TRANS OS/SF By smiles (AO3)-Weinnel-
OS: Welcome to the garden | 2SEOK
  • Original work:  จิ้มตรงนี้เลยค่า

    Rate: G

    Pairing: 2Seok | Jung Hoseok x Kim Seokjin

    Tags: Comedy, Fluff


    โลกใบนี้มีตำนานเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มากมายซึ่งปราถนาที่จะเป็นมนุษย์ธรรมดาเต็มไปหมด แต่ทว่า มีอะไรบางอย่างที่ทุกคนมองข้ามไป เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์แบบโจ่งแจ้งสุดๆด้วยซ้ำ โดยส่วนตัวแล้ว โฮซอกมองว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าตลกทีเดียว เพราะสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกับเขาน่ะ ขนาดใช้ชื่อสายพันธุ์ของตัวเองเป็นชื่อจริงๆอย่างเช่น โรส เดซี ลิลลี่ มนุษย์ก็ยังคงไม่รับรู้การมีอยู่ของพวกเขาอยู่ดี และโฮซอกมองว่านั่นเป็นเรื่องที่ดีเลยล่ะ ถ้าคนปกติธรรมดาดันรู้ว่ามีดอกไม้ที่รูปร่างเหมือนมนุษย์เดินอยู่รอบๆเต็มไปหมดคงอลหม่านกันน่าดู

    การเจอดอกไม้ในร่างมนุษย์ด้วยกันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพบเจอได้ง่ายนักหรอก โฮซอกคิดว่าโอกาสมันพอๆกับเวลาเราเจอเด็กแฝดสามนั่นแหละ เขารู้นะว่าเหล่าพฤกษาน่ะมีอยู่จริง เห็นอยู่บนจอทีวีออกจะบ่อยด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวเขาเอง คนที่เขารู้จักน่ะ ไม่มีกลุ่มคนที่เป็นแฝดสามสักกลุ่ม แล้วก็ไม่มีเหล่าพฤกษาด้วย บางทีมันก็รู้สึกเหงาหน่อยๆนะ เขาน่ะอยากจะมีเพื่อนชาวพฤกษาสักคนไว้แชร์เรื่องราวที่มีแต่พฤกษาด้วยกันเท่านั้นที่เข้าใจ อย่างเช่นการแสดงความเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตที่ส่งผลต่อชีวิตดอกไม้น้อยๆอย่างพวกเขาอะไรแบบนี้น่ะ ถึงนัมจุนเพื่อนเขาจะมีความเคารพรักต่อสิ่งมีชีวิตอย่างผึ้งก็เถอะ แต่ว่ามันก็ฮีลใจพฤกษาผู้โดดเดี่ยวอย่างเขาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 


    นี่เป็นสาเหตุหลักที่ว่าทำไมเขาถึงตื่นเต้นแทบบ้าตอนที่ถูกแนะนำตัวให้รู้จักกับชายที่ชื่อว่าคิมซอกจิน


    จีมินพาซอกจินมาเจอกับโฮซอกในเที่ยงวันหนึ่ง หลังจากที่พูดพล่ามเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ให้เขาฟังมาทั้งอาทิตย์ว่าเป็นคนที่ตลกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

    โฮซอกไม่สามารถวัดค่าเป็นตัวเลขได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ตลกในระดับไหน ทุกครั้งที่โฮซอกมองไปยังซอกจิน เขาพบว่าผู้ชายคนนี้มีสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขตลอดเวลา 

    เกือบ 25 ปีที่พฤกษาอย่างเขาใช้ชีวิตมา ในที่สุดเขาก็เจอพฤกษาอีกคนหนึ่งสักที ในที่สุดเขาก็จะมีคนที่เข้าใจและแชร์เรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องระดับน้ำที่ควรจะรดลงมาบนดอกไม้ หรือความรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในอกจนจวนเจียนจะระเบิดเมื่อฤดูกาลใบไม้ผลิเริ่มต้นขึ้น ในที่สุดเขาก็พบคนที่เข้าใจภาษาอันซับซ้อนที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจของเขา


    แต่ความตื่นเต้นนั้นก็หดหายไปตามเวลาที่ทั้งสองคนรู้จักกัน จากหนึ่งอาทิตย์ย่างเข้าสู่หนึ่งเดือน ที่ซอกจินปัดตกทุกคำถามของเขาที่มีแต่เหล่าพฤกษาด้วยกันเท่านั้นที่จะเข้าใจ

     

    ช่วงแรกๆที่รู้จักกัน แน่นอนว่าโฮซอกก็ต้องลองพูดแบบอ้อมๆดูก่อน

     

    วันนี้แดดส่องแสงได้แบบสุดยอดไปเลยเนอะ” โฮซอกพูดขึ้นมาพร้อมหันไปยิ้มให้ซอกจิน

    ซอกจินฉีกยิ้มกลับมาเป็นคำตอบ เห็นด้วยเลย

    แดดขนาดนี้ มันเป็นโอกาสดีโคตรๆที่จะสังเคราะห์แสงเลยน้าฮยองไม่ว่าเปล่า โฮซอกยังเอาศอกตัวเองไปดันศอกคู่สนทนาพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างมีเลศนัยด้วย

    สายตาของซอกจินฉายชัดไปด้วยความงุนงง นั่นสินะ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก มันก็เป็นเรื่องที่ดีแหละที่ได้ออกมารับแสงแดดบ้าง

     

    หลังจากที่เขาเริ่มล้มเหลวหลายๆครั้งเข้า โฮซอกก็เริ่มถามแบบตรงๆมากขึ้น

     

    ฮยอง บลูมเดย์ [1] ของฮยองคือวันไหนน่ะโฮซอกถามขึ้นมาในเที่ยงวันหนึ่งขณะที่เขาสองคนกินข้าวด้วยกัน สายตาเขาดูเคร่งเครียดและจดจ่ออยู่กับใบหน้าของซอกจินมากๆ เขาจริงจังจนขบกรามจนเป็นสันนูนขึ้นมาเด่นชัด

    ซอกจินหยุดปากที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่กลางคัน เขากระพริบตาและเอียงหัวด้วยความงุนงง ฮะ?

    บลูมเดย์ไงฮยองโฮซอกทวนคำบลูมเดย์

    ซอกจินกลืนข้าวที่กินค้างอยู่ลงไปเบิร์ธเดย์ [2] ของฉันคือวันที่สี่ธันวาน่ะเขาตอบพร้อมยิ้มให้โฮซอกทำไม นายจะซื้อของขวัญวันเกิดให้ฉันเหรอพูดจบซอกจินก็ส่งวิงค์แกล้งคนอายุน้อยกว่าด้วย

    โฮซอกอยากจะปาตะเกียบในมือทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด

     

    เขาปล่อยให้ซอกจินแสดงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อตัวเขามานานมากแล้ว เขาเข้าใจนะว่าพฤกษาบางคนต้องใช้เวลาในการไว้วางใจคนอื่น แต่นี่มันก็เกินไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อซอกจินก็ดูเปิดใจกับเขาในด้านอื่นทุกเรื่อง

    พอ! พอกันที!

    ด้วยไอ้นิสัยมุ่งมั่นและดื้อรั้นที่นัมจุนบอกว่ามันจะเป็นปัญหาต่อตัวเขาในภายหลังนี่แหละ เขาจะพิสูจน์ให้ได้ว่าคิมซอกจินน่ะเป็นพฤกษา เขาตัดสินใจแล้ว มันถึงเวลาที่เขาต้องลองเสี่ยงเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับปัญหาเล็กๆน้อยๆแล้วแหละ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น โฮซอกคิด

     

    เหล่าพฤกษาทุกคนรู้ดีว่า มีห้าวิธีที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นพวกเดียวกัน หนึ่งวิธีแทนหนึ่งประสาทสัมผัส โดยทั่วไปแล้ว แค่การสบตาก็เพียงพอแล้วระหว่างพฤกษาด้วยกัน แต่ไม่ใช่สำหรับซอกจิน เขากลับทำให้มันยากขึ้นเสียนี่

     

    ไม่เป็นไร มันโอเค โฮซอกน่ะไม่เป็นไรสุดๆไปเลย เพราะเขามีแผนแล้วตอนนี้

     

    การรับรสเป็นการรับรู้ตัวตนอีกฝ่ายที่แม่นยำที่สุด เพราะรสชาติของเหล่าพฤกษาน่ะหอมหวาน ริมฝีปากจะชื้นๆให้ความรู้สึกเหมือนกับน้ำค้างยามเช้าที่เกาะอยู่บนดอกไม้ แต่ปกติแล้วพฤกษาด้วยกันก็ไม่ได้ใช้วิธีจูบกันเพื่อยืนยันตัวตนฝ่ายตรงข้ามหรอกนะ แต่พฤกษาทั่วไปก็ไม่ได้ก่อกำแพงหนาตึ้บอย่างคิมซอกจินน่ะนะ

     

    ฮยอง,ผมขอจูบฮยองได้ไหม

     

    หากย้อนเวลากลับไปได้ โฮซอกคงหาจังหวะพูดประโยคข้างบนที่มันเหมาะสมกว่านี้ บางทีอะไรๆมันอาจจะง่ายขึ้น ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คือ เขาหมดความอดทนกับ มิสเตอร์คิม(ฉันไม่ใช่ดอกไม้ซะหน่อยคือนี่แบบพูดจริง ๆ เลยนะ)ซอกจินไปนานแล้ว นั่นแหละเขาเลยพุ่งเข้าไปหาซอกจินที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนในเที่ยงวันเสาร์ที่แดดโคตรจ้าในสวนสาธารณะ แล้วก็พูดประโยคข้างบนออกไป แล้วก็...นั่นแหละ บทสนทนาของทุกคนก็หยุดชะงักไปกลางอากาศ พร้อมกับเบนความสนใจมาที่ตัวเขาแทน แต่ต้นเหตุมันก็มาจากซอกจินที่ทำให้เขาหมดความอดทนเองนะ

     

    ใบหูของซอกจินเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีแดงเข้ม และสีแดงนั้นก็เริ่มลามไปตามใบหน้าของเขาด้วย หลังจากที่ได้ยินคำขอที่แสนจะปุบปับของโฮซอก และใช่ สิ่งที่ซอกจินเป็นอยู่ตอนนี้มันคือพฤติกรรมของเหล่าพฤกษาดีๆนี่เอง นี่มันเป็นสีของดอกกุหลาบชัดๆ โฮซอกคิดพลางลอบยิ้มมุมปากออกมาอย่างผู้ชนะ

     

    ในที่สุดดูเหมือนซอกจินก็ดึงสติกลับมาได้ เขาลุกขึ้นจากพื้นหญ้าที่นั่งอยู่และสาวเท้าเข้าไปหาโฮซอกที่ยืนรออยู่  โฮซอกยิ้มให้ซอกจิน เงยคางของตนขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ซอกจินจูบเขาได้ง่ายขึ้น จากนั้นเขาก็ปล่อยให้เปลือกตาของเขาปิดลง

     

    ในชั่ววินาทีต่อมาเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บที่ต้นคอเพราะซอกจินใช้สันมือสับลงมาที่คอเขาเต็มๆ

    โอ๊ย ๆ ๆ เขาร้องออกมา นัยน์ตาที่เปิดขึ้นมามองซอกจินอย่างคาดโทษ โอย ฮยองอ่ะ โฮซอกโอดครวญ  

    เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วซอกจินดุโฮซอกเป็นการตอบกลับ โฮซอกได้ยินที่ซอกจินว่าเขาอย่างชัดเจนออกมาจากปลายลิ้นนั้น ลิ้นที่มันควรจะอยู่ในปากของเขาตอนนี้

     

    โอเคไม่เป็นไรยังมีหนทางอื่นเหลืออยู่

     

    เขาได้เอ่ยปากขอให้ซอกจินร้องเพลงให้ฟัง หลังจากความหัวร้อนที่ก่อตัวขึ้นจากเหตุการณ์นั้นลดลงตะวันจากเริ่มคล้อยต่ำลงมาจนเข้าสู่ช่วงเย็นของวัน

     จีมินบอกผมมาว่าพี่ร้องเพลงได้ ผมอยากฟังอ่ะ

    ซอกจินยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่เจิดจ้ากว่าแดดของวันนี้ทั้งวันซะอีก จู่ๆโฮซอกก็มีความคิดขึ้นมาว่าเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตลอดกาลเพียงเพราะรอยยิ้มนี้เลยทีเดียว

    นายอยากฟังเพลงอะไรล่ะซอกจินถาม

    “Wildflower” โฮซอกได้ยินเสียงของตัวเองเปล่งออกไป แต่ตัวเขาเองยังคงตะลึงงันอยู่กับแสงที่ซอกจินปล่อยออกมาอยู่ ของปาร์คฮโยชิน


    เมื่อใดที่พฤกษาร้องเพลง พวกเขาจะนำพาความรู้สึกที่เหมือนกับผืนดินที่อ่อนโยน และกระแสลมอุ่นอ่อนๆที่พัดผ่านผิวหนังอันเย็นเฉียบไป แต่ตอนที่ซอกจินเริ่มร้องเพลง มันเหนือชั้นกว่านั้นไปมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เหมือนกับเราได้โบยบินอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์อันอบอุ่น โฮซอกอยากได้ยินมันมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ความโลภของเขาตอนนี้คงเปรียบได้กับอิคารัสที่ไฝ่หาดวงอาทิตย์ สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาควรชื่นชมมันจากที่ไกลๆเท่านั้น

     

    ดีหน่อยที่เขาไม่ใช่มนุษย์

     

    หลังจากที่เขากลับมาบ้าน เขาก็หลุดออกมาจากห้วงภวังค์นั้น และตระหนักได้ว่าซอกจินนั้นเหลี่ยมจัดขนาดไหน แผนการของเขาถูกขัดขวางอีกแล้ว 

    เขาสาบานเลยว่าแผนต่อไปจะไม่พลาดอีก

     

    โอกาสต่อมาของเขาเกิดขึ้นในสองสามอาทิตย์ให้หลัง เนื่องจากซอกจินชวนเขาไปตีเทนนิสด้วยกัน แบบสองต่อสอง โฮซอกไม่เคยตกปากรับคำชวนใครกลับไปไวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

    ก็เหมือนกับการมาด้วยกันครั้งก่อน ๆ หลังจากที่เลิกเล่นแล้ว ซอกจินก็เริ่มบ่นปอดแปดว่าปวดกล้ามเนื้อไปหมด และนั่นก็เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ โฮซอกเสนอตัวเองช่วยฮยองคนโปรดด้วยการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้

    นิ้วผมน่ะวิเศษสุดๆไปเลยนะฮยองพูดจบโฮซอกก็กระดิกนิ้วยุกยิกเหมือนหนวดปลาหมึกใส่ซอกจิน

    ซอกจินหัวเราะออกมา เห็นได้ชัดเลยว่าตลกมาก และก็เห็นด้วยกับที่เขาพูดอย่างไร้ข้อกังขาเลย

    โฮซอกวางมือไว้ใกล้ๆลำคออีกฝ่าย พาปลายนิ้วของตัวเองผ่านปกเสื้อลงไปเพื่อสัมผัสผิวหนังของซอกจิน

    หัวไหล่ของซอกจินทั้งกว้าง แข็งแรง แล้วก็นุ่มนวล แต่มันไม่ได้เป็นแบบที่โฮซอกคิดไว้เลย ผิวหนังของพฤกษาน่ะ จะนุ่มแล้วก็ชื้นๆไปด้วยน้ำค้าง สัมผัสคล้ายๆผ้ากำมะหยี่ แข็งแรง และละเอียดอ่อนในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่ามีกระแสชีวิตหุ้มผิวหนังไว้ตลอดเวลา แต่ทว่าผิวของซอกจินน่ะอบอุ่นเหมือนไฟในกองไฟที่เพิ่งถูกจุดขึ้นมาใหม่ๆ แล้วด้วยความที่ไหล่ของเขากว้างมาก มันเลยรู้สึกเหมือนกับว่านิ้วของเขาได้ออกไปเจอกับการผจญภัยอันน่าตื่นตะลึงในขณะที่เขายังคงปัดเป่าความเมื่อยล้าออกไปจากคอของซอกจินอย่างไงอย่างงั้น

    ยิ่งซอกจินก็ยิ่งเปล่งเสียงออกมาดังเท่าไหร่ ก็เหมือนไปกระตุ้นให้โฮซอกก็กดนิ้วตัวเองลึกลงไปมากเท่านั้น โฮซอกเลียริมฝีปากตัวเองและแอบขยับตัวเข้าไปใกล้ซอกจินมากขึ้น ศีรษะโน้มต่ำลงมาเพื่อลอบสูดกลิ่นของซอกจินในขณะที่ซอกจินถูกเบี่ยงเบนความสนใจอยู่

    โฮซอกคิดว่าเขาควรจะได้กลิ่นดินหรือเกสรดอกไม้หวานๆ แต่ตัวซอกจินกลับมีกลิ่นเหมือนกับไม้สน สดชื่นและค่อนไปทางน่าหลงไหลเกินไปด้วย โฮซอกสูดลมหายใจลึกขึ้นอีก ปล่อยให้กลิ่นของซอกจินเข้าไปอบอวลอยู่ในปอดของเขา

    "ย่าห์, โฮซอก!!"

    โฮซอกดีดตัวกลับขึ้นไปยืนตรงทันทีและไอค่อกแค่กออกมา ดั่งถูกตบให้กลับมาเผชิญโลกแห่งความจริง "ครับ?"

    ซอกจินกวาดตามองไหล่ตัวเองอย่างคร่าวๆ ริมฝีปากเม้มแน่นพร้อมกับคิ้วที่เลิกขึ้น "นายมาดมฉันทำไมเนี่ย"

    โฮซอกกระพริบตาปริบๆ ใบเริ่มตึงขึ้นเพราะใช้ความคิดอย่างเต็มที่ว่าจะอธิบายให้คนพี่ฟังว่าอย่างไรดี

    "ก็กลิ่นตัวฮยองหอมอ่ะ" สุดท้ายเขาก็ตอบออกไป

    มันค่อนข้างน่าอัศจรรย์พอสมควรเลย ที่ลำคอของซอกจินเปลี่ยนไปเป็นสีชมพูเข้มทันควัน โฮซอกคิดว่ามันให้ฟีลเหมือนกับเวลาที่เราหยดสีน้ำลงไป แล้วสีน้ำนั้นก็แผ่ขยายออกไปบนผืนกระดาษเปล่าๆเป็นวงกว้าง

    พอโฮซอกกลับมาบ้านเขาก็คิดได้ว่าซอกจินน่ะ ไม่ได้ใกล้เคียงกับการเป็นพฤกษาเลยแม้แต่นิดเดียว ที่น่าตกใจกว่าก็คือ ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจแล้วว่าซอกจินจะเป็นพฤกษาหรือไม่ เขาชอบเวลาที่เขาใช้เวลาร่วมกับซอกจิน หัวเราะไปด้วยกัน เล่นนู่นนี่ไปด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เขาชอบมองซอกจินเวลาที่ลำคอเปลี่ยนเป็นสีแดง ชอบนัยน์ตาของซอกจินที่ระยิบระยับตอนที่เขากำลังเล่นมุกมาได้ครึ่งทางแต่ว่าดันตลกตัวเองและไม่มีสติจะเล่าต่อได้ เขาชอบความรู้สึกเวลาที่เขาอยู่กับซอกจิน ปลอดภัย อบอุ่น และเหมือนกับได้รับความรักกลับมา

    โฮซอกเพิ่งตระหนักได้ หลังจากที่เขาได้ออกไปเดทสองต่อสองที่สนามเทนนิสครั้งที่สามกับซอกจินว่า หนึ่ง ซอกจินหมายถึงเดท ที่เป็นการเดทจริงๆตามความหมายในสังคมที่เขาใช้กัน สอง โฮซอกก็คิดแบบเดียวกันกับซอกจินนั่นแหละ

    โฮซอกยืนแข็งค้างอยู่ในท่าเตรียมโต้กลับ ปล่อยไม้เทนนิสในมือไหลตกลงไปที่พื้นหลังจากที่ลูกเสิร์ฟที่ซอกจินตีมากระแทกที่แขนเขาเต็มๆ เขาเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มืออีกข้างก็คลึงๆตรงที่โดนกระแทกเพื่อให้ความเจ็บทุเลาลง

    ซอกจินวิ่งมาเกาะอยู่ตรงเน็ตฝั้งตัวเอง ใบหน้าแสดงออกถึงความกังวลอย่างชัดเจน "เป็นไงบ้างโฮซอก นายโอเคมั้ย"

    โฮซอกหมุนตัวไปทางเน็ตที่ซอกจินเกาะอยู่ มือข้างที่ใช้การได้ยังคงคลึงแขนที่เจ็บอยู่ จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปีมีขลุ่ย "ผมชอบฮยองนะ"

    โอ๊ะ ปรากฎการณ์สีน้ำกลับมาอีกแล้วล่ะ โฮซอกคิด สายตาเบนไปยังลำตอของซอกจิน สีมันเหมือนกุหลาบสีชมพูที่กำลังเบ่งบานออกมาอย่างงดงาม

    ซอกจินไอค่อกแค่กออกมา มือที่จับไม้ตีเทนนิสอยู่ก็แกว่งโดนเน็ตไปมาอย่างอยู่ไม่สุข แต่บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มกว้างออกมา "ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน โฮซอก"

    "และผมต้องการคบกับฮยองนะ" โฮซอกพูดเสริมคำพูดตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนขึ้น

    ซอกจินพ่นลมออกมาทางจมูก แต่เขาพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ "โอเค"

     

    โฮซอกยิ้มออกมากว้างมาก จนเริ่มปวดแก้มแล้วด้วยซ้ำ เขาเดินเข้าไปใกล้ซอกจินจนต้นขาของเขาแตะกับเน็ตของสนาม "ผมขอจูบฮยองได้ไหม?"

     

    สีของกุหลาบลามไปทั่วใบหน้าของซอกจิน แต่เขาก็ก้มห้วลงมาเป็นเชิงตอบรับคำขอนั้น

     

    พอริมฝีปากของซอกจินแตะกับโฮซอก มันนุ่มคล้ายกับกำมะหยี่ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่สัมผัสแบบที่พฤกษาควรจะเป็น ริมฝีปากของซอกจินอ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนทรายที่ถูกความร้อน และความอบอุ่นนั้นมันก็โอบล้อมอวัยวะเดียวกันของโฮซอกไว้ หลังจากที่โฮซอกได้ชิมรสชาติของอีกฝ่าย มันก็ไม่ใช่รสของน้ำผึ้งหรือเกสรดอกไม้หวานๆอย่างที่เขาคาดไว้ แต่เป็นอะไรที่ดีและนุ่มลึกมากกว่านั้น มันเหมือนกับคาราเมลที่โฮซอกไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะลิ้มรสมันเลย


    หลังจากเหตุการณ์นั้นโฮซอกก็มานั่งจมกับความคิดตัวเองอีกครั้ง เขายอมรับเลยว่าเขาน่ะคิดผิดทั้งหมด ซอกจินน่ะไม่ใช่ดอกไม้ที่กลายมาเป็นมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ที่งดงามดั่งดอกไม้ต่างหาก แม้สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นดอกไม้อันแสนเดียวดายอยู่ แต่เขาก็ไม่เหงาแล้วล่ะ

    ________________________________________________________


    Bonus :

    หลังจากที่พวกเขาคบกันมาได้สักพัก โฮซอกก็เล่าเกี่ยวกับเหล่าพฤกษาให้ซอกจินฟัง

    โฮซอก: ฮยองรู้ป่ะ ผมคิดว่าฮยองเป็นพฤกษาอ่ะ

    ซอกจิน: (ขำ) นั่นมันน่ารักมากเลยนะ

    โฮซอก: ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมไม่อะไรที่จะมีคนรักเป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วล่ะ

    ซอกจิน: (ขำหนักกว่าเดิม) แล้วใครบอกนายว่าฉันเป็นมนุษย์ปกติเล่า


    เขาเป็นภูติตะวันล่ะครับทุกคน........


    ________________________________________________________


    หมายเหตุจากคนแปล:

    [1] Bloomday (วันที่ดอกไม้จะบาน)

    [2] Birthday (วันเกิด)

    เราคิดว่าถ้าแปลตรงนี้ออกมา สิ่งที่คนเขียนอยากสื่อมันจะคลาดเคลื่อนไปไกลมากเลยค่ะ 

    อันนี้ต้นฉบับนะคะ

    "When's your bloomday, hyung?" he asks one day at lunch, eyes intense and focused on Seokjin's face. His jaw is clenched in determination.

    Seokjin pauses mid-chew to blink and tilt his head. "Huh?"

    "Your bloomday, hyung," Hoseok repeats. "Bloomday."

    Seokjin swallows. "My birthday is December fourth," he answers, smiling at Hoseok. "Are you going to buy me a present?" he teases, winking.

    ถ้าจู่ๆเราแปลเป็นไทยออกมาว่า "ฮยอง วันที่ฮยองจะบานมันวันไหนน่ะ?" ไม่มีทางที่คิมซอกจินในฉบับแปลไทยจะกลับมาตอบวันเกิดของตัวเองได้เลยค่ะ ฮือ 555555555555 ดังนั้นเราก็เลยใช้ทับศัพท์เอาน่ะค่ะ เป็นบลูมเดย์กับเบิร์ธเดย์


    คนแปล's note:

    [190520]

    แปลเสร็จแล้ว!!!! นับเวลาทำงานจริงๆก็ประมาณห้าวัน นับเวลาที่อู้ด้วยก็เดือนครึ่ง....

    สกิลภาษาอังกฤษของเราจะอยู่ประมาณ A2-B1 ซึ่งเราก็ไม่มั่นใจในตัวเองอีกว่างานที่ทำออกมาเนี่ย มันสื่อความหมายของคนเขียนออกไปได้ถูกต้องครบถ้วนมั้ย หรือมีแปลผิดพลาดอะไรตรงไหนไปรึเปล่า ถ้าหากแปลคลาดเคลื่อนจากเดิมไปมากเราก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้เลยค่ะ

    อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่สมบูรณ์แล้ว เพราะเรารู้สึกว่ามีสิ่งที่เราต้องกลับมาขัดเกลาใหม่หลายจุดเลยค่ะ แต่ตอนนี้คิดคำไม่ออกแล้ว....

    ตอนนี้ก็เลยคิดแค่ว่าจะปล่อยออกไปให้ทุกคนได้ลองอ่านก่อน แล้วค่อยๆมารีไรต์เอาทีหลังน่ะค่ะ

    ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ //ส่งมินิฮาร์ททึ


     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in