Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #20
  •  

     “หิวจังเลยน๊า‎ 

    ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กล่าวขึ้นมาลอยๆ อย่างอารมณ์ดี ขณะเดินตรงไปยังห้องครัวหลังจากอาบน้ำเสร็จหมาดๆ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเคราสีเงินยาวไปด้วย เสียงท้องร้องเตือนเป็นระยะให้เจ้าตัวรู้ว่าควรจะหาอาหารลงท้องได้แล้ว อาจารย์ใหญ่ลูบท้องปลอบไม่ให้อาละวาดไปมากกว่านี้ มันควรจะโมโหอยู่หรอกเพราะเขาปล่อยให้มันอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรให้ย่อยตั้งแต่ตอนเย็น ‎หลังเลิกประชุมที่โปรตุเกสเสร็จก็ตรงดิ่งมาทางโรงเรียนทันที ที่ไม่สนจะแว่บไปที่ไหนพร้อมกับปล่อยให้ท้องว่างไว้ก็เพราะว่า..‎ 

    วันวาเลนไทน์อย่างนี้ ห้องครัวคงจะมีเค้กช็อกโกแลตเยอะแยะหลายแบบเลยสินะ

    เจ้าตัวหัวเราะคิกคักราวกับเด็กๆ...แค่คิดก็อร่อยแล้ว เขามักจะแอบอา จารย์ท่านอื่นๆ ที่ห่วงสุขภาพเขานักหนา แวะเข้าห้องครัวไปขนขนมในวันแห่งความรักนี้ประจำจนกลายประเพณีส่วนตัวไปเสียแล้ว

    ชายชราฮัมเพลงรักสมัยรุ่นคุณย่ายังสาวเมื่อใกล้ถึงภาพรวมผลไม้ แค่เลี้ยวตรงหัวมุมข้างหน้าเท่านั้นก็จะพบภูเขาช็อกโกแลต แต่ท่าจะปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไปจนชักรู้สึกหน้ามืดหน่อยๆ ก็รู้ดีว่าคนแก่ไม่ควรจะทำอย่างนี้ แต่ถ้ากินข้าวมาก่อนก็จะกินเค้กได้ไม่กี่ชิ้นนี่...หยวนๆ น่าแค่วันเดียวเอง 

    อาจารย์ใหญ่เลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อเห็นลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลวิสลีย์ กำลังนั่งซุกหน้าลงบนเข่าที่ตั้งชันขึ้นมา  ข้างๆ มีถุงกระดาษสีสวยวางอยู่ ศาสตรา จารย์ดัมเบิลดอร์คิดว่าเด็กสาวคงกำลังนั่ง‎รอคู่นัดอยู่ มันเป็นอย่างนี้ทุกปีที่เด็กๆ จะกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ของปราสาทเพื่อนัดพบกับคนรัก

     ‎ชายชราหยุดคิดจะเดินอ้อมไปทางอื่น เด็กสาวจะได้ไม่ต้องเขินเมื่อเห็นเขาเข้า แต่ถ้าจะอ้อมไปค่าก็เท่ากัน...ยังไงเสียทางอื่นก็คงมีเด็กคนอื่นๆ อยู่อีก พอคิดอย่างนั้น เลยให้เกียรติสุภาพสตรีโดยการทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินต่อไป 

    อาจารย์ใหญ่เดินผ่านเธอเงียบๆ ความหิวเริ่มพาให้สมองตื้อขึ้นเรื่อยๆ แต่ทันทีที่เดินผ่านจินนี่ไปไม่กี่ก้าว ก็รับรู้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังจนต้องเอี้ยวกลับ ไปมอง นัยน์ตาสีฟ้าใสหลังแว่นรูปพระจันทร์เสี้ยว พบความผิดปกติของเด็กสาว รอยยิ้มเยือกเย็นเสแสร้งปรากฏบนใบหน้าไร้เดียงสากับนัยน์ตาสีแดงเข้ม รูม่านตาเป็นรอยแคบคล้ายสัตว์ 

    “..ทอม..‎ 

    สิ้นเสียงพูดของผู้ถูกลอบทำร้าย มืออันบอบบางก็ดึงด้ามมีดที่สลักลวด ลายไว้อย่างประณีตวิจิตรออกมาจากแผ่นหลังของอีกฝ่าย เลือดสีเข้มทะลักไหลออกมาอาบร่างที่ล้มลง เด็กสาวมองมีดในมือ 

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์ดัมเบิลดอร์

    ..เธอพูดด้วยรอยยิ้ม แต่กลับมีน้ำตาไหลออกมา...แล้วค่อยๆ ‎เลื่อนปลายมีดมาจ่อที่หน้าท้อง 

    เธอด้วยเลดี้ตัวน้อยๆ‎ 

    ..ไม่..ไม่เอา..‎ 

    เฮ้ !  น้องสาวของเจ้าวิสลีย์  มาทำอะไรอยู่แถวนี้กลับบ้านไปได้แล้ว  ไม่กลับฉันจะสั่งกักบริ..” 

    เดรโกตบบ่าสั่งเธอ แต่เมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่ก็หยุดพูดทันที และโดยไม่ทันได้ตั้งตัว มีดเล่มเดียวกันนั้นก็เข้ามาอยู่บนท้องเด็กหนุ่ม ภายในใจของจินนี่กรีดร้องดังก้องเมื่อเห็นคนถึงสองคนถูกทำร้ายด้วมือของเธอ แต่ร่างนี้กลับถอนหายใจออก มาอย่างเหนื่อยหน่าย 

    แผนคลาดไปนิดแฮะ  แต่เอาเถอะ...ยังไงเสียสามก็ดีกว่าสองล่ะนะ‎ 

    ปลายมีดเคลื่อนเข้าหาตัวเด็กสาวอย่างรวดเร็วถึงแม้จะต่อต้านเต็มที่ โชคดีที่ลำแสงสีแดงจากคาถาปลดอาวุธ ซึ่งพุ่งมาจากด้านข้างทำให้มันกระเด็นหลุดออกจากมือ พร้อมกันนั้นจินนี่ก็ถูกซัดจนร่างกระแทกกับกำแพง 

    ก่อนจะหมดสติ...สิ่งสุดท้ายที่รับรู้ คือภาพของลูปินที่เข้าไปหาประคองพร่ำตะโกนเรียกชื่อเด็กหนุ่มราวจะขาดใจ 

     

    ‎.............................

     

     

    ท่ามกลางบรรยากาศของงานรื่นเริง พวกอาจารย์ต่างมารวมตัวกันในห้องพยาบาล ยืนล้อมวงมองร่างของอาจารย์ใหญ่และเด็กหนุ่มผมบลอนด์ ที่หลังจากห้ามเลือดเสร็จไม่นานก็ค่อยๆ แปรสภาพเปลี่ยนเป็นหินผุกร่อน แล้วกลายสภาพเป็นเม็ดทรายพร้อมถูกสายลมพัดพาไปได้ทุกเมื่อ หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท ทุกคนพยายามบังคับลมหายใจให้แผ่วเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    เราเคลื่อนย้ายพวกเขาไปโรงพยาบาลไม่ได้ หากทำเช่นนั้นร่างของทั้งคู่จะหลุดเป็นส่วนๆ เราคงต้องส่งนกฮูกไปขอตัวผู้บำบัดมา

    ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดเบาราวกระซิบ ขอบตาของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธระคนเศร้า เมื่อมองไปยังจินนี่ที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่บนเตียงพิเศษที่ร่ายเวทป้องกันการเคลื่อนไหวไว้อย่างหนาแน่นโทสะก็ยิ่งมีมากขึ้น อาจารย์หญิงกล่าวอย่างเจ็บใจ 

    “..หยามเราถึงใต้จมูก..‎ 

    ศาสตราจารย์มักกอนนากัลครับ‎ 

    ฮังพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ราบเรียบดูเป็นการเป็นงานขึ้น ดวงตาทุกคู่ต่างหันมอง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจยังคงมองตรงไปที่เธอ 

    การแก้พิษจากสัตว์วิเศษจำเป็นจะต้องรู้ชนิดของสัตว์นั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มาโรงพยาบาลมักจะมาด้วยความบังเอิญจากการถูกทำร้าย พวกเขาพอจะจำรูปร่างหน้าตาของมันจึงสามารถรักษาได้...แต่นี่เป็นการผสมพิษขึ้นมาใหม่ ผมไม่แน่ใจว่าผู้บำบัดมาแล้วจะยังช่วยได้หรือเปล่า จากการตรวจสอบพิษที่ฉาบอยู่บนมีดเมื่อครู่ เราแยกส่วนผสมได้ไม่หมดด้วย..

    แล้วจะให้เราทำยังไงเล่า จะปล่อยให้ตายเหรอ !?” 

    อาจารย์ฟลิตวิตถามเสียงแหลม  ชายผิวแทนส่ายหัวช้าๆ

    เราแบ่งตัวอย่างพิษส่งไปให้ทางนั้นจะง่ายกว่าครับ จะว่าไปก็ส่งไปได้สักพักแล้ว ก่อนหน้านี้ ผมกับเซเวอร์รัสก็ทำยาแก้พิษที่รู้มาจากการแยกส่วนผสมให้แล้วบางส่วน พอจะชะลอการออกฤทธิ์‎ไปได้ระดับหนึ่ง แต่ถึงยังไง...ถ้ายาแก้มาช้าเกินไป ผมกลัวว่าเด็กคนนี้จะไม่รอดก่อน

    ดวงตาสีเทาทอดต่ำไปที่เดรโก เพราะร่างกายเล็กเกินไปพิษจึงกระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นหินเสียครึ่งร่างแล้ว

    ลูปินที่นั่งอยู่ข้างๆ มาดามพอมฟรีย์เกร็งมือที่ประสานกันอยู่แน่นขึ้น ไม่รู้ตัวเลยว่าเล็บทั้งสิบกำลังจิกลงหลังมือจนเลือดซึม นัยน์ตาสีน้ำตาลทองเลื่อนไปยังอาจารย์สอนปรุงยาซึ่งกำลังยืนก้มหน้าครุ่นคิดบางอย่างอยู่นอกวงสนทนา ก่อนจะพูดขึ้นหลังจากได้แต่นั่งเงียบทนฟังอย่างมีความหวังมานาน ว่าจะมีคำพูดในทำ นองไม่ต้องเป็นห่วง รักษาได้ง่ายๆ สบายมากขึ้นมาบ้าง

    “...ที่ว่าช้า...คุณว่ามันสักกี่วัน...เซเวอร์รัส...‎ 

    สเนปเบือนหน้าหลบสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง แล้วตอบเสียงแผ่ว บังคับเสียงให้ราบเรียบเช่นเคย 

    “..ถ้าเป็นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ คงประมาณ 10 โมงเช้าของพรุ่งนี้..ถ้าเป็นเดรโก..” 

    อาจารย์หนุ่มหยุดเพื่อกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วพูดต่อ เสียงเริ่มแหบแห้ง 

    “..ราวๆ รุ่งสาง..

    ลูปินเปิดปากค้างเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดมันออกมา กลับพยักหน้ารับรู้สองครั้งก่อนจะก้มหน้านิ่ง สักพักก็ได้ยินเสียงสะอื้นเจ็บปวดเล็ดลอดมาจากปากที่ปิดสนิทและกรามที่ขบแน่น ‎ทุกคนต่างนิ่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาปลอบใจ ต่างขอตัวทยอยกันออกไป หลังจากที่ฮังตัดบทขอตัวกลับไปที่ห้องเรียนวิชาปรุงยาเพื่อวิเคราะห์พิษต่อ สเนปเดินจากไปเป็นคนสุดท้ายจึงได้ยินบทสนทนาของลูปินกับซิเรียสที่ยังคงนั่งอยู่เป็นเพื่อน

    “..นายเคยถามฉันเรื่องรูปใช่ไหม ?”

    เสียงของลูปินฟังดูอ่อนแรงและสั่นเครือ 

    เท้าปุย..ฉันไม่อยากได้รูปเลย ฉันยินดีจะเผารูปทุกใบทิ้ง ยินดีจะลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเขา อะไรก็ได้..‎.ขอเพียงแค่เขาฟื้นขึ้นมาก็พอ

    เสียงพูดขาดหายไปสักพักแล้วแทนที่มาด้วยเสียงที่อู้อี้ที่ดังขึ้นและฟังยากกว่าเดิม แต่บีบรัดหัวใจมากกว่า   “..เขาไม่น่ารู้จักฉันเลย..‎ 

    อาจารย์หนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้น รีบลงไปห้องทำงานของตัวเผื่อจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ส่วนผสมกว่า 40 ‎ชนิด แค่ชั่วโมงเดียวเขากับเพื่อนก็หาได้ 7ชนิดแล้ว เขาน่าจะหาได้ครบก่อนรุ่งสาง

    ...หาได้ครบเหรอ ?..‎. 

    เขาชะงักเท้าแล้วหยุดยืนนิ่ง ความคิดเมื่อครู่ช่างเลิศหรูจนน่าหัวร่อเสียจริง ไม่น่าเชื่อว่าจะอาจหาญกล้าคิดออกมาได้ ของแบบนี้มีแต่คนปรุงพิษขึ้นมาเท่านั้นแหละที่รู้!‎ 

    สเนปรีบยกมือขึ้นป้องหน้าเมื่อมีบางอย่างโฉบตัดหน้า ฝ่ายนั้นคือนกฮูกนาสีน้ำตาลธรรมดาๆ มีแววฉลาดฉายอยู่ในดวงตา มันส่งจดหมายซองสีครีมขาวกลิ่นหอมเย็นไม่ลงชื่อผู้ส่งให้  แต่แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่ามาจากใครจึงรีบแกะออกอ่าน

    ตัวหนังสือเป็นเส้นบางสีเขียวเข้มสวยงามและเป็นระเบียบ หากแต่เนื้อ ความข้างในกลับทำให้คนอ่านโมโหจนลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัว อาจารย์หนุ่มขยำมันทิ้ง แล้วสะบัดตัวเปลี่ยนเป้าหมายจากห้องทำงานเป็นประตูด้านนอกปราสาททันที

    วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ พอเห็นทุกคนได้อยู่กับคนรัก ในใจของผมก็รู้สึกร้อนรุ่ม นี่สินะที่เรียกว่าความอิจฉา แต่ตอนนี้ผมเลิกคิดเช่นนั้นกับพวกเขาแล้ว กลับยินดีเสียด้วยซ้ำ เพราะผมรู้ว่าค่ำคืนนี้คุณคงนึกอยากจะมาร่วมดื่มชากับผมเช่นกัน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนผมก็จะรอคุณ เพราะนั่นถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของผม 

    ...ผมจะชงชารอคุณอย่างใจจดใจจ่อที่บ้านของคุณ..‎ 

     

    ..........................................


    คฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท้ายหมู่บ้านฮอกมีดส์ นับวันยิ่งผุพังไปตามกาลเวลาเนื่องจากไม่มีใครอาศัยอยู่มาเนิ่นนานนับยี่สิบปี ยามเมื่อสายลมพัดผ่าน..บางส่วนของตัวบ้านเช่นบานประตูและหน้าต่าง หรือเก้าอี้โยกหน้าบ้านจะเคลื่อนไหวส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่น ฟังคล้ายเสียงครวญครางเคียดแค้นของเหล่าวิญญาณของคนในบ้าน ที่ครั้งหนึ่งถูกฆ่าอย่างทารุณโดยคาถาเปลวเพลิง ให้มอดไหม้ร่างอย่างช้าๆ ความทรมานทำให้ต้องส่งเสียงกรีดร้องล้มลงดิ้นทุรนทุรายกับพื้น จนพรมที่ปูอยู่ไหม้เป็นร่างของแต่ละคน

    หนึ่งรอยที่เห็นคือหนึ่งชีวิตที่ต้องดับสูญ หากแต่ฆาตกรใจโฉดกลับกล้ามานั่งเล่นเปียโนหลังเก่าในห้องโถงใหญ่อย่างมิรู้ร้อนรู้หนาว รอคอยการมาเยือนของเจ้าของบ้านคนสุดท้าย ริดเดิ้ลหยุดมือเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนก้าวผ่านเขตแดนที่กางเอาไว้ ซึ่งมันจะทำให้คนอื่นลืมเรื่องบ้านหลังนี้เมื่อเข้าใกล้ ‎ยกเว้นว่าเขาจะเป็นคนบอก

    สงสัยเขาจะมาแล้วล่ะนากินี แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เอาของชอบของเธอติดไม้ติดมือมาฝากด้วย

    ‎ริดเดิ้ลยิ้มให้สัตว์เลี้ยงตัวยาวที่เลื้อยตรงมาหา เกล็ดบนลำตัวที่อวบใหญ่กว่าขาของเจ้าของสะท้อนวิบวับรับแสงเทียนบนโต๊ะ แล้วชูคอเกยคางไปตรงหลังมือที่ยังคงเหลือรอยเล็บของอาเม็จ

    แว่วเสียงประตูหน้าที่ถูกเปิดเสียงดังลั่น ตามมาด้วยเสียงตะคอกขุ่นเคืองระบายใส่พวกผู้เสพความตายที่ยืนอยู่ด้านนอก และก็เสียงล้มโครมครามของพวกนั้นตลอดทางเพราะโดนคาถาโจมตีของผู้มาเยือน ประตูห้องโถงก็เปิดออกให้เห็นผู้ที่เฝ้าคะนึงหามานานแสนนาน หากแต่ไม่พูดพร่ำทำเพลงอาจารย์สอนปรุงยาก็ยกไม้กายสิทธิ์ชี้ไปทางชายหนุ่มเตรียมร่ายคาถาปลิดชีพ แต่คนที่นั่งอยู่ตรงเปียโนหลังเก่าชิงถามขึ้นมาเสียก่อนด้วยเสียงเนิบช้า 

    ไม่ต้องการยาแก้แล้วหรือครับ ?” 

    แล้วก็ยิ้มให้ ลักยิ้มตรงแก้มกับรอยเล็กๆ ที่หางตาทำให้ใบหน้าดูใจดีและเป็นมิตร  แต่ทั้งหมดที่เห็นมันหลอกลวงทั้งเพ

    สเนปจ้องเขาตาแทบจะหลุดจากเบ้าขณะชั่งใจว่าจะทำเช่นใดดี ระหว่างฆ่าคนตรงหน้าแล้วก็ถูกฆ่าตายตามไปด้วยหรือนำยาแก้กลับไปช่วยคน อาวุธในมือถูกกำแน่นจนสั่น พวกผู้เสพความตายต่างเข้ามายืนออเตรียมรับสถานการณ์ หากริดเดิ้ลไม่สั่งห้ามไว้ตั้งแต่แรก พวกนั้นไว้ก่อนคงโจมตีอาจารย์หนุ่มนานแล้ว สุดท้ายไม้กายสิทธิ์สีดำสนิทก็ลดไปอยู่ข้างตัว

    กล้ามาก...ที่อาจหาญกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีกครั้ง

    สเนปพูดช้าชัดเน้นทุกคำคล้ายจะบดเคี้ยวคำพูดให้ละเอียด แต่คนฟังกลับไม่รู้สึกรู้สากับคำพูด ทั้งยังลุกไปเลื่อนเก้าอี้เชิญเจ้าของบ้านด้วยรอยยิ้มเช่น เดิม 

    เดินทางมาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนดีกว่านะครับ

    ‎คิ้วเรียวสวยพลันชักติดกัน นัยน์ตาสีนิลเต็มไปด้วยความโทสะที่จำใจต้องระงับไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา เขายังคงยืนนิ่งไม่สนคำเชิญ และริดเดิ้ลก็รู้ดีว่าเป็นเพราะเหตุใด การนั่งรังแต่จะทำให้หนีลำบากหากมีสิ่งใดพลาดพลั้งขึ้น ชายหนุ่มร่างสูงจึงพูดต่อ 

    บางทีคุณอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว

    แล้วตวัดสายตาไปยังบรรดาผู้ติดตาม และปัดมือเล็กน้อยเป็นเชิงสั่งให้ออกไป เพื่อแขกของเขาจะได้คลายความตึงเครียดลงบ้าง

    พวกผู้เสพความตายดูลังเลที่จะปล่อยนายเหนือหัวของตน ไว้กับพ่อมดระดับอาจารย์ที่มีไม้กายสิทธิ์เตรียมพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ หากแต่คำสั่งถือเป็นคำขาด พวกเขาต่างล่าถอย ริดเดิ้ลแบมือเชิญอีกครั้ง ทำให้สเนปต้องลงนั่งอย่างเสียมิได้ ความคิดที่จะฆ่าคนตรงหน้าผุดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะประมาทถึงเพียงนี้...หากเขาไม่ติดเรื่องยาแก้ล่ะก็...‎

    ถ้าคุณไม่ชอบพวกเขาน่าจะบอกผม ผมจะได้สั่งไม่ให้มาอยู่รบกวนสาย ตาคุณ

    ที่รบกวนที่สุด...คือคุณ” 

    สเนปพูดเสียงต่ำอย่างหงุดหงิด แต่คู่สนทนากลับหัวเราะร่วนเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

    ส่งยาแก้พิษมาให้ผมได้แล้ว‎ 

    คุณนี่โหดร้ายกับผมเสมอเลยนะ คราวนี้ก็มาหาผมเพื่อจะเอาของแล้วก็กลับ‎ 

    ริดเดิ้ลทำเสียงน้อยใจขณะรินน้ำชากลิ่นโปรดของอีกฝ่ายให้ เมื่อรับมาอาจารย์หนุ่มก็วางเข็มเงินสำหรับตรวจสอบพิษลงไปเพื่อความแน่ใจ ถึงผลมันจะบอกว่าไม่มีพิษแต่ก็ยังไม่ยอมดื่ม ทำให้คนเชิญต้องดื่มให้ดูก่อน 

    ไว้ใจผมสักหน่อยสิ ตลอดมาผมไม่เคยคิดที่ทำร้ายคุณเลย อีกอย่างตอนนี้ผมมีบางอย่างอยากจะให้คุณช่วย ช่วงนี้สุขภาพผมไม่ค่อยสู้ดีเสียเท่าไหร่ จะทำอะไรก็ไม่สะดวกไปหมด” 

    เมื่อพูดจบก็ถอนหายใจยาว สเนปเองก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของฝ่ายนั้นดูผอมและซีดเซียวจนเหมือนคนขี้โรค...มันคงจะยังไม่ฟื้นฟูเป็นดังเก่า มิน่าตอนที่อยู่ที่ฮอกมีดส์เขาถึงไม่ฆ่าแฮร์รี่  ทั้งๆ ที่ก็มีนิสัยไม่สนใจใครอยู่แล้ว 

    ผมไม่คิดที่จะช่วยคุณ‎ 

    ไม่หรอก...คุณจะช่วยผม‎ 

    ว่าแล้วก็หยิบขวดแก้วขวดเล็กประมาณนิ้วก้อย บรรจุน้ำยาสีอำพันไว้ครึ่งขวดชูให้ดู แล้วก็ปล่อยมันลงกระแทกพื้นเหมือนไม่เห็นค่าทันทีที่คู่สนทนาขยับตัวลุกขึ้น เศษแก้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายราวสะเก็ดดาว ใบหน้าของสเนปซีดเผือด 

    ผมบอกแล้วว่าช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี ขนาดจะหยิบจับอะไรยังไม่ค่อยมั่นคง  จู่ๆ คุณลุกขึ้นมาแบบนี้ผมเลยตกใจเผลอทำมันตกเสียนี่ เอาเถอะ..‎โชคดีที่ผมยังมีเหลือติดตัวอยู่อีกขวด‎ 

    ริดเดิ้ลหยิบยาแก้พิษออกมาให้ดูอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อาจารย์หนุ่มกลับนั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน เมื่อเห็นดังนั้นจึงพูดต่อ 

    ผมเพียงแค่อยากให้คุณช่วยไปเอาสิ่งๆ หนึ่งจากห้องของดัมเบิลดอร์ เขาคงไว้ใจคุณพอที่จะบอกรหัสผ่านให้คุณรู้ ส่วนจะให้เอาอะไรนั้นผมจะบอกหลังจากที่คุณทดลองใช้ยาตัวนี้แล้ว‎ 

    เขาเขย่าขวดยาด้วยปลายนิ้วชี้กับปลายนิวโป้ง ดูน่าหวาดเสียวว่ามันจะผละหลุดจากมือ

    ถ้าคุณพอใจกับผลของมันและต้องการมันอีก ก็กลับมาหาผมโดยเอาของที่ผมต้องการมาแลกเปลี่ยน ผมจะให้คนทำยาแก้อีกขวดเตรียมไว้ให้ กับของวิเศษชิ้นเดียว มันเล็กน้อยมากเลยเมื่อเทียบกับชีวิตคน แต่คงต้องเร็วหน่อย ผมว่าคุณคงต้องรีบใช้มัน จริงไหม ?”

    ‎อาจารย์หนุ่มกำหมัดตอบตกลงอย่างจนตรอก คนตรงหน้าจึงยื่นมันให้ แต่เมื่อยื่นมือไปรับ ริดเดิ้ลกลับกระดกข้อมือเบี่ยงขวดหลบให้พ้นมือขาวเล็กน้อย แล้วส่งยิ้มยวนให้ร่างบางที่กำลังมีสีหน้างงงัน 

    ผมไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้ฟรี..” 

    นัยน์ตาสีสดจับจ้องมายังสเนปที่กำลังรอคอยให้เขาพูดต่อ หลังจากใช้การดื่มน้ำชาเป็นตัวคั่นจังหวะสนทนา

    “..นี่ก็ดึกมากแล้ว  ค้างที่นี่สักคืนดีไหมครับ ?”


    ..........................................

     

    เหล่าคนในชุดผ้าคลุมดำต่างหลีกทางให้ผู้มาเยือน ซึ่งหน้าตาขมึงถึงกว่าตอนขามา เดินปึงปังกระแทกเท้ากลับออกมาจากห้องโถง สเนปดึงผ้าคลุมที่เจียนหลุดให้ตึงพร้อมเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อให้ออกจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด ด้านนอกมีรถม้าจอดรอรับ  ข้างๆ มันมีชายผมบลอนด์ยาวยืนรออยู่

    จำคำสัญญาที่นายให้ฉันได้ไหม ?” 

    ลูเซียสถามขึ้นเบาๆ โดยไม่กล้าหันมาสบตา อีกฝ่ายพยักหน้ารับ...ต่อให้ตายก็ไม่ลืม

    ในคืนหลังจากวันที่หิมะตกหนัก หลังจากที่ริดเดิ้ลตามไปจับเขากลับมา หลังจากพยายามหลบหนีเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ร่างบางยืนเกาะลูกกรงเหล็กที่สั่งติดใหม่ๆ มองดูโลกถูกฉาบไปด้วยสีขาวสะอาดจนรู้สึกน่ารังเกียจ ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มเสียจนมองไม่เห็นดวงดาว

    เขาถูกขัง...เหมือนเป็นสัตว์ป่าที่ถูกเก็บสะสมไว้ ตะโกนก้องเรียกร้องอิสร ภาพจนเสียงแหบแห้ง ความคะนึงหาถึงคนห่างไกลทำให้คลั่ง ปวดร้าวเมื่อคิดว่าตัวเองถูกเหล่าคนที่รัก ร่วมหักหลังให้ต้องมาเจอกับสภาพแบบนี้ สุดท้ายเสียงก็จางหาย...ได้แต่กอดซี่กรงเย็นเฉียบเริ่มจะอุ่นขึ้นมาเพราะน้ำตา

    เมื่ออารมณ์ค่อยๆ เบาลง ก็สังเกตเห็นชายผมบลอนด์ยาวคนหนึ่งกำลังเงยหน้ามองมา ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน...มองเขาตั้งแต่เมื่อใด หากแต่นัยน์ตาสีฟ้าหม่นจนเกือบเป็นสีเทาเหมือนท้องฟ้าในฤดูหนาว ที่ฉายแววหมองเศร้าตลอดเวลาคู่นั้น ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าบางอย่างกลับกัน...เหมือนว่าเขากำลังอยู่ด้านนอกมองร่างสูงที่ถูกขังไว้ แล้วอีกฝ่ายก็ถามขึ้นด้วยใบหน้าเฉยชา 

    ‘..เมื่อครู่นายบอกว่าถ้าใครยอมช่วยนาย นายก็จะตอบแทนใช่ไหม อย่าลืมคำพูดนั่นเสียล่ะ..‎.คุณหนูของบ้านสเนป‎ 

    ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าทำไมจึงเห็นเป็นเช่นนั้น และทำไมอีกฝ่ายจึงเสนอตัวมาช่วย ต่อมาถึงเข้าใจเองว่าคนๆ นั้นก็ถูกบางอย่างกักขัง ให้อยู่ในโลกที่อ้างว้างแห่งนี้โดยไม่สามารถหนีออกไปได้เช่นเดียวกัน เลยยอมช่วยเราเพื่อให้บางส่วนในใจสม หวัง แต่สถานะหน้าที่ที่เข้ามาขัดแย้งกับความต้องการทำให้ทำอะไรมากไม่ได้ ได้แต่เตรียมอุปกรณ์หลบหนีวางแอบไว้ในที่ต่างๆ หากเราหนีออกมาจากห้องที่เสมือนปิดตายนี้ได้ก็จะเจอของพวกนั้น และสามารถหนีไปให้ไกลจากที่แห่งนี้ได้ ‎แต่เวลามันผ่านไปนาน...บางส่วนจึงถูกพบและถูกกำจัดไป สุดท้ายเหลือแค่ไม้กวาดด้ามเก่าที่ซ่อนอยู่ในห้องครัวเท่านั้น 

    ...แต่ทั้งๆ ที่หนีออกมาได้แล้ว ดวงตาสีฟ้าเทาคู่นี้ก็ยังคงฉายแววเศร้าเหมือนเช่นวันวาน ตราบจนบัดนี้คนตรงหน้ายังคงยืนอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็น...‎

    ถ้าจำคำสัญญาได้...ฉันอยากให้เลือกช่วยเดรโกก่อนจะได้ไหม?” 

    ลูเซียสค่อยๆ หันมา  ดวงตาสี‎ยังคงดูหมองเศร้าเหมือนวันนั้น 

    “..ขอร้องล่ะ..‎ 

    ผมไม่ถือว่านั่นเป็นคำขอหรอกนะ” 

    สเนปพูดเสียงต่ำพร้อมกับปัดผ้าคลุมไปด้านหลัง แล้วปีนขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งหน้ากลับโรงเรียนโดยเร็ว

    ชายหนุ่มผมบลอนด์ยืนมองตามรถม้าที่เคลื่อนห่างออกไป ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน แม้มันจะการกระทำที่สิ้นคิด แต่เขาก็ตัดสินใจจะไปขอยาแก้พิษจากผู้ร่วมงานที่ผลิตมันขึ้นมา หากโดนจับได้เขาคงตายอีกคนแน่ แต่เขาไม่อยากจะอยู่เฉยๆ รอคอยให้ข่าวลูกชายคนเดียวตายลอยเข้าหู เขาไม่คิดโทษสเนปที่ไม่รักษาสัญญา เพราะการเล่นหมากรุกอย่างไรขุนก็สำคัญกว่าเบี้ย และขุนฝ่ายเขาก็ไม่สนวิธีการที่จะได้มาซึ่งชัยชนะด้วย

    รีบร้อนอะไรเหรอลูเซียส ?”‎ 

    ความน่าเกรงขามที่แฝงมาในน้ำเสียงที่สุภาพ ทำให้ต้องรีบหันกลับมาเพราะความกลัว ผมสีดำเรียบของอีกฝ่ายที่ได้ทรงอยู่เสมอตอนนี้เปียกไปด้วยน้ำชาจากการที่โดนอาจารย์สอนปรุงยาแผลงฤทธิ์ใส่ กลิ่นคาวเลือดลอยมาจากในห้องโถงด้านหลัง 

    เมื่อมองลง สัตว์เลี้ยงตัวมันเลื่อมของริดเดิ้ลก็เฉลยที่มาของกลิ่นสาบ โดยการคาบส่วนแขนของมนุษย์เลื้อยเข้ามาใกล้ มืออ้อนแอ้นที่สวมแหวนตรงนิ้วก้อยนั่น ลูเซียสจำได้ดีว่าเป็นมือของหญิงที่ปรุงยาพิษสำหรับแผนในคืนนี้ ซึ่งเสี่ยงตายสู้กับพวกคนในกระทรวงเวทมนต์ เพื่อเข้าไปเอาเขี้ยวบาซิริสก์ในห้องแห่งความลับกับพวก ส่วนต่างๆ ของร่างเธอคงจะอยู่เป็นอาหารมื้อค่ำสำหรับงูตัวนั้น

    ..กับนายของมัน..‎ 

    คนตรงหน้าห่างไกลคำว่า มนุษย์’ ไปทุกทีๆ ทุกครั้งที่รับเลือดเนื้อของคนเข้าร่าง ร่างกายแสนอ่อนแอในคราแรกกลับฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และจะสม บูรณ์ดั่งเก่าเมื่อทำพิธีในจันทร์เพ็ญนี้..‎

    ถ้าจะพูดธุระกับเธอคนนี้ล่ะก็..คงต้องเสียใจด้วย

    ริดเดิ้ลพูดเรียบช้า ขณะมองตามสายตาชายผมบลอนด์ไปยังสิ่งที่นากินีคาบอยู่  “..ช้าไปก้าวเดียวเอง..‎ 

    รอยยิ้มที่มีให้ ต่างจากนัยน์ตาสีแดงเพลิงที่จ้องมาเหมือนจะเตือนไม่ให้ทำแผนล่ม ก่อนจะตบบ่าปลอบเขาแล้วเดินจากไป

    กลัว..ทำไมถึงเพิ่งมาตระหนักเอาตอนนี้ นั่นเป็นเพียงร่างที่บรรจุวิญญาณชั่วร้าย ทุกย่างก้าวก่อกำเนิดกองภูเขาที่สร้างจากซากศพ ย่ำผ่านอย่างไม่ไยดีเพียงเพื่อความต้องการของตน นัยน์ตาคู่นั้นว่างเปล่า เหมือนลูกแก้วที่สะท้อนเห็นจิตใจของผู้ที่จ้องมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นั่นไม่ใช่นัยน์ตาของสิ่งมี ชีวิต แต่เป็นตาที่หมายจะทำลายล้างสิ้นทุกสิ่ง ของจอมราชาผู้มีอิทธิพลเหนือความหวาดกลัวและความตาย 

     

    สักวัน..คนผู้นี้จะต้องฆ่าเราด้วยวิธีที่แสนจะเลือดเย็น หากเพียงเขารู้ว่าเราปล่อยสิ่งสำคัญของเขาไป..หากเพียงเขารู้..‎

     

    ..ใครก็ตามที่ขึ้นขี่หลังเสือแล้ว..ยากที่จะลง..‎


    ‎..............................................

     

     

    ชายผมสีน้ำตาลแซมเทา ยังคงนั่งอยู่ลำพังภายในห้องปิดทึบ มองเด็กหนุ่มที่นอนพริ้มตาหลับอย่างสงบอยู่ใต้แสงนวลของตะเกียง โดยไม่ละสายตาไปที่ใด  กลัวเหลือเกินว่าแค่กระพริบตา คนตรงหน้าก็จะมลายหายไปจากเขา

    บางส่วนของร่างกายที่เจ้าตัวแสนชื่นชมกลายหินทรายอย่างช้าๆ ลุกลามมากัดกร่อนกินใจผู้เฝ้าดูจนจะแหลกสลายตามไปด้วย อยากจะจับมือน้อยๆ มากอบกุมเอาไว้..แต่ก็ทำไม่ได้ นี่เป็นชะตากรรมอีกอย่างเขาต้องจำใจยอมรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนั้นเหรอ ?

    ‎ตอนเด็กๆ แม่มักจะอธิบายเรื่องโชคชะตาของคนเรา เพื่อปลอบใจเขาที่ถูกมนุษย์หมาป่ากัดเสมอ ‎ว่าบางเรื่องฟ้าได้ลิขิตไว้แล้ว อย่างเรื่องการพบกัน การพลัดพราก การเจ็บป่วย การเกิด การตาย  ‎ตอนนี้เด็กคนนี้กำลังจะตายต่อหน้าเขาในไม่ช้า ทั้งที่เพิ่งรอดมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมาไม่นานเอง นี่ก็เป็นสิ่งที่ฝืนไม่ได้เหรอ

    เกลียดความมืด ขยาด พอมืดทีไรมักจะคิดถึงตอนที่ถูกพ่อกับแม่พาไปขังไว้ในกระท่อมกลางป่า‎ห่างไกลผู้คน เข้าใจเสมอว่าท่านคงกลัวว่าเราจะเผลอไปทำให้พี่น้องคนอื่นๆ กลายเป็นแบบเรา แต่ในใจเริ่มเกิดโพรงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ต้องมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองเดินจากไปทั้งๆ ที่ไข้ขึ้นสูง  ความเหงาความเศร้าก็ประทังทะลักล้นออกมาราวกับคลื่นน้ำที่ซัดสาด ‎ตะเกียกตะกายขอความช่วยเหลืออย่างเงียบๆ 

    เมื่อฟ้าค่อยๆ มืดลง เสียงต่างๆรอบตัวกลับค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ทำให้เด็กที่ไร้เดียงสาจินตนาการถึงเรื่องน่ากลัวไปต่างๆ นานา จะเรียกร้องไปก็กี่ร้องกี่พันครั้งก็ไม่มีใครมา ไม่สามารถบอกถึงความเหงายามอยู่เพียงลำพังแบบนี้ได้ เพราะพูดไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้  สุดท้ายก็ต้องอดทนรอให้ความมืดสิ้นสุดไป 

    กี่ร้อยราตรีผ่านพ้น ภายนอกดูเหมือนเข้มแข็ง กลับมีรอยร้าวในวัยเยาว์คงอยู่เป็นแผลเป็นขนาดใหญ่ ได้แต่เมินเฉยกับความเจ็บปวดแล้วอยู่ไปวันๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ใครมากจนเกินไป ด้วยความกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ตามลำพังเหมือนในอดีตด้วยมือของคนที่รัก ไม่มีใครกล้ารักเขา ถึงจะรักแค่ไหนก็ไม่อาจlสะกดความกลัวที่มีต่อเขาได้ เข้าใจ....เหตุผลทุกอย่างเขาเข้าใจดี มันเป็นเรื่องสมควรและเหมาะสม ‎  แต่ความรู้สึกไม่ใช่เรื่องของเหตุผล

    จำใจยอมรับอย่างเหลือทน ชะตากรรมคือความมืดมิด เป็นดั่งอุโมงค์อับทึบทอดยาวไม่รู้จุดหมาย..‎.

    ...ตลอดมา  ไม่มีแสงใดส่องถึงใจฉัน...‎

    ถ้ากลัวจะเผลอกัดผมล่ะก็ กัดซะตอนนี้เลยสิจะได้ไม่ต้องกังวลอีก ผมอนุญาต คราวนี้คุณก็จะอยู่กับผมได้ตลอดเวลาเลยไง อ๊ะ !  แต่ห้ามกัดหน้านะ‎ 

    เด็กคนนั้นพูดเสียงใสหลังจากที่เขาเพิ่งเล่าความกังวลของตนให้ฟัง เล่าเพราะไม่อยากจะพบกับความเจ็บปวดอีก เล่าทุกอย่างที่เป็นเรื่องน่ารังเกียจ เป็นการเล่าเพื่อผลักไส ความทุกข์ที่มาหลัง‎ความสุขอันเปี่ยมล้น มันทรมานเกินกว่าจะทนรับไหว เขาก็แค่คนอ่อนแอที่อยากจะหนีไปเรื่อยๆ ‎แต่คำตอบที่ไม่คาดคิดและรอยยิ้มที่ยิ้มให้อย่างจริงใจ  ทำให้ความเจ็บลึกในใจบรรเทาหาย 

    การที่เขาถูกมนุษย์หมาป่ากัด อาจจะเป็นโชคชะตาที่นำพาให้มาพบกับคนตรงหน้าก็ได้ มือเล็กๆ ที่อบอุ่น  ทำให้หัวใจหลอมละลายราวกับคำสาปได้ถูกปลดปล่อย  เป็นดั่งแสงดาวท่ามกลางความมืดมิด  ‎ดาวดวงน้อยๆ ของฉัน

    ...หากแต่แสงสว่างหนึ่งเดียวกำลังจะจากเขาไปอีกแล้ว...‎

    เสียงฝีเท้าสองคู่ที่รีบเร่งเข้ามาทำให้ลุกขึ้นมองไปทางต้นเสียง สเนปกับ ฮังวิ่งแบกอุปกรณ์อะไรสักอย่างไว้บนบ่า และวางมันไว้ข้างเตียงอาจารย์ใหญ่ แล้วประกอบมันอย่างรีบร้อนแข่งกับเวลาอันน้อยนิด ฮังตอบคำถามที่มาจากสีหน้าของ ลูปิน 

    เซเวอร์รัสได้ยาแก้มาแล้วล่ะรีมัส

    ชายผิวแทนพูดเอื่อยๆ ใบหน้ากลับไม่มีเค้าความยินดีไปทางเดียวกับข่าวดีทำให้คู่สนทนานึกเอะใจ หมาป่าหนุ่มขมวดคิ้วถามลอยๆ 

    ...หรือว่า...สำหรับคนเดียว...‎ 

    เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ เขาก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวเด็กหนุ่มเช่น เดิม หากต้องเลือกช่วยระหว่างเด็กตัวเล็กๆ กับอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์ผู้สามารถต่อกรกับลอร์ดโวลเดอร์มอร์ได้...‎มันก็ต้องเป็นอย่างหลังอยู่แล้ว ลูปินแค่นหัวเราะ 

    “..ชะตากรรมเหรอ ?..”‎ 

    บ่นอะไรงี่เง่าอยู่รีมัส  นายเองก็ต้องมาช่วยฉันเหมือนกัน

    ‎สเนปเขย่าขวดยาใบเล็ก แล้วเปิดจุกเสียบไปในขวดแก้วขนาดเท่าต้นแขนซึ่งลอยคว้างเป็นลูกโป่งอยู่ในอากาศ สักพักน้ำยาสีอำพันก็ค่อยๆ กลายเป็นควันสีเดียวกันลอยเต็มขวดแก้ว 

    จากนั้นจึงดึงท่อยางขนาดเล็กมากข้างหนึ่ง ต่อเข้ากับตู้ไม้สีเข้มทั้ง ขนาดสูงเท่าหัวเข่าที่นักปรุงยาทั้งคู่แบกมา เมื่อเปิดออกด้านในเป็นชั้นไม้สำหรับเสียบขวดน้ำยาขนาดยาวเรียวคล้ายแท่งปากกาสีต่างๆ ‎เรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ 2ชั้น ส่วนอีกข้างของขวดแก้วต่อกับขาตั้งโครงเหล็ก4ขามีหนังสัตว์‎สำหรับปิดลงมาครอบหน้าเด็กหนุ่มเอาไว้  แล้วยัดตัวปรับระดับใส่มือลูปิน 

    ทำไม..นายไม่ช่วยศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เวลามีไม่มากไม่ใช่เหรอ?”

    ลูปินถามชายหนุ่มร่างบางด้วยเสียงที่แหบพร่า 

    “..เขามีประโยชน์กว่าไม่ใช่เหรอ ?..”‎ 

    ดวงตาสีนิลมองต่ำไปยังใบหน้าเศร้าหมองของอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงเย็น 

    ถ้าหากศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ได้ยินคำพูดเมื่อกี้ นายถูกปลดจากตำ แหน่งพรีเฟ็คแน่ เราต้องช่วยเดรโกก่อนอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเวลาที่กระชั้นชิด มีใครขอร้อง หรือเหตุผลใดๆ  แต่นั้นเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะกระทำต่อเด็กต่างหาก‎ 

    ลูปินเบิกตามองอย่างประหลาดใจ ก่อนจะก้มหน้าหลบตาที่จ้องมาอย่างหยิ่งผยองทะนงศักดิ์คู่นั้น ‎แม้ในเวลาคับขัน...สเนปก็ยังคงตั้งมั่นไม่เคยเปลี่ยน

    ถ้าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ได้ยินคำพูดเมื่อกี้ มีหวังนายได้ตำแหน่งพรีเฟ็คแน่ๆ เลยเซเวอร์รัส‎ 

    ฉันไม่สนตำแหน่งงี่เง่านั่นหรอก” 

    สเนปพูดจบก็ชี้ไปที่ตัวควบคุมในมือคนตรงหน้า 

    แต่ยังไงชีวิตอาจารย์ใหญ่ก็สำคัญ ที่นายถืออยู่คือตัวควบคุมให้เครื่องแยกส่วนผสมแบบคร่าวๆหยุดทำงาน ที่ต้องทำคือถ่างตาดูว่าหลอดยาหลอดไหนทำปฏิกิริยาจนเปลี่ยนสีก็รีบถอดออก ปกติแล้วจะไม่ใช้ทีเดียวหลายๆ ชุดพร้อมกันเพราะจะทำให้งง แต่เวลาเราไม่มากขนาดนั้น และที่สำคัญคือนายต้องหยุดเครื่องนี้หากถึง โมงเช้าของวันพรุ่งนี้หรือยาใกล้จะหมด ถ้าพิษยังออกจากเดรโกไม่หมดก็ต้องเลือกเก็บยาไว้ก่อน แค่ไหนแค่นั้น...ต่อให้ต้องตัดแขนตัดขาเหลือแค่ตัวกับหัวก็ต้องกดหยุดยา เราจำเป็นต้องใช้มันวิเคราะห์ต่อ‎ 

    “..ตัดแขนกับขา  ฉัน...ฉันทำไม่ได้หรอก” ลูปินขมวดคิ้วพูดเสียงสั่น

    นายจะให้ฉันตัดใจทำหน้าที่นี้ได้ยังไง  ฉันตัดใจทำไม่ได้ !  ฉันทำไม่ได้ !‎ 

    ถ้านายตัดใจทำไม่ได้ก็ไม่ต้องกดหยุดยา

    อาจารย์หนุ่มพูดเสียงเรียบ ไม่มีแววประชดประชันอยู่ในน้ำเสียงและดวง ตา   เพราะสุดท้ายไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร นายก็ต้องเจ็บปวดอยู่ดี..ก็แค่การแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ ของฉัน‎ 

    ชายผมสีน้ำตาลแซมเทามองคนตรงหน้าที่กำลังเผยรอยยิ้มเย็นชา จาก นั้นก็ปิดปากหัวเราะ รอยยิ้มนั่นดูยังไงก็เป็นการฝืนแสดงเพื่อไม่ให้เขารู้สึกผิดมากจนเกินไป ดูท่าเขาจะรู้จักอีกฝ่ายนานไปหน่อย 

    “..ฉันโดนบ่นหูแตกแน่เลย..อย่างเช่นทำไมเอาแขนขาอันสวยงามราวกิ่งอ่อนของยอดไม้ของผมไป ?!’ ประมาณเนี้ย..” 

    ชายหนุ่มยิ้มนัยน์ตาเศร้า แต่ตัวเลือกมีไม่มากเขาไม่มีสิทธิ์เลือก...ความจริงเขาไม่กล้าแม้จะนึกภาพนั้นเลย ‎

    ร่างบางก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรต่อหันไปปรับอุปกรณ์สักหน่อย ก่อนจะรีบร้อนเดินออกไปเพื่อลงไปยังห้องทำงานของตัว ชายผิวแทนเร่งฝีเท้าแล้วเข้ามายึดข้อมือผอมไว้ สเนปหันมาด้วยสีหน้าขุ่นเคืองไม่อยากให้ใครมารบกวน แต่คนที่ตามมากลับชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

    นายไปหาคนที่ปรุงยาพิษชนิดนี้มาใช่ไหม ?”

    ฮังถามด้วยความเป็นห่วง แต่อาจารย์หนุ่มกลับเฉไฉดึงมือกลับ นัยน์ตาสีเทาทอดมองไปยังคนตรงหน้าก่อนจะพูดเนิบๆ 

    นายก็รู้ว่าฉันเป็นยังไง ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรอก เพราะไม่ว่านายจะตัดสินใจทำอะไรฉันก็ไม่คิดห้ามสักนิด...ต้องการอะไรฉันก็ยินดีทำให้ทุกอย่าง ครั้งนี้ก็ให้ฉันได้แบ่งเบาบ้างเถอะ” 

    ว่าแล้วก็ก้มหน้านิ่ง  อาจารย์หนุ่มถอนหายใจหนัก 

    นายไม่เหมือนปู่เลยนะฮัง...รายนั้นฉันจะทำอะไรก็ห้ามตลอด

    สเนปเสยผมพร้อมพูดลอยๆ 

    ‎ใช่...ฉันไปมา แต่เอาเถอะ...ฉันมีบางอย่างอยากให้นายช่วย และนี่คงเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของฉัน‎ 


    ‎..............................................

     

     

    สเนปพาร่างเหนื่อยอ่อนทิ้งตัวลงไปยังที่นอนอันหนานุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ฮังไม่ได้ทำงานในห้องทำงานของเขา แต่เลือกทำในห้องเรียน เหตุผลเพราะมันกว้างมากกว่า...ฝ่ายนั้นเป็นพวกชอบที่กว้างๆ อย่างป่าดงพงไพรอยู่แล้ว..‎

    “..ชะตากรรมเหรอ ?..” 

    เขาถอนหายใจหนักอีกครั้งก่อนจะใช้สมองคิดทบทวนแผนในวันนี้อีกรอบพลันเสียงเคาะเรียกก็ดังขึ้นทำให้รีบลุกไปเปิด แขกของเขาเป็นเด็กหนุ่มผมยุ่ง นัยน์ ตาสีมรกตหลังแว่นทรงกลมฉายแววเศร้าผิดปกติ สร้างความประหลาดใจกับอีกฝ่าย สเนปให้เขาเข้ามาพลางคิดถึงเจ้าแมวดำที่ให้ไปคุมงานฮัง ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเดี๋ยวเจ้าตัวจะเผลอหลับหน้าทิ่มหม้อยาไป มันคงจะดีใจหากได้เจอแฮร์รี่เพราะออกจะติดแจ..‎แต่วันหลังก็ยังมี 

    ชาสักแก้วไหม ?” 

    เจ้าของห้องถามขณะรินชาที่ชงไว้เมื่อตอนเย็นให้ แต่พอหันกลับมาก็เห็นฝ่ายนั้นกำลังนั่งดูรูปเจมส์อยู่ ด้วยความตกใจรีบไปคว้ามันกลับ หัวแหวนจึงเฉี่ยวไปขูดแก้มของแฮร์รี่ 

    เลือดไหลซึมออกมาตามรอยแผลที่เป็นแนวพาดขวาง แต่เจ้าตัวกลับนั่งอยู่เฉยๆ ไม่เปลี่ยนท่าทีการแสดงออก ราวเวลาจะหยุดนิ่ง มีเพียงเลือดที่ไหลลงมาเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเวลายังเดินอยู่ ‎ความเงียบทำให้บรรยากาศเริ่มอึดอัด เด็กหนุ่มหันมามองลึกไปยังดวงตาสีนิล ราวจะหยั่งถึงจิตใจ‎ของคนตรงหน้า ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย  ภายในใจเจ็บเหมือนมีเลือดซึมออกมาตลอดเวลา

    “..ศาสตราจารย์รักผมตรงไหนหรือฮะ ?..”

    เสียงที่ถามอย่างเลื่อนลอยค่อยๆ สั่นเครือขึ้น ดวงตาสีเขียวใสไหวระริกยามมองมา แฮร์รี่กำหมัดแน่นสะกดความรวดร้าวเพียงเพื่อให้คำพูดสื่อไปโดยไม่ผิดเพี้ยน

    “..ตรงที่เหมือนพ่อหรือเปล่าฮะ ?”

    ‎ปลายนิ้วเรียวขาวกระตุก คำถามที่วนเวียนถามตัวเองมานานแสนนาน สุดท้ายวันนี้ก็ต้องมาได้ยินจากปากคนตรงหน้า สเนปไม่กล้าจะหลบสายตาได้แต่ยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะตอบ..คำตอบยังคงเหมือนกับครั้งที่เฝ้าถามตัวเอง

    “..ฉันไม่รู้..‎ 

    คำตอบสั้นๆ ทำให้เด็กหนุ่มกัดกรามแน่น ปิดตาเบือนหน้าหนีกลั้นไม่ให้น้ำตาที่เอ่ออยู่ล้นออกมา เป็นครั้งแรกที่โหยหาคำหลอกลวงเพียงเพื่อให้จิตใจยังคงอยู่ ทำไมเขาถึงโง่นัก...น่าจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ จะได้อยู่เคียงข้างอีกฝ่ายได้ 

    เมื่อความสับสนเข้าครอบงำ คำที่พูดประจำก็รินหลั่งออกมา..เป็นคำถามที่ไม่เคยได้คำตอบแม้สักครั้ง

    “..คุณรักผมบ้างไหมฮะ ?..”‎ 

    คิด...หวัง ปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อจะได้เป็นเงาในดวงตา ไล่ตาม...แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อย เจ็บปวดทุกครั้งกับความไร้เยื่อใย..รอยแผลเล็กๆ ที่เกิดจากความเจ็บช้ำ เพิ่มขึ้นทุกวันๆ ‎แต่ก็ฝืนยิ้มได้เพื่อให้คนตรงหน้ายิ้มตอบ รัก..แต่ก่อนมีเหตุผล แต่ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว...รู้เพียงว่ารัก ‎อยากให้อีกฝ่ายรู้จึงพร่ำบอก เผื่อว่าจะได้เสียงสะท้อนกลับมาบ้าง..เพราะหวั่นใจอยู่ตลอดเวลา ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยได้ยิน บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเพราะคนที่รักเป็นคนปากหนัก หากแต่วันนี้เขาคงไม่มีแรงที่จะปลอบใจตัวเองแล้ว..‎

    “..ฉันไม่รู้..

    น้ำเสียงยังคงเย็นยะเยือกไม่เปลี่ยน เย็บเฉียบเสียจนรู้สึกว่าร่างนี้กำลังจมลงไปใต้ผืนน้ำฤดูหนาวอันเงียบสงบ ชาจนไม่รู้จะเจ็บยังไงดี

    เด็กหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วลุกขึ้นเพื่อจะหันหลังจากไปโดยไม่คิดหวนกลับมามองนัยน์ตาคู่นั้นตรงๆ ‎อีก แต่ภาพคนตรงหน้ากำลังปลดเสื้อคลุมออกแล้วทิ้งมันลงไว้ตรงพื้นหิน ก่อนจะบรรจงแกะกระดุมเสื้อต่อหยุดเขาไว้ ทุกครั้งที่อาภรณ์ถูกปลดออกทีละชิ้นทีละชิ้น ผิวสีอ่อนก็จะกระทบแสงไฟที่ส่องลอดจากเตาผิง ส่องสะท้อนโลมเลียร่างบางที่ยืนอยู่ ย้อมผิวให้เป็นสีนวล‎ระยับพลิ้วไหวตามเปลวไฟซึ่งเต้นระบำกระตุ้นความรู้สึกที่ปิดซ่อน นันย์ตาสีนิลมองมาอย่างเฉยเมย จากนั้นยื่นมือไปหา  ริมฝีปากบางขยับเปิดเล็กน้อยพูดออกเป็นจังหวะช้า

    ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับฉัน แต่ถ้าอยากจะให้ฉันรักเธอล่ะก็...มาสิ...‎ 

    แฮร์รี่วางมือสั่นเทาลงบนมือของอีกฝ่ายแล้วกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาบดเบียดจุมพิตอย่างโหยหา ใบหน้าอาบเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่เจือไปด้วยความเศร้าอย่างสุดซึ้ง  พื้นหินเย็นเฉียบแต่หัวใจของคนในอ้อมกอดเย็นยิ่งกว่า

     

    ..เหมือนร่างกำลังจมไปในห้วงน้ำอันหนาวเหน็บอย่างไม่อาจทัดทานกระแส..เพราะรักมาก..รักจนไม่รู้จะทำยังไง..‎

    ...แม้จะรู้ว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร  แต่ก็ยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปอย่างนั้น...

     

    .‎...........................................



    ริดเดิ้ลนั่งมองท้องฟ้าที่ใกล้จะเปลี่ยนสี ผ่านกระจกหน้าต่างที่ฝุ่นจับหนา เสียงโวยวายยามอาจารย์หนุ่มมาดังน้อยลงกว่าชั่วโมงก่อน เขาเดินกลับเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของบ้านตัวเองอีกครั้ง แล้วเดินตรงไปยังชายร่างสูงโปร่งที่ยังคงนั่งรออยู่คนเดียวเหมือนตอนที่จากไป ด้วยเหตุผลโง่ๆที่เพียงเพื่อไม่อยากให้เขารำคาญใจ หมวกใบเก่าในมือขาวพูดผ่านรอยแยกคล้ายปาก เมื่อรับรู้ว่าเจ้าของนัยน์ตาสีแดงเพลิงนั่งอยู่ไม่ไกลนัก

    “..ทอม ริดเดิ้ล..ไม่นึกว่าจะเจอเธออีกครั้ง..

    หมวกคัดสรรพูดเนิบๆ ก่อนจะเอนไปทางด้านหลังเหมือนเงยหน้ามองคนที่ถือมันอยู่

    “..คนนี้ใช่ไหมเซเวอร์รัส  ที่จะให้ฉัน..” 

    มันหยุดพูดเพราะเปลี่ยนใจที่จะไม่พูดต่อ  สเนปพยักหน้ารับ 

    ขอโทษด้วยนะครับ‎ 

    “..เอาเถอะ..เอาเถอะ..ฉันเตรียมใจไว้เรียบร้อยแล้ว..ไม่เป็นไรๆ..

    หมวกใบเก่าพูดเนิบๆ  แล้วมองตรงไปยังริดเดิ้ลที่กำลังยื่นมือมารับตัวมัน

    ทันใดก็มีเสียงโครมดังเรียกผู้เสพความตายทั้งหมดเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ภาพที่เห็นคือเศษผ้าสีดำกำลังลุกไหม้ อาจารย์สอนปรุงยาซึ่งถูกโจมตีกลับจนสลบแล้วก็เจ้านายที่แขนทั้งสองข้างถูกน้ำยา ที่สเนปถือซ่อนไว้ในหมวกสาดใส่เสียจนขาดวิ่น แขนขวาหายไปจนถึงหัวไหล่แต่แขนซ้ายขาดแค่ข้อศอก ถึงตั้งใจจะฆ่าแต่ก็ทำได้แค่นี้...แม้แผลจะเหวอะหวะเลือดไหลโชก ชายหนุ่มกลับหัวเราะขำกับเรื่องที่เกิดเมื่อครู่

    ความจริงเขาเป็นคนวางแผนให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เอง ไล่ผู้เสพความตายออกไปเพื่อให้อาจารย์หนุ่มนึกว่ามันเป็นโอกาสที่จะฆ่าเขา เผยจุดอ่อนของตนว่าอ่อนแอ โดยใช้การแสร้งไม่ฆ่าแฮร์รี่ที่ฮอกมีดส์ทำให้มันมีน้ำหนักขึ้น เลือกสถาน ที่แห่งนี้เพื่อกระตุ้นอารมณ์โกรธของอีกฝ่าย ยาต้นแบบที่ให้ไปเพียงหลอดเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับการรักษา...ซึ่งเพื่อนคนเก่งนั่นทำได้อยู่แล้ว ฮังถูกหัวหน้าของหน่วยวิจัยพันธุ์สัตว์วิเศษ ซึ่งเป็นผู้เสพความตายเกลี่ยกล่อมให้พักร้อนที่ฮอกวอตส์ โดยอาศัยข้ออ้างเรื่องโครงกระดูกของบาซิริสก์เพื่อกาลนี้ 

    ทั้งหมดจะทำให้สเนปเสี่ยงมาที่นี่อีกครั้งเพื่อมากำจัดเขาโดยไม่มีอะไรติดค้าง อาศัยช่วงเวลาที่เข้าใกล้เขาที่สุด เป็นแผนหลอกล่อที่ใช้การเดินหมากอย่างใจเย็นเพื่อให้ได้ของที่ต้องการครบทั้งสองสิ่ง...ไม่ใช่แค่หมวกคัดสรรเพียงอย่างเดียว...‎

    เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ..แล้วแขน..

    ลูเซียสถามหวั่นๆ  แต่ริดเดิ้ลกลับส่ายหัวช้าๆ 

    “..ไม่มีอะไรต้องกังวล..‎ 

    ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนมองเศษผ้าที่ลุกไหม้ แล้วมองไปทางร่างบางซึ่งนอนสลบไม่ได้สติเพราะโดนเวทของเขา จากไม้กายสิทธิ์ที่เสียบไว้ตรงชั้นวางของด้าน หลัง หลังจากที่พยายามระเบิดเขาให้เร็วกว่าการร่ายคาถาด้วยน้ำยาไร้สาระ หวังจะทำลายทุกสิ่งทั้งเขา...ตัวเอง...และหมวกเก่าๆ ใบนั้น

    ริดเดิ้ลกระซิบท่องคาถาบางอย่าง ใส่ซากที่มอดไหม้ของหมวกคัดสรรค์ แล้วดวงไฟสี่สีก็ลอยขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าหาปลายไม้และซึมหายไป จากนั้นก็มองไปยังสเนปอีกครั้ง

    คุณเดินหมากผิดไปแล้วล่ะเซเวอร์รัส..เพราะผมตั้งใจจะทำลายหมวกนั่นอยู่แล้ว..น่าเสียดายแทนคุณจริงๆ

    แล้วก็ตวัดสายตาไปมองคนที่ยืนอออยู่ก่อนจะสั่งเสียงเรียบ

    “..ทุกอย่างพร้อมแล้ว..เตรียมทำพิธีได้..‎ 


    ‎...........................................


    TBC

     

     

    Author's note : เรื่องนี้เป็นเรื่องต่อจาก come with me นะคะ แล้วก็เขียนช่วงหลังจากจบเล่ม 5ค่ะ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in