Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #19
  •  

    เด็กหนุ่มผมบลอนด์มองซ้ายมองขวา ระวังตัวเต็มที่ตลอดทางที่เดินทางไปห้องทำงานของลูปิน โชคดีระหว่างทางที่แอบย่องออกมาจากบ้านพัก เขาเจอแค่คุณนายนอร์ริสตัวเดียว เลยจัดการสาปมันให้แข็งเป็นหินแล้วโยนมันเข้าตู้เก็บของเรียบร้อย

    ’..เป็นแค่แมว คิดเหรอว่าจะมาขวางเส้นทางรักของคุณหนูผู้งามพร้อมบิว ตี้ซูเปอร์เพอร์เฟ็กสามภพอย่างฉันได้ เหอะ รอก่อนเถอะพอตเตอร์กะยัยหัวฝอยระเบิดเกรนเจอร์และเจ้าตัวประกอบวิสลีย์ ( ’ นายอย่าเอาฉันแพ็ครวมกับสองคนนั่นเซ่ ’ ) กล้ามาปรามาสสบประมาทฉันว่าเป็นเด็กดีนัก คืนนี้แหละ...ฉันจะลอกคราบเป็นผู้ใหญ่ แล้วจะหัวเราะทับถมเจ้าพวกนั้นให้ลิ้นไก่หลุดออกมาเลย..’ 

    เดรโกกางหนังสือคู่มือวัยใสของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับพิมพ์ครั้งที่1 ’ ออกมาตรวจทานรายการสิ่งของที่ต้องใช้คืนนี้อีกทีตรงหน้าห้องของลูปิน เขาเอากล่องช็อกโกแลตบุบๆ บี้ๆ อย่างกับขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ที่ลงมือทำเองจนถึงห่อกล่องออกมาวางไว้ต่างหาก จากนั้นค่อยทวนรายการ...

    ถุงยางอนามัยฯ ไม่รู้จัก หาไม่เจอ ไม่รู้หน้าตาเป็นไง ไม่เป็นไรเราเอาถุงมือยางมาแทนแล้ว อนามัยเหมือนกันเพราะสั่งซื้อมาจากหมอมักเกิ้ล ครีม...เอามาแล้วแบบกลางคืน เอาแบบทาหน้าตอนกลางวันมากันเหนียวด้วย พอนด์ face off , Q10 ไม่พอ ต้องใช้Q 11 ไม่ก็ Q 8 ...เสื้อผ้าชุดใหม่...ชั้นใน...งึมๆ ครบแล้วมั๊ง 

    เอาล่ะ ! เดรโก มัลฟอย สู้ตาย” 

    เด็กหนุ่มให้กำลังใจตัวเองเบาๆ ด้วยการตบมือเป็นจังหวะมาร์ช1-2-3-1-2-3-1-2-1-2-1 แล้วสูดลมหายใจลึกก่อนเคาะประตูไม้ แสงไฟที่ลอดผ่านช่องว่างด้านล่างประตู ทำให้แน่ใจว่าคนที่อยู่ข้างในยังไม่หลับ สักพักเจ้าของห้องก็มาเปิดห้องต้อนรับ เมื่อเห็นแขกร่างเล็กเข้าก็พูดลากเสียงอย่างตกใจ

    ตายล่ะเดรโก...เธอมาได้ยังไงเนี่ย นี่มันดึกแล้วนะ” 

    ว่าแล้วก็รีบชะโงกหน้าออกไปดูนอกห้อง รอบด้านช่างมืดสลัวไม่มีใครผ่านมาเลยกระทั่งวิญญาณ   

    แถมแครบกับกอยล์ไม่ได้มาด้วยอีก” 

    นี่ !  คุณอยากเจอสองคนนั่นมากกว่าผมเหรอฮะ  แล้วเมื่อไหร่จะเชิญผมเข้าไป ผมอุตส่าห์เดินมาคนเดียวเพื่อมาหาคุณ คุณก็น่าจะดีใจสิทำไมทำหน้ายังกับเห็นผีดูดเลือด

    เดรโกเท้าเอวค้อนขวับแก้มโป่งเป็นปลาทอง ชายหนุ่มหัวเราะรีบโค้งต่ำแบมือเชิญคุณชายน้อยบ้านมัลฟอยให้เข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตูกันลมหนาวพัดเข้ามา นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตมองรอบห้อง...มันไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ยกเว้นแต่จะมีสัตว์ประหลาดเพิ่มขึ้น แล้วก็... 

    อันนี้ยาอะไรเหรอฮะ ?” 

    พูดจบก็ชูขวดแก้วขวดเล็กซึ่งบรรจุผงสีเขียวมรกตอยู่เรียกให้คนที่กำลังชงโกโก้ต้อนรับหันมาดู  ลูปินร้องอ้อ 

    ยานอนหลับน่ะเอาไว้ลอยตามลม ศาสตราจารย์สเนปให้ครูมาไว้ป้องกันตัวคราวที่สลับร่างกัน...เห็นบอกว่าถ้าใช้ในปริมาณมากจะทำให้เปลี่ยนสรรพคุณเป็นอีกอย่าง ครูก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่” 

    เขาอธิบายแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงจับประคองมองมันอย่างสนใจ รอยยิ้มก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น 

    ถ้าชอบจะก็เอาไปก็ได้นะ” 

    เดรโกดีใจรีบหันกลับมามองแล้วถามซ้ำให้แน่ใจว่าให้เขาแน่เหรอ ลูปินจึงพยักหน้ารับแล้วพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับวางโกโก้ที่เพิ่งชงเสร็จไว้ที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

    “..ถ้าเธออยากได้อะไรในห้องนี่ก็เลือกเอาไปเถอะ แต่ก่อนอื่นมานั่งดื่มอะ ไรอุ่นๆ ก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเสียก่อน” 

    แล้วก็พยักหน้าเรียก แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม กลับตรงมานั่งแหมะที่ตักเขาเสียได้   

    เอ่อ...เดรโก...เธอนั่งผิดที่” 

    ก็ผมหนาวนี่” 

    ร่างเล็กพูดห้วนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจน้ำเสียงที่แสดงถึงความลำบากใจเมื่อครู่ จากนั้นจึงเอนตัวพิงบ่ากว้าง ดึงแขนข้างหนึ่งของชายหนุ่มขึ้นมาพาดคอต่างผ้าพันคอ แล้วก็ยึดจับเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายดึงแขนกลับ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเจ้าของห้องซึ่งกำลังนั่งแข็งทื่อเป็นเสาหลักเมือง จากนั้นจึงพูดออดอ้อนเสียงหวานกะหว่านเสน่ห์เต็มที่ 

    ตอนที่เดินมานะ  ข้างนอกมันหนาวมากเลย ผมไม่อยากเดินกลับอีก คืนนี้ให้ผมค้างกับคุณที่นี่นะฮะ ?”

    ม...ม...ม...ม...ม...ไม่ได้หรอก...ครูยังมีงานต้องทำอีก” 

    ลูปินฝืนยิ้มบอกมุมปากกระตุกเล็กน้อย เสียงพูดที่ออกมาแหบเหมือนกับไม่ได้กินน้ำมาทั้งวัน และเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้า สวนทางกับอากาศหนาวรอบข้าง ส่วนเดรโกพอโดนปฏิเสธเข้าก็โวยวายไม่พอใจลั่น พลางเหวี่ยงแขนเหวี่ยงขาไปมาในอากาศ หารู้ไม่ว่ากิริยาการเคลื่อนไหวนั่น มันส่งผลกระทบถึงร่างกายลูปินขนาดไหน ( ‘ อ๊าก ! อย่าขย่ม ! ’ ->เสียงในใจ ) เขาต้องรีบยกร่างเล็กให้ออกจากตักโดยเร็ว  แล้วก็รีบลี้ภัยตัวเองหลบไปนั่งตั้งหลักอยู่ตรงมุมห้อง...

    ชายหนุ่มเริ่มพนมมือให้กำแพง ดึงเหตุผลร้อยแปดมาใช้ในการยับยั้งชั่งใจตัวเอง ( โธ่..รีมัสเอ๊ย ทางนั้นน่ะเด็กน่ะเด็ก...อย่าเอานิสัยของเพื่อนมาใช้สิ คุกเชียวนะ...ดีไม่ดีโดนไล่ออกด้วย แกลบผสมข้าวแดงต้องไม่อร่อยแน่ๆ เลย~’ )

     ขณะที่กำลังคิดว่าเขาสงบสติอารมณ์ได้ถึงขั้นหนึ่งแล้ว เจ้าปีศาจน้อยก็บอดี้แอคแทคกระโดดกอดคอเข้าให้  ลูปินไม่กล้าหันไปเมื่อเห็นแขนเล็กๆ เปลือยเปล่าปราศจากอะไรมาปกปิด..

    จะถอดเสื้อทามม้าย !!!!’ 

    ชายหนุ่มตะโกนลั่นในใจ เหงื่อแตกซิกๆ ท่วมเต็มหน้าและฝ่ามือนั่งตัวแข็งอยู่อย่างนั้น เจ้าเด็กข้างหลังเลยกระชับแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิมแล้วกระซิบที่ข้างหู

    หนาวจังเลยฮะศาสตราจารย์..ช่วยกอดผมหน่อยสิ...

    อ้าก~ก !  ตายแน่ๆ งวดนี้ฉันตายแน่ๆ  แน่วแน่ไว้รีมัส’ 

    แล้วลูปินก็งัดชินบัญชรมาท่องในใจ  มือเล็กๆ เข้าปลดผ้าคลุมเขา แต่เจ้าตัวไม่ยอมแพ้รีบสะบัดมันคลุมร่างเดรโกไว้  แล้วสืบก้นถอยหนีเพื่อเว้นระยะห่าง

    ด...เดี๋ยวครูจะเดินไปส่งนะ...ส่งให้ถึงที่เลย...จะบังลมให้มิดไม่ให้หนาวสักนิด

    แล้วจับตามองการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือ เด็กหนุ่มนิ่งเงียบสำรวจผ้าคลุมสีซีดอย่างช้าๆ ครู่หนึ่ง  ก่อนจะเบะปากร้องไห้ออกมา 

    ศาสตราจารย์ไม่รักผมง่ะ  โฮ~!” 

    เจ้าตัวร้ายเริ่มเสแสร้งแหกปากโวยด้วยอัตราเสียงเริ่มต้นที่60 เดซิเบล เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงhappy ดีแตกของลูปิน จึงใจดีลดให้ครึ่งหนึ่ง ( คนขี้โกหก   ไหนบอกว่าของในห้องนี้ผมจะเอาอะไรก็ได้ไง !ก็ผมจะเอาคุณนี่น่า !  แง๊~!!‘ )

    ชายหนุ่มเริ่มเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก เพราะจะใช้เหตุผลปลอบยังไงก็ดูจะไม่เข้าหู หยาดน้ำตาที่อาบไปบนใบหน้าพริ้มเพรามีเลือดฝาดจางเห็นเป็นสีแดงระเรื่อ เริ่มกัดเซาะกำแพงเหตุผลที่ก่อไว้เสียสูงตระหง่าน พอรู้ตัวอีกทีก็เข้าไปเลียซับน้ำตาให้เสียแล้ว

    คนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูน ความอดทนมันก็มีจำกัดเหมือนกัน อีกอย่าง..ลูกผู้ชายอย่างลูปิน..

    ..ฆ่าได้..ยั่วไม่ได้.. 

    “...ถ้าเธอต้องการฉัน...ก็อย่าหนีไปเสียก่อนล่ะ...

    ลูปินกระซิบแล้วปลดกระดุมเสื้อออกบ้าง เผยให้เห็นแผ่นผิวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เดรโกกระพริบตาถี่ แววตายามมองเขาอย่างอ่อนโยนเสมอมาในครานี้ดูแปลกไป  นัยน์ตาสีน้ำตาลทองวาวราวกับส่องแสงได้เอง 

    ขณะที่กำลังชื่นชมกับดวงตาคู่นั้นโลกก็เหมือนจะกลับทิศ เด็กหนุ่มเพิ่งรู้ ตัวว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายโน้มร่างให้ลงมานอนกับพื้นห้องเมื่อครู่ เขาก็ไม่ชอบหรอกนะที่จะนอนบนพื้นห้องแข็งๆ อย่างนี้ข้ามคืน  แต่ถ้าได้นอนหนุนแขนลูปินก็โอเคเพราะยังไงก็เคยนอนแบบนั้นตรงสนามหญ้ามาแล้ว แต่ด้านในก็มีเตียงนี่นา...นอนตรงนั้นดีกว่าตั้งเยอะ

    เดรโกสะดุ้งโหยงความคิดกระจาย เมื่อมือที่หยาบกร้านเริ่มรุกล้ำอำนาจอธิปไตยเตรียมเข้าสู่ฉากสำคัญที่ละครช่องเซนเซอร์  ร่างเล็กเริ่มดิ้นพล่านร้องโวยวายลั่น ( จับอารายตรงน๊าน !!!!!’ ) แต่เสียงโหวกเหวกกลับกลืนหายเข้าไปในลำคอของอีกฝ่ายเสียหมดเหลือเพียงเสียงอู้อี้ แขนขาที่ป่ายปัดถูกจับยึดให้หยุดได้อย่างง่ายดาย..เด็กหนุ่มควรจะรู้ ว่าเรื่องบางเรื่องเริ่มขึ้นมาแล้ว..ห้ามให้หยุดไม่ได้..

    ลูปินผงะตัวขึ้นเมื่อโดนกัดปาก ดูความเจ็บจะใช้ได้ผล แต่ก็ไม่เท่ากับภาพของร่างที่กำลังนอนขดตัวสั่นเป็นลูกนกเพราะความกลัว...กลัวเขา...?

    “..เดรโก..ครู..” 

    รีมาสสสสสสสสสส  ฉันโดนบิลจ๋าถีบออกมาอีกแล้ว !!!

    เจ้าหมาขาวตะโกนลั่น พร้อมผลักประตูเข้ามาทันทีโดยไม่เคาะบอกก่อน พอเห็นภาพเหตุการณ์เข้าก็โค้งขออภัยที่รบกวนเสียต่ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดล็อกลูกบิดประตูให้  แล้วค่อยๆ ลากประตูกลับเข้าที่เดิม  แต่เดรโกกลับเตะผ่าหมากเจ้าของห้องด้วยท่าต่อสู้กับคนบ้ากามท่าที่ที่บิลสอนให้  จากนั้นจึงหยิบข้าวของก้มหน้าก้มตาวิ่งร้องโฮออกไป ซิเรียสมองตามร่างเล็กแล้วค่อยเลื่อนสายตากลับมามองลูปินแล้วรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

    อะฮ่า !  นี่พระจันทร์ก็ยังไม่เต็มดวง  ไหงถึงรีบแปลงร่างเสียล่ะจันทร์เจ้าเพื่อนยาก

    เจ้าหมาขาวเดินเข้ามานั่งยองๆข้างร่างเปลือยครึ่งท่อนของเพื่อน สีหน้า ลูปินเริ่มเปลี่ยนจากซีด  เขียวเป็นสีแดงยับยุ่งก่อนจะพูดครวญ

    “..ฉันจะทำยังดีเท้าปุย..” 

    ถ้านายถามฉันเรื่องไอ้นั่น ฉันก็คงแนะนำให้ไปหาหมอล่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่นายหน้ามืดไปทำอะไรหลานฉันตะกี้ล่ะก้อ...ไม่รู้ด้วยแล้วว่ะ  ตัวใครตัวมัน~” 

    ว่าแล้วก็หัวเราะทับถมความล้มเหลวของอีกฝ่ายเลยโดนถีบเข้าให้ สักพักเจ้ามนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องตลอดเวลา ก็เข้าสู่ภวังค์สำนึกบาปเอามือปิดหน้าคร่ำครวญอีกครั้ง เจ้าหมาขาวตบหลังลูปินทั้งที่ยังหัวเราะขำไม่เลิก

    เอาน่าๆ  นิดๆ หน่อยๆ  นายเป็นอาจารย์นะ  เด็กๆ มีให้เลือกเยอะจะล้มทับตาย  ช่วงนี้เรามาฉลองวันอกหักไปพลางๆ ก่อนดีกว่า  กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี อา..พรุ่งนี้ฉันจะมีรักใหม่ Happy Valendie Day”

     “..ฉันไม่ได้อกหักเสียหน่อย..” 

    ลูปินพยายามโต้ตอบ แต่เพราะความไม่แน่ใจจึงพูดออกมาได้แค่ครึ่ง เสียง เลยโดนเจ้าหมาหนุ่มแรงหมีบังคับให้แต่งตัว เตรียมไปหาอะไรดื่มกันข้างนอก ขณะที่กำลังใส่เสื้อ รูปถ่ายเดรโกที่ลูปินจิ๊กมาจากห้องเจ้าตัวก็หล่นลงมา พอเห็นเข้าก็รีบเก็บมาดูใกล้ๆ แล้วก็คร่ำครวญอีกรอบ ( หนูทำพลาดไปแล้วTxT’ ..ปวดจายเจงๆ..) 

    ซิเรียสเข้ามาเท้าศอกกับบ่าอีกฝ่ายแล้วชะโงกดูรูปด้วย 

    นายพกรูปเจ้าหนูไว้ด้วยเหรอเนี่ย ? พกไว้ทำไมกัน

    ก็พกติดตัวไว้จะได้เหมือนอยู่ใกล้กันตลอดเวลาไง ดีออก...อบอุ่นหัวใจ คนกำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” 

    ...ฟื้นคืนชีพ...เล่นเอาบรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีชมพู เหมือนมีใครเอาวิกซอร์-พิงค์มาราด ทำเอาคนเพิ่งโดนถีบออกจากห้องมาหมาดๆ ก้นยังแดงเจ็บแปลบๆ อยู่ทนไม่ได้...รีบยกมือป้องปากเพื่อเป็นเครื่องมือขยายเสียง

    ...นายเพิ่งโดนปฏิเสธไปนะเจ้าบ้ากาม ยังไงต้องโดนทิ้งแน่ๆ อยู่แล้วล่ะ ตัดใจซะเถอะ...( เหอ เหอ )

    ...ได้ผล...ลูปินเข้าไปจมตัวลงในเงามืดตรงมุมห้องแล้วครวญครางอีกครา ( ฉันคงไม่อาจเปลี่ยนจาย ฉันคงไม่อาจทำให้เธอกลับมารักฉัน.. TxT’ ) ซิเรียสชักสนุกกับพฤติกรรมที่ขึ้นๆ ลงๆ ของเพื่อน  แต่รู้สึกสงสารตะหงิดๆ เลยเลิกเล่น

    เอาน่า...พรุ่งนี้แวะไปง้อหน่อยก็หายแล้ว เด็กๆ มันก็ต่างจากผู้ใหญ่ตรงนี้แหละ” 

    เขาพูดติดหัวเราะแล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้...สีหน้าเปลี่ยนไป

    นี่...จันทร์เจ้า...ฉันสมมติอะไรหน่อยได้มั๊ย อย่าโกรธนะ ฉันรับมือนายไม่ไหว ถ้า...ถ้าเดรโกตายตอนนี้นายจะยังพกรูปเขาอีกหรือเปล่า?”

    นายสมมติอะไรของนายน่ะ ?” 

    เสียงทุ้มตอบกลับมาดังขึ้นไม่เหลือเค้าความอ่อนโยนที่เจืออยู่เป็นประจำ แต่พอหายตกใจก็ปรับน้ำหนักเสียงพูดลงเป็นจังหวะปกติ คนตรงหน้าคงมีเหตุผลอะไรที่ถาม

    ...คงจะเก็บไว้ ไม่สิ ฉันจะเก็บไว้ เพราะเขามีค่าสำหรับฉันเหลือเกิน อยากจะเก็บทุกอิริยาบถ แต่ก็เป็นไม่ไปได้ แม้จะทำให้เศร้าเพราะคิดถึง...แต่มันก็เป็นหลักฐานว่า ความรู้สึกรักที่ครั้งหนึ่งเคยมีมันไม่ใช่ความฝัน ลืมแล้วมีรักใหม่มันดูง่ายก็จริง  แต่ฉันจะไม่ลืมเขา แล้วเราคงได้พบกันสักวันหนึ่ง

    แล้วสมมติว่าระหว่างนั้นนายมีคนที่ชอบใหม่ล่ะ ?

    เอ...ถ้าแฟนบอกให้ทิ้งก็คงทิ้งมั๊ง  แต่ถ้าไม่ ก็จะพยายามไม่ให้เขาเห็นน่ะนะ  ทำไมเหรอ ? 

    ซิเรียสถอนหายใจหนัก 

    เจ้าหัวเมือก...ยังเก็บรูปเจมส์ไว้ ฉันเห็นมันหล่นลงมาจากชั้นหนังสือบนโต๊ะทำงานตอนที่มันอาละวาดในห้อง..เก่าน่าดูเลย..

    นัยน์ตาสีเข้มมองตรงมาที่ตาสีน้ำตาลทอง 

    “..นายว่าหมอนั่น...กำลังเห็นเจมส์ผ่านแฮร์รี่หรือเปล่าฉันสังหรณ์ใจ...อย่างที่นายพูดไง เก็บไว้ทุกอิริยาบถน่ะ  แฮร์รี่น่ะกระจกเงาของเจมส์เลยนะ !  มันคิดอะไรของมันกันแน่เนี่ย !?”

    เขาตะคอกลั่นราวกับว่าต้องการให้คำถามนี้ส่งไปถึงคนที่พูดถึง แผ่นอกกระเพื่อมเร็วสูดรับอากาศหลังจากใส่อารมณ์มากไป พอสงบสติอารมณ์ได้สักพักจึงพูดต่อ

    เพราะว่าฉันเองก็เคยหวังว่าแฮร์รี่จะเป็นเหมือนเจมส์เหมือนกัน แล้วฉันก็รู้สึกผิดเสมอมา  มันเป็นเรื่องที่...แย่มากจริงๆ

    เท้าปุย”   

    ลูปินเอื้อมตบบ่าปลอบเพื่อนให้ใจเย็น 

    เรื่องนี้เราตัดสินอะไรเองไม่ได้หรอกนะว่าเซเวอร์รัสจะคิดอย่างไร  บางทีเราน่าจะไปหาอะไรดื่มข้างนอกแล้วปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาสองคน  แต่ฉันเชื่อนะว่าเขาคงไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก” 

    เจ้าหมาขาวพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะแปลงร่างเป็นสัตว์สี่เท้าเดินตามเพื่อนออกไป โดยไม่ใส่ใจกลุ่มไหมพรมสีครีมที่ตกอยู่บนพื้นด้านนอกเลย


     .....................................................

     

    14 กุมภาพันธ์ 00.00 น. 

     

    อาเม็จ !

    ชายร่างบางตะโกนเรียกเจ้าแมวขนกำมะหยี่ท่ามกลางความมืดมิด มืดจนไม่เห็นสิ่งใดๆ เลยกระทั่งมือของตัว ไม่อาจรู้ได้เลยว่าตะโกนเรียกมันมานานเท่าไหร่แล้ว คอแห้งผากไปหมด อากาศก็หนาวจนขนลุกเกลียว...ที่นี่ช่างเงียบและวังเวง ไม่มีใครเลย...ไม่มีเลย

    อ..อาเม็จนายอยู่ไหนน่ะ  ออกมาเถอะฉันไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว

    เสียงนุ่มเริ่มสั่นไหวเต็มไปด้วยความกลัว มือเรียวหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อจะร่ายคาถาลูมอสแต่มันกลับไม่อยู่ติดตัว สเนปเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อตามหาสิ่งสำ คัญ แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งเตะนู่นสะดุดนี่ สุดท้ายก็เตะเข้ากับขาโต๊ะหินจนล้มลงวัดพื้น...ทำไมนะ? ทั้งๆ ที่เขาออกปากเรียกขนาดนี้แล้ว  คนในบ้านถึงไม่ออกมาช่วยตามหาบ้างเลย

    ไม่ไกลสายตา หลังลำแสงสีนวลทอดมา...สิ่งที่เห็นคือดวงตาสีเหลืองทองเบิกโพลงที่จ้องมองมาด้วยความอาฆาตแค้น

    “..อะ..” 

    ความปวดร้าวคล้ายกับถูกบีบคั้นกลั่นออกมาจากร่างนี้ให้หมด...ร่างบางยังคงลากขาย้อนกลับไปยังจุดเดิม ดวงหน้าที่เรียบเฉยไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึกอะไร เพียงเพราะเสียใจมากเกินไปจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรแล้วต่างหาก ราวกับตุ๊ก ตาแก้วที่เต็มไปด้วยรอยร้าว แค่เพียงสัมผัสร่างนี้ก็จะแตกสลาย ขาที่ใช้ก้าวเดินหนักเหมือนไม่ใช่ขาของตัวเอง

    ยิ่งก้าวเข้าไป...แสงวาวจากดวงตาของอาเม็จก็ค่อยๆ เลือนหาย  และยิ่งเข้าไปใกล้แสงที่ลอดผ่านจากหน้าต่าง ก็ยิ่งรู้ว่านั่นไม่ใช่อาเม็จเสียแล้ว...หากเป็นคนๆ หนึ่ง  ที่มีผมดำยุ่งอยู่ตลอดเวลา...แว่นทรงกลมเลื่อนตกลงมาจากใบหน้าคมเข้ม เลือดตรงมุมปากไหลลงมารวมกับเลือดที่ออกมาจากคอซึ่งตั้งอยู่ อาบชโลมทั่วพื้น...

    ...ร่าง...แยกอยู่ต่างหากที่ปลายเท้าของเขา...

     

    ท่ามกลางความเงียบ เสียงร้าวจากภายในกำลังปริแตกดังก้องจนหัวจะระเบิด ถ้าไม่มีคนๆ นั้นแล้ว  ร่างอันแสนโสโครกนี่เขาก็ไม่ต้องการ ให้มันแตกสลายไป...แหลกไปอย่าให้เหลือแม้จะเป็นละอองฝุ่น...

     

    ...ใครก็ได้ฆ่าฉันที...ฆ่าฉันให้ตายที...

     

    ...ฆ่าฉันที... 

    ว...เมี้ยว !  เมี้ยว !

     

    “............” 

     

    โลกที่มองผ่านม่านน้ำตา ช่างขุ่นมัวราวกับหมอกในฤดูหนาวที่เย็นจับขั้วหัวใจ ลิ้นสีชมพูสากๆ กำลังเลียหยาดน้ำตาของเจ้านายอย่างขยันขันแข็ง หลังจากโก่งคอเรียกแทบเป็นแทบตาย เมื่อเห็นฝ่ายนั้นนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงนุ่มนี้ตั้งนาน นัยน์ตาสีนิลยังคงนิ่งข้างมองตรงไปยังเพดานอย่างุนงง หัวใจเต้นดังและเร็วจนรับรู้ว่าหน้าอกกำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง

    อาเม็จเห็นนายมองผ่าน จึงชะโงกหน้าเสนอตัวให้ไปอยู่ในทัศนวิสัยของเขา ก่อนจะส่งเสียงใสเรียกอีกครั้ง แววตาร่าเริงแฝงไปด้วยความขี้เล่นของมันทำให้สเนปเอื้อมมือไปสัมผัส เจ้าแมวน้อยตอบรับมือขาว ด้วยการใช้หน้าเข้าซบไซ้แกมออดอ้อน  สเนปรำพึงเบา 

    ความอบอุ่นนี่เป็นของจริงสินะ”   

    เพียงแค่พูดแค่นี้กลับรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหว น้ำตาไหลเอ่อออกมาอีกครั้ง เจ้าแมวดำตกใจรีบกลับไปเลียน้ำตาใหม่ให้มันเหือดหาย อาจารย์หนุ่มหัวเราะขำพร้อมรีบยกมือขึ้นป้องหน้า

    พอๆ หน้าฉันเลอะน้ำลายนายหมดแล้ว..

    แล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นนั่ง หลังเขาชุ่มเหงื่อไปหมด  ทั้งๆ ที่อากาศก็ออกจะหนาว พอสเนปลุกขึ้นยืน อาเม็จก็เข้ามาดักหน้าส่งสายตาถามเจ้านายว่าจะไปไหน เขายิ้มให้ 

    ฉันจะไปล้างหน้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย นายอยู่ตรงนี้แหละ

    พูดจบก็เดินลากขาช้าๆ เข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องทำงานไป  ท่าเดินยังดูไม่มั่นคงนักทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ อาเม็จนั่งคอยเจ้านายอยู่หน้าประตูไม่ยอมไปไหน ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องคอยอยู่นาน  เพราะอีกฝ่ายคงจะนั่งพักสงบใจอยู่ตรงฝาชักโครกเป็นแน่ นายคงฝันน่ากลัว..แต่ตั้งแต่รู้จักกันมานายไม่เคยฝันเลยนี่นา นอกจากหลับพักผ่อนเฉยๆ 

    สัมผัสที่หกเรียกเจ้าแมวดำหันขวับไปทางทิศของหน้าห้อง แล้วรีบจ้ำอ้าววิ่งออกจากห้องนอนทะลุเข้าห้องทำงาน ประตูห้องเปิดออกแต่ไม่เห็นร่างของผู้มาเยือน อาเม็จหันคอมองตามเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าไปยังโต๊ะทำงาน มันร้องทักเบาๆ แต่คนๆ นั้นกลับไม่สนใจเพราะมัวแต่ดูรูปภาพใบเก่าที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ รูปของคนที่มีใบหน้าคล้ายกัน  ก่อนจะเบนความสนใจไปที่กระเป๋าเงินพูดได้ของเจ้านาย

    “..มิน่าล่ะถึงรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ..เสียงของพ่อนี่เอง..

    แฮร์รี่หัวเราะในลำคออย่างกล้ำกลืน แล้วหันหน้าไปทางห้องนอนของเจ้า ของห้อง นัยน์ตาสีเขียวใสเต็มไปด้วยความหมองเศร้า 

    สุดท้าย...คุณก็ไม่เคยมองมาที่ตัวผมเลยใช่หรือเปล่าฮะศาสตราจารย์? ...สักครั้งเลยเหรอฮะ” 

    คำตอบไม่กลับมาเมื่อคำถามส่งไปไม่ถึง...คำถามมีมากมายล้นโลก แต่คำตอบมักมีเพียงไม่กี่ข้อ เพราะบ้างยากเกินที่จะตอบ บ้างก็ไม่รู้ และบ้างทั้งคนถามและคนตอบต่างรู้คำตอบอยู่แก่ใจแต่ก็ยังทำแชเชือน...คำตอบของเขาคงจะอยู่ในนั้นด้วย

    ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาของคนๆ นั้นฉายกลับมาเป็นตัวตนของแต่ละคน คนที่แสนเกลียดแค่ไหนก็ยังมองเป็นตัวตนที่แท้จริงอยู่ แต่ในสายตานั่นกลับไม่เห็นตัวตนของเขา...เหมือนไม่มีแฮร์รี่อยู่ในโลกนี้ มีเพียงแต่เจมส์ พอตเตอร์เท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้...คือให้คนที่หน้าตาเหมือนเขา

    ...ตราบใดที่ยังเป็นเพียงเงาของอดีต...มือที่ยื่นมาหา ก็ไม่ใช่ของเขาตลอดกาล...

    เด็กหนุ่มสะบัดตัวเดินก้มหน้าออกจากห้องไป โดยทำเหมือนไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ ไม่สนเสียงอาเม็จที่ร้องเรียกเขาแล้วปิดประตูตามเดิม แค่เสียงประตูก็สั่นไหวจิตใจ เป็นดั่งผาสูงชันที่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ข้ามผ่านไปไม่ได้..เป็นครั้งแรกที่เกลียดพ่อมากขนาดนี้ เกลียดตัวเองว่าทำไมถึงไม่เกิดมาให้เจอฝ่ายนั้นเร็วกว่านี้...เกลียดที่ต้องรู้สึกเจ็บปวดได้ขนาดนี้

    เจ้าแมวดำครางเรียกอีกครั้งแม้เสียงฝีเท้าจะลับไปไกล เมื่อเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก มันกระโดดขึ้นโต๊ะไปคาบกระเป๋าเงินวิ่งตรงไปหานาย จากนั้นก็ดึงรูปที่อยู่ข้างในออกมาไม่สนใจเสียงเตือนของกระเป๋า ( ฉันบอกให้ใช้ประหยัดๆ ไงเล่าเซเวอร์รัส นี่นายเปิดเป็นครั้งที่ 13 ของวันแล้วนะ’ ) สเนปอุ้มอาเม็จมาวางไว้บนตักหลังจากลงนั่งบนเตียง  แล้วค่อยปิดกระเป๋า

    อยากจะรู้นักว่าเจ้าพอตเตอร์สาปกระเป๋าฉันไว้กี่ประโยคกัน บ่นได้บ่นดีจริงเชียว นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นของที่แม่ทำให้ ป่านนี้เผาทิ้งแล้ว

    อาจารย์หนุ่มบ่นอุบแล้วผลุบตาลงมองเจ้าเหมียวบนตัก ที่จ้องเขาเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แล้วตั้งหน้าตั้งตาเอาอุ้งเท้าหน้าตบรูปเด็กหนุ่มตาสีมรกตใหญ่ 

    อยากเจอเหรอ  เพิ่งเจอไปนี่นา..ติดใจล่ะสิ เจ้าเด็กนั่นสนิทกับนายนี่

    ไม่ใช่ๆ เมื่อกี้มาน่ะ’ 

    อาเม็จเริ่มใช้ภาษาแมวใบ้คำ โดยการกวักมือไปทางประตูทีทางรูปแฮร์รี่ที แต่ดูเจ้านายก็ไม่ยอมเข้าใจ  แล้วเอามือเกาคางให้มัน

    “..ไม่ต้องกลัว..เดี๋ยวก็มาหรอกน่าเชื่อฉันเถอะ..

    อาจารย์หนุ่มเผยรอยยิ้มแสนหวาน แล้วหยิบรูปถ่ายมาพินิจใกล้ก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าเงินตามเดิม

     

    ..คำถามมีมากมาย.. 

    ..แต่คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว.. 

     

    .....................................

     

    14 กุมภาพันธ์..12.00 น. 

     

    ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง...ถูกเมินโดยสมบูรณ์แบบ...

    ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแซมเทาล้มฟุบไปกับโต๊ะในห้องเรือนกระจก หมดสภาพอย่างสิ้นเชิง ปากก็ยังคงคร่ำครวญไปเรื่อยจนไม่มีอาจารย์คนไหนจะอยู่ทนฟัง ยกเว้นแต่ศาสตราจารย์บินส์ที่ยังนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่ข้างๆ เป็นไปได้ว่าแกคงจะไม่รู้จะลอยไปไหนมากกว่า 

    “..เขาไม่มอง..ก็สื่อสารกันแบบที่ไม่ต้องมองก็รู้เรื่องสิ เธอ...ยีนใช่ไหม ?”

    วิญญาณอาจารย์สอนสังคมแนะนำด้วยเสียงสั่นฟังอู้อี้สไตล์คนแก่ อีกคนเช็ดหัวไปมากับโต๊ะ 

    “..รีมัสครับ..” 

    ลูปินตอบด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน ราวกับจะเฉาตายมันตรงนี้แหละ ตั้ง แต่เมื่อเช้าเดรโกไม่สนใจเขาเลย ขนาดในชั่วโมงของเขา...พอถามคำถามไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบเอง แต่กลับกระซิบบอกแครบแล้วให้ตอบแทน ก็รู้ตัวนะว่าผิดแต่...ก็ขอโทษแล้วไงจะไม่ยกโทษให้เลยเหรอ

    สวัสดีครับศาสตราจารย์บินส์” 

    สเนปเดินเข้ามาทักทายผู้อาวุโส ก่อนจะตวัดสายตาไปมองสภาพตายซากของเพื่อนร่วมงาน แล้วก็เดินกอดชุดอุปกรณ์ชงชาไปนั่งที่ตัวเองทำทีไม่สนใจดังเช่นอาจารย์ท่านอื่นๆ เตือน แต่ในเมื่อเขาไม่สน...ลูปินสนเองก็ได้

    “...เซเวอร์...รัส...

    ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน ตัวเองทำตัวเองก็สำนึกผิดไปซะ ถ้ายังไม่หยุดคร่ำครวญอีก ฉันจะยัดนายลงโถส้วมห้องน้ำชายชั้นสอง ให้ไปเป็นรีมัสจอมคร่ำครวญเสียเลย

    ถึงปากจะพูดตัดรอนก็ยังรินชากลิ่นหอมกรุ่นให้  อีกฝ่ายช้อนตาขึ้นมอง

    นายนี่ดีจังนะ...ผ้าพันคอเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

    ผ้าพันคออะไร ?” 

    สเนปเลิกคิ้วสูง เมื่อเห็นท่าทางว่าเขายังไม่ได้รับของขวัญ ลูปินก็รูดซิปปากทันที เสียงโครมครามจากด้านนอกเรียกให้ผู้ที่อยู่ภายในเรือนกระจกยืดตัวตรงหันไปมองยังทิศนั้น ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผิวสีแทนอุ้มนกฮูกสีเทาวิ่งโวยวายเข้ามา 

    เซเวอร์รัส !  แย่แล้วนกฮูกของฉันมันคอหักซะแล้ว !  ทำยังไงดี !?” 

    ฮังจับคอสัตว์เลี้ยงหมุนให้ดูด้วยความแปลกใจ เพราะมันยังหายใจอยู่ หัวใจก็ยังเต้นเป็นปกติ 

    ฉันเห็นว่ามันจะบินเลยไป ก็เลยเอาก้อนหินขว้างใส่เรียกมันนะ แล้วมันก็หล่นลงมาเป็นแบบเนี่ย” 

    ทั้งสามคนถอนหายใจให้คนมาใหม่อย่างเหนื่อยหน่าย แล้วต่างมองไปทางลูปินเป็นเชิงสั่งให้อธิบายซะ เขาเลยต้องจำใจบอกให้ฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงที่พาให้คนฟังรู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจ

    ฮัง...นกฮูกมันหมุนคอได้รอบทิศอยู่แล้ว...มันใช้การหมุนคอเพื่อการย่อยอาหารน่ะ...แล้วมันก็จะคายกากแข็งๆ ที่ย่อยไม่ได้ออกจากปาก...จบ...

    ชายหนุ่มผิวแทนตบมือให้อย่างร่าเริงก่อนจะหัวเราะแก้เขิน หากแต่คนที่นั่งด้วยเซ็งไปตามๆ กัน ทั้งๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับพวกสัตว์วิเศษแท้ๆ ดันไม่รู้เรื่องสัตว์ธรรมดาเอาซะบ้างเลย

    โชคดีจังที่มันไม่เป็นอะไร ว่าแต่...เซเวอร์รัส เจ้านายฉันเขาฝากถามมาว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะกลับมาจากโปรตุเกสวันไหน  เขาจะมาเยี่ยมน่ะ

    ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงจะเย็นวันนี้ แต่ฉันว่าถ้านายจะส่งนกฮูกไปจริงๆ น่าจะส่งไปหลังจากที่อาจารย์ใหญ่กลับมาก่อน” 

    สเนปเองก็กำลังรอชายชรากลับมาเช่นเดียวกัน เพราะอยากจะบอกเขาด้วยตัวเองว่าริดเดิ้ลอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ไม่ใช่ตั้งรัศมี 40 กิโลเมตรอย่างที่เจ้าหมาขาวเคยว่าไว้ เป็นไปได้ว่าฝ่ายนั้นวางกำลังไว้เพื่อปั่นหัวหลอกพวกเขาเสียด้วยซ้ำ

    พ่อหนุ่มฮังพยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนจะเดินอารมณ์ดีจากไป ถ้าเป็นคนอื่นก็คงสั่งเขาไม่ง่ายเท่ากับอาจารย์สอนปรุงยาคนนี้หรอก ลูปินไม่เคยเห็นใครเชื่อฟัง สเนปเท่าฮังเลย กระทั่งที่ว่าสมัยตอนเด็กๆ นั่นอาจารย์หนุ่มถูกแกล้งแทบตายแต่เพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามายุ่ง ฮังก็ฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัดเหลือเกิน...ยืนกำหมัดแน่นปริ่มจะร้องไห้ไม่ขยับไปไหนทั้งๆ ที่อยากจะเข้าไปช่วย...เพียงเพราะเป็นคำพูดของสเนป จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าสั่งให้ไปตาย...เขาจะไปไหม...

    จริงสิ...นกฮูก !

    ชายผมน้ำตาลคิดบางอย่างออก จึงรีบยันตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งจากไปโดยไม่กล่าวลาเลยสักคำ ศาสตราจารย์บินส์พยักหน้าช้าๆ ขณะที่อีกคนนั่งขมวดคิ้วแน่นเมื่อชาของตัวถูกละเลย  สเนปบ่นอุบ 


    .............................................

     

     

    14 กุมภาพันธ์..20.50 น.

     

    เดรโกเดินถือกล่องช็อกโกแลตบุบๆ บี้ๆ วนเวียนไปมาอยู่หน้าภาพผลไม้ทางเข้าห้องครัว ที่มักจะมีเอลฟ์ประจำบ้านผ่านเข้าผ่านออกอยู่เป็นประจำ แม้มันจะไม่ค่อยอยากให้เห็นตัวมันก็เถอะ แต่วันนี้เขาก็เข้าไปสั่งให้พวกมันเดินผ่านจุดที่เขายืนอยู่ทุกๆนาที  เพื่อป้องกันคนที่นัดเขามา จะทำอะไรประหลาดๆ กับตัวเองเข้า 

    ราวๆ พักกลางวันลูปินส่งนกฮูกมาขอโทษและขอนัดเจอเขา ความจริงเขาก็ไม่โกรธอะไรมากมายหรอกนะเพราะยังไงก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่พอเห็นฝ่ายนั้นเอาแต่ขอโทษขอโพยไม่หยุด เลยเกิดอยากจะงอนขึ้นมาเสียดื้อๆ  ไปๆ มาๆ ก็เลิกไม่ได้เดี๋ยวเสียฟอร์ม กำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะทำยังไงพอมีนกฮูกมาก็โล่งใจ แต่จะให้เข้าไปคุยในห้องทำงานของเจ้ามนุษย์หมาป่าก็ไม่ไหว กลัวจะแปลงร่างขึ้นมาอีกเลยมานัดเจอกันที่นี่ตอน ทุ่ม

    เด็กหนุ่มมองนาฬิกาพกหลังจากเอลฟ์ประจำบ้านตัวหนึ่ง เดินมาดูเขาตามคำสั่ง ความจริงเขามายืนรอร่วมสิบนาทีแล้วล่ะ เพราะหลังจากที่เขาวิ่งเปลือยท่อนบนกลับห้อง แครบกับกอยล์ก็เลยสั่งจำกัดเขตเขาไม่ให้ไปไหนมาไหนคนเดียวเกิน ทุ่ม แต่ถ้าออกเวลานั้นจะไปทันเวลานัดได้ยังไงเล่า เลยแว่บออกมาก่อน

     “..ตอนนี้คงไม่ค่อยมีคนผ่านหรอกนะ..” 

    เดรโกรำพึงแก้มเนียนใสฝาดขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ เขาไม่อยากให้ใครเห็นภาพเขาให้ของขวัญทำมือนี่กับลูปินเท่าไหร่...เสียภาพพจน์หมด

    แต่ดูเหตุการณ์มันจะไม่ตรงกับความปรารถนา เขาเหลือบไปเห็นเด็กสาวผมแดงถักเปียสองข้างยืนหันหลังอยู่ตรงสุดทางเดินแล้วเบ้ปากเซ็ง จึงเดินเข้าไปไล่ให้เธอกลับบ้านไปโดยใช้อำนาจพรีเฟ็คอ้างว่าดึกแล้ว พอเข้าไปตบบ่าทักก็ต้องตก ใจกับภาพที่เห็น สิ่งที่อยู่ใกล้กับเท้าของเธอคืออาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์ในชุดนอนสีน้ำเงินเป็นประกาย กำลังนอนนิ่งทับของเหลวสีแดงสดที่เจิ่งนองเต็มพื้น

    ไม่ทันที่จะหนี...จินนี่ก็หันมาเสือกมีดในมือเข้าที่หน้าท้องของเดรโก เด็กหนุ่มก้มมองมันอย่างงงๆ เมื่อของเหลวแบบเดียวกันนั่นกำลังออกมาจากตัวของเขาบ้าง กล่องของขวัญสีเขียวมันวาวผละหลุดจากมือ พร้อมกับร่างที่ทรุดลงจนหัวเข่ากระแทกพื้น นัยน์ตาสีฟ้าใสปิดลงเคียงข้างกับชายชรา ลมหนาวพัดโดนของ เหลวบนตัวให้รู้สึกหนาวเย็นยิ่งขึ้น...



    ...............................................



    TBC

  •  

    เด็กหนุ่มผมบลอนด์มองซ้ายมองขวา ระวังตัวเต็มที่ตลอดทางที่เดินทางไปห้องทำงานของลูปิน โชคดีระหว่างทางที่แอบย่องออกมาจากบ้านพัก เขาเจอแค่คุณนายนอร์ริสตัวเดียว เลยจัดการสาปมันให้แข็งเป็นหินแล้วโยนมันเข้าตู้เก็บของเรียบร้อย

    ’..เป็นแค่แมว คิดเหรอว่าจะมาขวางเส้นทางรักของคุณหนูผู้งามพร้อมบิว ตี้ซูเปอร์เพอร์เฟ็กสามภพอย่างฉันได้ เหอะ รอก่อนเถอะพอตเตอร์กะยัยหัวฝอยระเบิดเกรนเจอร์และเจ้าตัวประกอบวิสลีย์ ( ’ นายอย่าเอาฉันแพ็ครวมกับสองคนนั่นเซ่ ’ ) กล้ามาปรามาสสบประมาทฉันว่าเป็นเด็กดีนัก คืนนี้แหละ...ฉันจะลอกคราบเป็นผู้ใหญ่ แล้วจะหัวเราะทับถมเจ้าพวกนั้นให้ลิ้นไก่หลุดออกมาเลย..’ 

    เดรโกกางหนังสือคู่มือวัยใสของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับพิมพ์ครั้งที่1 ’ ออกมาตรวจทานรายการสิ่งของที่ต้องใช้คืนนี้อีกทีตรงหน้าห้องของลูปิน เขาเอากล่องช็อกโกแลตบุบๆ บี้ๆ อย่างกับขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ที่ลงมือทำเองจนถึงห่อกล่องออกมาวางไว้ต่างหาก จากนั้นค่อยทวนรายการ...

    ถุงยางอนามัยฯ ไม่รู้จัก หาไม่เจอ ไม่รู้หน้าตาเป็นไง ไม่เป็นไรเราเอาถุงมือยางมาแทนแล้ว อนามัยเหมือนกันเพราะสั่งซื้อมาจากหมอมักเกิ้ล ครีม...เอามาแล้วแบบกลางคืน เอาแบบทาหน้าตอนกลางวันมากันเหนียวด้วย พอนด์ face off , Q10 ไม่พอ ต้องใช้Q 11 ไม่ก็ Q 8 ...เสื้อผ้าชุดใหม่...ชั้นใน...งึมๆ ครบแล้วมั๊ง 

    เอาล่ะ ! เดรโก มัลฟอย สู้ตาย” 

    เด็กหนุ่มให้กำลังใจตัวเองเบาๆ ด้วยการตบมือเป็นจังหวะมาร์ช1-2-3-1-2-3-1-2-1-2-1 แล้วสูดลมหายใจลึกก่อนเคาะประตูไม้ แสงไฟที่ลอดผ่านช่องว่างด้านล่างประตู ทำให้แน่ใจว่าคนที่อยู่ข้างในยังไม่หลับ สักพักเจ้าของห้องก็มาเปิดห้องต้อนรับ เมื่อเห็นแขกร่างเล็กเข้าก็พูดลากเสียงอย่างตกใจ

    ตายล่ะเดรโก...เธอมาได้ยังไงเนี่ย นี่มันดึกแล้วนะ” 

    ว่าแล้วก็รีบชะโงกหน้าออกไปดูนอกห้อง รอบด้านช่างมืดสลัวไม่มีใครผ่านมาเลยกระทั่งวิญญาณ   

    แถมแครบกับกอยล์ไม่ได้มาด้วยอีก” 

    นี่ !  คุณอยากเจอสองคนนั่นมากกว่าผมเหรอฮะ  แล้วเมื่อไหร่จะเชิญผมเข้าไป ผมอุตส่าห์เดินมาคนเดียวเพื่อมาหาคุณ คุณก็น่าจะดีใจสิทำไมทำหน้ายังกับเห็นผีดูดเลือด

    เดรโกเท้าเอวค้อนขวับแก้มโป่งเป็นปลาทอง ชายหนุ่มหัวเราะรีบโค้งต่ำแบมือเชิญคุณชายน้อยบ้านมัลฟอยให้เข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตูกันลมหนาวพัดเข้ามา นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตมองรอบห้อง...มันไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ยกเว้นแต่จะมีสัตว์ประหลาดเพิ่มขึ้น แล้วก็... 

    อันนี้ยาอะไรเหรอฮะ ?” 

    พูดจบก็ชูขวดแก้วขวดเล็กซึ่งบรรจุผงสีเขียวมรกตอยู่เรียกให้คนที่กำลังชงโกโก้ต้อนรับหันมาดู  ลูปินร้องอ้อ 

    ยานอนหลับน่ะเอาไว้ลอยตามลม ศาสตราจารย์สเนปให้ครูมาไว้ป้องกันตัวคราวที่สลับร่างกัน...เห็นบอกว่าถ้าใช้ในปริมาณมากจะทำให้เปลี่ยนสรรพคุณเป็นอีกอย่าง ครูก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่” 

    เขาอธิบายแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงจับประคองมองมันอย่างสนใจ รอยยิ้มก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น 

    ถ้าชอบจะก็เอาไปก็ได้นะ” 

    เดรโกดีใจรีบหันกลับมามองแล้วถามซ้ำให้แน่ใจว่าให้เขาแน่เหรอ ลูปินจึงพยักหน้ารับแล้วพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับวางโกโก้ที่เพิ่งชงเสร็จไว้ที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

    “..ถ้าเธออยากได้อะไรในห้องนี่ก็เลือกเอาไปเถอะ แต่ก่อนอื่นมานั่งดื่มอะ ไรอุ่นๆ ก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเสียก่อน” 

    แล้วก็พยักหน้าเรียก แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม กลับตรงมานั่งแหมะที่ตักเขาเสียได้   

    เอ่อ...เดรโก...เธอนั่งผิดที่” 

    ก็ผมหนาวนี่” 

    ร่างเล็กพูดห้วนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจน้ำเสียงที่แสดงถึงความลำบากใจเมื่อครู่ จากนั้นจึงเอนตัวพิงบ่ากว้าง ดึงแขนข้างหนึ่งของชายหนุ่มขึ้นมาพาดคอต่างผ้าพันคอ แล้วก็ยึดจับเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายดึงแขนกลับ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเจ้าของห้องซึ่งกำลังนั่งแข็งทื่อเป็นเสาหลักเมือง จากนั้นจึงพูดออดอ้อนเสียงหวานกะหว่านเสน่ห์เต็มที่ 

    ตอนที่เดินมานะ  ข้างนอกมันหนาวมากเลย ผมไม่อยากเดินกลับอีก คืนนี้ให้ผมค้างกับคุณที่นี่นะฮะ ?”

    ม...ม...ม...ม...ม...ไม่ได้หรอก...ครูยังมีงานต้องทำอีก” 

    ลูปินฝืนยิ้มบอกมุมปากกระตุกเล็กน้อย เสียงพูดที่ออกมาแหบเหมือนกับไม่ได้กินน้ำมาทั้งวัน และเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้า สวนทางกับอากาศหนาวรอบข้าง ส่วนเดรโกพอโดนปฏิเสธเข้าก็โวยวายไม่พอใจลั่น พลางเหวี่ยงแขนเหวี่ยงขาไปมาในอากาศ หารู้ไม่ว่ากิริยาการเคลื่อนไหวนั่น มันส่งผลกระทบถึงร่างกายลูปินขนาดไหน ( ‘ อ๊าก ! อย่าขย่ม ! ’ ->เสียงในใจ ) เขาต้องรีบยกร่างเล็กให้ออกจากตักโดยเร็ว  แล้วก็รีบลี้ภัยตัวเองหลบไปนั่งตั้งหลักอยู่ตรงมุมห้อง...

    ชายหนุ่มเริ่มพนมมือให้กำแพง ดึงเหตุผลร้อยแปดมาใช้ในการยับยั้งชั่งใจตัวเอง ( โธ่..รีมัสเอ๊ย ทางนั้นน่ะเด็กน่ะเด็ก...อย่าเอานิสัยของเพื่อนมาใช้สิ คุกเชียวนะ...ดีไม่ดีโดนไล่ออกด้วย แกลบผสมข้าวแดงต้องไม่อร่อยแน่ๆ เลย~’ )

     ขณะที่กำลังคิดว่าเขาสงบสติอารมณ์ได้ถึงขั้นหนึ่งแล้ว เจ้าปีศาจน้อยก็บอดี้แอคแทคกระโดดกอดคอเข้าให้  ลูปินไม่กล้าหันไปเมื่อเห็นแขนเล็กๆ เปลือยเปล่าปราศจากอะไรมาปกปิด..

    จะถอดเสื้อทามม้าย !!!!’ 

    ชายหนุ่มตะโกนลั่นในใจ เหงื่อแตกซิกๆ ท่วมเต็มหน้าและฝ่ามือนั่งตัวแข็งอยู่อย่างนั้น เจ้าเด็กข้างหลังเลยกระชับแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิมแล้วกระซิบที่ข้างหู

    หนาวจังเลยฮะศาสตราจารย์..ช่วยกอดผมหน่อยสิ...

    อ้าก~ก !  ตายแน่ๆ งวดนี้ฉันตายแน่ๆ  แน่วแน่ไว้รีมัส’ 

    แล้วลูปินก็งัดชินบัญชรมาท่องในใจ  มือเล็กๆ เข้าปลดผ้าคลุมเขา แต่เจ้าตัวไม่ยอมแพ้รีบสะบัดมันคลุมร่างเดรโกไว้  แล้วสืบก้นถอยหนีเพื่อเว้นระยะห่าง

    ด...เดี๋ยวครูจะเดินไปส่งนะ...ส่งให้ถึงที่เลย...จะบังลมให้มิดไม่ให้หนาวสักนิด

    แล้วจับตามองการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือ เด็กหนุ่มนิ่งเงียบสำรวจผ้าคลุมสีซีดอย่างช้าๆ ครู่หนึ่ง  ก่อนจะเบะปากร้องไห้ออกมา 

    ศาสตราจารย์ไม่รักผมง่ะ  โฮ~!” 

    เจ้าตัวร้ายเริ่มเสแสร้งแหกปากโวยด้วยอัตราเสียงเริ่มต้นที่60 เดซิเบล เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงhappy ดีแตกของลูปิน จึงใจดีลดให้ครึ่งหนึ่ง ( คนขี้โกหก   ไหนบอกว่าของในห้องนี้ผมจะเอาอะไรก็ได้ไง !ก็ผมจะเอาคุณนี่น่า !  แง๊~!!‘ )

    ชายหนุ่มเริ่มเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก เพราะจะใช้เหตุผลปลอบยังไงก็ดูจะไม่เข้าหู หยาดน้ำตาที่อาบไปบนใบหน้าพริ้มเพรามีเลือดฝาดจางเห็นเป็นสีแดงระเรื่อ เริ่มกัดเซาะกำแพงเหตุผลที่ก่อไว้เสียสูงตระหง่าน พอรู้ตัวอีกทีก็เข้าไปเลียซับน้ำตาให้เสียแล้ว

    คนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูน ความอดทนมันก็มีจำกัดเหมือนกัน อีกอย่าง..ลูกผู้ชายอย่างลูปิน..

    ..ฆ่าได้..ยั่วไม่ได้.. 

    “...ถ้าเธอต้องการฉัน...ก็อย่าหนีไปเสียก่อนล่ะ...

    ลูปินกระซิบแล้วปลดกระดุมเสื้อออกบ้าง เผยให้เห็นแผ่นผิวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เดรโกกระพริบตาถี่ แววตายามมองเขาอย่างอ่อนโยนเสมอมาในครานี้ดูแปลกไป  นัยน์ตาสีน้ำตาลทองวาวราวกับส่องแสงได้เอง 

    ขณะที่กำลังชื่นชมกับดวงตาคู่นั้นโลกก็เหมือนจะกลับทิศ เด็กหนุ่มเพิ่งรู้ ตัวว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายโน้มร่างให้ลงมานอนกับพื้นห้องเมื่อครู่ เขาก็ไม่ชอบหรอกนะที่จะนอนบนพื้นห้องแข็งๆ อย่างนี้ข้ามคืน  แต่ถ้าได้นอนหนุนแขนลูปินก็โอเคเพราะยังไงก็เคยนอนแบบนั้นตรงสนามหญ้ามาแล้ว แต่ด้านในก็มีเตียงนี่นา...นอนตรงนั้นดีกว่าตั้งเยอะ

    เดรโกสะดุ้งโหยงความคิดกระจาย เมื่อมือที่หยาบกร้านเริ่มรุกล้ำอำนาจอธิปไตยเตรียมเข้าสู่ฉากสำคัญที่ละครช่องเซนเซอร์  ร่างเล็กเริ่มดิ้นพล่านร้องโวยวายลั่น ( จับอารายตรงน๊าน !!!!!’ ) แต่เสียงโหวกเหวกกลับกลืนหายเข้าไปในลำคอของอีกฝ่ายเสียหมดเหลือเพียงเสียงอู้อี้ แขนขาที่ป่ายปัดถูกจับยึดให้หยุดได้อย่างง่ายดาย..เด็กหนุ่มควรจะรู้ ว่าเรื่องบางเรื่องเริ่มขึ้นมาแล้ว..ห้ามให้หยุดไม่ได้..

    ลูปินผงะตัวขึ้นเมื่อโดนกัดปาก ดูความเจ็บจะใช้ได้ผล แต่ก็ไม่เท่ากับภาพของร่างที่กำลังนอนขดตัวสั่นเป็นลูกนกเพราะความกลัว...กลัวเขา...?

    “..เดรโก..ครู..” 

    รีมาสสสสสสสสสส  ฉันโดนบิลจ๋าถีบออกมาอีกแล้ว !!!

    เจ้าหมาขาวตะโกนลั่น พร้อมผลักประตูเข้ามาทันทีโดยไม่เคาะบอกก่อน พอเห็นภาพเหตุการณ์เข้าก็โค้งขออภัยที่รบกวนเสียต่ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดล็อกลูกบิดประตูให้  แล้วค่อยๆ ลากประตูกลับเข้าที่เดิม  แต่เดรโกกลับเตะผ่าหมากเจ้าของห้องด้วยท่าต่อสู้กับคนบ้ากามท่าที่ที่บิลสอนให้  จากนั้นจึงหยิบข้าวของก้มหน้าก้มตาวิ่งร้องโฮออกไป ซิเรียสมองตามร่างเล็กแล้วค่อยเลื่อนสายตากลับมามองลูปินแล้วรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

    อะฮ่า !  นี่พระจันทร์ก็ยังไม่เต็มดวง  ไหงถึงรีบแปลงร่างเสียล่ะจันทร์เจ้าเพื่อนยาก

    เจ้าหมาขาวเดินเข้ามานั่งยองๆข้างร่างเปลือยครึ่งท่อนของเพื่อน สีหน้า ลูปินเริ่มเปลี่ยนจากซีด  เขียวเป็นสีแดงยับยุ่งก่อนจะพูดครวญ

    “..ฉันจะทำยังดีเท้าปุย..” 

    ถ้านายถามฉันเรื่องไอ้นั่น ฉันก็คงแนะนำให้ไปหาหมอล่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่นายหน้ามืดไปทำอะไรหลานฉันตะกี้ล่ะก้อ...ไม่รู้ด้วยแล้วว่ะ  ตัวใครตัวมัน~” 

    ว่าแล้วก็หัวเราะทับถมความล้มเหลวของอีกฝ่ายเลยโดนถีบเข้าให้ สักพักเจ้ามนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องตลอดเวลา ก็เข้าสู่ภวังค์สำนึกบาปเอามือปิดหน้าคร่ำครวญอีกครั้ง เจ้าหมาขาวตบหลังลูปินทั้งที่ยังหัวเราะขำไม่เลิก

    เอาน่าๆ  นิดๆ หน่อยๆ  นายเป็นอาจารย์นะ  เด็กๆ มีให้เลือกเยอะจะล้มทับตาย  ช่วงนี้เรามาฉลองวันอกหักไปพลางๆ ก่อนดีกว่า  กำลังเบื่อๆ อยู่พอดี อา..พรุ่งนี้ฉันจะมีรักใหม่ Happy Valendie Day”

     “..ฉันไม่ได้อกหักเสียหน่อย..” 

    ลูปินพยายามโต้ตอบ แต่เพราะความไม่แน่ใจจึงพูดออกมาได้แค่ครึ่ง เสียง เลยโดนเจ้าหมาหนุ่มแรงหมีบังคับให้แต่งตัว เตรียมไปหาอะไรดื่มกันข้างนอก ขณะที่กำลังใส่เสื้อ รูปถ่ายเดรโกที่ลูปินจิ๊กมาจากห้องเจ้าตัวก็หล่นลงมา พอเห็นเข้าก็รีบเก็บมาดูใกล้ๆ แล้วก็คร่ำครวญอีกรอบ ( หนูทำพลาดไปแล้วTxT’ ..ปวดจายเจงๆ..) 

    ซิเรียสเข้ามาเท้าศอกกับบ่าอีกฝ่ายแล้วชะโงกดูรูปด้วย 

    นายพกรูปเจ้าหนูไว้ด้วยเหรอเนี่ย ? พกไว้ทำไมกัน

    ก็พกติดตัวไว้จะได้เหมือนอยู่ใกล้กันตลอดเวลาไง ดีออก...อบอุ่นหัวใจ คนกำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” 

    ...ฟื้นคืนชีพ...เล่นเอาบรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีชมพู เหมือนมีใครเอาวิกซอร์-พิงค์มาราด ทำเอาคนเพิ่งโดนถีบออกจากห้องมาหมาดๆ ก้นยังแดงเจ็บแปลบๆ อยู่ทนไม่ได้...รีบยกมือป้องปากเพื่อเป็นเครื่องมือขยายเสียง

    ...นายเพิ่งโดนปฏิเสธไปนะเจ้าบ้ากาม ยังไงต้องโดนทิ้งแน่ๆ อยู่แล้วล่ะ ตัดใจซะเถอะ...( เหอ เหอ )

    ...ได้ผล...ลูปินเข้าไปจมตัวลงในเงามืดตรงมุมห้องแล้วครวญครางอีกครา ( ฉันคงไม่อาจเปลี่ยนจาย ฉันคงไม่อาจทำให้เธอกลับมารักฉัน.. TxT’ ) ซิเรียสชักสนุกกับพฤติกรรมที่ขึ้นๆ ลงๆ ของเพื่อน  แต่รู้สึกสงสารตะหงิดๆ เลยเลิกเล่น

    เอาน่า...พรุ่งนี้แวะไปง้อหน่อยก็หายแล้ว เด็กๆ มันก็ต่างจากผู้ใหญ่ตรงนี้แหละ” 

    เขาพูดติดหัวเราะแล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้...สีหน้าเปลี่ยนไป

    นี่...จันทร์เจ้า...ฉันสมมติอะไรหน่อยได้มั๊ย อย่าโกรธนะ ฉันรับมือนายไม่ไหว ถ้า...ถ้าเดรโกตายตอนนี้นายจะยังพกรูปเขาอีกหรือเปล่า?”

    นายสมมติอะไรของนายน่ะ ?” 

    เสียงทุ้มตอบกลับมาดังขึ้นไม่เหลือเค้าความอ่อนโยนที่เจืออยู่เป็นประจำ แต่พอหายตกใจก็ปรับน้ำหนักเสียงพูดลงเป็นจังหวะปกติ คนตรงหน้าคงมีเหตุผลอะไรที่ถาม

    ...คงจะเก็บไว้ ไม่สิ ฉันจะเก็บไว้ เพราะเขามีค่าสำหรับฉันเหลือเกิน อยากจะเก็บทุกอิริยาบถ แต่ก็เป็นไม่ไปได้ แม้จะทำให้เศร้าเพราะคิดถึง...แต่มันก็เป็นหลักฐานว่า ความรู้สึกรักที่ครั้งหนึ่งเคยมีมันไม่ใช่ความฝัน ลืมแล้วมีรักใหม่มันดูง่ายก็จริง  แต่ฉันจะไม่ลืมเขา แล้วเราคงได้พบกันสักวันหนึ่ง

    แล้วสมมติว่าระหว่างนั้นนายมีคนที่ชอบใหม่ล่ะ ?

    เอ...ถ้าแฟนบอกให้ทิ้งก็คงทิ้งมั๊ง  แต่ถ้าไม่ ก็จะพยายามไม่ให้เขาเห็นน่ะนะ  ทำไมเหรอ ? 

    ซิเรียสถอนหายใจหนัก 

    เจ้าหัวเมือก...ยังเก็บรูปเจมส์ไว้ ฉันเห็นมันหล่นลงมาจากชั้นหนังสือบนโต๊ะทำงานตอนที่มันอาละวาดในห้อง..เก่าน่าดูเลย..

    นัยน์ตาสีเข้มมองตรงมาที่ตาสีน้ำตาลทอง 

    “..นายว่าหมอนั่น...กำลังเห็นเจมส์ผ่านแฮร์รี่หรือเปล่าฉันสังหรณ์ใจ...อย่างที่นายพูดไง เก็บไว้ทุกอิริยาบถน่ะ  แฮร์รี่น่ะกระจกเงาของเจมส์เลยนะ !  มันคิดอะไรของมันกันแน่เนี่ย !?”

    เขาตะคอกลั่นราวกับว่าต้องการให้คำถามนี้ส่งไปถึงคนที่พูดถึง แผ่นอกกระเพื่อมเร็วสูดรับอากาศหลังจากใส่อารมณ์มากไป พอสงบสติอารมณ์ได้สักพักจึงพูดต่อ

    เพราะว่าฉันเองก็เคยหวังว่าแฮร์รี่จะเป็นเหมือนเจมส์เหมือนกัน แล้วฉันก็รู้สึกผิดเสมอมา  มันเป็นเรื่องที่...แย่มากจริงๆ

    เท้าปุย”   

    ลูปินเอื้อมตบบ่าปลอบเพื่อนให้ใจเย็น 

    เรื่องนี้เราตัดสินอะไรเองไม่ได้หรอกนะว่าเซเวอร์รัสจะคิดอย่างไร  บางทีเราน่าจะไปหาอะไรดื่มข้างนอกแล้วปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาสองคน  แต่ฉันเชื่อนะว่าเขาคงไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก” 

    เจ้าหมาขาวพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะแปลงร่างเป็นสัตว์สี่เท้าเดินตามเพื่อนออกไป โดยไม่ใส่ใจกลุ่มไหมพรมสีครีมที่ตกอยู่บนพื้นด้านนอกเลย


     ...................................

     

    14 กุมภาพันธ์ 00.00 น. 

     

    อาเม็จ !

    ชายร่างบางตะโกนเรียกเจ้าแมวขนกำมะหยี่ท่ามกลางความมืดมิด มืดจนไม่เห็นสิ่งใดๆ เลยกระทั่งมือของตัว ไม่อาจรู้ได้เลยว่าตะโกนเรียกมันมานานเท่าไหร่แล้ว คอแห้งผากไปหมด อากาศก็หนาวจนขนลุกเกลียว...ที่นี่ช่างเงียบและวังเวง ไม่มีใครเลย...ไม่มีเลย

    อ..อาเม็จนายอยู่ไหนน่ะ  ออกมาเถอะฉันไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว

    เสียงนุ่มเริ่มสั่นไหวเต็มไปด้วยความกลัว มือเรียวหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อจะร่ายคาถาลูมอสแต่มันกลับไม่อยู่ติดตัว สเนปเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อตามหาสิ่งสำ คัญ แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งเตะนู่นสะดุดนี่ สุดท้ายก็เตะเข้ากับขาโต๊ะหินจนล้มลงวัดพื้น...ทำไมนะ? ทั้งๆ ที่เขาออกปากเรียกขนาดนี้แล้ว  คนในบ้านถึงไม่ออกมาช่วยตามหาบ้างเลย

    ไม่ไกลสายตา หลังลำแสงสีนวลทอดมา...สิ่งที่เห็นคือดวงตาสีเหลืองทองเบิกโพลงที่จ้องมองมาด้วยความอาฆาตแค้น

    “..อะ..” 

    ความปวดร้าวคล้ายกับถูกบีบคั้นกลั่นออกมาจากร่างนี้ให้หมด...ร่างบางยังคงลากขาย้อนกลับไปยังจุดเดิม ดวงหน้าที่เรียบเฉยไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึกอะไร เพียงเพราะเสียใจมากเกินไปจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรแล้วต่างหาก ราวกับตุ๊ก ตาแก้วที่เต็มไปด้วยรอยร้าว แค่เพียงสัมผัสร่างนี้ก็จะแตกสลาย ขาที่ใช้ก้าวเดินหนักเหมือนไม่ใช่ขาของตัวเอง

    ยิ่งก้าวเข้าไป...แสงวาวจากดวงตาของอาเม็จก็ค่อยๆ เลือนหาย  และยิ่งเข้าไปใกล้แสงที่ลอดผ่านจากหน้าต่าง ก็ยิ่งรู้ว่านั่นไม่ใช่อาเม็จเสียแล้ว...หากเป็นคนๆ หนึ่ง  ที่มีผมดำยุ่งอยู่ตลอดเวลา...แว่นทรงกลมเลื่อนตกลงมาจากใบหน้าคมเข้ม เลือดตรงมุมปากไหลลงมารวมกับเลือดที่ออกมาจากคอซึ่งตั้งอยู่ อาบชโลมทั่วพื้น...

    ...ร่าง...แยกอยู่ต่างหากที่ปลายเท้าของเขา...

     

    ท่ามกลางความเงียบ เสียงร้าวจากภายในกำลังปริแตกดังก้องจนหัวจะระเบิด ถ้าไม่มีคนๆ นั้นแล้ว  ร่างอันแสนโสโครกนี่เขาก็ไม่ต้องการ ให้มันแตกสลายไป...แหลกไปอย่าให้เหลือแม้จะเป็นละอองฝุ่น...

     

    ...ใครก็ได้ฆ่าฉันที...ฆ่าฉันให้ตายที...

     

    ...ฆ่าฉันที... 

    ว...เมี้ยว !  เมี้ยว !

     

    “............” 

     

    โลกที่มองผ่านม่านน้ำตา ช่างขุ่นมัวราวกับหมอกในฤดูหนาวที่เย็นจับขั้วหัวใจ ลิ้นสีชมพูสากๆ กำลังเลียหยาดน้ำตาของเจ้านายอย่างขยันขันแข็ง หลังจากโก่งคอเรียกแทบเป็นแทบตาย เมื่อเห็นฝ่ายนั้นนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงนุ่มนี้ตั้งนาน นัยน์ตาสีนิลยังคงนิ่งข้างมองตรงไปยังเพดานอย่างุนงง หัวใจเต้นดังและเร็วจนรับรู้ว่าหน้าอกกำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง

    อาเม็จเห็นนายมองผ่าน จึงชะโงกหน้าเสนอตัวให้ไปอยู่ในทัศนวิสัยของเขา ก่อนจะส่งเสียงใสเรียกอีกครั้ง แววตาร่าเริงแฝงไปด้วยความขี้เล่นของมันทำให้สเนปเอื้อมมือไปสัมผัส เจ้าแมวน้อยตอบรับมือขาว ด้วยการใช้หน้าเข้าซบไซ้แกมออดอ้อน  สเนปรำพึงเบา 

    ความอบอุ่นนี่เป็นของจริงสินะ”   

    เพียงแค่พูดแค่นี้กลับรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหว น้ำตาไหลเอ่อออกมาอีกครั้ง เจ้าแมวดำตกใจรีบกลับไปเลียน้ำตาใหม่ให้มันเหือดหาย อาจารย์หนุ่มหัวเราะขำพร้อมรีบยกมือขึ้นป้องหน้า

    พอๆ หน้าฉันเลอะน้ำลายนายหมดแล้ว..

    แล้วค่อยยันตัวลุกขึ้นนั่ง หลังเขาชุ่มเหงื่อไปหมด  ทั้งๆ ที่อากาศก็ออกจะหนาว พอสเนปลุกขึ้นยืน อาเม็จก็เข้ามาดักหน้าส่งสายตาถามเจ้านายว่าจะไปไหน เขายิ้มให้ 

    ฉันจะไปล้างหน้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย นายอยู่ตรงนี้แหละ

    พูดจบก็เดินลากขาช้าๆ เข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องทำงานไป  ท่าเดินยังดูไม่มั่นคงนักทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ อาเม็จนั่งคอยเจ้านายอยู่หน้าประตูไม่ยอมไปไหน ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องคอยอยู่นาน  เพราะอีกฝ่ายคงจะนั่งพักสงบใจอยู่ตรงฝาชักโครกเป็นแน่ นายคงฝันน่ากลัว..แต่ตั้งแต่รู้จักกันมานายไม่เคยฝันเลยนี่นา นอกจากหลับพักผ่อนเฉยๆ 

    สัมผัสที่หกเรียกเจ้าแมวดำหันขวับไปทางทิศของหน้าห้อง แล้วรีบจ้ำอ้าววิ่งออกจากห้องนอนทะลุเข้าห้องทำงาน ประตูห้องเปิดออกแต่ไม่เห็นร่างของผู้มาเยือน อาเม็จหันคอมองตามเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าไปยังโต๊ะทำงาน มันร้องทักเบาๆ แต่คนๆ นั้นกลับไม่สนใจเพราะมัวแต่ดูรูปภาพใบเก่าที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ รูปของคนที่มีใบหน้าคล้ายกัน  ก่อนจะเบนความสนใจไปที่กระเป๋าเงินพูดได้ของเจ้านาย

    “..มิน่าล่ะถึงรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ..เสียงของพ่อนี่เอง..

    แฮร์รี่หัวเราะในลำคออย่างกล้ำกลืน แล้วหันหน้าไปทางห้องนอนของเจ้า ของห้อง นัยน์ตาสีเขียวใสเต็มไปด้วยความหมองเศร้า 

    สุดท้าย...คุณก็ไม่เคยมองมาที่ตัวผมเลยใช่หรือเปล่าฮะศาสตราจารย์? ...สักครั้งเลยเหรอฮะ” 

    คำตอบไม่กลับมาเมื่อคำถามส่งไปไม่ถึง...คำถามมีมากมายล้นโลก แต่คำตอบมักมีเพียงไม่กี่ข้อ เพราะบ้างยากเกินที่จะตอบ บ้างก็ไม่รู้ และบ้างทั้งคนถามและคนตอบต่างรู้คำตอบอยู่แก่ใจแต่ก็ยังทำแชเชือน...คำตอบของเขาคงจะอยู่ในนั้นด้วย

    ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาของคนๆ นั้นฉายกลับมาเป็นตัวตนของแต่ละคน คนที่แสนเกลียดแค่ไหนก็ยังมองเป็นตัวตนที่แท้จริงอยู่ แต่ในสายตานั่นกลับไม่เห็นตัวตนของเขา...เหมือนไม่มีแฮร์รี่อยู่ในโลกนี้ มีเพียงแต่เจมส์ พอตเตอร์เท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้...คือให้คนที่หน้าตาเหมือนเขา

    ...ตราบใดที่ยังเป็นเพียงเงาของอดีต...มือที่ยื่นมาหา ก็ไม่ใช่ของเขาตลอดกาล...

    เด็กหนุ่มสะบัดตัวเดินก้มหน้าออกจากห้องไป โดยทำเหมือนไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ ไม่สนเสียงอาเม็จที่ร้องเรียกเขาแล้วปิดประตูตามเดิม แค่เสียงประตูก็สั่นไหวจิตใจ เป็นดั่งผาสูงชันที่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ข้ามผ่านไปไม่ได้..เป็นครั้งแรกที่เกลียดพ่อมากขนาดนี้ เกลียดตัวเองว่าทำไมถึงไม่เกิดมาให้เจอฝ่ายนั้นเร็วกว่านี้...เกลียดที่ต้องรู้สึกเจ็บปวดได้ขนาดนี้

    เจ้าแมวดำครางเรียกอีกครั้งแม้เสียงฝีเท้าจะลับไปไกล เมื่อเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก มันกระโดดขึ้นโต๊ะไปคาบกระเป๋าเงินวิ่งตรงไปหานาย จากนั้นก็ดึงรูปที่อยู่ข้างในออกมาไม่สนใจเสียงเตือนของกระเป๋า ( ฉันบอกให้ใช้ประหยัดๆ ไงเล่าเซเวอร์รัส นี่นายเปิดเป็นครั้งที่ 13 ของวันแล้วนะ’ ) สเนปอุ้มอาเม็จมาวางไว้บนตักหลังจากลงนั่งบนเตียง  แล้วค่อยปิดกระเป๋า

    อยากจะรู้นักว่าเจ้าพอตเตอร์สาปกระเป๋าฉันไว้กี่ประโยคกัน บ่นได้บ่นดีจริงเชียว นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นของที่แม่ทำให้ ป่านนี้เผาทิ้งแล้ว

    อาจารย์หนุ่มบ่นอุบแล้วผลุบตาลงมองเจ้าเหมียวบนตัก ที่จ้องเขาเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แล้วตั้งหน้าตั้งตาเอาอุ้งเท้าหน้าตบรูปเด็กหนุ่มตาสีมรกตใหญ่ 

    อยากเจอเหรอ  เพิ่งเจอไปนี่นา..ติดใจล่ะสิ เจ้าเด็กนั่นสนิทกับนายนี่

    ไม่ใช่ๆ เมื่อกี้มาน่ะ’ 

    อาเม็จเริ่มใช้ภาษาแมวใบ้คำ โดยการกวักมือไปทางประตูทีทางรูปแฮร์รี่ที แต่ดูเจ้านายก็ไม่ยอมเข้าใจ  แล้วเอามือเกาคางให้มัน

    “..ไม่ต้องกลัว..เดี๋ยวก็มาหรอกน่าเชื่อฉันเถอะ..

    อาจารย์หนุ่มเผยรอยยิ้มแสนหวาน แล้วหยิบรูปถ่ายมาพินิจใกล้ก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าเงินตามเดิม

     

    ..คำถามมีมากมาย.. 

    ..แต่คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว.. 

     

    ........................................

     

    14 กุมภาพันธ์..12.00 น. 

     

    ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง...ถูกเมินโดยสมบูรณ์แบบ...

    ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแซมเทาล้มฟุบไปกับโต๊ะในห้องเรือนกระจก หมดสภาพอย่างสิ้นเชิง ปากก็ยังคงคร่ำครวญไปเรื่อยจนไม่มีอาจารย์คนไหนจะอยู่ทนฟัง ยกเว้นแต่ศาสตราจารย์บินส์ที่ยังนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่ข้างๆ เป็นไปได้ว่าแกคงจะไม่รู้จะลอยไปไหนมากกว่า 

    “..เขาไม่มอง..ก็สื่อสารกันแบบที่ไม่ต้องมองก็รู้เรื่องสิ เธอ...ยีนใช่ไหม ?”

    วิญญาณอาจารย์สอนสังคมแนะนำด้วยเสียงสั่นฟังอู้อี้สไตล์คนแก่ อีกคนเช็ดหัวไปมากับโต๊ะ 

    “..รีมัสครับ..” 

    ลูปินตอบด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน ราวกับจะเฉาตายมันตรงนี้แหละ ตั้ง แต่เมื่อเช้าเดรโกไม่สนใจเขาเลย ขนาดในชั่วโมงของเขา...พอถามคำถามไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบเอง แต่กลับกระซิบบอกแครบแล้วให้ตอบแทน ก็รู้ตัวนะว่าผิดแต่...ก็ขอโทษแล้วไงจะไม่ยกโทษให้เลยเหรอ

    สวัสดีครับศาสตราจารย์บินส์” 

    สเนปเดินเข้ามาทักทายผู้อาวุโส ก่อนจะตวัดสายตาไปมองสภาพตายซากของเพื่อนร่วมงาน แล้วก็เดินกอดชุดอุปกรณ์ชงชาไปนั่งที่ตัวเองทำทีไม่สนใจดังเช่นอาจารย์ท่านอื่นๆ เตือน แต่ในเมื่อเขาไม่สน...ลูปินสนเองก็ได้

    “...เซเวอร์...รัส...

    ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน ตัวเองทำตัวเองก็สำนึกผิดไปซะ ถ้ายังไม่หยุดคร่ำครวญอีก ฉันจะยัดนายลงโถส้วมห้องน้ำชายชั้นสอง ให้ไปเป็นรีมัสจอมคร่ำครวญเสียเลย

    ถึงปากจะพูดตัดรอนก็ยังรินชากลิ่นหอมกรุ่นให้  อีกฝ่ายช้อนตาขึ้นมอง

    นายนี่ดีจังนะ...ผ้าพันคอเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

    ผ้าพันคออะไร ?” 

    สเนปเลิกคิ้วสูง เมื่อเห็นท่าทางว่าเขายังไม่ได้รับของขวัญ ลูปินก็รูดซิปปากทันที เสียงโครมครามจากด้านนอกเรียกให้ผู้ที่อยู่ภายในเรือนกระจกยืดตัวตรงหันไปมองยังทิศนั้น ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มผิวสีแทนอุ้มนกฮูกสีเทาวิ่งโวยวายเข้ามา 

    เซเวอร์รัส !  แย่แล้วนกฮูกของฉันมันคอหักซะแล้ว !  ทำยังไงดี !?” 

    ฮังจับคอสัตว์เลี้ยงหมุนให้ดูด้วยความแปลกใจ เพราะมันยังหายใจอยู่ หัวใจก็ยังเต้นเป็นปกติ 

    ฉันเห็นว่ามันจะบินเลยไป ก็เลยเอาก้อนหินขว้างใส่เรียกมันนะ แล้วมันก็หล่นลงมาเป็นแบบเนี่ย” 

    ทั้งสามคนถอนหายใจให้คนมาใหม่อย่างเหนื่อยหน่าย แล้วต่างมองไปทางลูปินเป็นเชิงสั่งให้อธิบายซะ เขาเลยต้องจำใจบอกให้ฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงที่พาให้คนฟังรู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจ

    ฮัง...นกฮูกมันหมุนคอได้รอบทิศอยู่แล้ว...มันใช้การหมุนคอเพื่อการย่อยอาหารน่ะ...แล้วมันก็จะคายกากแข็งๆ ที่ย่อยไม่ได้ออกจากปาก...จบ...

    ชายหนุ่มผิวแทนตบมือให้อย่างร่าเริงก่อนจะหัวเราะแก้เขิน หากแต่คนที่นั่งด้วยเซ็งไปตามๆ กัน ทั้งๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับพวกสัตว์วิเศษแท้ๆ ดันไม่รู้เรื่องสัตว์ธรรมดาเอาซะบ้างเลย

    โชคดีจังที่มันไม่เป็นอะไร ว่าแต่...เซเวอร์รัส เจ้านายฉันเขาฝากถามมาว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะกลับมาจากโปรตุเกสวันไหน  เขาจะมาเยี่ยมน่ะ

    ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงจะเย็นวันนี้ แต่ฉันว่าถ้านายจะส่งนกฮูกไปจริงๆ น่าจะส่งไปหลังจากที่อาจารย์ใหญ่กลับมาก่อน” 

    สเนปเองก็กำลังรอชายชรากลับมาเช่นเดียวกัน เพราะอยากจะบอกเขาด้วยตัวเองว่าริดเดิ้ลอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ไม่ใช่ตั้งรัศมี 40 กิโลเมตรอย่างที่เจ้าหมาขาวเคยว่าไว้ เป็นไปได้ว่าฝ่ายนั้นวางกำลังไว้เพื่อปั่นหัวหลอกพวกเขาเสียด้วยซ้ำ

    พ่อหนุ่มฮังพยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนจะเดินอารมณ์ดีจากไป ถ้าเป็นคนอื่นก็คงสั่งเขาไม่ง่ายเท่ากับอาจารย์สอนปรุงยาคนนี้หรอก ลูปินไม่เคยเห็นใครเชื่อฟัง สเนปเท่าฮังเลย กระทั่งที่ว่าสมัยตอนเด็กๆ นั่นอาจารย์หนุ่มถูกแกล้งแทบตายแต่เพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามายุ่ง ฮังก็ฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัดเหลือเกิน...ยืนกำหมัดแน่นปริ่มจะร้องไห้ไม่ขยับไปไหนทั้งๆ ที่อยากจะเข้าไปช่วย...เพียงเพราะเป็นคำพูดของสเนป จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าสั่งให้ไปตาย...เขาจะไปไหม...

    จริงสิ...นกฮูก !

    ชายผมน้ำตาลคิดบางอย่างออก จึงรีบยันตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งจากไปโดยไม่กล่าวลาเลยสักคำ ศาสตราจารย์บินส์พยักหน้าช้าๆ ขณะที่อีกคนนั่งขมวดคิ้วแน่นเมื่อชาของตัวถูกละเลย  สเนปบ่นอุบ 


     ..................................................

     

    14 กุมภาพันธ์..20.50 น.

     

    เดรโกเดินถือกล่องช็อกโกแลตบุบๆ บี้ๆ วนเวียนไปมาอยู่หน้าภาพผลไม้ทางเข้าห้องครัว ที่มักจะมีเอลฟ์ประจำบ้านผ่านเข้าผ่านออกอยู่เป็นประจำ แม้มันจะไม่ค่อยอยากให้เห็นตัวมันก็เถอะ แต่วันนี้เขาก็เข้าไปสั่งให้พวกมันเดินผ่านจุดที่เขายืนอยู่ทุกๆนาที  เพื่อป้องกันคนที่นัดเขามา จะทำอะไรประหลาดๆ กับตัวเองเข้า 

    ราวๆ พักกลางวันลูปินส่งนกฮูกมาขอโทษและขอนัดเจอเขา ความจริงเขาก็ไม่โกรธอะไรมากมายหรอกนะเพราะยังไงก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่พอเห็นฝ่ายนั้นเอาแต่ขอโทษขอโพยไม่หยุด เลยเกิดอยากจะงอนขึ้นมาเสียดื้อๆ  ไปๆ มาๆ ก็เลิกไม่ได้เดี๋ยวเสียฟอร์ม กำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะทำยังไงพอมีนกฮูกมาก็โล่งใจ แต่จะให้เข้าไปคุยในห้องทำงานของเจ้ามนุษย์หมาป่าก็ไม่ไหว กลัวจะแปลงร่างขึ้นมาอีกเลยมานัดเจอกันที่นี่ตอน ทุ่ม

    เด็กหนุ่มมองนาฬิกาพกหลังจากเอลฟ์ประจำบ้านตัวหนึ่ง เดินมาดูเขาตามคำสั่ง ความจริงเขามายืนรอร่วมสิบนาทีแล้วล่ะ เพราะหลังจากที่เขาวิ่งเปลือยท่อนบนกลับห้อง แครบกับกอยล์ก็เลยสั่งจำกัดเขตเขาไม่ให้ไปไหนมาไหนคนเดียวเกิน ทุ่ม แต่ถ้าออกเวลานั้นจะไปทันเวลานัดได้ยังไงเล่า เลยแว่บออกมาก่อน

     “..ตอนนี้คงไม่ค่อยมีคนผ่านหรอกนะ..” 

    เดรโกรำพึงแก้มเนียนใสฝาดขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ เขาไม่อยากให้ใครเห็นภาพเขาให้ของขวัญทำมือนี่กับลูปินเท่าไหร่...เสียภาพพจน์หมด

    แต่ดูเหตุการณ์มันจะไม่ตรงกับความปรารถนา เขาเหลือบไปเห็นเด็กสาวผมแดงถักเปียสองข้างยืนหันหลังอยู่ตรงสุดทางเดินแล้วเบ้ปากเซ็ง จึงเดินเข้าไปไล่ให้เธอกลับบ้านไปโดยใช้อำนาจพรีเฟ็คอ้างว่าดึกแล้ว พอเข้าไปตบบ่าทักก็ต้องตก ใจกับภาพที่เห็น สิ่งที่อยู่ใกล้กับเท้าของเธอคืออาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์ในชุดนอนสีน้ำเงินเป็นประกาย กำลังนอนนิ่งทับของเหลวสีแดงสดที่เจิ่งนองเต็มพื้น

    ไม่ทันที่จะหนี...จินนี่ก็หันมาเสือกมีดในมือเข้าที่หน้าท้องของเดรโก เด็กหนุ่มก้มมองมันอย่างงงๆ เมื่อของเหลวแบบเดียวกันนั่นกำลังออกมาจากตัวของเขาบ้าง กล่องของขวัญสีเขียวมันวาวผละหลุดจากมือ พร้อมกับร่างที่ทรุดลงจนหัวเข่ากระแทกพื้น นัยน์ตาสีฟ้าใสปิดลงเคียงข้างกับชายชรา ลมหนาวพัดโดนของ เหลวบนตัวให้รู้สึกหนาวเย็นยิ่งขึ้น...



    ......................................




    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in