่างหนังกันก่อน


  • ตลกร้ายของทุนนิยมอเมริกา

    **หมายเหตุ: รีวิวนี้อ้างอิงจากพื้นฐานสติปัญญาและความอ่อนเลขของผู้รีวิวนะจ๊ะ

    The Big Short สร้างมาจากเรื่องจริงของวิกฤติการณ์ทางการเงินของอเมริกาในช่วงปี 2007-2008 หรือภาษาบ้านๆที่เรารู้จักกันดีคือ Hamburger Crisis (วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์) ที่ทำให้เศรษฐกิจพังครืนไปทั่วโลก

    (เข้าใจคร่าวๆว่าวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์คือ การที่ธนาคารปล่อยให้กู้บ้านง่ายมากๆ ง่ายเว่อร์ๆ จนไม่ได้ตรวจสอบว่าผู้ซื้อกำลังทรัพย์พอมั้ย เมื่อจ่ายไม่ได้ก็เป็นหนี้ และเกิดหนี้สูญ หมายถึงหนี้ที่ไม่ได้รับการชำระ พอทบกันมากๆเข้าก็ บูม! เศรษฐกิจด้านอื่นๆรวนไปหมด ทั้งตกงาน ไม่มีที่อยู่ และบางคนฆ่าตัวตาย)

    หนังจะดำเนินเรื่องอยู่ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์แฮมเบอร์เกอร์ขึ้น โดยเล่าผ่านกลุ่มคน 4 กลุ่มนั่นคือ

    1. ดร.ไมเคิล เบอร์รี่ (คริสเตียน เบลล์) ผู้บริหารกองทุนโคตรอัจฉริยะ คิดอะไรแม่นยำ มีตรรกกะ แต่มนุษยสัมพันธ์แย่ เข้าสังคมไม่ได้ 


    2. มาร์ค บาม (สตีฟ คาร์เรล) ผู้จัดการกองทุนหัวร้อน สายดาร์ค อยากทำอะไรก็ทำ พูดอะไรก็พูด แต่ในขณะเดียวกันก็มีปมในใจ



    3. จาเร็ต เวนเน็ตต์ (ไรอัน กลอสลิ่ง) เทรดเดอร์ชอบเสี่ยง ที่สนใจเรื่องที่ดร.ไมเคิล ซื้อชอร์ตเข้า


    4. เบน ริกเก็ต (แบรด พิตต์) นายธนาคารที่วางมือจากวงการ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบ แต่กลับมาทำงานอีกครั้งเพราะเห็นแก่ ชาร์ลี และเจมี่ เพื่อนบ้านคู่หูนักลงทุนมือใหม่

    ในขณะที่ผู้คนในวงการการเงินอเมริกากำลังหลงระเริงกับค่าคอมมิชชั่น และอัตราการซื้อที่สูงขึ้น คนทั้ง 4 กลุ่มนี้แหละ ที่เริ่มเอะใจว่ามันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เลยลงมือสืบหาคำตอบ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่ 

  • ถามว่าหนังเป็นยังไง?

    ถึงจะเป็น Drama-Comedy แต่ว่า The Big Short ก็เป็นหนังเศรษศาสตร์-การเงิน เพราะฉะนั้น ภาษาที่ใช้ ถามว่ายากมั้ย? ไม่ค่อย แต่ถ้าถามว่างงมั้ย งงมากกกกกกกกกกกกกก

    แต่ถึงแม้ว่าจะงงมาก ศัพท์บางคำที่โผล่ในหนังบ่อยๆ เค้าก็เลือกนำเสนอได้ค่อนข้างดีและยียวนกวนประสาทไม่น้อย ไม่ว่าจะเอาดาราดังมาอธิบาย เปรียบเทียบเรื่องการเงินกับอาหาร ทำให้เราพอเข้าใจขึ้นมาพอสมควรเลยทีเดียว

    จังหวะการเล่าเรื่องของหนัง ถือว่าถูกใจมากสำหรับเรา หนังเข้าใจยาก แต่ไม่ได้เดินเรื่องน่าเบื่อ ถึงหนังจะมีความยาวสองชั่วโมงนิดๆ แต่ก็ไม่ได้เวิ่นเว้ออะไรมากมาย เรากลับคิดว่าถ้าสั้นกว่านี้คงอธิบายสาระต่างๆไม่ครบซะอีก

    เพลงในเรื่องก็เป็นอีกอย่างที่ชอบ ชอบการเอา MV เพลงมาใส่ในฉากหนังซะดื้อๆ แต่แปลกที่มันเข้ากับเรื่องได้อย่างไม่น่าเชื่อ อันนี้ชอบส่วนตัวจริงๆ

    และที่ชอบที่สุดคือ ถึงแม้จะเป็นหนังการเงิน ที่มีนักลงทุน นายธนาคารแก่ๆเต็มไปหมด แต่หนังเรื่องนี้มันส์กว่าที่คิดนะ ขนคำสบถมาเยอะมาก ลบภาพความสุภาพ สุขุมนุ่มลึกอะไรงี้ไปเยอะเลย 55555


    สุดท้าย

    ถ้าถามว่าให้คะแนนเท่าไหร่ ให้ 7/10 อีกสามคะแนนตัดออกเพราะสติปัญญาไม่ถึง..

    ถ้าจะดูให้สนุก ลองหาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับพวกวิกฤติสินเชื่อ ซับไพร์ม กองทุนรวม พันธบัตร บลาๆ ก่อนดู น่าจะทำให้ดูสนุกมากขึ้น เพราะเราดูจบแบบมันๆปนงงๆ พอจบเลยต้องมาหาข้อมูลเพิ่มเยอะมากกก กว่าจะเข้าใจ 

    ซึ่งกว่าจะเข้าใจศัพท์ทั้งหมดก็มีสภาพประมาณนี้เลย





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in