Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #27

  •  

     

    ‘ ..ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะกลับไปอยู่รวมกัน ณ สถานที่ซึ่งไร้สิ่งมัวหมองไร้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ใดๆ ทั้งปวง...เป็นการลาจากสถานที่เดิมเพื่อไปพบกับบุคคลที่รักซึ่งจำใจต้องพรากจากเมื่อนานแสนนานเมื่อเปิดประตูที่ปิดกั้น จะพบคนๆ นั้นรอเราอยู่...ตรงปลายทางแห่งแสงสว่าง..’ 

     

     ................................................

     


     แฮร์รี่ พอตเตอร์ กรุณาถอยห่างออกมา!คุณทำให้เราไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้!

     

    ในคืนมหัศจรรย์ที่มีจันทร์ดวงกลมโตลอยอยู่เหนือหัว และหิมะโปรยปรายจากท้องฟ้าเป็นสีเขียวมรกต ประโยคคำสั่งประหลาดด้วยน้ำเสียงจริงจังของเจ้า หน้าที่กระทรวงเวทมนต์นายหนึ่ง ซึ่งลอยตัวรายล้อมอยู่เหนือหลังคาบ้านหลังเก่าของศาสตราจารย์สเนปก็ดังขึ้น สร้างรอยยิ้มสุดยิดให้กับหนุ่มแว่นชนิดที่ว่าถ้าแม่มดตนใดเห็นเข้า คงต้องรีบส่งs.m.s.ปลดเขาจากรางวัลยิ้มสวยยิ้มใสยิ้มดาร์ลี่ในนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์เป็นแน่แท้  

    แฮร์รี่พยายามใช้ฟันเกี่ยวลากริมฝีปากที่เบ้ขึ้นเบ้ลงเก็บตามเดิมขณะก้าวเท้าหนีไม่เป็นจังหวะ ช่างเป็นมุขตลกที่ทำให้อยากกรีดร้องให้แก้วหูใครต่อใครแตกตายกันไปข้าง อยากจะบอกเลยว่าถ้าเป็นไปได้ เขาไม่อยากยืนอยู่แบบนี้สักวินาทีเดียว เด็กหนุ่มมองคู่ต่อสู้สุดประหลาดอีกอย่างในโชว์ของค่ำคืนนี้ อีกฝ่ายยังเผยยิ้มปราณีสวยงามค้างเอาไว้อย่างไร้จิตใจ เป็นเพียงตุ๊กตาไร้ความรู้สึกที่ถูกชักใยให้ปฏิบัติตามคำสั่งโดยสิ่งที่เรียกว่าความแค้น

    แม้ว่าเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือบาดใจ จะยังคงวนเวียนอยู่ในหัวยากจะเลือนหาย แต่ความหลังกับปัจจุบันมันคนละเรื่อง ตอนนี้ริดเดิ้ลไม่ใช่คนที่จะเปล่งเสียงนั้น หากเป็นผู้คนรอบข้างรวมถึงแฮร์รี่ซึ่งกำลังนึกสงสารตัวเองจนอยากเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือด้วย กระนั้นแล้วผู้ช่วยที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นช่วยตน เอง ทางเดียวที่จะรอดคือฝืนสังขารรอให้อีกฝ่ายที่กำลังซีดเพราะเลือดรั่วจากอกจวนหมดตัว หมดแรงล้มพับไปก่อนที่จะได้หัวเขาไปเตะเล่น

    เด็กหนุ่มอุทานเสียงหลง เมื่อเผลอถอยหลังไปสะดุดห่อผ้าของฮังเข้าจนเสียหลัก  ปรากฏเป็นดาบประจำบ้านกริฟฟินดอร์  ชายผิวแทนคงเอามาให้แต่ก็ไม่ทันบอกเขาแล้วร่วงลงไปด้านล่างเสียก่อน...น่าโมโหตานี่ชะมัด  

    แฮร์รี่ใช้สองมือคว้าด้ามดาบยกขึ้นรับคมดาบที่ฟันลงมา ริดเดิ้ลรีบปล่อยไม้กายสิทธิ์ในมืออีกข้างเพื่อรีบประคองตัวดาบไว้ เด็กหนุ่มสานต่อด้วยการเตะมันตกลงไปด้านล่าง ชายหนุ่มย่นคิ้วไม่พอใจ  คมดาบเสียดสีในช่วงแคบๆ  แฮร์รี่รู้สึกว่าตนโชคดีที่บิลสอนเรื่องการใช้ดาบในวิชาป้องกันตัว  ทำให้รู้จักวิธียืมแรงอีกฝ่ายมาใช้ก่อนจะหมุนตัวเพื่องัดดาบให้หลุดมือ   

    โดยอาศัยหลักของสรีระวิทยาและความกลัวการเจ็บ แต่การตัดสินใจก็พลาดไปเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาลืมอารมณ์พื้นฐานไปเสียแล้ว และเมื่อเลือกปะทะหากเสียจังหวะก็ต้องเสียอาวุธ ดาบกริฟฟินดอร์ลอยหลุดจากมือเด็กหนุ่มตกลงไปยังชั้นล่าง ริดเดิ้ลหยุดยืนเหมือนรออะไรบางอย่าง แล้วค่อยเงื้อมือสูงราวจะฟันดาบในมือลงไปยังร่างที่นอนอยู่บนพื้นอีกครา เจ้าหน้าที่ทั้งหลายซึ่งลอยตัวอยู่เหนือหลังคาบ้าน  จึงต้องรีบเร่งลงมายับยั้งเหตุการณ์  

    ทันทีที่เข้ามาในตัวอาคาร ข่ายมนต์ที่จอมมารร่ายไว้ก็ทำงานเมื่อริมฝีปากขยับ ร่างของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายพอง...แห้งและฟีบลง เหมือนลูกโป่งถูกเป่าแล้วปล่อยลมออก มีเพียงเลือดที่ถูกคั้นไหลออกมา รวมกับหยดเลือดที่กระจายอยู่บนพื้น สักพักเริ่มผุดพรายฟองราวน้ำเดือดขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ  จากนั้นก็วิ่งเข้ามาหาแฮร์รี่ราวมีชีวิต  

    เด็กหนุ่มรีบพลิกตัวกึ่งลุกหนีไปหยิบขวดยาขวดหนึ่งที่กลิ้งอยู่ แล้วปามันลงพื้น ปรากฏเป็นเปลวเพลิงสีคราม กลายเป็นกำแพงเพลิงเผาผลาญพื้นบริเวณนั้นและกั้นเขาและร่างสูง  

    เมื่อเลือดสัมผัสเปลวไฟแล้วระเหย จึงไหลกลับไปหาชายหนุ่มไม่รุกรานมาทางเขา  ริดเดิ้ลดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และมากขึ้นเมื่อมีพวกผู้เสพความตายผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร  ตามมาสมทบเป็นอาหารมื้อเย็นพร้อมเสิร์ฟ  เลือดประหลาดนั่นจู่โจมทุกคนที่สามารถเข้าถึง  ไหลกลับเข้าไปหาริดเดิ้ลทางปลายเท้า และไหลออกจากอกตลอดเวลาราวกับไม่มีที่สิ้นสุด  แผ่นหลังของอีกฝ่ายดูแข็งแกร่งและอ้างว้าง

     

    .............................................

     

     

    เด็กสาวผมหยิกลอนซึ่งกำลังจะเข้าไปช่วยลากเดรโกออกมาจากลูปินที่ไม่รู้ว่าฟื้นขึ้นมาจะคงสติได้หรือเปล่า หลังจากที่ช่วยส่งรอนไปรักษาและนับจำนวนเพื่อนๆ จนเกือบครบหมดแล้วแม้จะกลับมาแบบบาดเจ็บมากน้อยต่างกัน  จะขาดแค่แครบที่ไม่รู้ร่วงไปอยู่ไหนกับแฮร์รี่ที่กำลังสู้อยู่ชั้นบน จากนั้นก็เห็นหลังดาบยาวสีเพลิงหล่นลงมาด้านนอกอาคารเฉียดศีรษะสัตว์ร้าย 

    เมื่อมองขึ้นไปด้านบนเห็นเพลิงสีคราม จำได้ดีว่าเป็นยาของฮังจากการสู้กันครั้งก่อน   แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์คับขันก็อดเสียใจกับเรื่องภาพประกอบฟิคไม่ได้  

    เฮอร์ไมโอนี่ถอดผ้าคลุมห่อดาบไว้...หากมีไม้กายสิทธิ์ก็ว่าจะร่ายเวทให้มันเบาขึ้นหน่อย จะได้อุ้มเข้าไปให้เพื่อนสะดวกๆ กระนั้นก็ชะงักเท้าเมื่อไม่รู้ว่าจะเข้าไปให้ยังไงดี  ตอนนี้ตรงช่องโหว่ของหลังคาก็เข้าไปไม่ได้  เธอไม่นึกจะลอยตามเจ้าหน้าที่เข้าไปเป็นอาหารค่ำของโวลเดอร์มอร์หรอก เข้าไปในบ้านก็ไม่รู้จะไปหล่นที่ใด แม้จะไม่ต้องเสี่ยงกับไปเจอผู้เสพความตาย ที่ไม่สลบก็โดนจับหรือโดนฆ่าไปหมดแล้วก็เถอะ

    หากเป้าหมายของผู้ชายคนนั้นไม่ใช่กลับมายิ่งใหญ่ แต่เป็นการฆ่าทุกคนที่เป็นพ่อมดแม่มดจริง ตอนนี้เขาก็คงสมประสงค์แล้วสินะ  ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ก็มารวมตัวกันที่นี่ และก็ถูกเขาฆ่าเกือบหมดแล้ว ถึงไม่ถูกฆ่าก็ถูกจับและข้อหาก็หนัก...ปล่อยไว้ไม่นานสายเลือดก็จะสูญสลาย  และถ้าโวลเดอร์มอร์รอดในครานี้....

    ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้ที่แฮร์รี่ดีหรือไม่ จากประสบการณ์ที่คบกันมา  เพื่อนเธอไม่ได้ฉลาด  ไม่เก่งเลิศเลอ มีดีแค่กีฬาและถึกตามแบบฉบับเด็กนักเรียนชายทั่วไปที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อและเท้าเหม็นไปวันๆ ถ้าเทียบกันแล้วไม่เห็นทางชนะ  เพียงแต่ถ้าชะตาสร้างเขามาเพื่อเป็นผู้หยุดยั้งคนร้ายกาจคนนั้นอย่างที่แล้วๆ มาล่ะก็....เธอจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง

    วงพนัน ต่อ 1000 แหง  

    เด็กสาวหัวเราะแห้งๆ แล้วแอบเข้าไปในตัวบ้าน เธอจะใช้เส้นทางที่กอยล์บอกว่าแฮร์รี่หายตัวไป มันน่าจะมีจุดบอดในการลงเวทเพื่อเชื่อมต่อของสถานที่ให้สังเกตเห็นบ้าง  ทันทีที่เลี้ยวเข้าห้องโถงใหญ่เตรียมขึ้นบันไดไป  มือลึกลับก็เข้ามาดึงคอเสื้อเธอไว้ เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งรีบหันไปพร้อมเหวี่ยงขาใส่ แต่คนจับไหวตัวทันโยนเธอลงไปกับพื้นก่อน

    ถ้าเธอขึ้นไป รอบนี้จะกลับไม่ได้หรอกนะ...มิสเกรนเจอร์

    ลูเซียสบอกเสียงเรียบ  เด็กสาวเห็นว่าทั้งตัวอีกฝ่ายมีแต่แผล  ดวงตาสีฟ้าเทาเหลือบไปมองดาบในมือเธอ   

    จะไปส่งของเหรอ ?  ทางผ่านฉันพอดี....เดี๋ยวจะเอาไปให้   

    ว่าพลางยื่นมือเดินเข้าไปหา  แต่เด็กสาวกลับเทิบตัวหนี   

    ฉันก็สู้และกลับพร้อมแฮร์รี่

    เฮอร์ไมโอนี่กอดดาบแน่นด้วยรู้ว่าชายหนุ่มไม่น่าไว้ใจ  ลูเซียสถอนหายใจเมื่อเห็นดวงตาแน่นแน่ของคนคราวลูก

    ฉันได้ยินมาว่าเป็นแผนของเธอ...และเธอคงอยากรับผิดชอบต่อผลเสียที่เกิดขึ้น   

    เขามองไปรอบตัว คฤหาสน์หลังเก่าจากผุพังเสื่อมสลายจากกาลเวลาและควรเป็นเช่นนั้นต่อไปกลายเป็นพังทลายเพราะการต่อสู้ เปลวไฟสีครามหล่นลงมาจากเบื้องบนแล้วเผาไหม้ด้านล่างต่อ  รอบข้างเริ่มไร้แววผู้คน ทุกอย่างไปตามทางของแต่ละใจอย่างรวดเร็วราวกับถูกเร่ง และบางอย่างที่ว่าก็เกิดขึ้นเพราะความใจร้อนของแฮร์รี่และแผนของเด็กตรงหน้า

    ยิ่งเป็นแผนที่ใช้มีคนมาเกี่ยวข้องเยอะยิ่งเหนือการควบคุม  เมื่อต่างคนต่างตกลงใจเข้าร่วมในแผนการ ก็ต้องต่างรับผิดชอบตนเอง...ไม่ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่เธอต้องรับผิดคนเดียวหรอก

    บทสนทนาหยุดลง  น้ำเสียงและสายตาของลูเซียสยังคงเนิบช้าเย็นชาเช่นเก่ามิเคยแปรเปลี่ยน  ทว่าประโยคเมื่อครู่กลับแฝงความอ่อนโยน เด็กสาวลุกขึ้นยืนเอามือปัดก้นแล้วเดินไปมอบห่อดาบให้เขา

    คุณเองก็ไม่ต้องคิดรับผิดชอบเรื่องนี้มากนักหรอก...เพราะสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบจริงๆ นอนกองอยู่ด้านนอกต่างหาก

    อืม...รู้แล้ว

    เฮอร์ไมโอนี่มองตามร่างสูงของลูเซียส ซึ่งเดินจากและหายไปในควันไฟ ก่อนจะหมุนตัวกลับ  แล้ววิ่งออกจากบ้านของศาสตราจารย์สเนป

     

     ..................................................

     

    ความร้อนปลุกฮังซึ่งสลบจากการตกจากที่สูงให้ตื่นขึ้น นัยน์ตาสีเทามองไปรอบก็เห็นร่างในชุดขาวของซีเรียสและปีเตอร์สลบอยู่ใกล้ตัว  รอบข้างมีเปลวไฟที่เกิดจากน้ำยาที่เขาพกมาลุกท่วมไปหมด มันจะเผาทุกอย่างจนกว่าฝนจะตก หรือ ไม่ก็มีน้ำยาสีดำอีกขวดมาหักล้างฤทธิ์เท่านั้น..แต่ไม่รู้ว่าของที่ว่ามันอยู่ไหนเนี่ยสิ...

    ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเตรียมวิ่งขึ้นไปชั้นบนเพื่อหานายของตน ทว่ากลับเหลียวหลังมามองซีเรียสอย่างชั่งใจอะไรบางอย่าง  หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ต้องหยุดคิดแล้ววิ่งขึ้นไปหาสเนปทันที  แต่ตอนนี้กลับเป็นห่วงซีเรียส...หากไม่มีใครช่วยพาออกไป  อาจจะถูกไฟคลอกตายตรงนี้

    ...ช่วยไม่ได้...  ว่าแล้วเงยหน้าขึ้นไปบนชั้นสามก่อนจะก็เข้าไปช่วยพยุงแขนเจ้าหมาขาวออกไปภายนอก  ...รอดให้ได้นะแฮร์รี่...


    ................................................

     

    การประดาบเกิดขึ้นอีกครั้ง...ความจริงแล้วหลังจากเกิดเพลิงไหม้  การต่อ สู้ก็ชะงักเพราะความอยากลำบากในการเคลื่อนไหวทั้งการตั้งรับและจู่โจม  เมื่อสิ่งปลูกสร้างรอบกายค่อยๆ ไหม้ไปทีละอย่าง ทำให้เวทที่วางไว้ตามจุดต่างๆ ของตัวบ้านถูกลบหาย การที่มีเวทวางไว้อย่างหนาแน่นแบบนี้บอกได้อย่างดีว่าลอร์ดโวลเดอร์มอร์ไม่เคยคิดว่าเขามีคนช่วยเหลือมากมาย ไม่ไว้ใจใครและหวังพึ่งพาเพียงตัวเองเท่านั้น 

    ตอนที่หลังคาถูกไหม้หมด แฮร์รี่ก็เห็นคนของกระทรวงเวทมนต์เข้ามาอีกชุดหนึ่ง เด็กหนุ่มตระหนักถึงจิตใจตนเองที่กำลังไม่พอใจกับภาพเหตุการณ์ตรง หน้า มันเหมือนพวกฝ่ายธรรมะรุมทำร้ายฝ่ายอธรรมแบบในหนังจีน คำว่าไม่ยุติ ธรรมเข้ามาเพียงแวบเดียวในใจ แล้วก็หายไปเมื่อเห็นพวกเขาต่างล้มตายระนาวอีกครา...ความไม่เข้าใจก็เข้ามาแทนที่

    ลูเซียสโยนดาบของกริฟฟินดอร์กลับมาให้ก่อนจะเข้าไปสู้เอง แฮร์รี่มองทั้งผู้นำมาและตัวดาบอย่างงงๆ รู้ตัวดีว่าใช้ดาบได้ไม่คล่องแต่กลับรู้สึกโล่งอกที่ได้ถือมันไว้ในมือ  เขาไม่เก่ง...ใช่...มีดีแค่ถึกและดวง อย่างที่ใครๆ บอก ดังนั้นการถ่วงเวลาก็ถือว่าเป็นวิธีสู้แบบหนึ่ง เด็กหนุ่มมองหาขวดยาที่พอใช้ได้บนพื้นก่อนจะรับช่วงสู้ต่อ   

    ผู้ที่แฮร์รี่คิดว่าได้เปลี่ยนร่างเป็นร่างสุดท้ายของพวกจอมมารในการ์ตูนใช้กล้ามเข้าสู้ทั่วไปกำลังอ่อนแรงลง แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะลูเซียสที่ไม่นานก็ลงไปกอง แต่จากเลือดที่ไหลออกมาจากอกไม่หยุด ด้วยฤทธิ์ของยาห้ามการสมานแผลในครั้งที่ถูกสเนปแทงและไม่มีเลือดไหนไหลมาแทนที่เพราะเลือดที่เอามาจากผู้อื่นสุดท้ายก็เริ่มแห้งกรัง แล้วเราสองคนก็ต่างยืนมองสภาพน่าเวทนาของตนเองของกันและกัน  จากนั้นคมดาบก็ดึงดูดเข้าหากันอีกครา

    เวลานี้กลับไม่ได้คิดอะไร สมองว่างโล่ง ทุกครั้งที่ก้าวเท้าและกวัดแกว่งได้เหมือนได้ยินเสียงของเหล็กกระทบกันอยู่ไกลๆ พยายามเพียงปัดป้องแม้อีกฝ่ายจะต้องการชีวิตแต่เขาก็จะไม่ให้ และไม่เอาด้วย

    แรงดาบของชายหนุ่มเบาลง...หยุด...และทรุดตัวลงนั่งโดยมีดาบช่วยพยุงไว้...คู่ต่อสู้ของเขายังไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกับเขาที่ไม่คิดจะยอมแพ้ แฮร์รี่ยืนมองนิ่งเตรียมรับมือหากอีกฝ่ายคิดจะสู้ต่อ  แต่สุดท้ายริดเดิ้ลก็ดูจะไม่ไหวจริงๆ ...นั่งลงไอแล้วก็หอบท่ามกลางกองเลือดกองใหญ่ ราวกับตัวเขากำลังจะละลายเป็นส่วนหนึ่งของเลือดกองนั้นในไม่ช้า...

    ...คุณคิดว่าผมกำลังเสแสร้งอยู่หรือเปล่าแฮร์รี่ ?...

    ชายหนุ่มยิ้มถาม...ริมฝีปากสั่นน้อยๆ แล้วจึงรีบเอามือป้องปากไออีกครา  คราวนี้เลือดออกมาจากปากและจมูก มือหนึ่งถูกปิดปากค้างไว้อีกมือก็ควานหาผ้า เช็ดหน้าและดูเหมือนจะไม่เจอจึงพูดขึ้นเบาๆ  ...แย่จริง...  นัยน์ตาสีสดมองไปทางแฮร์รี่อีกครา เด็กหนุ่มยักไหล่ขึ้น

    โทษที แต่ไหนแต่ไรฉันไม่เคยพกผ้าเช็ดหน้า

    คนนั่งอยู่ถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจปักดาบลงบนพื้นแล้วใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดบนหน้า ทันใดก็ไออีกชุดหนึ่ง แขนเสื้อจึงไม่อาจซับของเหลวได้ทันหยดลงพื้นเป็นรอยใหญ่ 

    ทำไมไม่ฆ่า ?  หรือว่าสงสาร ?

    ไม่ใช่

    สมเพช ?  สมน้ำหน้า ?

    เสียงอ่อนนุ่มดังขึ้นและสั่นไหวขึ้น เด็กหนุ่มพูดแทรกขึ้นอย่างฉุนเฉียว

    ไม่ทั้งนั้นแหละ...ไม่เข้าใจทั้งฉัน...ทั้งนาย...ไม่รู้...ไม่รู้แล้วเว้ย คนมันโง่อย่าถามอะไรที่ต้องคิดได้ไหม  แฮร์รี่ถอยหลังออกไปเข้าหากำแพงแล้วเอนตัวพิงมันอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะพูดต่อ

    ...ไม่เข้าใจนายเลย...หากสิ่งที่ทำให้เริ่มทุกอย่างเพื่อมาจบตรงนี้....คือรักแล้วล่ะก็ จะมองผ่านกันละกันไปถึงอีกคนไปทำไม...และหากฆ่าคนทั้งหมด หรือจะนายฆ่าฉันหรือฉันฆ่านาย สุดท้ายนายก็ไม่เห็นจะมีความสุขสักทาง...เหนื่อยขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน...

    ความสุขเหรอ ?  หึ ฟังดูเด็กจังเลยนะ

    คนฟังหงุดหงิดมากขึ้นไม่ใช่จากการประชดประชันเจือมากับน้ำเสียง  

    มันเป็นสามัญมนุษย์ต่างหากล่ะ นายอยากมีความสุข แต่มองเป็นแต่ความทุกข์ เลยทำให้คนอื่นทุกข์กว่าเพื่อจะได้มีความสุขมากกว่าคนอื่นก็แค่นั้น แล้วสิ่งสุดท้ายที่นายจะทำ ก็คือทำร้ายตัวเองจนตาย

    นัยน์ตาซื่อตรงจ้องมองมา ริดเดิ้ลมองเหมือนจะเอ่ยประโยคใดก็ได้ออก มาปฏิเสธหรือเบี่ยงประเด็น  ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไปและพยักหน้ายิ้มเศร้า...

    ...ใช่...มันเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนคิด...ถ้าผมยังดูเป็นมนุษย์อยู่ล่ะนะ

    รอยเวทสุดท้ายบนเพดานสูงค่อยๆ เลือนหายเพราะไฟที่โหมกระหน่ำและโรยตัวลงเป็นเศษอิฐลงมา คนของกระทรวงเวทมนต์ที่เหลืออยู่น้อยนิดจึงเสี่ยงลงไปทั้งที่หากวงเวทยังทำงานก็จะเป็นการถ่ายพลังให้กับจอมมารอีกครั้ง  แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ทุกคนเข้าตั้งแถวเพื่อเตรียมจับชายหนุ่ม ทว่าริดเดิ้ลยังคงยิ้มแล้วเอาสร้อยห้อยคอออกมาจุมพิตเบาแล้วหนีไป

    มันเป็นพอร์ตคีย์ ?!

    บัดซบเอ๊ย !”  

    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสบถออกมา  ทันใดนั้นเองเสียงแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้นราวเสียงสัญญาณเตือน ทุกสายตากว่าจะหันหาต้นเสียงพบว่ามาจากดาบมรกตที่ปักอยู่  พื้นก็ระเบิดออกเป็นวงแคบๆ โดยมีมันเป็นศูนย์กลางแต่มีอนุภาพร้ายกาจ ผู้ที่คิดล้อมจับชายหนุ่มแต่แรก และอยู่ใกล้ดาบนั้นมากที่สุดจึงได้รับบทเรียนที่โหด ร้าย น่าแปลกที่แรงระเบิดมาหยุดตรงจุดที่แฮร์รี่ยืนอยู่พอดี เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีจากภาพที่เห็น  ไม่มีใครเหลือเป็นร่างสมบูรณ์

    เขากำหมัดตัดสินใจ ไม่รอช้ารีบวิ่งหาห้องที่อาจารย์สอนปรุงยาถูกโยนเข้าไปก่อนที่ไฟจะไหม้บ้านหลังนี้หมด วงเวทที่ริดเดิ้ลเสกไว้ทำให้รู้ทันทีว่าร่างนั้นอยู่ไหน แต่รอยเวทกลับเด่นชัดในความทรงจำ...ไม่ใช่ความทรงจำของเขาแต่เป็นของอาจารย์สอนปรุงยาครั้งที่เข้าไปในเพนซีฟ เวทที่ใช้ผนึกของสำคัญ นอกจากผู้ร่ายเวทใครเปิดต้องแลกด้วยชีวิต

    แฮร์รี่ชักอยากจะสบถออกมาบ้าง  

     

     ................................................

     

    เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบทิศทาง ให้กับร่างผอมซึ่งนอนคว่ำบนพื้นห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เด็กหนุ่มปรายสายตาไปมองเพื่อนร่วมห้องพลางคิดอย่างเจ็บแค้น ว่าทำไมตนต้องได้รับเสียงหัวเราะเยาะสมน้ำหน้าเช่นนี้ด้วย  ทั้งตัวทั้งมือที่กำไม้กายสิทธิ์มันชาไปหมด...

    ทำไมคนอย่างฉันต้องมาล้มกลิ้งหน้าบอกการ์ดที่แสร้งเป็นผู้คุมวิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่า....ทำไมคนอื่นทำได้แล้วฉันถึงทำไม่ได้...ทำไมฉันเสกผู้พิทักษ์บ้านี่ไม่ได้เสียที!ทำไม...คนโง่ที่สุดในห้องยังทำได้...ฉันโง่เหรอ...ไม่...ก็คาถานี้สำหรับคนที่มีความสุข...ฉันไม่มีความสุขเหรอ..หรือฉันจะเป็นคนที่มีความทุกข์ที่สุดในโลก ..ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

    ดวงตาแดงก่ำเพราะความโกรธของสเนป ตวัดจ้องไปที่ต้นเสียงของเสียงหัวเราะแหลมน่าเกลียดของซีเรียส ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป...ถึงได้สันดอนอัปรีย์มีดีแค่หน้า อย่างหมอนั่นแค่ขาดหัวก็ไม่มีค่าแล้ว...พวกมันก็ด้วย  ตะเพาเดียวกันทั้งหมด 

    เจมส์ซึ่งเพิ่งเอาหัวชนกับลูปินพูดซุบซิบบางอย่าง ก็กระแทกส้นเท้าสองทีเป็นเชิงเรียกให้ร่างที่นอนอยู่บนพื้นหันมาสนใจ  ก่อนจะพูดกับเขา

     

     

    โครม !!

     

    สเนปร่างกระตุกเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างหล่นไม่ไกลจากตัว เขาลืมตาตื่นและรีบลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ เมื่อเห็นเพดานบ้านตนลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีคราม เขาโกรธจนตัวสั่นราวเห็นเงินสดก้อนโตถูกเผาอยู่ตรงหน้า ครั้นพอได้สติดีก็นึกเหตุ การณ์ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง จึงหันไปทางประตูห้องจะหนีออกไปก็เห็นผนึกเวทสีเขียวแห่งความตายไว้จึงขมวดคิ้วมุ่น

    ...เจ้าคน...นิสัยแย่...

    อาจารย์หนุ่มกำหมัดกระแทกส้นเท้าหนึ่งทีอย่างไม่พอใจ ก่อนจะยืนคิดหาทางออกไป...การจะลบเวทของศาสตร์มืดแรงๆ แย่ๆ บ้าๆ พรรค์นี้  นอกจากจะให้คนเปิดแล้ว ก็ต้องเป็นเวทที่มีตัวตนที่สุดอย่างคาถาเรียกผู้พิทักษ์...สมการง่าย...ง่ายแค่สมการ...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...อยากจะเอาสองมือถ่างกรามขึ้นแล้วหัวเราะให้ลั่นบ้านเสียจริง

    ...เจ้าคน...เฮงซวย...

    เขาหันซ้ายขวามองไปตามพื้น สำรวจหาไม้กายสิทธิ์ของตนที่น่าจะตกอยู่ในห้องหลังจากถูกโยนเข้ามา ริดเดิ้ลไม่ได้ยึดมันเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ให้ตนต่อสู้กับแฮร์รี่ยามถูกควบคุมอยู่...เขาเห็นมันแล้ว...อยู่ไม่ไกลจากประตูเท่า ไร ปลายนิ้วจับมันมาเคาะกับอุ้งมือ แล้วยืนประจันหน้ากับประตู

    ชิ...กับอิแค่เวทเรียกผู้พิทักษ์ เอ๊กซเปกโต  พาโตรนุม!

    ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ...ไม่มีตัวอะไรออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์....อา จารย์หนุ่มพยักหน้า...ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ บางทีอาจเพราะนอนนานไปหน่อย...ใช่...ต้องเป็นเช่นนั้นแน่...

    สเนปเดินถอยห่างจากประตูห้อง...เขาต้องการพื้นที่กว้างขึ้นเพราะบางทีผู้พิทักษ์อาจจะเป็นช้างหรือว่าวาฬสีน้ำเงิน เขาตวัดไม้กายสิทธิ์ท่องคาถาอีกครั้ง...และอีกครั้ง...และอีกครั้ง...อีก...

    ...จนแล้วจนรอด...จนกล้ามเนื้อแขนตึง...ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

    ...เจ้าคน... 

    เขาแยกเขี้ยวอยากจะด่าแต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะด่าอะไร ได้แต่ออกเสียงฮึ่มดังก่อนจะโยนไม้กายสิทธิ์ทิ้งอย่างหัวเสีย  แล้วทิ้งตัวลงนอนมองเปลวสีครามที่ลุกไหม้  เสี่ยงดวงรอให้มันเผาคฤหาสน์รอบด้านให้หมด  จากนั้นก็หนีผ่านรูไหนสักแห่ง  ไม่ก็ถูกย่างสุกเสียก่อน  ฟ้าควรจะเห็นใจคนที่ซวยมาตลอดชีวิตแล้วอย่างเขา  ส่งดวงดีมาให้ได้เชยชมบ้างสักครั้ง

    ไม่ห่างจากความคิดคาดเดา อาจารย์สอนปรุงยาต้องรีบกลิ้งตัวหลบคานไม้ท่วมไฟหล่นใส่   ลุกมองท่อนไม้ใหญ่อย่างตื่นตระหนกพลางเอามือลูบอกตนเองให้หายตกใจ เบะปากพยักหน้ายอมรับกับความซวยที่ไม่มีทางห่างหายไปจากตนชั่วชีวิต

    เออ...ได้...ฉันจะลองพยายามใช้คาถาพรรค์นี้ดูก็ได้...

    เวลาไม่มีพอให้โอดครวญจึงพยายามนึกถึงสิ่งที่มีความสุข รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของเด็กนักเรียนที่ถูกแกล้งขึ้นในความคิด รอยยิ้มมุมปากเลยกลายเป็นมุมปากสั่นแทนเมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจของเด็กน้อยแฮร์รี่ตอนปี1   

    สเนปเริ่มหลับตายืนนิ่ง  บางทีมันคงจะเรียกสมาธิได้มากพอๆ กับความหวาดหวั่นว่าจะมีอะไรหล่นลงมาใส่หัวหรือไม่...ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ซวยซ้ำซวยซ้อนราวติดเชื้อแล้วติดเชื้ออีกเหมือนภูมิต้านทานความซวยต่ำตลอดเวลา แค่ความสงบก็สุขจะแย่อยู่แล้ว...แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริงกัน...

     

    ...ว่างเปล่า...

     

    ...ว่างเปล่าเหลือเกิน...

     

    ...เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิ...

    เขาขบฟันแน่นฝืนยิ้มพาใจให้คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกแต่ก็ดูยากพิกล แน่ นอนว่าสงบก็สุข...แต่ก็เหงาจนเศร้า จึงถอนหายใจแล้วตั้งสติให้มั่นกว่านี้ เสียงหล่นของสิ่งก่อสร้างดังเป็นระยะ แล้วก็ต้องสะดุ้งลืมตาเมื่อมันหล่นลงมาข้างตัว รอบข้างเต็มไปด้วยกองเพลิง สะเก็ดไฟและขี้เถ้าลอยขึ้นมารอบตัว ไม่ต่างจากกลีบดอกไม้สีขาวที่ปลิวไปในอากาศ 

    คิดถึงสายตาอ่อนโยนหลังหัวเราะ ปากที่พร่ำว่าชอบ อ้อมกอดที่กอดเราอย่างกับของมีค่า อุณหภูมิผ่านเนื้อผ้าและริมฝีปาก จูบแบบเด็กๆ ที่อบอุ่นจนทำให้รู้สึกอยากสะอื้น

     

    ...ฉันต้องกลับไปพบ...

     

    เอ๊กซเปกโต  พาโตรนุม!

    เหมือนอวกาศจะดูดกลืนเสียง ทั้งเสียงเพลิงและเสียงไม้ที่หล่นลงมาจางหาย เหลือเพียงเสียงประตูที่เปิดออกเป็นเสียงฝืดของสนิม  เจ้าแมวดำที่เพิ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์วิ่งเข้าหาคนที่อยู่อีกฟาก  ชายผมดำก้มตัวลงอุ้มแมวน้อยมาแนบอก  แล้วเงยหน้าขึ้นสบแววตาตื่นตระหนก  ก่อนจะยิ้มจนนัยน์ตาสีอ่อนกว่าหยีปิดลง  เจมส์ยื่นมือให้เขา

    ...จากนั้นกวางสีทองก็หายไป  เหลือเพียงแฮร์รี่ที่นั่งพิงระเบียงอยู่  สภาพดูไม่น่าไว้วางใจเท่าไร  มือหนึ่งก็กำดาบแน่น  อีกมือก็ยกขึ้นทักทายอาจารย์หนุ่มก่อนจะสลบล้มลงอย่างเหนื่อยอ่อนโดยไม่รู้ว่าพื้นเรือนที่นอนอยู่ทรุดตัวพังลง สเนปพยายามวิ่งไปคว้าไว้แต่ก็ไม่ทัน

     

    ................................................ 


    ในป่าที่ห่างไกลผู้คนและสิ่งมีชีวิต ริดเดิ้ลขบฟันเดินกุมแผลจากดาบของ สเนปไปตามทางเดิน เงามืดทาบทับจนไม่เห็นรอยเลือดบนผืนหญ้า ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงตรงโคนต้นไม้อย่างเหนื่อยอ่อน และหัวเราะเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาจึงทำให้ไอเป็นเลือดอีกครั้งก่อนจะปล่อยใจให้จมดิ่งสู่ส่วนลึกของความคะนึง

    ที่นี่ช่างเงียบสงบ...เงียบไปหมด...เหลือเพียงเสียงหายใจที่พยายามทำให้ชีวิตรอด ราวมุมมืดของโลกใบนี้มีเพียงเขาอยู่ผู้เดียว สิ่งที่ตนต้องการมันประมาณนี้หรือเปล่า ไม่...หากถูกต้องตามแผนที่วางไว้ เขาต้องตายด้วยหลังจากที่พ่อมดแม่มดตายกันไปหมด เลือดบริสุทธิ์ต้องดับสูญและเลือนหายไปในที่สุด

    ...มันคงนอกแผนการตั้งแต่ที่เขาคิดจะรักอีกครั้งกระมัง...

    สำหรับคนที่ไม่สามารถตายได้ และล้มเลิกความคิดที่จะตายไปหลายคราเช่นเขากลับเริ่มมีความหวังกับคำทำนายน้อยๆ ว่าเด็กชายคนหนึ่งกำลังจะทำให้เขาหายไปจากโลกนี้ได้ แต่ตอนนั้นเขาไม่อยากตาย...เขากำลังวางแผนทำลายล้างไล่ล่าพวกที่เคยทำร้ายเขาอยู่...กำลังมีคนที่กำลังรักไม่ใช่สูญเสียเหมือนในวันนั้น...ไม่เหมือนวันที่อยากตายแต่ไม่ได้ตาย...ทำไมพระเจ้าต้องเล่นตลก

    วันนี้เขาเผชิญหน้ากับแฮร์รี่เร็วกว่ากำหนด  แม้ว่าจะวางแผนเผื่อไว้ว่าเด็กคนนั้นจะมา  แต่เขาก็ยังไม่อยากให้มา  ยามต้องสู้กัน...กลับไม่แน่ใจว่าจะตายหรือไม่ตายดีจึงชะงักไปหลายครา..ครั้งหนึ่งเขาอยากตายเพื่อจะได้ไปพบกับบุคคลที่รัก กระนั้นแล้วก็ยังไม่แน่ใจ ว่าตายแล้วจะเจอท่านที่ไม่น่าจะใช่แม้วิญญาณหรือเปล่า นั่นอาจเป็นเพียงเวทมนต์...เป็นเพียงความแค้นที่ฝังอยู่ในภาพ

     

    ...แต่ก็ยังรัก...

     

    ในโลกที่แสนน่าเกลียดมีแต่ความทุกข์ทรมาน สิ่งที่ฉันคิดว่างดงามที่สุดก็คือดวงตาของเขา น้ำเสียงของเขา และรอยยิ้มของเขา

    เฝ้าหา ใฝ่หา ตามหาแม้เพียงเงา  จนดวงใจไม่อาจแยกแยะ  ไม่อาจรับรู้สิ่งใด  ไม่อาจรักใคร   สุดท้ายแล้ว...รักตัวเองบ้างหรือเปล่าก็ยังไม่รู้  

    ไม่รู้อะไรสักอย่าง รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากเมื่อนึกถึงคำพูดของแฮร์รี่ที่สะท้อนไปมาอยู่ในอกตลอดเวลา

    ฉัน...ไม่มีความสุข...

    ใจที่ไม่อยากเสียเซเวอร์รัสคงเกิดจากทนเห็นตนทรมานกับการสูญเสียอีกคราไม่ได้ หากมันเศร้านักก็ทำลายเสียด้วยมือนี้ดีกว่า ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำเช่นนั้น แม้จะเริ่มต้นด้วยเหตุผลผิดเพี้ยน แต่ความสัมพันธ์ของสองเราก็ทำให้ไม่ต้องการให้จบที่ความตาย บางทีตัวเขาอาจไม่ต้องการสิ่งใดเลย แค่มีใครยืนเคียงข้างคอยแบ่งปันความทุกข์และความเศร้า  และสักวันเขาคงจะพบกับความสุขบ้าง

    ในยามที่ถูกรายล้อมด้วยผู้คนซึ่งนบนอบจากเล่ห์กลและมนตรา เป็นศูนย์ กลางที่น่าอบอุ่นกลับรู้สึกเวิ้งว้าง ด้วยไม่สามารถเลือกผูกสัมพันธ์ใดๆ กับใครให้เป็นส่วนหนึ่งของใจได้ เพราะความคดเคี้ยวของตนได้สร้างข้อกังขางุนงงให้กับตนดั่งวงกตที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง

    ...จวบจนบัดนี้ยังคงอ่อนแอมิเคยเปลี่ยน...

     

    ริดเดิ้ลทรุดกายที่พิงต้นไม้อยู่ให้ต่ำลงจนแทบนอนราบกับพื้นดิน ทิวทัศน์ด้านหน้ามัวและสว่างวาบเป็นระยะๆ ในดวงตาตามขั้นตอนในตำรา ความรู้สึกผิดและเสียใจนี่เกิดจากสำนึกเมื่อเฉียดใกล้ความตาย หรือแสงจันทร์พิสุทธิ์ได้ฉายถึงความละอายต่อบาปที่ปิดซ่อนไว้

    เปลือกตาลงมาปิดนัยน์ตาสีชาดอย่างเหนื่อยล้า เพื่อหลีกหนีจากโลกใบนี้ที่ไม่เคยเป็นอย่างหวัง สายลมโหมคลั่งในใจอ่อนลงจนเป็นเสียงครางหวีดหวิว

     

    เศร้าอะไรอยู่หรือลอร์ดน้อยขี้แย ?

     

    เสียงแว่วจากอดีตเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปทางพุ่มไม้ต้นเสียงในของป่าต้องห้าม เป็นเสียงที่ไพเราะงดงามและแจ่มใสราวผลึกของหิมะ แม้นจันทร์กระจ่างส่องย้อน ก็ยังรับรู้ถึงตัวตนของผู้ที่ปรากฏให้เห็น

     

     

     ................................................



    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in