Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #23
  • I want you know, nothing is alike 
    Even something we use to know what it might 
    But if we glance back to it 
    The feeling we gave already change bit by bit 

    ชายร่างสูงโปร่งนั่งอยู่บนกรอบหน้าต่างบานใหญ่ทำจากไม้เนื้อดี ขาข้างหนึ่งหย่อนออกไปเบื้องล่างขณะที่สายตาทอดมองไปยังเบื้องบน เหม่อมองกลุ่มเมฆที่เคลื่อนคล้อย พิงกายส่งเสียงทุ้มต่ำขับร้องคลอรับกับเสียงลมและเสียงใบไม้ไหว สายลมแสนเย็นเยือกพัดเส้นผมกลืนหายไปกับราตรี และแขนเสื้อที่ยาวลงมาละเอวให้โบกพลิ้วไปด้านหลังเหมือนนกที่มีปีกพิกลพิการ 

    ดวงตาสีสดดูเศร้าหมอง อาจเป็นเพราะแสงจันทร์เพ็ญส่องสะท้อนให้แลเห็นเป็นเช่นนั้น ริดเดิ้ลผ่อนลมหายใจยาวบังเกิดไอสีขาวลอยอยู่เบื้องหน้า

    Through times and times, still remember 
    The by gone moon that I watch and wonder 
    As the moon light shines upon the youth 
    Bright a delicate frame, so sweet and smooth… 

     

    ชายหนุ่มหยุดร้องเพลงแล้วผลุบตาลงต่ำ ครุ่นคิดบางอย่างภายใต้ดวงหน้านิ่งเฉย จากนั้นจึงตวัดขาลงจากกรอบหน้าต่าง เดินไปทางเตียงที่ตั้งอยู่ตรงมุมมืดของห้อง พินิจร่างซึ่งหลับอย่างสงบในชุดผ้าเนื้อดีสีเขียวเข้มจนเกือบจะเป็นสีดำไปทั่ว กระทั่งปลายนิ้วมือเรียวประสานวางอยู่บนท้องที่เพยิบไหว สักพักจึงโน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้าของอีกฝ่ายจนสัมผัสถึงไออุ่นของลมหายใจ

    ระยะใกล้แค่ปลายจมูก...เขาเปลี่ยนใจหยุดแล้วกลับมายืนตามเดิม

    ผมมีเรื่องที่อยากจะบอกคุณนับไม่ถ้วน  คราวนี้..คุณคงรอผมใช่ไหม..

    เสียงถูกกลบด้วยเสียงใบไม้ที่เสียดสี ความเจ็บปวดและบาดแผลถูกกลบเกลื่อนด้วยกาลเวลา มันเป็นเพียงแค่การปิดบัง...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วล้วนคงอยู่เสมอ 

    ริดเดิ้ลเงยมองผืนฟ้าอีกครั้ง แสงจันทร์อันแสนนุ่มนวลส่องสะท้อนลงมาอย่างอ่อนโยนและละมุนละไมยิ่งนัก พระจันทร์คงไม่รู้หรอกว่า..ยิ่งสาดแสงให้สว่างเพียงใด  ก็จะยิ่งทำให้เงามืดที่อยู่อีกด้านเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

     

    Day by day the moon depart 
    Abandon me to living my last 
    Desolate and fear in the darkness 
    Stand alone in the land of dying forest 


    “Don’t leave me” I keep it to myself 
    Unable to tell anyone, unable to ask for anything 


     """""""""""""""""""""""""""""""""

     

    ท่ามกลางแสงจ้าของจันทร์ทรงกลดที่ส่องแสงให้รอบข้างสว่าง จนสามา รถมองเห็นได้ทุกสรรพสิ่งโดยไม่ต้องการแสงใดอื่นมาเพิ่มเติม ความเงียบสงบของพื้นทางเดิน ถูกแทรกแซงโดยเสียงฝีเท้าระคนหอบของเด็กหนุ่มร่างสูงที่เร้นกายใต้ผ้าคลุมล่องหน ซึ่งบัดนี้มันเล็กเกินกว่าจะให้ใครอาศัยนอกจากเขากับเจ้าแมวดำในอ้อมกอดแล้ว

    เสียงฝีเท้ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ที่หมายเหมือนอยู่ไกลราวกับไร้จุดสิ้น สุด แฮร์รี่วิ่งเร็วขึ้น เพื่อสลัดบทสนทนากับลูปินเมื่อเย็นวานให้ออกจากความคิด ความจริงที่ขัดแย้งกับความหวังทำให้ใจที่อ่อนล้าเจ็บช้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีอิทธิพลกับความคิดของตัวด้วยแล้ว เสมือนสิ่งที่โหดร้ายได้เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เพียงคาดเดา  แต่ยิ่งต้องการลืมมากเท่าไร...ก็ยิ่งนึกถึงมากเท่านั้น

    เพื่อเธอจะได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะร่วมรับรู้ ครูจึงอาสามาบอกเรื่องนี้แทนซิเรียส สิ่งแรกที่ครูอยากให้เธอทำก่อนจะฟังก็คือการเตรียมใจและทำใจ’ ครูรู้ว่ามันยากแต่..

    ลูปินเรียกเขามาพบในห้องทำงานของสเนป หลังจากพูดคุยกับฮังเสร็จ แล้วเริ่มพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน เพื่อไม่ทำให้ใจเขาตื่นกลัวกับเรื่องราวที่กำลังจะเล่าหลังจากนั่งนิ่งอยู่นาน   แต่มันกลับทำให้เขายิ่งสั่นไหว..และพาลโมโห

    คุณต้องการจะพูดอะไร...คุณพูดเหมือนกับเรื่องเลวร้ายที่สุดกำลังเกิดกับศาสตราจารย์สเนป ทั้งๆ ที่เขาแค่หายไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ! เขาแค่..หายไป..เท่านั้น

     แฮร์รี่พูดตัดบทขึ้น เสียงค่อยเบาลงและจางหายไป ตอนนั้น...คำวิงวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนก้องอยู่ในใจทั้งๆ ที่ไม่เคยนับถืออะไรเลย  ตั้งแต่เกิดไม่เคยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ มาสถิตอยู่ในใจเขา เพราะรู้อยู่เสมอว่าต่อให้ภาวนาไป..อย่างเขาก็ไม่เคยได้อะไร 

    สีหน้าและแววตาเจ็บปวดของเด็กหนุ่ม สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีทองที่มองตรงมาอย่างเวทนา มองเงาที่ฝืนยกมุมปากยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ 

    ‘..เขายังอยู่..ใช่ไหมฮะ ?’ 

    ‘..คงจะเป็นแบบนั้น..ถ้าที่นั่นไม่มีลอร์ดโวลเดอร์มอร์อยู่ด้วย..

    ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกหวาดหวั่นกับชื่อนี้ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนอีกฝ่ายรับรู้ได้ ลูปินถอนหายใจยาว 

    เธอเป็นเด็กฉลาดแฮร์รี่ เซเวอร์รัสไปเพื่อกำจัดฝ่ายนั้นตามลำพัง และเธอก็น่าจะรู้ว่าผลจะออกมาแบบไหนหากเขาไม่กลับมา แต่โทษเขาไม่ได้เพราะมันเป็นโอกาสเดียว ซึ่งเขาคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง  อย่างมากก็จบแค่เขา..

    เขาคิดเอาเองคนเดียว !  มันจะจบแค่เขาได้ยังไง !  ผมไม่ยอมหรอก !’ 

    ลูปินมองใบหน้าแสดงถึงความโกรธเกรี้ยวของเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อช้าๆ 

    และนั่นเป็นสิ่งที่เซเวอร์รัสกลัว กลัวว่าจะมีใครตามมาช่วยเหลือเขาโดย เฉพาะเธอ เพื่อไม่ให้เรื่องมันเลวร้ายขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดคือสั่งฮังไว้ให้ลบตัวตนของเขาซะหากเขาไม่กลับมา ครูรู้ว่าใจเธอในตอนนี้คงจะคิดอยากไปหาเขาแล้ว แต่ครูจะไม่มีวันบอกว่าเขาอยู่ที่ไหน อย่างเร็วที่สุดภายใน เดือนนี้ พวกครูจะรวบรวมคนแล้วไปรับเขากลับมา..เพราะยังไงเสียเรากับฝ่ายนั้นก็ต้องปะทะกันอยู่ดี ไม่ช้าก็เร็ว ครูบอกเธอได้เท่านี้..ดังนั้นอย่าใจร้อน  เพราะจะทำให้เรื่องมันมีแต่เสียกับเสีย’ 

    ลูปินจบบทสนทนาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ความสุภาพสร้างความน่าเกรงขามให้ผู้ชายคนนี้เสมอ จนเขาไม่กล้าที่อ้อนขอรู้ที่อยู่ของคนที่หายไป ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งให้ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ เพื่อไปเก็บตัวที่ห้องทำงานส่วน ตัว  รอจันทร์เพ็ญคืนนี้ผ่านพ้น

    แต่...เขารอไม่ได้...ทนทำใจรออย่างสงบแบบนั้นไม่ได้...และสิ่งที่ทำให้เขางุ่นง่านมากขึ้นก็คือแววตาของลูปิน ที่ไม่เหลือเศษเสี้ยวความหวังไว้ให้กับเขาเลยสักนิด 

    ผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วล่ะฮะ...ทุกอย่างของผมเสียไปหมดแล้ว ด้วยมือของ..

    ลอร์ดโวลเดอร์มอร์...ทำไมชีวิตเราต้องเกี่ยวข้องกับคนๆ นี้  หากไม่มีเขาชีวิตนี้ก็คงจะสงบสุข เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น สามารถอยู่กับคนที่รักได้โดยไม่ห่างไปไหน แต่คนเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ ต่อให้ตอนนี้เรียกร้องอย่างไรเหตุ การณ์พวกนั้นก็สลักตัวตนของเราขึ้นมาแล้ว สลักเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ คนที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าผาก ที่เป็นเหมือนสัญญาระหว่างเรากับเขาว่าสักวันหนึ่งจะกลับ มาพบกัน  เพื่อทำให้วงล้อแห่งชะตากรรมดำเนินไปถึงจุดจบเสียที

    ..และตอนนี้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่า สถานที่ที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถึงข้อยุติของมันอยู่ที่ไหน...

    เป็นเรื่องสุดวิสัย ในการลักลอบเข้าไปเก็บข้อมูลในเพนซีฟของอาจารย์สอนปรุงยา เขาจำเป็นต้องรู้ว่าอีกฝ่ายไปที่ไหน ไม่อยากถูกคนที่รักโกรธแต่มันเป็นทางเลือกสุดท้าย และเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะเข้าไปที่นั่น

    มันแย่กว่าครั้งก่อนมาก การค้นหาสิ่งที่ต้องการท่ามกลางความทรงจำอันแสนเลวร้ายที่หลอมรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับบรรยากาศรอบข้าง สร้างความรู้สึกคลื่นเหียนทุกลมหายใจเข้าออก สิ่งที่ทำได้คือพยายามตั้งสติพยุงตัวไม่ให้จมลึกลงไปกว่านี้ เบือนหน้าจากอดีตที่ห่างไกล สนใจแต่ข้อมูลที่ควรจะรู้ ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงแสนเศร้าเจือความแค้น ก็ผ่านเข้ามาในโสตประสาทอย่างไม่ได้ตั้งใจ..ครั้งแล้ว..ครั้งเล่า..เหมือนเวลาวนกลับมาที่เดิมไม่เคยเดินหน้าไปไหน..

    “..ทำไม..ฉันไม่ตายไปเสียที..” 

    ไม่ได้หันไปมอง ก็รู้ว่าเจ้าของเสียงที่เหนื่อยอ่อนกำลังมีท่าทางแบบไหน เพราะเมื่อหันมองคราใดร่างแสนบอบบางก็ไม่เคยไปจากเก้าอี้ข้างหน้าต่างเลย แค่นั่งอยู่นิ่งๆวางสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีนิลเหม่อมองไปภายนอกอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แค่สัมผัสก็แตกสลาย ความเจ็บปวดส่งสะท้อนมาบีบรัดหัว ใจ โอบกอดคนในอดีตที่ไม่มีตัวตน หวังจะแบ่งเบาความทุกข์มาบ้าง แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย...สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ความทรงจำ... 

    แมวดำครางเรียกเสียงแผ่วเมื่อถึงที่หมาย ให้คนมาด้วยสะบัดผ้าคลุมล่อง หนออกแล้วเดินเข้าไปใกล้รูปปั้นแม่มดหลังค่อมตาเดียว แม้พวกอาจารย์กลัวเขาจะมุ่งหน้าไปช่วยสเนปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง โดยการยึดไฟรโบร์ตและกักบริเวณให้อยู่แต่ในหอก็ตาม 

    มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ต่อให้ขังเขาไว้ในหอสูงแล้วลงกลอนสัก 7-8 ชั้นก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ และที่สำคัญเขาคิดมามากพอแล้ว มากพอที่จะไปตัดสินใจจะทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ลากคนอื่นไปเกี่ยวข้องด้วย ในเมื่อลอร์ดโวลเดอร์มอร์ต้องการจะสู้กับเขา..เขาก็พร้อมมาให้สู้ด้วยแล้ว

    กระดาษสีครีมที่อาเม็จไปเอาจากเนวิลล์หลังจากฮังปล่อยมันออกมาจากกรงขังไม่เท่าไรถูกกำแน่น...สิ่งนี้จะนำทางเขาไปหาคนที่รัก เป็นดั่งบัตรเชิญที่อาบไปด้วยยาพิษ ทั้งที่รู้ว่าปลายทางเต็มไปด้วยอันตรายแต่ก็ไม่สน ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นอะไรก็ช่าง จะเป็นแผนลวงเล่ห์กลอะไรก็แล้วแต่ แค่รู้สึกว่าโวลเดอร์มอร์จะไม่ฆ่าอาจารย์สอนปรุงยาตอนนี้แน่ๆ ก็พอ  ถึงสุดท้ายคมเขี้ยวแห่งความตายจะชี้ตรงมายังเขาก็ตาม

    แฮร์รี่เปิดทางลับด้านหลังของรูปปั้นเพื่อจะไปร้านฮันนี่ดุ๊กในฮอกมีดส์ แต่เสียงเรียกทำให้สะดุ้งสุดตัวหันกลับมามอง ก็เห็นบิลและซิเรียสกำลังวิ่งกระหืดกระ หอบเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบหนีเข้าไปแล้วใช้คาถาทำลายทางเข้าออกทันที แต่แทนที่เขาจะเดินไปในเส้นทางนี้ตามลำพังอย่างที่คิดไว้ในทีแรก ปลายทางของทางลับอับชื้นกลับมีเฮอร์ไมโอนี่และรอนตั้งโต๊ะดื่มชาอยู่เสียนี่ 

    ว่าไงหนุ่มน้อยผู้บังเอิญผ่านมาจะรีบร้อนไปไหนกัน? แวะดื่มชาสักถ้วยหน่อยไหม?” 

    เด็กสาวชูถ้วยชาให้กับเพื่อนหัวยุ่ง ที่กำลังตกตะลึงจนออกเสียงพึมพำกับตัวเองว่าไม่จริง’ รอนถอดที่คาดผมหูกระต่ายที่ถูกเพื่อนสาวบังคับใส่ออกพร้อมกับแสยะยิ้มให้อีกฝ่าย

    ให้บรรยากาศอริสในดินแดนมหัศจรรย์ดีมั้ย ?ว่าไงอริส...กำลังจะรีบไปไหนเหรอถึงไม่บอกพวกเราบ้างเลย จะไปตามหาไวท์แรบบิทแล้วยิงทิ้งหรือไง ?” 

    ทำไมพวกนายสองคนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?”

    แฮร์รี่ถามเสียงสูง  คนถูกถามทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหัวเราะ 

    โอ้..แฮร์รี่ ถ้าแค่นี้ฉันเดาพฤติกรรมเพื่อนไม่ออกฉันคงแจ้นไปอำเภอ ขอเปลี่ยนชื่อเป็นเฮอร์ไมโอนี่ พากินสัน’ แล้วล่ะ..

    ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเธอแอบปิ๊งยัยแพนซีอยู่

    รอนพูดล้อ  แต่ดูจะไม่เข้าหูเด็กสาวเลยโดนเตะหน้าแข้งจนร้องโอดโอย  ( ฉันไม่นิยมดอกยูริเท่าไหร่หรอกย่ะ ’ ) หากเป็นเหตุการณ์ปกติแฮร์รี่คงจะหัวเราะตามบ้างแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เขาร้อนใจเสียเหลือเกิน  ขนาดที่ยืนเฉยๆ ยังไม่ได้  แต่แทนที่เขาจะตะโกนออกมาอย่างหัวเสียเพื่อไล่เพื่อนออกไปอย่างก่อน เขากลับพยา ยามสะกดอารมณ์แล้วพูดช้าๆ 

    ฉันไม่อยากให้พวกนายไปกับฉันด้วย พวกนายเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม..

    ใครบอกว่าฉันจะไปกับนาย เราสองคนแค่บังเอิญ...เดินไปทางเดียวกับนายเท่านั้นเองแหละเนอะ

    เด็กหนุ่มผมแดงหัวเราะพร้อมกับตบโต๊ะไปด้วย พลางหันไปพยักเพยิกหน้าให้คนที่นั่งด้วยพยักหน้าตาม แต่เด็กหนุ่มอีกคนกลับก้มหัวต่ำกว่าเดิม 

    ขอร้องล่ะพวกนายกลับไปเถอะ...ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่พวกนายเป็นอะไรขึ้นมาจะมีคนเสียใจเยอะมากเลยนะ นายไม่ห่วงคุณนายกับคุณวิสลีย์เหรอรอน แล้วเฮอร์ไมโอนี่..พ่อแม่ของเธอรอเธออยู่นะ..

    จู่ๆ เสียงฝืนหัวเราะก็จางหาย  รอนลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยหงุดหงิด เดินดุ่มเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนให้หันมามองหน้าเขาตรงๆ ก่อนจะพูดเค้นเสียงจากลำคอ  นัยน์ตาสีสวยเต็มไปด้วยความโกรธ

    ไม่ต้องเอาพ่อกับแม่ฉันมาอ้างหรอกนะแฮร์รี่ -พอตเตอร์คนดัง ฉันรู้หรอกนะว่าที่นายไม่บอกพวกฉันว่าจะไปหาโวลเดอร์มอร์เห็ดอะไรนั่นน่ะ เป็นเพราะนายดูถูกพวกฉัน เห็นพวกฉันมันทำอะไรไม่ได้ ไม่มีพลัง ไปก็ถ่วงแข้งถ่วงขาแฮร์รี่-พอตเตอร์คนดังซะเปล่าหรอกเหรอ?” 

    นายเป็นบ้าอะไรไปรอนถึงพูดแบบนั้นน่ะห่ะ ?”

    แฮร์รี่ขมวดคิ้วมุ่น ไม่นึกว่าคำพูดพวกนั้นจะออกมาจากปากเพื่อนสนิท รอนหัวเราะเสียงขึ้นจมูกก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่ดังขึ้น 

    แล้วนายเป็นบ้าอะไรถึงคิดจะไปลุยคนเดียวล่ะว่ะ !  ถ้าไม่ใช่อย่างที่ฉันพูดเมื่อกี้แล้วมันมีเหตุผลบ้าบอคอห่านห่าเหวอะไรอีกล่ะ นายถึงได้ไล่ฉันให้ไปซบอกแม่พลางร้อง ปกป้องหนูหน่อยนะหม่ามี้น่ะ ฉันมันดูอีเดียทไม่ได้เรื่องขนาดนั้นเลยเหรอห่ะแฮร์รี่-พอตเตอร์คนดัง !?” 

    นายจะกรุณาเลิกเรียกฉันด้วยน้ำเสียงงี่เง่าประชดประชันฟังแสลงหูนั่น เสียทีได้มั้ยว่ะโรนอลลลล-วีซซี่ซ์ ก่อนที่ฉันจะเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหว

    เสียงของแฮร์รี่เริ่มแข็งขึ้น นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคืองแต่รอนก็ยังพูดต่อ

    ฉันจะไม่เลิกพูดหรอกนะแฮร์รี่-พอตเตอร์คนดัง ตดก็ดังเท้าก็เหม็น จน กว่านายจะบอกเหตุผลที่มันฟังรู้เรื่อง นอกจากไล่ให้ฉันไสหัววิ่งไปหลบหลังก้นแม่นั่งเล่นตุ๊กตากระดาษ ขณะที่นายไปทำเท่สู้กับผู้เสพความตายเป็นร้อยคนด้วยกวางธนูตัวเดียว จากนั้นก็ฮุคขวาใส่โวลเดอร์มอร์จนเห็นดาว แล้วก็อุ้มสเนปที่ถูกลักพาตัวออกมาจากฐานที่มั่นฝ่ายศัตรู ซึ่งถูกระเบิดเป็นจุลแบบหนังมักเกิ้ลทั่วไปอย่างนั้นเหรอไม่เอาน่า..เปิดโอกาสให้ฉันดังมั่งสิแฮร์รี่-พอตเตอร์คนดัง

    สุดท้ายก็เน้นคำว่าคนดัง’ ชัดๆ ทำให้คู่สนทนาหน้าเปลี่ยนสี เสียงทุ้มลอดมาตามไรฟัน 

    นายจะกลายเป็นโรนัล-วิสลีย์คนดังแน่พวก ถ้าไม่ยอมปล่อยมือนายออกจากเนคไทของฉัน แล้วจะบินหรือจะดำดินไปหลบหลังก้นคุณนายวิสลีย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่นายจะดังแบบดังแอ๊ก ไอ้อีเดียททำอะไรไม่ได้ ไร้ฝีมือ กลัวแมงมุม หน้าตกกระ ปากเหม็น กรนดัง จนกรอบเป็นข้าวเกรียบ ฯลฯ” 

    แล้วคำผลุสวาทก็ออกมาเรื่อยๆ แบบไม่มีท่าทีจะหยุด  จนได้ยินเสียงปึ๊ดจากการแตกของเส้นเลือดฝอยตรงขมับของโรนัล-วีสลีย์คนดัง ดูเจ้าตัวชักจะทนไม่ไหว 

    อ้อ..ไอ้ดังแอ๊กแบบที่นายว่ามันแบบนี้เหรอเปล่าห่ะไอ้หัวบาก?” 

    พูดจบเด็กหนุ่มผมแดงก็เฮดบัดใส่หน้าผากคนตรงหน้าจนมึนกุมหัวเดินเซไปรอบๆ เปิดฉากการอัดกันระหว่างคู่หูที่สนิทที่สุดในฮอกวอตส์แบบชนิดเลือดสาดกระเซ็น แต่คนที่น่าจะเป็นกรรมการห้ามกลับไม่สนใจเสียนี่ ถึงแม้รอนจะถูกแฮร์รี่ถีบจนกระเด็นมาล้มทับโต๊ะจนพังก็ตาม เธอก็ยังนั่งอ่านโดจินพร้อมกับจิบชาต่อได้อยู่ดี

    ผ่านไปได้พักใหญ่ สุดท้ายสองหนุ่มก็หมดแรงบ้าหลบไปนั่งหอบคนละมุมโดยที่ยังจ้องกันอย่างไม่ละสายตา เพราะกลัวอีกฝ่ายจะนึกฮึด ลุกขึ้นมาอัดต่อแล้วหลบไม่ทัน แต่พอพินิจดูสารรูปของฝ่ายตรงข้ามแล้วต่างคนก็อดที่จะขำกันเองไม่ได้

    หัวแดงๆ ของนายเหมาะกับนกเอี้ยงนั่นเป็นบ้า

    แฮร์รี่หัวเราะพลางชี้ไปที่นกเสกซึ่งกำลังจิกหัวเพื่อนเขาอยู่ไม่เลิก ขณะที่มืออีกข้างก็ประคองแก้มที่เพิ่งถูกอัดไป รอนจับมันแล้วโยนใส่เจ้าคนที่เสกมันขึ้นมาแต่พลาดไปหลายหลาเลยทีเดียวเพราะเหนือตาซ้ายแตกอยู่

    หัวของนายเองก็เหมาะกับทรงผมเขาควายที่ฉันเสกให้มากๆ เลย ฮึ ! ฉันว่าฉันโง่แล้วนะเนี่ยแต่ยังมีไอ้โง่กว่าฉันเสียอีก มีอย่างที่ไหน..จะไปสู้กับคนเป็นร้อยด้วยตัวคนเดียว แพ้เห็นๆ” 

    เสียงหัวเราะค่อยๆ เบาลงเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่จริงจัง 

    ถามจริงเถอะ..ฉันพึ่งไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?” 

    แฮร์รี่เงียบลงบ้างจากนั้นก็พูดอย่างตั้งใจช้าๆ มือประสานกันแน่นไว้ตรงช่องว่างระหว่างขาที่สั่นกระตุก

    ไม่หรอก แต่เพราะแพ้เห็นๆ อย่างที่นายว่า  ฉันถึงไม่อยากให้นายไป...เดี๋ยวนายตายต่อหน้าฉัน มันน่ากลัว...เหมือนตอนเซดริกตาย ตอนซิเรียสตาย ถึงความจริงเขาจะไม่ตายก็เถอะ..

    เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงในช่วงท้ายแต่ก็ฝืนได้ไม่นาน จากนั้นก็เบาลงเช่นเดิม 

    ฉันทนไม่ได้ ฉันเกลียดภาพนั้น แล้วฉันก็ทนรอไม่ได้..ฉันไม่มีความอดทนพอ มันทรมาน..กังวลตลอดเวลา ซ้ำไปซ้ำมาจนหัวจะระเบิดว่าศาสตราจารย์สเนปจะเป็นอะไรหรือเปล่า กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ถึงตอนนี้ก็ยังกลัว กลัวจนเหนื่อย..ปวดหัวไปหมด คิดอะไรไม่ออกแล้ว รู้อย่างเดียวว่าต้องทำให้มันจบ ก็..คนที่จะทำให้มันจบได้มีแต่ฉันไม่ใช่เหรอ ?”

    ใช่....มันจบเพื่อน แต่มันจะไม่จบในแบบที่พวกเราทุกคนต้องการ นายต้องยอมรับก่อนว่าฝ่ายนั้นเก่ง ตีง่ายๆ คิดว่ามีคนแบบซิเรียส 30 คน แบบลูปิน 30 คน ที่เหลือแบบสเนป..ประมาณเนี้ย ถ้านายดุ่มๆ เข้าไปคิดเหรอว่าจะรอด ต่อให้มีผ้าคลุมล่องหนก็เถอะ ขืนในนั้นมีคนแบบมูดดี้สักคนนายก็แพ้แล้ว..รุกฆาต

    รอนพูดจบก็ลุกขึ้นยืนปัดกางเกง ก่อนจะเดินเซไปทางฝ่ายตรงข้ามที่เริ่มนั่งซึม จากนั้นก็ยื่นมือให้พร้อมกับรอยยิ้ม 

    โอเค นายไม่อยากเห็นฉันตาย ของแค่นี้ฉันทำให้ได้อยู่แล้วเพราะยังไงฉันก็ไม่อยากตายเสียด้วย เอาเป็นว่าฉันสัญญาว่าถ้าเจออันตราย ฉันจะวิ่งหน้าตั้งคนแรกเลย แล้วปล่อยให้นายสู้คนเดียวตายคนเดียว ดีมั้ยพวก ?” 

    แฮร์รี่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจแล้วจับมืออีกฝ่ายฉุดร่างตัวเองขึ้นมา เพื่อนพูดถูก ถ้ามีคนแบบแมดอายสักคนเขาก็เสร็จ แต่.. 

    มันจะต่างกันยังไงถึงนายจะไปกับฉัน สองต่อร้อยก็ไม่เห็นต่างอะไรกับหนึ่งต่อร้อยสักนิด..

    พูดไม่ทันจบ เฮอร์ไมโอนี่ที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรตั้งแต่เขาสองคนอัดกัน ก็กระแอมขัดจังหวะขึ้นมา เด็กหนุ่มผมยุ่งมองรอยยิ้มมีเลศนัยของเธออย่างงงๆ 

    จะรบจะเรียนมันก็คือกัน ความขยันไม่ใช่ตัวแปรความสำเร็จเหมือนกับกำลังคนนั่นแหละ ของแบบนี้มันอยู่ที่สมองกับฝีมือต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นเราไม่บ้าพอที่จะไปกันแค่นี้หรอกน่ะแฮร์รี่ ไม่เอาน่า...อย่าลืมสิว่าเธอเองก็มีกองทัพที่ยิ่ง ใหญ่อยู่เหมือนกัน” 

    ไม่ทันที่แฮร์รี่จะได้เปิดปากถามอะไร  จู่ๆ เพดานด้านบนก็เปิดผัวะออกมา พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกพร้อมกันของเฟร็ดและจอร์จ สองคู่แฝดที่จบการศึกษาด้วยตัวเอง..ทำไมทั้งสองคนมาที่นี่ได้ 

    เฮ้ ! ได้ฤกษ์แล้วเจ้าแม่  ทางเราเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว” 

    โอ้ !  ทางนี้ก็เสร็จพอดีเลย  เดี๋ยวตามขึ้นไป !” 

    เธอป้องปากตะโกนตอบก่อนจะพยักหน้าให้เด็กหนุ่มทั้งคู่ตามขึ้นไป แล้วหันไปขยิบตาให้แฮร์รี่ 

    เราขอเจ้าของร้านยืมใช้สถานที่ชั่วคราวน่ะ

    ไม่จริง..เธอใช้กำลังต่างหาก” 

    รอนกระซิบบอกเพื่อนหลังจากที่เด็กสาวปีนเข้าไปในร้านแล้ว แฮร์รี่ไม่อยากเดาว่าเธอไปทำยังไงถึงยึดร้านนี้มาได้ 

    พอขึ้นไปนัยน์ตาสีเขียวก็กวาดหาสองแฝดตัวแสบวีสลีย์ ทีแรกคิดว่ากองกำลังของเขาคงมีแค่เฟร็ดกับจอร์จและเพื่อนสนิทอีกไม่กี่คน และอย่างที่เด็กสาวบอก...เขาลืมไปจริงๆ ว่าปีที่แล้วเขาสร้างอะไรที่มันยิ่งใหญ่เอาไว้ เขาพึมพำเบาอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นคนทั้งสี่บ้านที่มารวมกันอยู่เต็มห้อง เสียงเพลงของหมวกคัดสรรค์ที่เคยร้องเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับการร่วมมือกันระหว่างบ้านกำลังคลอก้องอยู่ในหัวเขา 

    “D.A.”

    พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เคยจับ D.A ” 

    จอร์จบุ้ยปากไปทางเดรโก ที่มาพร้อมกับองครักษ์พิทักษ์เดรทั้งสองกับพวกเพื่อนๆ จากบ้านเดียวกันที่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วย  เด็กหนุ่มผมบลอนด์ขมวดคิ้วแล้วจึงสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจ

    ฉันไม่ได้จะไปช่วยเจ้าแฮร์ร่านหรอกนะ ก็แค่จะลองแวะไปดูที่ทำงานพ่อต่างหาก ลูกไปดูที่ทำงานพ่อมันผิดตรงไหนกัน ?”

    จากนั้นก็หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

    “..ถ้าสวัสดิการไม่ดีจะได้ลองอ้อนขอให้เปลี่ยนงานดู

    เหตุผลเข้าท่ามาก” 

    เฟร็ดหัวเราะพร้อมกับตบแผ่นหลังร่างเล็กดังอึ๊ก จนเจ้าตัวคิดว่าเครื่องในจะทะลักออกจากปากเสียแล้ว ก่อนที่เดรโกจะกัดกับใคร เฮอร์ไมโอนี่ก็ตบมือเป็นสัญญาณให้คนหลายสิบคนเงียบเสียงที่เหมือนกับนกกระจอกแตกรังลง แล้วจึงพูดเสียงดังฟังชัด 

    เอาล่ะทุกคน อย่างที่รู้ๆ กันอยู่  ว่าฝ่ายเราเสียเปรียบมากแค่ไหนกับการบุกในคืนนี้ แน่นอน...เราไม่ได้หวังจะไปจัดการกับโวลเดอร์มอร์

    แค่พูดชื่อก็ทำให้คนอื่นๆ มีปฏิกิริยาแตกตื่น 

    ...จุดประสงค์ของเราแค่ไปแฮ๊ปตัวศาสตราจารย์สเนปกลับมาเท่านั้น ถึง แม้จะมีนักเรียนหลายคนไม่อยากเจอหน้าหงิกๆ ของเขาแล้วก็ตาม  แต่ถ้าคิดในแง่ดี...ถ้าเราช่วยเขากลับมาได้ เขาอาจจะใจดีไม่สั่งการบ้านและรายงานตลอดชีวิตที่เหลือของเขาเลยก็ได้ ( ไม่มีทาง‘ แฮร์รี่กับรอนทำหน้าเบ้แล้วแอบกระซิบบอกพร้อมกัน ก็เลยยิ้มขำ ) ดังนั้นเพื่อความมั่นใจและเพื่อความไม่ประมาท เราควรจะทบ ทวนแผนการในคืนนี้อีกรอบให้ดีเสียก่อน..

    แผน แผนอะไร ?”

    แฮร์รี่ขมวดคิ้วถาม  เพื่อนสาวของเธอหันมายิ้มตอบอย่างมั่นใจ 

    “Cheshire Cat” 


     """"""""""""""""""""""""""""""""""""""

     

    ระหว่างที่พวกเด็กๆ กำลังทบทวนแผนการชิงตัวอาจารย์สอนปรุงยาอยู่ในร้านฮันนี่ดุ๊ก ปลายทางอีกด้านที่อยู่ในฮอกวอตส์นั้นร่างของบิลกำลังค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของซิเรียส ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนหนังตาจะปิดลงอย่างช้าๆ ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวด แล้วอุ้มร่างที่สลบไม่ได้สติเพราะถูกเขาลอบทำร้ายพิงรูปปั้นเอาไว้ จากนั้นจึงนั่งยองๆ จ้องอีกฝ่ายอยู่นานแล้วพูดเบาๆ 

    นายไม่ดีเองนะบิล ที่พูดว่าจะไปช่วยแฮร์รี่จากโวลเดอร์มอร์ ฉัน..ไม่มีวันปล่อยนายไปหรอก” 

    ซิเรียสจับปอยผมด้านหน้าที่ยาวขึ้นมาบ้างแล้วของบิล เขาไม่อยากทำแบบนี้เลย ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายคนตรงหน้าสักนิด แต่หลังจากเด็กหนุ่มผู้ชอบช่วยชาวบ้านโดยไม่คิดหน้าคิดหลังคนนี้ โดดเข้าไปรับคาถาแทนศาสตราจารย์มักกอนนากัลจนไฟคลอกร่าง ผมที่อุตส่าห์เลี้ยงซะยาวสวยไหม้จนหายไปหมด..แล้วความเชื่อใจที่มีต่อบิลเรื่องที่เจ้าตัวจะดูแลตัวเองก่อนคนอื่น ก็ถูกเผาหมดไปตอนนั้นด้วย เขาจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์งี่เง่าพรรคนั้นเกิดขึ้นซ้ำสองอีก

    ชายหนุ่มก้มหน้าลงสัมผัสริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะฝืนยิ้มให้คนที่หลับใหล ถ้าเป็นตอนปกติล่ะก็...ป่านนี้ดั้งเขายุบทะลุไปหลังหัวแล้ว 

    แล้วฉันจะกลับมาให้นายต่อยทีหลัง

    ซิเรียสพูดด้วยรอยยิ้มที่ระบายจางบนใบหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเงยหน้ามองดวงจันทร์ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าตอนนี้มีลูปินไปด้วยคงจะดีไม่น้อย แต่เจ้าเพื่อนตัวดีดันจำเป็นต้องอยู่ติดบ้านกะทันหันเสียได้ ไม่รู้เสียเลยว่าตอนนี้เด็กในปกครองใจแตกแวบไปเที่ยวกลางคืนตามหาคนรักซะแล้ว เจ้าหมาหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเซ็งๆ

    ชักอยากฟาดก้นเด็กขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วสิ


    """"""""""""""""""""""""""""""""""""


    TBC



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in