Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #22
  • เด็กสาวผมแดงยังคงนั่งเหม่อมองผืนฟ้ายามค่ำ จากห้องนั่งเล่นรวมของบ้าน กริฟฟินดอร์ เนิ่นนานที่พยายามนึกเรื่องเกี่ยวกับพระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงเต็มทีนี้ให้ออก จำได้เพียงลางเลือนว่าเป็นเรื่องด่วน..ต้องบอกศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ไม่ก็ศาสตราจารย์มักกอนนากัล หรือใครสักคนหนึ่งที่เชื่อถือได้.. 

    มองพระจันทร์มากๆ เดี๋ยวก็บ้าหรอก

    น้ำเสียงอันนุ่มนวลกล่าวขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน เธอปรายตามามองสีหน้าเศร้าหมองของพี่ชายที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว แล้วพูดช้าๆ พร้อมกับเงยหน้ามองดวงจันทร์ตามเดิม

    หนูว่า  แฮร์รี่เขาไม่ค่อยมองพระจันทร์หรอกใช่ไหมพี่เขาคงแค่สับสนอะไรชั่วคราวเพราะโดนลูกบลัดเจอร์หวดใส่มากไป ไม่ก็ตกไม้กวาดบ่อยเกิน เขาชอบทำสถิติตกไม้กวาดอยู่แล้ว  พอๆ กับที่คว้าลูกสนิชได้น่ะแหละ..” 

    รอนพยายามฝืนหัวเราะแต่กลับนำพาบรรยากาศให้หดหู่ขึ้น จากนั้นจึงค่อยๆ นั่งลงเคียงข้าง 

    “..ฉันเองก็อยากจะคิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน แม่เองก็ไม่เชื่อว่าแฮร์รี่จะเป็นแบบนั้นไปได้  แต่..พวกเราก็เห็นกันไม่ใช่เหรอ ?” 

    จินนี่ทิ้งศีรษะจำใจยอมรับ แค่คิดว่าพรุ่งนี้คนที่รักคนหนึ่งจะต้องจากไป ในอกก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา การพลัดพรากแบบไหนก็สร้างความชอกช้ำด้วยกันทั้งนั้น 

    อยู่ๆ ก็เป็นแบบนี้  ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะต้องไปเซนต์มันโก ที่นั่นบรรยา กาศไม่ดีเลย แถมรักษาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทีคุณแม่ของเนวิลล์กับศาสตราจารย์ล็อคฮาร์ตอยู่ที่นั่นตั้งนานยังไม่หายเลย แล้วแฮร์รี่ต้องอยู่กี่วันกัน..” 

    เฮอร์ไมโอนี่ก็คิดแบบนี้ เลยเอาแต่นั่งค้นชื่อโรงพยาบาลดังๆ ของมักเกิ้ลที่เกี่ยวกับอะไรจิตๆ เนี่ย จนไม่เป็นอันทำอะไรเลย..ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน

    งานในสมาคมฯ ด้วยแหละ  ทั้งๆ ที่มันเป็นชีวิตจิตใจเจ้าตัวเค้าเลยนะ เนี่ย”  จินนี่หัวเราะเสียงเศร้า แล้วรอยยิ้มก็จางลง

    “..ทำไมนะแฮร์รี่ถึงเป็นแบบนี้ได้  มันไม่เห็นมีวี่แววมาก่อนเลย” 

    ไม่ทันไรบทสนทนาของทั้งสองก็หยุดลง เมื่อม้าเร็วปีนเข้ามาภายในห้อง นั่งเล่นแล้วตะโกนระคนหอบว่าแฮร์รี่หนีไปแล้ว จินนี่กับรอนต่างหันมองกันแล้วพยักหน้าตกลงใจไปตามหาเพื่อน วิ่งฝ่าผู้คนทั้งห้องโถงที่อัดแน่นอยู่ตรงทางเข้า-ออก ห้อมล้อมแย่งกันถามเรื่องราวเพิ่มเติมจากคนที่เอาข่าวมาบอก ภายในใจที่ร้อนรุ่ม..บางอย่างผุดขึ้นมาในความคิดของรอนแล้วก็หายไป


    ........................................

     

     

    ..บางสิ่งกำลังค่อยๆ เลือนหาย ยิ่งวิ่งตามหา ยิ่งคิดที่จะหา ก็ยิ่งมลาย ราวกับความทรงจำถูกบิเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วร่วงหล่นจากกายไปทุกย่างก้าว..สูญสลาย..

    ฉัน..มาทำอะไรที่นี่..?..” 

    แฮร์รี่ชะงักเท้าแล้วมองรอบตัว ลมหนาวยามค่ำพัดร่างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อจนรู้สึกเย็นเยือก ผืนหญ้าที่ยืนอยู่ไหวลู่ไปในทางเดียวเป็นเกลียวคลื่นบนพื้นดิน เสียดสีส่งทำนองของความอ้างว้าง เสียดแทงใจให้เจ็บปวด 

    พรุ่งนี้ต้องเรียนนี่นา...แล้วฉันออกมาทำไม...?”

    เด็กหนุ่มรำพึงถามตัวเอง แม้จะลืมเรื่องราวแต่ความโหยไห้ยังคงฝังอยู่ในความรู้สึก ใจ...กำลังร้องครวญคราง...จนต้องเอามือประคองปลอบประโลมตัวเอง หนังตาค่อยๆ หย่อนปิดลง 

    “..ฉันต้องกลับไปนอน..ต้องกลับ..

    สองมือยกขึ้นกุมหน้าผาก ลมหายใจถูกบีบให้ช้าและเบาลงจนมึนหัว พาให้อยากนิทราลงเสียตรงนี้...เมื่อเหลือบเห็นรอยหมึกที่เขียนไว้ว่าห้ามหลับ’ ตรงข้อมือทั้งสอง เด็กหนุ่มจึงพยายามหาวิธีที่ไม่ให้หลับ โดยการกัดริมฝีปากล่างที่โดนอากาศหนาวพัดจนแห้งแข็ง เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะทำแบบนี้หลายรอบจนปากชาไปหมดแล้ว ความเจ็บไม่มากพอจะทำให้ความง่วงที่ถาโถมหมดไป เขาตบหน้าตัวเองอีกทีก่อนจะอ่านสิ่งต่างๆ ที่เขียนไว้อีกครา

    ..เหมือนเป็นการเดิมพัน ทุกครั้งที่พยายามนึก ความอยากหลับจะตามมาติดๆ ราวกับเงาตามตัว สิ่งที่นึกออกจะหายไปหมดราวกับเป็นภาพฝัน หากยังคงตั้งสติได้อยู่ก็พอจะคิดอะไรได้บ้าง และนั่นก็ทำให้ร่างกายเกือบทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยรอยหมึกขีดเขียนเรื่องราวที่เพิ่งนึกได้ เป็นดั่งสิ่งช่วยดึงความทรงจำที่แหลกเป็นชิ้นๆ ให้ต่อกันเหมือนกับจิ๊กซอ..เริ่มเป็นรูปร่างขึ้น

    ..ร่างที่เดินจากไป...การเคลื่อนไหวเงียบกริบ บ่งบอกถึงความเศร้าที่สง่างามและล้ำลึก รู้โดยสัญชาตญาณ...ว่าไม่สามารถเข้าถึงความเจ็บปวดที่แฝงอยู่... เพียงแต่อยากโอบกอดเอาไว้แน่นๆ เป็นการบอกให้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ทั้งจากนี้และตลอดไป...จะไม่ปล่อยให้คุณต้องร้องไห้เพียงลำพัง

    ...อยู่กับผมนะ...

    โลกเริ่มเอียงวนพาให้เสียการทรงตัว วิงเวียนจนดวงตาปรับภาพที่เข้ามาไม่ได้ คลื่นไส้จนอยากจะสำรอกออกมาให้หมดกระเพาะ แฮร์รี่คว้ากอดต้นไม้ใหญ่ข้างทางเพื่อหยุดพัก ลมจากทะเลสาบพัดมาเนืองๆ บรรยากาศยามค่ำช่างหนาวเย็นเสียจนเลือดจะแข็งตัว มองเห็นลมหายใจของตัวเอง ลมหายใจสีขาวนวล.. 

    เฝ้ามองดูไอสีขาวของเครื่องดื่มที่กรุ่นร้อนลอยไล้ใบหน้าสงบนิ่ง....ความรู้ สึกของคนๆ นั้น..ประคองอยู่ในมือที่บอบบาง..ความหวานอ่อนๆ แสนละมุนละไมยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น..

    ผมรักคุณนะ แล้วคุณล่ะ ? โธ่..ตอบหน่อยสิฮะ

    เด็กหนุ่มเริ่มฮัมเพลงในลำคออีกครั้ง ทำนองเพลงช้าที่ตรึงแน่นอยู่ในจิตวิญญาณ ดื่มด่ำกับความนึกคิดที่แช่มชื่นและอาดูร นัยน์ตาสีสวยที่พร่ามัวมีประ กายความหวัง ดั่งผืนน้ำยามส่องสะท้อนแสงดาว รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ออกพร้อมกับรอยน้ำตาที่ผ่านแก้มลงมา 

    คำว่ารักที่เราบอกไป จะถ่ายทอดถึงเขาได้มากแค่ไหน สุดท้าย..วันที่ได้รับความรักจากเขาจะมาถึงหรือไม่นะ 

    ตอบผมทีสิฮะ  ศาสตร..” 

    เสียงเห่ากรรโชกทำให้แฮร์รี่เรียกสติให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาขณะเคลิ้มหลับ หันไปก็เห็นเจ้าเขี้ยวหมาตัวใหญ่ของแฮกริด และร่างแปลงอนิเมจัสของพ่อทูนหัวกระ โจนเข้ามา ลมหนาวไม่สามารถพัดกลิ่นกายของเขาให้จางหายแม้จะหนีไปไกลสักเพียงใด แต่ทั้งคู่กะแรงพลาดไปหน่อยจึงทำให้เด็กหนุ่มเสียหลัก พลัดจากเนินดินลงสู่กระแสน้ำ 

    แฮร์รี่ปรือตามองฟองอากาศและหมึกสีดำ ที่เขียนเอาไว้ทั่วตัวเพื่อกันการลืมเลือนถูกชะไปขณะที่ร่างดิ่งลงไปเรื่อยๆ...ทั้งที่นึกออกแล้ว แต่ความทรงจำก็ละ ลายหายไปอีกครั้ง จะเหลือแค่เพียงความรู้สึกที่มีให้อย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้น...

     

    ..รักคุณมากเลย

    ..รักคุณมาก..

    ..รักคุณ..

    ..รัก..

    ......…..

    ........

    .....

    ...

    .


    ............................................

     

     

    ‘ ..ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะกลับไปอยู่รวมกัน ณ สถานที่ซึ่งไร้สิ่งมัวหมอง ไร้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ใดๆ ทั้งปวง...เป็นการลาจากสถานที่เดิม เพื่อไปพบกับบุคคลที่รักซึ่งจำใจต้องพรากจากเมื่อนานแสนนาน เมื่อเปิดประตูที่ปิดกั้น จะพบคนๆ นั้นรอเราอยู่...ตรงปลายทางแห่งแสงสว่าง..’ 

    วันนี้ศาสตราจารย์บินส์ยังคงสอนเรื่อง ความเชื่อของพ่อมดแม่มด‘ ที่ยังอุตส่าห์มีภาคต่อ ด้วยน้ำเสียงอย่างที่เราๆ รู้กันเช่นเคย หากแต่คราวนี้คนที่หลับก็หลับสนิทเสียจนน่ากลัวว่าจะไม่ตื่น ไม่เพียงแค่งัวเงีย..แต่เรียกได้ว่าตายกันเป็นแถบๆ ( ท่าจะไปปลายทางแห่งแสงกันหมด ) 

    “..ทำไมถึงง่วงอย่างนี้นะ นี่มัน..เพิ่งต้นคาบเช้าเอง..” 

    เด็กสาวผมหยิกฟูกัดฟันพูด ขณะเขียนหนังสือเลียนแบบเส้นกราฟดัชนีตลาดหุ้นที่กำลังผันผวนอย่างหนัก ท้องก็ร้องครวญเรียกหาข้าวเช้าที่จำใจต้องงดเพราะมัวแต่อ่านหนังสือใหม่ที่เพิ่งยืมห้องสมุดมา เธอเอื้อมมือไปหยิบไม้กายสิทธิ์เพื่อเสกลบคำที่เขียนผิด ตาเหลือบไปทางแฮร์รี่ที่กำลังนอนฟุบอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

    พวกอาจารย์ตัดสินใจไม่พาเพื่อนของเธอไปเซนต์มันโกแล้ว หลังจากอา จารย์สอนวิชาปรุงยาอาสาว่าจะทำให้แฮร์รี่หายจากอาการดังกล่าว ไม่มีใครปฏิเสธทั้งๆ ที่เขาไม่มีอะไรน่าเชื่อถือสักนิด ไม่น่าเกรงขามอะไรแต่กลับได้รับความไว้วาง ใจ แล้วฮังก็นัดเพื่อนของเธอไปที่ห้องทำงานเพื่อดื่มน้ำยาสีมรกตทุกวัน มันทำให้เด็กหนุ่มเป็นปกติ...แต่ในสายตาคนอื่นที่ไม่ใช่เฮอร์ไมโอนี่และรอน 

    นี่ก็ วันแล้วที่ไม่ได้เพ้อถึงคนที่เคยพูดถึงอีกเลยแม้แต่นิดเดียว  ยาคงได้ผล เด็กหนุ่มทำกิจกรรมได้เหมือนเดิมทุกอย่าง หากบางช่วงเวลาจะนั่งเหม่อลอยไปไกลๆ ไม่พูดไม่จาอะไร  นั่งกอดผ้าพันคอสีครีมที่ไม่มีความสวยงามเอาซะเลยไว้แนบอก ถ้าถามว่ากำลังนึกอะไรอยู่ ก็จะสั่นหัวบอกว่า ไม่รู้ด้วยเสียงสั่นเครือ ราวกับมันเป็นคำที่สร้างความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตอย่างไรอย่างนั้น หากแต่สักพัก...แค่ชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น  แฮร์รี่ก็จะยิ้มร่าเช่นเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ความคิดถูกปิดผนึก เจ้าตัวสัมผัสถึงความเสียใจที่ไม่รู้มาจากไหน ปรากฏราวกับสายลมที่พัดมา และก็จะพัดจากไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีใครมาเรียกหรือพูดด้วย เฮอร์ไมโอนี่ไม่รู้หรอกว่ามันคือยาอะไร แต่ถ้าอารมณ์ของแฮร์รี่ยังคงถูกปิดกั้นอยู่แบบนี้....สักวันหนึ่ง...คราวที่จิตใจล้มเหลวจริงๆ จะมาถึง...อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

     

    ..การนิ่งเฉยปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปมันเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดกันแน่..

    จู่ๆ ก็มีแมวดำกระโจนเข้ามาจากหน้าต่าง วิ่งตรงไปหาเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังนอนฟุบอยู่อย่างรวดเร็ว เด็กๆร้องอุทานตื่นตระหนกกับร่างผอมโซยิ่งกว่าคุณ นายนอริส และขนที่ร่วงจนเห็นหนังเป็นวงๆ ขนส่วนที่เหลืออยู่แห้งกรังจับตัวกันเป็นกระจุก ประกอบกับดวงตาสีอำพันลึกโบ๋ ทำให้ดูยังไงมันก็อัปลักษณ์น่ารังเกียจสิ้นดี  แล้วเจ้าแมวที่ว่าก็กัดจมูกแฮร์รี่เข้าให้  อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นทันที 

    เด็กหนุ่มลูบจมูกป้อยๆ พลางมองมันตาไม่กระพริบ..ไม่ใช่เพราะความน่าเกลียดแต่เพราะรู้สึกคุ้นเคย เจ้าแมวดำส่งเสียงครางแหบพร่าโรยแรงในลำคอ แล้วยกขาหน้าขึ้นไกวให้ดูเหมือนจะโชว์อะไรบางอย่าง เพียงเท่านั้นก็ปวดหัวราวกับกะ โหลกจะร้าว..ขาเปล่าๆ นั่น..ทำไมเขาเห็นเหมือนมีบางอย่างผูกอยู่

    ชื่อของมันเหมือนติดอยู่ที่ปลายลิ้น เขารู้จักมัน...หากแต่สิ่งที่กระโจนเข้ามาทางหน้าต่างขัดขวางขบวนการคิด ฮังจับหนังหลังคอเจ้าแมวตัวนั้นเอาไว้อย่างชำนาญ แล้วโยนมันเข้ากรงที่ถือติดมาด้วย โดยลำดับขั้นทั้งหมดนั่นรวดเร็วเสียจนอาเม็จไม่ทันส่งเสียงร้องเลยด้วยซ้ำ 

    นัยน์ตาสีเทาตวัดมองไปทางเด็กหนุ่มซึ่งกำลังยกมือกุมหัวทรมานต่อต้านจะนึกเรื่องราวใดๆ ออก  ฮังขมวดคิ้วยืนนิ่งหยั่งวัดอาการของอีกฝ่าย  โดยไม่สนใจเหล่าสายตาที่จับจ้อง แล้วทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อาจารย์ประจำคาบวิชาเข้ามายืนอยู่ข้างๆ  มองชายหนุ่มด้วยใบหน้าถมึงทึงอย่างที่ไม่ใครเคยเห็นมาก่อน

    “..ครูไม่อยากพูดอะไรมาก..” 

    ศาสตราจารย์บินส์พูดลากเสียงต่ำ จ้องดวงหน้าเฉยชาของชายผิวแทน

    “..ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายกับลูกศิษย์คนใดต่อหน้าฉัน..และพอตเตอร์เป็นลูกศิษย์ของฉัน..

    ดวงตาของชายหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย ไม่ว่าใครก็ต่างรู้แก่ใจดีว่าวิญญาณไม่สามารถทำอันตรายผู้มีอำนาจเวทมนต์ได้ แต่บรรยากาศน่าอึดอัดรอบตัวฮังค่อยๆ ผ่อนคลายลง จากนั้นผู้บุกรุกก็ผงกหัวให้เล็กน้อยแล้วยอมจากไปโดยดี..ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้ หากเพราะประโยคพูดที่เหมือนกับคำพูดติดปากของคนๆ หนึ่งต่างหาก 

    แมวดำในกรงโก่งคอร้องตะกุยกรงเรียกหาเด็กหนุ่มไม่หยุด ศาสตราจารย์บินส์หันกลับไปสอนตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเปลี่ยนหัวข้อสอนจาก ความเชื่อของพ่อมดแม่มดเป็น ปรัชญาแห่งการเผชิญหน้า’ แทนกะทันหัน 

    แต่ไม่ว่าจะแกจะสอนเรื่องอะไรก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดี ทั้งๆ ที่แกหวังอยู่ลึกๆ ว่าเนื้อหาที่สอนจะเข้าถึงใจของใครบ้าง 


    ...........................................

     

     

     

    กอยล์เขย่าตัวเรียกเด็กหนุ่มผมบลอนด์  ซึ่งกำลังนอนซุกตัวอยู่ในผ้านวมสีเขียวผืนใหญ่ เดรโกเอาแต่นอนทั้งวันแล้วตั้งแต่เช้า ตอนเรียนก็หลับพอเรียนจบก็วิ่งเข้าหาเตียงนอน คนถูกเรียกงัวเงียลุกขึ้นมาเพื่อจะลงไปกินข้าวเย็น แต่แล้วร่างก็เอนหลังล้มกลับไปนอนบนเตียงตามเดิมหลับสนิทอย่างกับตุ๊กตาถ่านหมด ทำเอาองครักษ์พิทักษ์เดรทั้งสองแตกตื่นกันใหญ่ แครบเอามือวางนาบหน้าผากของร่างเล็ก 

    ไม่มีไข้นี่ สงสัยคงจะหิวธรรมดาล่ะมั๊ง ? ก็เห็นนั่งหาอะไรอยู่ทั้งคืน

    เขาพูดพลางกวาดตามองรอบห้องที่ถูกรื้อเสียจนเละเหมือนกองทัพอเมริกาบุกอีรักตามหาซัดดัม..กระจุยไปหมด

    คงต้องไปเอามาเตรียมไว้ให้แล้วล่ะ

    กอยล์อาสาจะไปเอาอาหารเย็นมาให้จึงรีบวิ่งตรงไปยังห้องครัว ระหว่างทางที่ผ่าน ก็บังเอิญเห็นเนวิลล์นอนคว่ำหน้าสลบไม่ได้สติอยู่ มือก็จับหนังสือที่เปิดค้างไว้ไม่ปล่อย เด็กหนุ่มร่างใหญ่ทำทีไม่รู้ไม่เห็นไม่สนใจวิ่งต่อไป...แต่สุดท้ายก็ทนดูไม่ได้ ย้อนกลับมาแล้วใช้เท้าเขี่ยปลุก จากนั้นจึงดัดเสียงให้ฟังแล้วรู้สึกถึงความรำคาญของผู้พูดเพื่อแสดงความกร่างของตัว

    เฮ้ยๆ ตื่นเว้ย !  มานอนอะไรแถวนี้เดี๋ยวหวัดกินกันพอดี  ตื่นเด้ เดี๋ยวเป็นหวัดนะเว้ย !” 

    เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ป้องปากหาวดูไม่ค่อยเต็มใจตื่นนัก เมื่อเห็นเด็กหนุ่มอีกคนเข้าก็ผงะตกใจ รีบลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ติดเสื้อผ้าพร้อมพูดขอบคุณก่อนจะตาลีตาลานเดินหนี และเร่งฝีเท้าขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายตามมาติดๆ

    ม..มีอะไรเหรอเกรกอร์รี่..ตามฉันมาทำไม ?”

    เนวิลล์หันไปถามหวาดๆ  คนที่ตามมาเลิกคิ้วขึ้นสูง

    ตาม ? ตลกน่า !  เรื่องอะไรฉันจะต้องไปเดินตามนายด้วย  ฉันจะไปห้องครัวต่างหาก !” 

    พูดจบกอยล์ก็ทำจมูกฟุดฟิดแล้วหันมองรอบตัว   กลิ่นอะไรหอมๆ

    อ๋อ !  กลิ่นกระดาษหอมที่ฉันเก็บได้น่ะ นี่ไงฉันคั่นหนังสือหน้านี้เอาไว้อยู่ ทำเอาหนังสือรอนหอมไปด้วยเลย” 

    เขาตอบพร้อมกับกางหนังสือดึงกระดาษสีครีมออกมาให้ดู ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังอ่านข้อความพาเลี่ยนที่เขียนไว้ เนวิลล์ก็กางหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องการดูแลสัตว์วิเศษดูว่าอ่านไปถึงไหนหน้าไหน แล้วก็ล้มตึงไปอีกครั้ง คราวนี้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น กอยล์จึงหยิบหนังสือมาอ่านบ้างด้วยความสงสัย ผลที่ได้คือสลบไปอีกคน 

    ..เพียงเพราะข้างหัวข้อมีอักษรลายมือหวัดๆ ของเพื่อนที่เขียนล้อเลียนว่า ‘ เซอร์บิรัสหมาสามหัว ) สเนป ’ .. 

     

    .....................................

     

    แฮร์รี่ตื่นขึ้นกลอกตารอบห้องนอน หลังจากนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงร้องเตือนให้ไปห้องทำงานของอาจารย์สอนปรุงยา เพื่อกินยาแก้โรคปวดหัวเรื้อรังตามนัดทุกหัวค่ำ  แต่มันก็ไม่เห็นจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นสักนิด 

    ตอนนี้ในห้องนอนว่างเปล่า ทุกคนคงอยู่ที่ห้องโถงนั่งทานมื้อเย็นกันหมด เด็กหนุ่มนั่งตรงขอบเตียง เหม่อมองเท้าเปล่าที่ห้อยอยู่แกว่งขึ้นลง รู้สึกว่าเวลาทำแบบนี้แล้วเหมือนกำลังเดินอยู่อย่างไรอย่างนั้น

    พอคิด...ความเศร้าที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ก็เข้ามาเกาะกุมจิตใจ...ความรวดร้าวสื่อออกมาให้เห็น สัมผัสได้แต่กลับไม่สามารถรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ความเจ็บใจและน้อยใจ สะสมเป็นตะกอนตกอยู่ตรงก้นบึ้งของจิตใจให้หนักอึ้ง...ไม่รู้ว่ามันเศร้าเพราะเรื่องอะไร ไม่รู้ว่าทำอย่างไรให้ความระทมทุกข์เลือนหาย..หรือมันจะคงอยู่เช่นนี้เรื่อยไป..จนกว่าเขาจะทนอยู่ไม่ไหว ไม่รู้ทั้งนั้น 

    “..ไม่รู้..” 

    เสียงรำพึงแผ่วราวกับไออุ่นของลมหายใจ ที่พอสิ้นคำก็ละลายเป็นหนึ่งเดียวกับราตรี คำสั้นๆ ที่ใครๆ ก็พูดกันจนเป็นเรื่องปกตินี่ ทำไมจึงสั่นไหวจิตใจได้ถึงเพียงนี้ 

    เสียงหัวเราะเกิดขึ้นสำหรับอารมณ์ที่ไม่รู้มาจากแห่งหนใด เพื่อปลอบตัว เองให้หยุดเศร้าจึงบังคับให้เห็นว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องตลกเท่านั้น แต่น้ำตากลับร่วงหล่นไม่หยุด ราวกับสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา สมองว่างโล่ง...แต่หัวใจถูกบีบคั้น ความเศร้าที่นึกไม่ออก...ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไร..รู้แค่เพียงว่าเศร้าและเจ็บปวดมากๆ เลยเท่านั้น.. 

    “..ไม่เอาแล้ว..พอแล้ว..” 

    มือกอดร่างที่สั่นไหวเสียแน่นด้วยความกลัว....ทำไมเขารู้สึกเหมือนกับว่าเคยกอดใครบางคนขณะที่น้ำตานองหน้าเช่นนี้...จะคำรักหรือเสียงสะอื้น...ก็ไม่เคยเข้าถึงจิตใจคนในอ้อมแขน

    “..ไม่อยากนึกแล้ว..

    สักพักดีนก็เปิดประตูเข้ามาอย่างรีบร้อนกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแฮร์รี่เพื่อจะถามอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นอีกฝ่ายร้องไห้อยู่ก็เรียกด้วยเสียงที่นุ่มนวล

    แฮร์รี่...นายเป็นอะไรหรือเปล่าพวก ?”

    “ ? ” 

    เด็กหนุ่มสะดุ้งหันมามองแล้วปาดเช็ดน้ำตาบนหน้าอย่างงงๆ ว่าตัวเองร้องไห้ตั้งแต่ตอนไหนและเมื่อไหร่ จากนั้นจึงตอบคำถามเพื่อนที่มีสีหน้ากังวลด้วยรอยยิ้ม 

    ไม่มีอะไร  สงสัยฉันจะฝันร้ายล่ะมั้ง  ว่าแต่..นายหาอะไรอยู่เหรอ ?” 

    เออใช่ !  เกือบลืมน่ะ...นายเห็นเนวิลล์รึเปล่า หมอนั่นไม่ได้ลงไปกินข้าวเย็น  กลัวจะหลงทางไปไหนอีกก็ไม่รู้

    ฉันเพิ่งตื่นจะไปรู้ได้ไง” 

    แฮร์รี่ตอบพร้อมกับเอามือป้องปากหาวและบิดขี้เกียจ 

    เอางี้ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกหาศาสตราจารย์ฮังสักแป๊บ ถ้าเจอจะบอกแล้วกัน” 

    ว่าแล้วก็ก้มตัวไปหยิบแผ่นกระดาษเก่าๆแผ่นหนึ่งจากในหีบใต้เตียง ก่อนจะยัดมันลวกๆ ซ่อนใต้เสื้อคลุมแล้วก้มหน้าก้มตาเดินออกไป หากใช้แผนที่ตัวกวนล่ะก็...การจะหาคนมันง่ายนิดเดียว

    เด็กหนุ่มหามุมเหมาะปลอดผู้คนหลังจากปีนออกมาจากกรอบประตู เขาพยายามไม่สบตากับรูปภาพสุภาพสตรีอ้วน ที่หมู่นี้ชอบมองมาด้วยสายตาแปลกๆ เขาว่าจะเลิกสนใจเธอแล้ว เพราะไม่ว่าพวกรูปภาพจะทำอะไร ก็ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเขาเกินกว่ามองและพูดอยู่ดี แฮร์รี่มองซ้าย-ขวาให้แน่ใจว่าไม่มีคนมาเห็นตอนที่เขาใช้แผนที่ที่เป็นสมบัติของพ่อ แล้วคาบข่าวไปบอกอาจารย์จนมันถูกยึดไป

    ขณะที่กางมันออกกระดาษแผ่นเล็กก็ร่วงลงมา เพียงแว่บแรกที่เห็นก็ทำให้สะดุ้งร่างกระตุก ความคิดเชื่อมโยงไปยังแมวดำที่เนื้อตัวถลอกปอกเปิก ซึ่งมีดวง ตาส่องประกายโดดเด่น เงาของบางสิ่งที่ผูกขามันอยู่ไม่ใช่เขาตาฝาดไปเองเหรอทำไมสิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกถึงมาตกอยู่ตรงนี้ล่ะ

    มือเอื้อมหยิบกระดาษชิ้นเล็กที่ตกอยู่ด้วยจิตใจเลื่อนลอย ความอยากรู้สูงขึ้นพร้อมกับขลาดกลัวที่จะเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่รออยู่ เขาหลับตาเวลาคลี่มันออก...ทำไมเขาถึงรู้ข้อความที่เขียนไว้ก่อนที่จะได้อ่านมัน หัวใจเต้นรัวแรงราวจะกระโดดออกมาเมื่อเห็นข้อความตรงกับความคิดในใจ 

    ตามหาฉันด้วยแผนที่ของเธอ’ 


    .......................................

     

     

    ภายในห้องมืดสลัวในห้องทำงานของอาจารย์สอนปรุงยา มีชายหนุ่มผิวสีเข้มยืนนิ่งราวกับรูปปั้นมองร่างชายชราที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงหนานุ่ม ทั่วทั้งร่างอาจารย์ใหญ่เปลี่ยนเป็นหินไปหมดเว้นแต่เพียงใบหน้าและเครายาวสีเงินยวงเท่านั้น ฮังค่อยๆ กรอกน้ำยาสีเหลืองอำพันที่ส่องแสงเรืองรองแม้อยู่ในความมืดใส่ปากอีกฝ่ายก่อนจะรำพึงเบา

    “..นี่เป็นยาขวดสุดท้ายแล้วนะครับศาสตราจารย์..

    จากนั้นจึงออกจากห้องนอนไปห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านหน้า ตรงไปยังโต๊ะทำงานซึ่งมีกรงใส่แมวดำตัวผอมโซอยู่ อาหารในถาดข้างตัวมันไม่ลดลงจากเดิม 

    อาเม็จยังคงร้องครางเสียงแหบต่ำในลำคอ เรียกหาเจ้านายไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีท่าทีจะหยุด มันมองชายหนุ่มลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ แล้วพยายามยื่นไม้พันสำลีจุ่มยาทาแผลให้ เพราะมันไม่ยอมกินข้าวที่มียารักษาแผลผสมอยู่ อาเม็จกระเถิบตัวหนีไปรอบกรง พร้อมกับส่งเสียงขู่หลังจากตวัดกรงเล็บใส่หลังมืออีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง ฮังถอนหายใจหนัก 

    โธ่..ถ้าไม่ทายาขนมันก็ไม่หายร่วงสิ..ยอมทาสักหน่อยเถอะนะ

    เขาบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแต่เจ้าแมวดำก็ยังคงขู่ฟ่อใส่ ขณะนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ถูกทุบดังระรัวจึงรีบวิ่งไปเปิด แขกที่มาคือหนึ่งในคู่หูจอมกร่างแห่งบ้านสลิธิรีน  แครบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก 

    ศ..ศาสตราจารย์ฮะแย่แล้วฮะ !  ยัยหยิกหยอยก้นหอยมรณะเกรนเจอร์กับชาวคณะ  กำลังรุมทำร้ายเดรโกอยู่ตรงบันไดขึ้นชั้นหนึ่งฮะ! รีบไปหักคะแนนพวกมันกันเร็ว !” 

    ว่าแล้วก็คว้าแขนฝ่ายนั้นพาวิ่งไปโดยที่ชายหนุ่มทำได้แต่เพียงแค่พูดอ่า’ เท่านั้น แต่เมื่อถึงสถานที่ที่ว่า กลับไม่มีเหตุการณ์ทะเลาะกันอย่างที่บอก ฮังหันมาพูดเอื่อยๆ

    “..สงสัยเขา..คงจะเลิก..ทะเลาะกันแล้วล่ะ..

    ไม่หรอกค่ะ มันกำลังจะเริ่มต่างหาก

    ความมั่นใจของเด็กสาวผ่านมาทางน้ำเสียง ฮังเงยหน้าขึ้นมองเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังเดินลงบันไดมายังโถงชั้นใต้ดินพร้อมกับรอนและจินนี่ ขณะที่เดรโกและกอยล์ยืนพิงกำแพงรอตั้งแต่แรกก็เดินเข้าไปใกล้ จากนั้นเด็กทั้งหมดก็ยืนเป็นวง กลมโดยมีฮังเป็นศูนย์กลาง แล้วต่างยกไม้กายสิทธิ์ขึ้น ชายหนุ่มรีบยกมือแสดงท่ายอมแพ้ก่อนจะถามเสียงอ่อย

    เอ่อ...ครูไปทำอะไรให้พวกเธอโกรธเหรอ ?”

    ขอโทษนะคะ  แต่เราจำไม่ได้ว่าคุณเป็นครูของเราตอนไหน

    จินนี่พูดห้วน ใบหน้าของเธอแดงขึ้นเพราะความโมโห

    คุณลบความทรงจำของพวกเรา โดยการให้เอลฟ์ประจำบ้านผสมยาลงในอาหารเพื่ออะไรกัน?” 

    นี่ๆ น้องสาวเจ้าวิสลีย์ ในสถานการณ์แบบนี้ต้องถามว่าศาสตราจารย์ สเนปหายไปไหน ?’ ต่างหากล่ะ

    เดรโกพูดยานคางไม่พอใจแล้วเอาไม้กายสิทธิ์จิ้มหลังชายหนุ่ม ฮังกรอกตาขึ้นด้านบนแล้วถอนหายใจยาว 

    ฉันว่าฉันปรุงยาสุดฝีมือแล้วนะ  ทำไมพวกเธอยังนึกออกอีกล่ะเนี่ย” 

    ก็ยาเลือนความจำนั่นถ้าไม่หลับก็โอเคใช่ไหมล่ะคะ แล้วบังเอิญในห้องพยาบาลก็มียาระงับการหลับที่อาจารย์บ้าทำโอที ( Over time ) คนหนึ่งปรุงฝากไว้เพียบเลย” 

    เฮอร์ไมโอนี่พูดยิ้มๆ  รอนส่ายหน้าก่อนจะเบะปากพูด 

    ก็บอกเค้าไปสิว่าพอเธอตั้งท่าจะแต่งฟิคแล้วสลบทุกรอบ เลยย่องไปแฮ้บยาระงับการหลับมาจากห้องพยาบาล ก็เลยจำได้ว่าตัวเอกของฟิคเป็นแฮริ-ซึเนะ” 

    เด็กหนุ่มผมแดงพูดอย่างเหนื่อยหน่าย 

    แล้วต่อไปก็ไม่ใช่แค่พวกผมหรอกที่จะนึกออก ตาต่อตา-ฟันต่อฟันฮะ เมื่อกี้พวกผมเองก็แอบเอายาระงับการหลับไปใส่อาหารเย็นบ้างแล้ว อีกไม่นานคงมีคนนึกออกเพียบเลยล่ะ

    ยาระงับการหลับไม่ใช่ยาแก้หรอกนะ  ฮังอธิบายช้าๆ ชัดถ้อยคำ 

    มันแค่ต้านฤทธิ์กัน การทำแบบนี้จะทำให้สมองล้าเสียเปล่า ดีไม่ดีจะลืมเขาแบบถาวรด้วยซ้ำ หากพวกเธอต้องการได้ความทรงจำกลับคืนมาต้องนึกมันด้วยตัวเอง..

    “..หรือไม่ก็เจอเจ้าตัวเอง” 

    เดรโกพูดต่อ   

    ถึงคุณจะเก็บหนังสือเรียนพวกเราไปตรวจเพื่อลบชื่อศาสตราจารย์สเนป ก็ไม่มีเด็กสลิธีรินคนไหนลืมเขาจริงๆ หรอก คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้มีคนเป็นลมหน้าภาพวาดท่านสลิธีรินบ่อยผิดสังเกต ก็หน้าเหมือนกันจะตาย ฉันเลยเอารูปถ่ายที่เจอใต้เตียงมาติดเทียบข้างๆ เสียเลย แค่นี้คงใช้ได้สินะ

     เด็กหนุ่มยิ้มสะใจ ความจริงรูปถ่ายสเนปทั้งหมดที่เดรโกมี ถูกลูปินทำโฟโต้ฉับเขียนหนวดเติมรอยย่นแต่งภาพ ตั้งแต่สมัยสลับร่างกันเสียเละหมดแล้วเพราะความหึง จะเหลืออยู่แค่ภาพขนาดจัมโบ้ที่เขาเพิ่งซื้อมาจากยัยเมอร์เทิล ซึ่งเป็นภาพถ่ายสเนปตอนอยู่ในห้องน้ำคู่กับเขาในร่างลูปินที่ซ่อนไว้ใต้ฟูกเท่านั้น

    เพราะรูปเปลือยครึ่งตัวแบบคู่ คราวนี้ข่าวลือจะพัดกระพืออีกรอบจนไม่มีใครกล้าลืม  ด้วยศูนย์กระจายข่าวภาคพื้นดินของบ้านสลิธีริน เอาล่ะ ! บอกมาได้แล้วว่านายเอาศาสตราจารย์สเนปไปซ่อนที่ไหน ?” 

    แล้วก็เอาไม้กายสิทธิ์จิ้มหลังฮังอีกรอบด้วยความโมโห ฝ่ายนั้นส่ายหน้าช้าๆ 

    ถึงวันที่สมควรก็จะมีคนบอกพวกเธอเอง เพราะลำพังเด็กๆ อย่างพวกเธอไม่มีพลังพอจะสามารถทำให้เขากลับมาได้หรอก” 

    ชายผิวแทนเริ่มปิดปากหาวแสดงอาการเบื่อที่ต้องมายืนคุยอยู่แบบนี้ เดร โกตะโกนขึ้นขณะที่ฮังดึงชายผ้าคลุมขึ้นมาเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมา 

    ทำเป็นพูดดี  ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ใช้คาถาไม่เป็นก็อย่าคิดว่าเด็กๆ ก็ต้องเก่งน้อยกว่าตัวเองอีกขั้นสิ  อย่างนายน่ะสู้กับฉันตัวต่อตัวก็อยู่แล้ว !  ถ้านายไม่มีพลังพอที่จะให้ศาสตราจารย์กลับมาได้   พวกฉันจะพากลับมาเอง !” 

    ฮังทิ้งชายผ้าคลุมลงแล้วเอียงคอหันมาจ้องเด็กหนุ่มผมบลอนด์ ด้วยแววตาแสดงความโกรธราวเปลวเพลิงที่ร้อนแรง น้ำเสียงขุ่นเข้มลอดมาตามไรฟัน 

    “..อย่าลำพองนักเจ้าพวกลูกเจี๊ยบ แค่ตั้งแถวล้อมฉันแบบนี้ก็รู้แล้วว่าไม่ ได้เรื่อง คนเราหากไม่ฉลาดก็ไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์ และสำหรับลูกสัตว์อย่างพวกเธอ ถึงไม่มีคาถาฉันก็ฆ่าได้ไม่ยากหรอก 

    พูดจบลำแสงจ้าราวแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ก็บังเกิดขึ้นใต้เท้าของชายหนุ่มจนต้องยกมือขึ้นป้องตา ตอนที่เขาแกล้งใช้ชายผ้าคลุมเช็ดมุมปาก เป็นจังหวะเดียวกับการเอาน้ำยาที่ซ่อนไว้ออกมา การล่อหลอกฮังออกมาจากห้องปรุงยาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสามารถหยิบฉวยยามาใช้ได้นั้นไม่เป็นผล นักปรุงยามักจะมีน้ำยาร้ายแรงพกติดตัวเสมอ 

    เด็กๆ ชะงักเมื่อจะร่ายคาถา  เพราะเพิ่งนึกได้ว่าอาจจะโดนคนที่ยืนอยู่ตรงกันข้าม นี่คงเป็นสิ่งที่ฮังดูออกตั้งแต่แรก พวกเขาประมาทเรื่องที่อีกฝ่ายใช้คาถาไม่ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วควรจะระวังตัวมากกว่าเดิม เพราะคนที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ร้ายโดยไม่ใช้เวทมนต์นั้นต้องร้ายกาจกว่าพวกสัตว์แน่ๆ

    เฮอร์ไมโอนี่พยายามเสกคาถาแก้อาการตาพร่าให้ตัวเองแต่ไม่ได้ผล เธอเพิ่งรู้สึกว่านอกจากตาจะมองไม่เห็น เธอยังไม่ได้ยินเสียงอะไรและพูดไม่ได้อีกด้วย จากนั้นร่างก็ถูกใครบางคนผลักมาชนกำแพงจนทรุดตัวลงนั่ง นานเสียจนกลัวว่ามันจะไม่กลับคืนดีอีกครั้ง ความหวาดหวั่นกระพืออยู่ในจิตใจพร้อมๆ กับความสำนึกผิด ที่เผลอประมาทไปประเมินฝีมือคู่ต่อสู้ให้ต่ำเกินควร แต่แล้วโสตประสาทค่อยๆ ฟื้นฟูเป็นอันดับแรก เสียงต่อสู้ที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่แว่วมา เจ้าของเสียงน่าจะเป็นซิเรียสกับลูปิน 

    ลูกสัตว์เขามีไว้ทะนุถนอมฮัง เด็กๆ จะทำให้จิตใจชุ่มชื่น นายเป็นศัตรูกะเด็กก็หมายความว่าเป็นศัตรูกะฉัน” 

    เสียงเจ้าหมาหนุ่มวิ่งพร้อมกับพูดกลั้วหัวเราะผ่านหน้าเธอก่อนจะร่ายคา ถาจู่โจม ของเหลวเหนียวๆ กระเซ็นหยดลงบนเข่าของเด็กสาว เลือดของซิเรียส 

    นายหาศัตรูใส่ตัวเรื่อยเลยนะเท้าปุย

    เสียงทุ้มนุ่มของลูปินเจือความเหนื่อยล้าอยู่ เฮอร์ไมโอนี่เพิ่งรับรู้ถึงอากาศรอบตัวร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนอยู่ในเตาอบ 

    นายรู้สึกหรือยังว่าเขาเป็นสลิธีรินที่ไม่น่าคบด้วยที่สุดในรุ่น โดยเฉพาะเวลาที่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเซเวอร์รัส” 

    แล้วปรายยิ้มให้กับชายผิวแทน ที่กำลังใช้ผ้าคาดเอวมามัดข้อมือหลังจากโดนเด็กหนุ่มซึ่งยืนอยู่อีกทางใช้คาถาปลดอาวุธจนเคล็ด

    เล่นสนุกกันพอหอมปากหอมคอแล้วใช่ไหมฮัง ? ถึงเวลาที่นายควรจะพูดอะไรบ้างได้แล้วนะ

    “..บอกผมเถอะฮะ..” 

    เสียงของแฮร์รี่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ประหลาดใจ พยายามลืมตาขึ้นมามองให้แน่ใจ เขาไม่ได้กินยาระงับการหลับในอาหารเย็นมื้อนี้เข้าไปด้วยนี่ หากพูดแบบนี้แสดงว่าความจำกลับคืนมาหมดแล้ว และนั่นยิ่งทำให้เด็กสาวตื่นเต้นมาก เพราะมีไม่กี่คนที่หลุดออกจากยาที่เรียกว่าเป็นราชาของการลืม

    ภาพเบื้องหน้าของเด็กสาว เต็มไปด้วยเปลวเพลิงหลากสีลุกโชติในห้องโถงที่พังเละ คนที่ยืนอยู่ต่างได้แผลกันคนละเล็กละน้อย เลือดจากไหล่ขวาไหลอาบแขนแฮร์รี่จนต้องเปลี่ยนมาใช้มือซ้าย ไม้กายสิทธิ์ยังคงชี้ไปทางชายผิวแทน 

    คุณสัญญาแล้วนี่ฮะ  ว่าจะบอกอะไรผมบ้างถ้าโจมตีถูกคุณได้” 

    ฮังจ้องเข้าไปในนัยน์ตาแสนเศร้าของแฮร์รี่แล้วถอนหายใจยาว จากนั้นจึงเก็บขวดยาเล็กๆ ที่ถืออยู่เต็มมือไว้ในผ้าคลุมตามเดิม มันหมายความว่าเขาเลิกสู้แล้ว ก่อนจะพูดช้าๆ อย่างไม่เต็มใจนัก เขาเองก็ประมาทไปเช่นกัน ไม่นึกว่าลูปินกับซิเรียสจะสร้างช่องว่างเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มโจมตีเขาได้

    จุดประสงค์ของเขาต้องการให้เด็กๆ อย่างพวกเธอปลอดภัย ฉันในฐานะพ่อบ้านของตระกูลสเนป คำสั่งทุกคำจะทำตามไม่ให้บกพร่อง และเขาไม่ต้องการให้พวกเธอรู้รายละเอียด จึงสามารถบอกได้เพียงเท่านี้” 

    ฮังหันไปทางเพื่อนร่วมรุ่นด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด 

    เซเวอร์รัสสั่งว่าถ้าพวกนายรู้ก่อนเวลา ก็ให้เล่าให้ฟังก่อนได้ แต่เราต้องหาที่คุยเหมาะๆ เสียหน่อย” 

    พูดจบก็หมุนตัวไปทางห้องทำงานของอาจารย์สอนปรุงยา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกแฮร์รี่ยึดแขนไว้ ใบหน้ายับยุ่ง ขอบตาแดงก่ำจากการสะกดกั้นความน้อยใจ

    ได้โปรดบอกผม...อย่าจำกัดไม่ให้ผมรับรู้เรื่องราวของคนซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผมด้วยคำว่าเด็กนั่น ถ้าหากบอกว่าผมมันโง่ มันทุเรศผมยังเข้าใจได้มากกว่าอีก ผมที่เป็นแบบนี้มันดูแย่มากเลยเหรอ...ผมในสายตาใครๆ ต้องหลบอยู่ในที่ๆ ปลอดภัย ในขณะที่อีกฝ่ายต้องทนทุกข์ที่ไหนสักแห่ง เพื่อพิทักษ์ความสุขของผมให้คงอยู่อย่างนั้นเหรอ? ผมไม่เหมาะสมที่จะปกป้องเขาบ้างเหรอ  อย่างนั้นสิทธิ์ในความรักของผมจะอยู่ที่ไหน หรือมันไม่สามารถมีได้ตั้งแต่แรกแล้ว...เส้นแบ่งของความเป็นผู้ใหญ่กับเด็กมันอยู่ตรงไหนกัน หากเป็นไปได้...ผมเองก็ไม่อยากมีอายุเพียงแค่นี้ ให้เวลาหมุนไปเร็วกว่านี้...ให้ความเหมาะสมที่ใครๆ พูดถึง...มากขึ้นกว่า..นี้” 

    เสื้อของอีกฝ่ายถูกขยำจนยับ ใบหน้าอ่อนเยาว์บ่งบอกถึงความเปราะบางของจิตใจ น้ำเสียงที่ไม่ว่าใครได้ยินก็รับรู้ถึงความปวดร้าว ชายหนุ่มตอบช้าๆ 

    ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นจะว่ายังไง แต่เธอเหมาะสมแล้วในสายตาฉัน ฉันรู้ว่าเธออยากไปตามหาเขา  แต่เขาหวังอย่างนั้นหรือเปล่า ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการของเธอเพียงฝ่ายเดียวเหรอ ?ฉันจะไม่ตัดสินถูกผิด เพราะตราบใดที่ไม่สามารถเปรียบเทียบความเป็นจริงระหว่างสีแดงและสีเหลือง ความรักและความภักดีก็ไม่สามารถเปรียบหาความถูกต้องได้เช่นกัน ความรักของเธอจะไม่สั่นคลอนปณิธานของฉัน...ขอโทษด้วย

    ฮังค่อยๆ เอามือเด็กหนุ่มออกอย่างสุภาพ ไม่มีคำพูดใดที่แฮร์รี่จะพูดอีกเพราะรู้แก่ใจดีว่าไม่ว่าจะอ้อนวอนเช่นไร ผู้ชายตรงหน้าก็ยังคงไม่บอกเขาอยู่ดี ฮังยิ้มให้แล้วพูดขึ้นลอยๆ 

    “..แต่มันก็ไม่มีคำสั่งห้ามเธอถามคนอื่นหรอกนะ

    ซิเรียสและลูปินรีบเดินตามชายผิวแทนไป แฮร์รี่หวังเหลือเกินว่าคนทั้งสองจะหันกลับมาขยิบตาส่งสัญญาณว่าจะกลับมาเล่าเรื่องราวให้ฟังทีหลัง แต่กระทั่งพ่อทูนหัวของเขาก็ยังไม่หันมาเหลือบมองแม้สักนิด สุดท้ายแล้วเขาก็คงจะไม่เหมาะสมที่จะรู้เรื่องราวต่างๆ สินะ 

     

    ..ตอบผมทีสิฮะศาสตราจารย์..



    ..............................................




    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in