Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #25
  • ท่ามกลางฝุ่นผงโรยร่วงมาจากเบื้องบน แฮร์รี่กึ่งอุ้มกึ่งแบกเพื่อนไว้แนบอกค่อยๆ ขยับเท้าก้าวเข้ามาในตัวบ้าน  ข่มความกลัวว่าจะหงายหลังพลัดตกลงไปผ่านรูกว้างด้านหลัง ลมพัดเหงื่อที่ท่วมหลังให้รู้สึกหนาวเย็นยิ่งขึ้น ความสงสัยฉายอยู่ในนัยน์ตา ซึ่งกำลังมองสลับระหว่างอาจารย์สอนปรุงยา กับชายอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง

    ริดเดิ้ลคลี่ยิ้มให้ แค่นั้นเด็กหนุ่มก็กัดฟันกรอดอย่างโกรธเกรี้ยว ดึงไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลแดงที่เสียบอยู่ตรงเอวชี้ไปทางฝ่ายตรงข้ามจะร่ายคาถา แต่สเนปก็เข้ามาบังวิถีพร้อมกับสะบัดดาบยาวในมือทำให้ต้องรีบหลบ คมดาบปาดแก้ม...แผลเล็กนิดเดียวแต่กลับรู้สึกเจ็บคล้ายกับมีกระแสไฟแล่นผ่านปากแผลตลอดเวลา ชาไปทั้งหน้า

    แฮร์รี่เบี่ยงตัวหลบดาบอย่างฉิวเฉียดไปเรื่อยๆ ไม้กายสิทธิ์ถูกกำค้างอยู่ในมือ  เพราะมีรอนอยู่จะทำอะไรก็ลำบาก  แต่จะให้ทิ้งก็ไม่ได้  ทางฝ่ายสเนปดูไม่รู้ สึกตัวว่าทำอะไรอยู่ ถูกคาถาสะกดใจเหรอ ?

    ไม่ใช่หรอกแฮร์รี่

    ชายร่างสูงโปร่งบอกก่อนจะเดินเข้ามาอย่างช้าๆ จนทำให้เห็นว่าฝ่ายนั้นไม่มีแขนจากแขนเสื้อที่สะบัดไหวผิดธรรมชาติ น่าแปลกใจโดยแท้...เด็กหนุ่มไม่สนหรอกว่าเพราะเหตุใดคนตรงหน้าถึงเป็นแบบนี้ แค่รู้สึกโล่งใจนิดๆ กับสะใจหน่อยๆ พิกลเท่านั้น 

    ผมไม่มีวันสะกดใจเซเวอร์รัสหรอก ถึงเขาจะทำให้แขนผมขาดทั้ง ข้างอย่างที่คุณเห็นก็ตามทีเถอะ

    เอ๋ หรือว่า..

    คุณควรจะตั้งใจเรียนกว่านี้สักหน่อย ผมว่าวิชาของศาสตราจารย์บินส์ก็น่าสนใจดีออก แต่คาบนั้นคุณกลับมัวแต่นั่งฟุ้งซ่าน...ใช้ไม่ได้จริงๆ

    หมอนี่ !

    แฮร์รี่โมโหจนหน้าเปลี่ยนสีเมื่อรู้แน่ว่ากำลังถูกอ่านความคิดอยู่ สเนปเคยบอกให้ระวังริดเดิ้ลไว้โดยเฉพาะเรื่องนี้ เพียงแต่เขาไม่นึกว่ามันจะง่ายดายเหมือน กับเหตุการณ์ต่างๆ มันเขียนแปะอยู่บนหน้า  อย่างน้อยก็น่าจะร่ายคาถาอะไรบ้างให้รู้ตัวสักนิด

    เด็กหนุ่มชักไม่สบอารมณ์กับนัยน์ตาสีเลือดที่จ้องมาอย่างเหนือกว่า มันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังล่อนจ้อนเดินโทงๆ อยู่ยังไงยังงั้น  พอคิดแบบนั้นริดเดิ้ลก็หัว เราะพรืดออกมา โทสะสูงขึ้นเพราะความอายทำให้สมาธิที่ควรใจจดใจจ่อกับการหลบคมดาบหมดไป แฮร์รี่ก้าวเท้าพลาดเสียหลักล้มลงนอนหงาย นัยน์ตาเบิกกว้างมองปลายดาบสีมรกตปักตรงลงมา

    เอกซเปลริเอมัส !

    คาถาปลดอาวุธของเฮอร์ไมโอนี่ตรงไปทางอาจารย์หนุ่ม พร้อมกับที่ร่างของเธอพุ่งเข้าหาเพื่อน ปลายไม้กวาดที่ขี่มาเสียดลากพื้น ส่วนร่างบางและอาวุธในมือต่างกระเด็นล้มไปคนละทิศทาง เด็กสาวไม่รอช้าร่ายคาถาจู่โจมใส่ริดเดิ้ล แต่เพียงฝ่ายนั้นกระซิบบางอย่าง สเนปก็ขึ้นมาใช้คาถาป้องกันให้อย่างรวดเร็วจากไม้กายสิทธิ์ของตนเอง ความขุ่นเขืองส่งผ่านออกมาทางแววตาสีสด

    แขกที่ไม่ได้รับเชิญมักถูกกำจัดเสมอ..เลดี้

    ตัวร้ายมักแพ้ประจำแหละ มิสเตอร์” 

    เธอข่มใจพูดโต้กลับพร้อมกระชับอาวุธประจำกาย มันเป็นของเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เธอและเพื่อนๆ หนีออกจากที่นี่ได้ คนตรงหน้าร้ายกาจ ถึงแม้จะไม่มีแขนเธอก็จะประมาทไม่ได้เดี๋ยวจะเหมือนคราวของฮังอีก ลองเจ้าตัวมั่นใจปรากฏตัวออกมาอย่างนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

    เด็กสาวเหลือบเห็นวงกลมเวทสีเขียวบนพื้น รอบนอกมีหยดเลือดของเพื่อนทั้งสองกระจายอยู่จากการหนีไปรอบๆ ถึงจะแลดูสะเปะสะปะ  แต่ความจริงมันใกล้เป็นรูปเป็นร่างของวงเวทอีกชั้นเต็มที สเนปเก็บดาบกลับมายืนกลางวงเวทที่สร้างจากเลือดเช่นเดิม เพียงแค่นั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอบอกเพื่อนด้วยริมฝีปากสั่นโดยไม่หันไปมอง 

    หนีแฮร์รี่ หมอนี่จะเอาพลังจากเลือดเธอ ไปฝากร่างศาสตราจารย์สเนป

    "อะไรนะ ? พลังอะไรนะ?" 

    เด็กหนุ่มทวนถาม แต่ริดเดิ้ลกลับพูดขึ้นช้าๆ เรียบเย็นเสียจนรับรู้ถึงความเย็นชาในจิตใจ

    "นั่นเป็นพลังของผมต่างหากเลดี้ การเอาของของตัวเองกลับคืนมามันผิดตรงไหน ?"

    "แต่ร่างของศาสตราจารย์ไม่ใช่ของคุณ เขาจะตายทันทีที่..."

    เด็กหนุ่มสะดุ้งหันไปทางเพื่อนสาว เมื่อได้ยินความตายของอาจารย์สอนปรุงยา เฮอร์ไมโอนี่ยังพูดไม่จบ  ริดเดิ้ลก็พูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

    "เซเวอร์รัสเป็นของผม และที่สำคัญเขาจะไม่ตาย...ตลอดกาล" 

    จากนั้นจึงตวัดสายตาไปทางแฮร์รี่ เสียงทุ้มต่ำรัวเร็วขึ้น

    "ผมเสียเวลากับพวกคุณมามากพอแล้ว ได้เวลาลากันเสียที"

    ริดเดิ้ลกลับไปยืนด้านหลังสเนป มันรวดเร็วจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร...ชายคนนั้นหายตัวได้ แล้วเขาก็พูดอะไรบางอย่างข้างหูอาจารย์หนุ่ม จากนั้นสเนปก็วาดดาบเป็นแนวขนานกับพื้น แสงสีเขียวที่บางราวกับกระดาษพุ่งเข้ามาหาลำคอของพวกเด็กๆ สีหน้าของผู้ถือดาบบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดจนทรุดตัวลงนั่ง มือซีดขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำและมีเส้นเอ็นปูดนูน

    ขณะที่สมองขาวโพลนนึกอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งมองมัน แฮร์รี่นึกว่าตัว เองขึ้นสวรรค์ไปแล้ว เมื่อเห็นแผ่นหลังอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามดูแข็งแกร่งอยู่ด้าน หน้า เสื้อผ้าสีขาว...เส้นผมสีขาว เสียงตะโกนร่ายคาถาป้องกันอย่างห้าวหาญดังขึ้น เสียงที่คุ้นเคย...แล้วแสงสีเขียวก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นเล็กๆ นับไม่ถ้วนลู่ข้ามพวกเขาไป บางส่วนตกโดนผ้าคลุมด้านหลังไหม้เป็นวงทำให้เด็กหนุ่มรีบเขยิบตัวเข้ามาใกล้แผ่นหลังนั้นมากขึ้น แล้วแสงทั้งหมดก็หายไปพร้อมกับไม้กายสิทธิ์ของซิเรียสที่สลายเป็นฝุ่นผงคามือ

    "เฮอร์ไมโอนี่รีบพารอนไป เขาเสียเลือดมากเกินไปแล้ว" 

    ชายหนุ่มไล่เสียงเรียบ เมื่อเห็นใบหน้าของรอนเริ่มซีดขาวตัดกับผมสีแดงของเขา เฮอร์ไมโอนี่ร่ายคาถาให้รอนเบาขึ้นแล้วขี่ไม้กวาดหนีไป โดยไม่ลืมทิ้งไม้กายสิทธิ์ของตัวเองให้ซิเรียสใช้ด้วย เขาตวัดลองมันและมันก็ส่งเสียงขานรับ

    "เล่นทำฉันหลงทางเสียนานสองนานเลยนะท่านลอร์ดโวลเดอร์มอร์"

    "บ้านคงกว้างเกินไปล่ะมั้งครับ คุณ...?" 

    จอมมารหนุ่มหัวเราะน้อยๆ ความจริงแล้วตัวเขาเองแหละ  ที่วางคาถาไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วบ้าน โดยเฉพาะตรงพรมทางขึ้นชั้น มันจะคัดเฉพาะแฮร์รี่เท่านั้นที่จะมายังห้องนี้ได้ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะหล่นไปอยู่ที่อื่น แต่บังเอิญรอนจับแขนแฮร์รี่ไว้เลยตกมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ส่วนซิเรียสนั้นใช้วิธีปีนมาทางหลังคา แล้วกระโดดลงมาหลังจากเห็นระเบิดเกิดขึ้น  โชคดีที่เข้ามาช่วยเด็กๆ ได้ทันเวลา

    "แบล็ค...ซิเรียส แบล็ค"    ซิเรียสตอบห้วน 

    "คุ้นๆ มั้ยล่ะ ? นามสกุลเดียวกับน้องชายของฉันที่นายฆ่าไปไง"

    ริดเดิ้ลยกคิ้วค้างทำทีครุ่นคิดก่อนจะคลี่ยิ้มให้และตอบอย่างสุภาพ

    "ผมไม่ยักจะจำได้ ขอโทษด้วย"

    "ไม่เป็นไร"

    ถึงพูดอย่างนั้นแต่ชายหนุ่มผมขาวก็ข่มใจกัดฟันกรอด

    "ยังไงวันนี้ก็จำไว้หน่อยแล้วกัน เพราะชื่อนี้แหละจะพาแกไปทัวร์นรกล่ะ"


    ....................................

    นี่มัน..เหลือเชื่อเลย

    ลีพูดพร้อมกับกวาดตามองไปรอบเรือนกระจกอย่างอ่อนล้า เขารีบเกาะเพื่อนก่อนเข่าที่สั่นพั่บๆ จะรับน้ำหนักร่างไม่อยู่  ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นเหมือนกับกองทัพหน้ากาก ที่เพิ่งโดนฤทธิ์มนุษย์หมาป่าซึ่งบังเอิญวิ่งผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีซัดเสียจนลงไปนอนหมอบหมดไม่มีเหลือ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรีบร้อน ( 'ผ่านมาฮือ ฮือ ผ่านไปแต่หัวใจ ไม่เคยหยุดพักแล้วลีก็ยังคงร้องเพลงได้ ) อย่างกับพายุพัดผ่าน เฟร็จเข้าไปพยุงร่างของกอยล์ขึ้นมาไว้บนบ่า

    ไม่ไหวเลยหมอนี่..ผู้เสพความตายไม่กลัว ดันกลัวมนุษย์หมาป่า” 

    เขาพูดกลั้วหัวเราะด้วยเสียงที่ยังสั่นไม่หาย

    ว่าไป...เคยเห็นแต่ไหนหนังสือ ตัวเป็นๆ นี่น่ากลัวเป็นบ้า

    ว่าแต่จะหิ้วปีกกันไปช่วยรอนนี่แบบนี้เนี่ยนะ?” 

    น้ำเสียงของจอร์จแสดงถึงความร้อนใจ ลีชักเกรงใจเพื่อนรีบเอามือออกจากคออีกฝ่ายแล้วเดินเซไปทางเฟร็จ

    นายรีบไปช่วยน้องเหอะเดี๋ยวฉันพาไอ้หนูนี่หนีเอง เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์

    "แล้วนายจะทำยังไงถ้าพวกนั้นมาอีก"

    เฟร็จถาม ลีกระตุกไหล่ขึ้นเป็นเชิงบอกว่า...หนูก็ไม่รู้ ตามมีตามเกิดแล้วกัน... 

    "ถ้างั้นฉันให้ลูกกวาดกิ้งก่านายไปกิน แล้วนั่งอยู่นี่ไม่ต้องไปไหนจนกว่าเรื่องจะเสร็จล่ะ"

    "ครับๆ"

    พ่อหนุ่มลีรับปากส่งๆ พร้อมกับแกะห่อขนมโยนลูกอมใส่ปาก จากนั้นก็ถามเพื่อนอย่างงงๆ 

    "อ้าว !  ไม่รีบไปอีกล่ะ ?"

    "พระเจ้าจอร์จ ! ...แย่แล้ว...นายไม่หายไปน่ะลี!" 

    เฟร็จร้องลั่นเรียกแฝดอีกคนมาดูเพราะไม่เชื่อสายตา ลีมองดูตัวเองบ้าง...ไม่หายไปจริงๆ ด้วย

    "ไม่ได้เรื่องแล้วล่ะสิสินค้าพวกนายน่ะ ของไม่ได้อ.ย.ก็อย่างนี้แหละ"

    "บ้า ไม่จริงน่ะ !  พวกเราน่ะลองไอ้นี่มาเป็น 20 รอบด้วยตัวเองแล้ว  มันใช้ได้ผลดีเกินคาดด้วยซ้ำ หรือว่า..."

    "คาถาไงเฟร็จ....ลูกอมเรามันมีปริมาณยาน้อยมาก ( แน่ล่ะ ต้นทุนสูงก็ไม่มีกำไรสิ’ เฟร็จบอก ) พอโดนคาถาแก้มันเลยต้านไม่อยู่" 

    จอร์จหยุดคิด  "ไม่ได้การ ต้องรีบเข้าไปช่วยเด็กๆ แล้วล่ะ เอางี้เฟร็จ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปช่วยคนอื่นๆ ส่วนนายอยู่นี่คอยดูสองคนนี่ไว้"

    "เฮ้ย ! ได้ไง !" 

    เฟร็จร้องลั่น   แฝดเขากระตุกมุมปากยิ้ม

    "ชิงพูดก่อนได้เปรียบน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวยาสลบที่โปรยไปก็ออกฤทธิ์"

    เขาตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ 

    "เดี๋ยวฉันก็กลับมา ฉันไม่ทิ้งนายไปเกิดใหม่ก่อนหรอกน่า" 

    พูดจบก็รีบวิ่งออกไปไม่รอฟังฝ่ายนั้นด่าให้หูแฉะ ความจริงแล้วเขาลืมบอกเฟร็จว่าเขาบาดเจ็บนิดหน่อยตรงสีข้าง อีกอย่างคือเขาไม่แน่ใจเลยว่าจะรอดออกมาเหลือเปล่า เขาเองก็ไม่ได้ติดเฟร็จมาเท่าที่เฟร็จติดเขาหรอกเพียงแต่เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รับอันตราย...ก็เท่านั้น

    เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปทางประตูหน้าโดยตรง ไม่กี่ก้าวเขาก็เกือบโดนคาถาจู่โจมใส่ โชคดีที่สัญชาตญาณการหลบสูงเลยรอดมาได้ แต่มันก็ทำให้เขาหงุดหงิด อีกฝ่ายเอ่ยปากจะร่ายคาถาอีก เขาเลยโยนลูกอมลิ้นล้นใส่จนลิ้นสีม่วงใหญ่ยักษ์ทะลักออกมาจากปากก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปต่อ ( 'น่ารำคาญชะมัด' ) จอร์จเห็นเส้นผมตัวเองผ่านช่องตาตรงหน้ากาก มันเปลี่ยนกลับเป็นสีแดงตามแบบฉบับของตระกูลวีสลีย์แล้ว

    "แย่จัง ผมนี่มันเด่นซะด้วย"

    เขาถอนหายใจหนัก  แล้วเสียงร้องกรี๊ดของเด็กผู้หญิงก็ดังขึ้นไกลๆ  ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบวิ่งไปทางต้นเสียง ระหว่างทางเจอแต่พวกผู้เสพความตายนอนกันตามรายทางแต่ดูจะมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน

    พอเลี้ยวตรงหัวมุมเขาก็เห็นจินนี่กำลังยืนอยู่คนเดียวตรงทางเดิน เธอดูตกใจแต่ดูพี่ชายเธอจะตกใจซะกว่า  เมื่อจู่ๆ แข้งจากไหนก็ไม่รู้  ลอยเข้ามาหาคอ จอร์จรีบก้มตัวหลบ  และกระโดดถอยหลังหนีเมื่อเท้านั้นเปลี่ยนทิศทางเป็นเตะต่ำ ทำให้เห็นกันชัดๆ ว่าใครเป็นใคร  เขารีบถอดหน้ากากออกให้อีกฝ่ายดู

    พี่ชายคนโตทำท่าจะเอ่ยปากทัก แต่ก็ยกเท้าขึ้นมาเตะก้านคอผู้เสพความตายด้านหลังน้องชาย ซึ่งก็หลงติดกับตามเสียงจินนี่มาอีกคนเสียจนสลบ จากนั้นหักไม้กายสิทธิ์ก่อนจะลากเก็บเข้าไปในห้องๆ หนึ่งที่มีพวกนั้นโดนแบบเดียวกันนอนสุมอยู่

    "แล้วอีกคนไปไหนน่ะห่ะ?"

    บิลถามหาเฟร็จโดยที่ตัวเองยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเฟร็จหรือจอร์จ น้องเขาอธิบายความเป็นมา ฝ่ายบิลก็เลยเล่าข้อมูลให้รู้บ้าง ตั้งแต่ที่เขาโดนซิเรียสต่อยสลบไป ตื่นขึ้นมาก็เลยไปหาศาสตราจารย์มักกอนนากัล จึงรู้ว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ฟื้นแล้วแต่ก็เคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้ ได้เพียงแต่คุยเท่านั้น

    พวกอาจารย์พอรู้ข่าวเลยออกมาช่วยกันแบบที่ค่อยๆ แอบตัดกำลังไปทีละนิด ระหว่างนี้ก็รอพวกมือปราบมารมาด้วย พวกเด็กๆ ส่วนใหญ่ถูกช่วยออกไปได้แล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าหมดหรือเปล่า ตอนที่จู่ๆ ยาหายตัวหมดฤทธิ์ก็แย่เหมือนกันแต่โชคดีที่หนีกันเก่งแล้วพวกอาจารย์ก็มาพอดี ปะทะกันไม่หนักนักเพราะเน้นหนีมากกว่า แต่ถ้ามีโอกาสสู้ก็สู้ ขายหน้าแทบเอาปี๊ปคลุมแต่ยังดีกว่านักเรียนตาย ส่วนช่วงนี้เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงเก็บรายละเอียด

    "ที่แย่คือหมวกคัดสรรไปอยู่ในมือคนที่เธอก็รู้ว่าใคร ฮังบอกว่าฝ่ายนั้นต้องการ ศาสตราจารย์สเนปจึงจะทำร้ายมันซะพร้อมกับทางนั้น ไม่รู้ว่าป่านนี้มันเป็นยังไงแล้ว"

    "โธ่ พี่จะห่วงมันทำไมกับอีแค่หมวกเก่าๆ ใบเดียว ปีหน้าถ้าจะรับนักเรียนใหม่ก็จับฉลากเลือกบ้านเอาก็ได้ จะเป็นไรไป"

    "มันไม่ใช่แค่หมวกเก่าๆน่ะสิ ที่ห่วงไม่ใช่หมวกแต่เป็นพลังในนั้นต่างหากถึงจะน้อยนิดแต่ก็มีพลังของพ่อมดแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ทั้งอยู่ ที่น่ากลัวคือพลังของ สลิธิรีนที่นายก็รู้ว่าใครสืบทอดเจตนารมณ์ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์คิดว่าเขาคงต้องการพลังของสลิธีรินแน่ๆ เพียงแต่การจะซึมซับพลังมาใช้ จะต้องมีภาชนะที่สามารถตอบสนองยอมรับได้ และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่เหมาะก็คือร่างของมนุษย์"

    "อี๊~หมอนั่นจะเอาพลังเข้าตัวเองเหรอ ? งั้นก็เก่งเว่อร์แล้วดิทีนี้"

    เด็กหนุ่มแบะปากใส่พยายามทำทะเล้นทั้งที่ใจกำลังหวาดกลัว บิลส่ายหน้าปฏิเสธ

    "เปล่า...คงทำไม่ได้ เขาไม่เหมาะ อีกอย่างคือเสี่ยง...การรับพลังเข้าไปถึงผลจะออกมาได้ประโยชน์มากก็ตาม แต่ถ้าไม่สามารถควบคุมพลังนั้นได้ผลก็มีแค่ อย่าง คือถ้าไม่ตายก็เหมือนตาย เจ้าของร่างจะถูกพลังควบคุมแทนที่ ร่างที่เหมาะสมสำหรับปลุกพลังของซัลลาซาร์ สลิธีรินกลับมาอีกครั้ง สายเลือดโดยตรงอีกคนที่ไม่มีเลือดมักเกิ้ลเจือปน...ศาสตราจารย์สเนป"

     

     ....................................

     

    ซิเรียสสบถขึ้นอย่างหัวเสียเมื่อหลายต่อหลายครั้งที่เขาและแฮร์รี่พยายามจะใช้คาถากับลอร์ดโวลเดอร์มอร์ อาจารย์สอนปรุงยาคนนี้ก็ต้องมาคอยรับคอยกันให้อยู่ร่ำไป จนทั้งร่างที่ผอมแห้งสะบักสะบอมบอบช้ำ ก็ยังไม่หยุดกวัดแกว่งดาบสลับกับร่ายคาถาร้ายแรง ที่นอกจากจะมีพลังทำลายสูงแล้วก็พาให้ร่างผู้ใช้แย่ไปด้วย ฝ่ายซิเรียสเองบาดเจ็บไม่เท่าไหร่แต่แฮร์รี่กลับหนักขึ้นเรื่อยๆ จนยืนแทบไม่อยู่

    เด็กหนุ่มรู้ดีว่าไม่ใช่เป็นเพราะบาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ แต่เขาถูกดูดพลังออกไปจากเลือดที่เสียออกไปต่างหาก ริดเดิ้ลกำลังเรียกพลังกลับไปเพื่อให้เพียงพอกับการฟื้นฟูร่างกายตัวเอง สีหน้าของชายผู้นั้นดูดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาอย่างกับคนอดนอน

    "ขืนเป็นยังงี้ต่อไปต้านไม่ไหวแน่แฮร์รี่ ทั้งเราทั้งเจ้าเนปคงตายก่อน เอางี้เธอไปอัดไอ้ท่านลอร์ดนั่นซะ ระหว่างนี้ฉันจะยันเจ้าเนปนี่เอาไว้เอง ไอ้หมอนั่นมันด้วนอยู่ทำอะไรไม่ได้หรอก เป็นไปได้ใช้อาวาดาใส่มันเพื่อฉันด้วย" 

    ชายหนุ่มสั่งเบา แฮร์รี่พยักหน้ารับและเมื่อซิเรียสให้สัญญาณเขาก็รีบเข้าไปในระยะที่คิดว่ายังไงก็ต้องโดนแน่ๆ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มให้แล้วหายตัวถอยหลังไปเล็กน้อยแค่ให้เด็กหนุ่มเสียจังหวะ จากนั้นก็พูดภาษาพาเซลขึ้น เสียงเรียบต่ำน่าขนลุก

    ไม่กี่อึดใจงูน้อยใหญ่ไม่รู้กี่ร้อยตัวก็เลื้อยเข้ามาในห้องทุกทิศทาง จากนั้นงูตัวเขื่องสีเขียวเลื่อมก็เข้ามาหยุดชูคอมองอยู่ตรงหน้าประตู ดวงตาสอดส่องเข้ามาภายในสักพักก็เลื้อยเข้ามาอย่างเชื่องช้าข้างกายเจ้านาย แนบแก้มเข้ากับแก้มของริดเดิ้ลอย่างรักใคร่ ก่อนจะมองไปทางแฮร์รี่แล้วจู่โจมทันที

    เด็กหนุ่มผงะตกใจก้าวเท้าถอยหลังแต่เสียงขู่ฟ่อของงูตัวเล็กที่โดนเหยียบทำให้เขารีบชักเท้าหลบมันก่อนที่จะถูกเขี้ยวพิษฝังลงไป ซิเรียสตัดสินใจเหวี่ยงร่างสเนปเข้าขวางนากินีเอาไว้ ต้องขอบใจที่มันฉลาดพอจะไม่จู่โจมฝ่ายเดียวกัน เจ้าหมาหนุ่มถือโอกาสที่มันชะงักซัดคาถาใส่มันจนคอเอียง ก่อนจะคว้าข้อมือแฮร์รี่เตรียมหนีจากวงล้อมของสัตว์เลื้อยคลาน ขณะที่ริดเดิ้ลโมโหเสียจนกล้ามเนื้อแก้มกระตุก

    พวกงูตอบรับคำสั่งที่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีเพลิงแล้วไล่ล่าเหยื่อทั้งสอง แฮร์รี่นึกอิจฉาพ่อทูนหัวที่ไม่สามารถแปลเสียงขู่ฆ่าของบรรดางูที่ไล่หลังมา ไม่กี่ก้าวทั้งคู่ก็จะถึงบันไดชั้นลอยแต่นากินีก็มาขวางไว้ พอหันไปทางสเนปก็เห็นทางนั้นเตรียมจะฟันเขาให้คอขาดด้วยคาถาอะไรก็ไม่รู้อีก สีหน้าดูทรมาน มือช้ำมากขึ้น สุดท้ายเลือดก็ซึมออกมาจากมุมปาก

    "ศาสตราจารย์!" 

    แฮร์รี่ใช้คาถาปลดอาวุธ เพื่อไม่ให้อาจารย์หนุ่มต้องทรมานกับการที่ต้องใช้คาถาโดยดาบประหลาดนั่น แต่ไม่มีผลอะไร..ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีสิ่งใดผ่านออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเขา

    ..ทำไมกัน..ทำไมพลังของฉัน..

    "ไม่ใช่แฮร์รี่..พลังทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ ไม่มีสักหยาดหยดที่เป็นพลังของเธอ มัน..เป็นของผม"

    ริดเดิ้ลพูดเน้นคำอย่างช้าๆ คำพูดเสียดแทงใจเด็กหนุ่ม ไม่มีอะไรเป็นพลังของเขา ถ้าอย่างนั้นหลักฐานการคงอยู่ของเขา การเป็นพ่อมดของเขาล่ะ การเรียน..ชีวิตประจำวันที่ผ่านมาทั้งหมดมันไม่มีความหมายเลยเหรอเขาไม่เคยมีพลังของเขาเลยเหรอถ้าอย่างนั้นเขาจะช่วยคนที่รักได้อย่างไร ไม่ ไม่ เขาไม่อยากกลายเป็นคนธรรมดาตอนนี้

    "ตอนนี้เธอมันไร้ประโยชน์ จริงไหมแฮร์รี่?"

    จอมมารหนุ่มพูดอีกครั้ง น้ำเสียงนุ่มก้องกังวานในโสตประสาท 

    "อย่าว่าแต่จะช่วยใครเลย ตัวเองก็แทบไม่รอด เด็กน้อยช่างเขลานัก....ร้อนแรงเหมือนไฟ....ฮึกเหิม....และมอดไหม้โดยไร้ขอบเขตของความรอบคอบ ดูสิแฮร์รี่..ผลของการกระทำของเธอ พ่อทูนหัวที่กำลังนับเวลาตายเพียงเพราะมาเพื่อช่วยเธอ เพื่อนๆ ของเธอต้องบาดเจ็บ...เดือดร้อนไปหมด แฮร์รี่ พอตเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ พลังของผมที่เธอบังเอิญได้รับมา พลังของผมที่เธอภูมิใจนักหนาหายไปแล้ว ขาดสติปัญญาแล้วยังต้องมาขาดพลังอีก ถึงรอดจากที่นี่ออกไปได้แล้วเธอจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ไปอย่างไรหืม ไปอยู่กับญาติมักเกิ้ลของเธอเหรอ เด็กหนุ่มผู้ที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสามารถอย่างเธอจะต้องไปยอมใช้ชีวิตจนแก่ตายแบบมักเกิ้ลนะเหรอช่างเลวร้ายจริงๆ..สู้ยอมตายที่นี่แล้วให้ชื่อเธอได้จารึกว่าเป็นอัศวินผู้กล้าหาญ ตายด้วยน้ำมือของพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เสียยังดีกว่า"

    ..ตายเสียยังดีกว่า..

     

    ใช่ มาสิ...คงศักดิ์ศรีพ่อมดของเธอไว้ ภายใต้คมดาบของสลิธีริน

    คำพูดช่างเชิญชวน อ่อนนุ่มละมุนละไม ราวกับกำลังยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมจนมึนงง  เท้าค่อยๆ ก้าวเข้าไปหา  แต่เสียงเรียกของคนข้างกายหยุดเขาไว้

    "หุบปาก ! แฮร์รี่ตื่น !  อย่าไปฟังมันพล่าม !"

    ซิเรียสยกไม้กายสิทธิ์เตรียมร่ายคาถา...เขารู้แค่ว่าต้องเตรียมตัวร่ายคาถาไม่จู่โจมก็ป้องกันอะไรสักอย่างหนึ่ง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าต้องเป็นทางไหนดี ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้สมาธิเพื่อดูว่าอะไรจะจู่โจมก่อน  ซิเรียสก็กะว่าจะซัดริดเดิ้ลให้ปากเจ่อ 

    ระหว่างที่ไม่มีทางหนีอยู่นั้นกระจกด้านบนเพดานก็แตกออกเป็นประกายชิ้นเล็กชิ้นน้อย  พร้อมกับร่างๆ หนึ่งหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง  แสงจันทร์จากด้านบนสาดสะท้อนให้เห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่เงามืดมิด แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ชายหนุ่มก็ตัดสินใจร่ายคาถาให้ฝ่ายนั้นลงมาบนพื้นอย่างปลอดภัย ฮังปัดเศษกระจกตามร่าง

    แฮะ แฮะ ขอบคุณนะซิเรียส...ฉันนึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว บังเอิญโดดลงมาไม่ทันได้คิดว่าจะลงท่าไหนเสียด้วย

    ชายผิวแทนหัวเราะแก้เขินกับความเอ๋อไม่เลือกเวลาของตัว ซิเรียสรีบชี้โบ้ชี้เบ้ไปทางงูเล็กงูน้อยรอบๆ ตัว เพียงเท่านั้นฮังก็รู้ว่าต้องทำอะไรเขาพูดเนิบๆ

    เอ้า...อุดจมูกสักพักนะทุกคน

    ลูกกลมสีเทาอันเล็กๆ ถูกปาใส่พื้น  ก่อเกิดควันแสบจมูกนิดหน่อยไปทั่ว แต่ดูท่าพวกงูจะไม่ชอบจึงได้หนีกันระนาว ฮังว่าจะปาลูกเหม็นไล่งูผลิตภัณฑ์ของหน่วยวิจัยพันธุ์สัตว์วิเศษใส่พื้นอีกสักลูกสองลูก นากินีก็เข้ามากัดแขนเขาซะจมเขี้ยว พร้อมกับกระชากร่างเขาขึ้นสูงแล้วโยกหัวเหวี่ยง ชายผิวแทนจึงตัดสินใจกรอกลูกเหม็นไล่งูทั้งถุงใส่ปากมันเสียจนหมดแทน นากินีเลิกกัดเขาแล้วล้มลงชักกับพื้น ฮังเลยกลิ้งไปทางเท้าของอาจารย์สอนปรุงยาพอดี

    ซิเรียสเห็นว่าเพื่อนอยู่ในอันตรายจึงร่ายคาถาโจมตีใส่สเนป แต่ฮังกลับรีบยืนขึ้นเอาตัวรับคาถาเองซะนี่ ชายผิวแทนกระแทกไปโดนร่างบางด้านหลัง  ดาบเล่มใหญ่หลุดจากมืออีกครั้ง ประกายคมดาบสีเขียวส่องสะท้อนเชิญชวนในนัยน์ตาสีเดียวกัน

     

    ‘...หยิบสิ...จับมัน...แค่นั้นศาสตราจารย์ของเธอก็จะเป็นอิสระ

     

    แฮร์รี่รีบไปหยิบมันมา คิดว่าถ้าแย่งมันมาจากสเนปได้อย่างน้อยก็หมดปัญหาไปได้เปราะหนึ่ง อาจารย์หนุ่มจะได้ไม่ต้องสู้และเจ็บตัวอีก แต่พอแตะโดนมันเท่านั้นเด็กหนุ่มก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันกำลังดูดพลังเขาอย่างรวดเร็ว นอกจากเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของริดเดิ้ล ยังได้ยินเสียงบางอย่างในสติที่พร่าเลือน ดาบ...กำลังพูดกับเขา...

     

    ...เธอไม่มีสิทธิ์...

     

    ...ไม่มีสิทธิ์...จะแตะต้องตัวฉัน...

     

    ...เจ้าคนชั้นต่ำ...

     

    หนี พอตเตอร์

     

    ปล่อยมันแฮร์รี่ !” 

    ฮังรีบลุกไปดึงตัวเขาออกจากดาบ หลังจากห้ามซิเรียสไม่ให้เข้าใกล้มัน ดาบของสลิธีรินมีพันธะผูกพันกับเจ้านายมากเกินกว่าจะคาดคิด มีเพียงคนที่สลิธีรินยอมรับเท่านั้นถึงจะเข้าใกล้มันได้ และพลังที่ได้รับจากผู้ไม่เหมาะสม ก็จะถูกถ่ายทอดให้กลับผู้ที่มันคิดว่าเป็นเจ้านายโดยตรง 

    นัยน์ตาสีเทาเหลือบไปทางจอมมารหนุ่มอย่างหวาดๆบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวใต้แขนเสื้อของเขา เม็ดเหงื่อหยดลงมาจากใบหน้าคมคายไม่ขาด ทรมานแต่ก็ประสบผลสำเร็จ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจประดับอยู่พร้อมกับแววตาชั่วร้าย มือ...กำลังงอกออกมา

    แม่เจ้า...สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติแล้วมั้ยล่ะ?” 

    เจ้าหมาหนุ่มฝืนยิ้มมุมปาก ดูอีท่าไหนก็ต้องถอยก่อนชัดๆ แต่จะให้อย่างเขาถอยเนี่ยนะให้ตายเหอะ นี่ถ้าซัดพลังใส่สเนปที่ขวางทางอยู่ตอนนี้ เจ้าพ่อ บ้านเถื่อนนี่จะเลือกเข้าข้างใครกันนะ 

    เฮ้ฮัง นายว่าต้องทำยังไงต่อดี

    เขาหันไปถามเพื่อนร่วมรุ่นที่กำลังกรอกยากันหลับให้แฮร์รี่อยู่ ผงสีมรกตร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าไม่ขาดส่งประกายระยิบระยับสวยงาม เพิ่งสังเกตว่าเสียงต่อสู้ด้านล่างเงียบลง พาให้รู้สึกว่ากำลังถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงเพียงลำพังยังไงยังงั้น

    ฉันอยากหนีมากเลยล่ะซิเรียส แต่ถ้าหนีตอนนี้ พรุ่งนี้ก็ไม่มีเซเวอร์รัส” 

    เขาตบหน้าปลุกเด็กหนุ่ม

    ลุกแฮร์รี่ เร็วเข้า เราต้องการคนช่วยอยู่นะ ถึงจะเป็นมือแมวก็เถอะ

    ..นัยน์ตาสีสวยเริ่มเปิดขึ้นช้าๆ อีกครั้ง... เด็กหนุ่มรู้สึกงงๆ เขาคิดว่าเขาควรจะลืมตาตื่นขึ้นมาในหอนอนของบ้านกริฟฟินดอร์ ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าที่สงบสุขและสดใส แต่ความจริงก็คือความจริง เขายังคงอยู่ในการต่อสู้กับจอมมารผู้ชั่วร้าย..มือที่ไปจับดาบเมื่อครู่แดงเหมือนถูกไฟลวก ไม้กายสิทธิ์ก็ยังจับไม่อยู่

    เมื่อกี้...ผม..เห็นเจ้าของดาบ   เด็กหนุ่มพูดเสียงสั่น 

    ทำไมซัลลาซาร์ สลิธิรีน...เหมือนศาสตราจารย์สเนป แล้วทำไมเสียงศาสตราจารย์อยู่ในดาบ

    เขาคือทายาทคนหนึ่ง ฉันไม่รู้จะบอกยังไง แต่ว่าลอร์ดโวลเดอร์มอร์จะทำพิธีแทนที่พลังของสลิธิรีนซึ่งเก็บไว้ในดาบแล้วซ่อนไว้ในหมวกคัดสรร กับเซเวอร์รัส เขาจะได้พลังของสลิธิรีนมาควบคุม...เป็นเหมือนตุ๊กตา แต่มันเป็นศาสตร์มืดที่ต้องใช้พลังเวทสูง และลอร์ดโวลเดอร์มอร์ต้องได้พลังที่เสียไปกับเธอตอนที่เธอยังเด็กคืน

    แล้ว...ศาสตราจารย์?”

    เสียงของริดเดิ้ลเงียบลง...แฮร์รี่มองชายร่างสูงโปร่งที่เอาดาบสีเขียวเลื่อมจากอาจารย์สอนปรุงยามาถือ...เขายังดูไม่มีแรงเท่าไร ดาบของสลิธิรีนร่วงลงพื้น สุดท้ายแล้ว  ชายหนุ่มก็หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาถือแทน

    ถ้าสิ้นสุดพิธี วิญญาณจะถูกกักไว้ในดาบตลอดไป...แต่ตอนนี้เขาคงแค่หลับอยู่ระหว่างร่างกับดาบ

    ฮังหยิบขวดแก้วบรรจุยาพิษเตรียมไว้ในมือ เขาเห็นว่าริดเดิ้ลมีเพียงแขน ขวาเท่านั้นที่กลับเป็นเหมือนเดิม 

    ระฆังเริ่มยกใหม่จะดังอีกแล้วแฮร์รี่ เตรียมตัวเร็วเข้า

    แต่ผมช่วยใครไม่ได้อีกแล้วล่ะฮะ...ผม...ไม่มีพลัง

    น้ำเสียงของเด็กหนุ่มโรยแรงและท้อแท้

    ผมไร้พลัง..ไม่มีอะไรเลย..เมื่อกี้..ยังคิดจะตาย...ทิ้งศาสตราจารย์ไว้...

    อย่ามาสำออย

    ชายผิวแทนกล่าวอย่างเยือกเย็น ใบหน้าดุดัน 

    ฉันเองก็ไร้พลังเหมือนกัน

    ทันทีที่ดวงตาสีแดงตวัดขึ้นจ้อง ฮังก็โยนขวดยาออกไป ขวดแรกเป็นของ เหลวสีฟ้าใส ขวดที่สองเป็นผงสีม่วงคราม เป็นการโจมตีที่เงียบสงบ แม้ช้าแต่สวย งามดึงดูดสายตา และเมื่อมันกระทบพื้น คอนกรีตที่ยืนอยู่ก็ละลายเหลวอย่างรวด เร็วราวกับไอศกรีม วงเวทสีเขียวปนเลือดที่วาดไว้ถูกทำลาย ต่างฝ่ายต่างถอยหนี ร่างใหญ่หมดสติของนากินีร่วงหล่นไปยังชั้นล่าง ฝ่ายแฮร์รี่ต่างวิ่งขึ้นบันไดไปทางชั้นลอย  เขาสังเกตว่ายาชนิดนี้ทำลายแค่แนวราบ

    เด็กหนุ่มเห็นริดเดิ้ลกำลังแบกร่างของสเนปขึ้นบ่า พร้อมกับถือดาบและไม้กายสิทธิ์ด้วยมือข้างเดียวกันอย่างทุลักทุเล ดาบหล่นลงไปแต่ร่างบนบ่ายังคงอยู่ เมื่อวงเวทหายขณะที่พิธียังไม่สิ้นสุด  ก็ย่อมจะสั่งการอาจารย์หนุ่มต่อไม่ได้ สเนป หลับ...ใบหน้าดูซีดเซียว

    ริดเดิ้ลหายตัวขึ้นมาตรงชั้นลอยฝั่งตรงข้ามกับทั้งสาม หากเป็นพ่อมดคนอื่นคงจะไม่สามารถหายตัวพร้อมกับพาอีกคนมาด้วย การทำอะไรเกินตัวแบบนี้ทำให้เสียพลังไม่น้อยทีเดียว ชายผิวแทนโล่งอก ความจริงแล้วเขาเองก็เสี่ยงอยู่ กลัวว่าฝ่ายนั้นจะทิ้งนายของเขาเอาไว้แล้วหนีเอาตัวรอดคนเดียว แต่อย่างมากก็ตกลงไปชั้นสอง ถึงมันจะดูน่ากลัวแต่มันก็เป็นแค่ยากัดกร่อนสำหรับใช้ถางป่า ไม่ได้ใช้ฆ่าสิ่งมีชีวิต ยังไงซะมันก็ดีกว่าปล่อยให้สเนปถูกใช้จนตายคาดาบล่ะน่า

    ทีนี้ก็ตัว-ตัวได้แล้วสินะ !” 

    เจ้าหมาหนุ่มบอกอย่างดีใจทั้งๆ ที่ตัวเองก็เหนื่อยเต็มทน เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เขาแล้วใครจะทำได้ แฮร์รี่ไร้พลัง ส่วนฮังเก่งก็จริงแต่ถ้าจะสู้กันระหว่างนักปรุงยากับเจ้าแห่งศาสตร์มืดก็คงรับมือไม่ไหว ระหว่างนั้นฮังก็เริ่มแบ่งขวดยาที่พกติดตัวไว้ให้เด็กหนุ่ม

    คนๆ นั้นยังได้พลังกลับคืนจากเธอไม่หมด เธอต้องมีพลังเหลืออยู่แน่แฮร์รี่ ฉันไม่รู้จะแนะนำอะไรดี แต่เขาคนนั้นมีเวทแฝงอยู่ในคำพูด อย่าไปฟังเขาพูด” 

    ชายผิวแทนแกะห่อผ้าที่ผูกไว้กับหลังออก  ส่วนนี่...

    ฮังปรายตามองซิเรียสวิ่งไปตามทางเดินที่ตีโค้งเป็นวง แต่พอใกล้จะถึงเป้าหมาย  อีกฝ่ายกลับหายไปปรากฏอยู่ตรงที่เขาจากมา ริดเดิ้ลโจมตีระยะประชิดใส่อกฮังจนร่วงลงไปจากชั้นลอย แล้วนัยน์ตาสีเลือดก็ค่อยๆ เลื่อนมาหยุดตรงเด็กหนุ่มที่กำลังยืนมองอยู่อย่างหวาดหวั่น เขายิ้มให้อย่างสุภาพ

    ในที่สุด เราก็ได้คุยกันตามลำพังสักที


    ....................................


    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in