Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #18
  • Author's note ::

    ฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นนานแล้วในช่วงเล่ม4-5 ยังไม่มีภาพของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ตจากหนังที่ชัดเจนเช่นปัจจุบัน และภาค second นี้เป็นตอนต่อจาก come with me โวลเดอร์มอร์ตในฟิคมีรูปลักษณ์เป็น ทอม ริดเดิ้ล แบบในนิยายต้นฉบับ


    .............................................



    เสียงหัวเราะสดใสของผู้คนรอบข้าง กลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงดังก้องอยู่ข้างหู ลำคอแห้งผากแต่มือกลับชื้นไปด้วยเหงื่อ คนตรงหน้ายิ้มบางๆ มองมาอย่างนิ่งสงบเหมือนน้ำบริสุทธิ์อันแสนเยียบเย็น หากแต่กลับอันตรายเหมือนมีดแหลมคม...ที่กำลังจ่อคอหอยของเขาอยู่... 

    ผมช่วยฉุดคุณให้ลุกขึ้นนะ” 

    ชายร่างสูงพูดพร้อมยื่นมือไปหา แต่สเนปกลับรีบลุกขึ้นแล้วเสือกเท้าถอยหลังครึ่งก้าวตั้งหลัก อีกมือหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาเตรียมพร้อมป้องกัน เมื่อเห็นปฏิกิริยานั่น  ฝ่ายนั้นจึงเลิกคิ้วขึ้นแล้วก้มหน้าหัวเราะเบาๆ 

    ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ” 

    ทันทีที่นัยน์ตาสีสดตวัดขึ้นจ้อง ท้องแขนก็ร้อนขึ้นราวกับมีใครเอาเหล็กร้อนมานาบ ไม้กายสิทธิ์ผละจากมือขาวร่วงลงสู่พื้น...คนๆ นั้นร่ายเวทแกล้งเขา...

     “ไม้กายสิทธิ์อันใหม่หรือครับ?” 

    ริดเดิ้ลยิ้มถามก่อนเอามือออกจากไม้กายสิทธิ์ของตนที่นาบอยู่ แล้วโน้มตัวลงเก็บไม้กายสิทธิ์ที่ตกอยู่ แต่อาเม็จกระโจนเข้าตะปบหลังมือนั่นจนเลือดซิบ ก่อนจะคาบของสำคัญกลับมาให้เจ้าของอย่างรวดเร็ว สเนปยืนมองอีกฝ่ายที่ยิ้มให้กับบาดแผล

    นั่นก็แมวตัวใหม่สินะ

    อาจารย์หนุ่มกอดเจ้าแมวที่กำลังขู่ฟ่อขนตั้งชันไว้แนบอก รอยยิ้มที่มากับน้ำเสียงเย็นชา  เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าเริ่มบันดาลโทสะเสียแล้ว ในสถานการณ์ที่ไม่อาจหันหลังหนีหรือต่อสู้ได้เช่นนี้ เขาไม่รู้เลยว่าจะทำเช่นไรดี ริดเดิ้ลจับมืออีกฝ่ายมาประคองไว้ 

    อย่ากังวลไปเลย...วันนี้ผมแค่ออกมาเดินเล่นเท่านั้น

    เขาพูดต่ออย่างสุภาพ หากแต่บางสิ่งแฝงอยู่ในแววตาทำให้ไม่อาจปักใจเชื่อ คำพูดเมื่อครู่ออกมาเกลี้ยกล่อมเพราะรับรู้ถึงความเกรงกลัว รอยยิ้มเป็นเพียงเครื่องมือ..

    เราก็ไม่ได้เจอกันเสียนาน  ถ้ายังไงช่วยเสียสละเวลาสักเล็กน้อย  มานั่งคุยกับผมสักหน่อย  เมื่อครู่ผมเพิ่งจะเดินผ่านคอฟฟี่ช็อปตรงทางเลี้ยวนี้มา..เห็นมันน่ารักดี ลองเข้าไปที่นั่นดูไหม ?”

    “...ปล่อย...

    เพียงแค่คำพูดคำเดียวยังยากจะบังคับเปล่งมันออกมา วาจาคล้ายถูกกัดกินให้เลือนหาย แต่ชายร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานกลับแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำสั่ง แล้วจับกระชับมือข้างนั้นแน่นกว่าเดิมอย่างท้าทาย พลางกวาดสายตาพินิจมองใบหน้าของคนที่ไม่ได้เจอมานานอย่างไม่เกรงใจ แต่เพราะเสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มที่วิ่งกระ หืดกระหอบตรงมา ทำให้ต้องละสายตา แฮร์รี่เข้ามาดึงมือของสเนปกลับมาอยู่ข้างตัวก่อนจะถามห้วน

    คุณเป็นใคร !?” 

    ...แล้วกล้าดียังไงมาจับมือศาสตราจารย์ของฉันห่ะ?...

    เด็กหนุ่มจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลาสุภาพอย่างหัวเสีย แผลเป็นตรงหน้าผากเจ็บแปลบคล้ายกับถูกไฟฟ้าจี้ แต่เจ้าตัวไม่สนใจนึกว่ามันเจ็บขึ้นเพราะกำลังโกรธ เค้าโครงหน้าของชายตรงหน้า ช่างคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับเคยเห็นที่ไหน ริด เดิ้ลมองตอบแล้วจับแว่นสีชาซึ่งวางอยู่บนดั้งจมูกที่โด่งเป็นสัน เพื่อใช้มือบดบังใบ หน้าซึ่งกำลังถูกสำรวจ จากนั้นก็ดันแว่นขึ้นเล็กน้อย กระตุกความคิดอีกฝ่ายให้หันเหจับจ้องมาทางวัตถุที่เคลื่อนไหวแทนหน้าของเขา แล้วดึงความสนใจแฮร์รี่อีกครั้งด้วยการเปลี่ยนบทสนทนาที่เด็กหนุ่มไม่ชอบ 

    แฮร์รี่ พอตเตอร์ใช่ไหมครับ ?...ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอคุณที่นี่” 

    เขาพูดช้าๆเลี่ยงการตอบคำถาม เจ้าของชื่อรีบตะกุยผมลงมาปิดแผลเป็น 

    ผมชื่นชมผลงานคุณมากทีเดียว กับการที่เข้าต่อสู้กับ เขาคนนั้น’ อย่างกล้าหาญหลายต่อหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่จนถึงบัด นี้  คงจะใช้ชีวิตหนุ่มสาวได้อย่างคุ้มค่าแล้วสินะครับ

    ...เอ...” 

    เด็กหนุ่มผมยุ่งชักรู้สึกแปลกๆ กับประโยคที่ได้ยิน เขาหันไปถามสเนป 

    เพื่อนหรือฮะศาสตราจารย์ ?”

    ไม่มีคำพูดใดลอดออกมาจากริมฝีปากบางที่กำลังสั่นน้อยๆ อาจารย์หนุ่มจับมือเขาแน่นขึ้นแล้วเตรียมตัวจะพาเดินถอยหนี แต่ริดเดิ้ลกลับขยับตัวเล็กน้อยดักทางเอาไว้แล้วคลี่ยิ้ม

    บางทีจะเรียกว่าเป็นเพื่อนก็คงไม่เหมาะเท่าไร แต่อย่างไรเสียผมรู้จักกับเซเวอร์รัสมานานแล้ว  แน่นอน...และผมรู้จักกับพ่อของคุณด้วย

     “รู้จักกับพ่อผมด้วย?”

    ใช่ ถึงเราจะเจอกันไม่กี่ครั้ง  และพูดคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคก็ตาม  แต่มันก็เป็นความทรงจำที่ดีมากจริงๆ ถึงตอนนี้แค่เพียงหลับตาใบหน้านั่นก็แจ่มชัด พอได้มามองเธอตรงๆ ก็ยิ่งทำให้คิดว่าใครหลายๆ คนคงต่างสื่อความรู้สึกให้กับเธอ ราวกับเธอเป็นพ่อของเธอ...เพราะเธอเหมือนพ่อเธอมากทีเดียว...

    เขาพูดพลางเชยคางของคู่สนทนา ให้อยู่ในมุมที่จะมองใบหน้าใสได้อย่างถ้วนทั่ว จากนั้นจึงย้ายตัวไปด้านหลังแฮร์รี่อย่างไม่รีบร้อน มือนั้นลงเลื่อนมาโอบรอบคอ แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้าย ริดเดิ้ลโน้มตัวลงแล้วพูดเบาและต่ำราวเสียงของขู่ของงู 

    ...จากนี้ไปก็คงจะ เหมือน’ มากแน่ๆ...

    ความหวาดกลัวแล่นผ่านทุกอณูของร่างกาย  อาจารย์สอนปรุงยารีบกระ ชากแขนเด็กหนุ่มให้กลับมาแล้วซ่อนเขาไว้ข้างหลัง แม้จะกลัวจนลืมหายใจไปชั่ว ขณะ ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด แต่ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมปล่อยให้แฮร์รี่ตายต่อหน้าต่อตา ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นดวงตาสีสดของฝ่ายตรงข้าม ที่ฉายแววเจ็บปวดชั่วเสี้ยววินาที  ริดเดิ้ลทำทีไม่สนใจแล้วหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดู

    ...ผมคงต้องขอตัวก่อนล่ะครับ ไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่” 

    เขายิ้มลาเด็กที่อยากจะฆ่าให้ตายคามือเสียตรงนี้ แล้วค่อยปรายยิ้มไปยังร่างบาง   ไว้หาโอกาสเหมาะๆ ได้  เรามาดื่มชากันนะครับ

    นัยน์ตาสีนิลจับจ้องแผ่นหลังที่หันเดินห่างไป ปลายนิ้วยังคงสั่นเพราะความกลัวที่ยังตกค้าง เจ้าคนอันตรายนั่นกล้าพาร่างอันแสนโสมมเดินอยู่กลางแสง แดดพร้อมกับผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ ซ่อนเก็บเขี้ยวเล็บที่นำมาซึ่งความตายเสียมิดชิด

    เมื่อรับรู้ถึงสายลมที่เริ่มพัดผ่านจากทิศที่ยืนอยู่เข้าหาร่างที่เดินจากไป ก็คล้ายเป็นดั่งสายน้ำปลุกอาจารย์หนุ่มให้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ฝันร้าย มือขาวซีดรีบควานหาขวดยาซึ่งเก็บติดตัว เตรียมลอยผงสีมรกตไปตามกระแสลมหวังวางยาอีกฝ่าย ต้องการเพียงให้หลับเพราะไม่อาจตัดใจใช้ยาพิษทำร้ายกลางฝูงชนเช่นนี้

    แต่ทันทีที่นิ้วมือสะกิดจุกขวดยา ร่างสูงโปร่งก็หมุนตัวกลับมาพร้อมกับบังเกิดสายลมแรงราวพายุ พัดย้อนเข้าหาร่างบางที่เคยยืนอยู่ทางต้นลม ซัดใส่จนแทบทรงตัวไม่อยู่ 

    เมื่อสายลมสิ้นสุด...ร่างก็อันตรธานไป


    .................................

     

     

    ทั้งที่เงาของมารร้ายพาดผ่านใจกลางหมู่บ้านฮอกมีดส์ กลับไม่มีผู้ใดล่วง รู้ถึงแม้จะอยู่ใกล้จนลมหายใจเกือบรดต้นคอ ดังนั้นเหตุการณ์ของอีกฟากหนึ่งของถนนจึงยังคงดำเนินไปอย่างปกติ จินนี่กับลูน่ายังคงเดินคุยกันอย่างสบายอารมณ์

    จินนี่ ฉันต้องไปซื้อดอกกะหล่ำกะจะให้คนอื่นๆ ในวันวาเลนไทน์น่ะ แล้วจะเลยไปถ่ายภาพคฤหาสน์ตรงสุดถนนนู่น ปาราวตีไม่สบายเลยฝากฉันมา ส่วนเธอต้องไปซื้อการ์ตูนตรงร้านที่ตั้งอยู่อีกทางใช่มะ งั้นเราแยกกันตรงนี้เลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาเธอ” 

    ลูน่าถามด้วยน้ำเสียงฝันๆ ตามแบบฉบับเฉพาะตัว พร้อมกับชี้ไปทางที่ตั้งของเรือนสไตล์ยุโรปที่ดูรกร้างอย่างกับบ้านผีสิง จินนี่รีบรั้งเพื่อนไว้

    เราไปพร้อมกันก็ได้นี่นา  เอาแบบนี้ก็แล้วกันเธอก็ไปซื้อดอกกะหล่ำ ส่วนฉันก็ไปซื้อการ์ตูน เสร็จแล้วเราค่อยมาเจอกันตรงแยกนั้น แล้วค่อยไปถ่ายรูปกัน โอเคนะ” 

    เมื่อตกลงนัดหมายกันได้ สองสาวก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตัว เด็กสาวผมแดงวิ่งรี่ไปร้านขายหนังสืออย่างร่าเริง หางเปียทั้งสองข้างสะบัดไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว  พอมาถึงที่หมายก็สอดส่องหาของที่ต้องการทันที 

    “B-love เล่มใหม่อยู่ไหนนะB-loveๆ โอ๊ะ ! เจอแล้ว !” 

    เจ้าตัวแทบจะเข้าตะครุบ อยากจะกรี๊ดสัก 4-5 รอบติดๆ กันเพราะหน้าปกเป็นคู่ที่ชอบ  จินนี่ยังคงเดินสำรวจในร้านต่อเผื่อว่าจะมีการ์ตูนหน้าปกส่อๆ หลุดรอดสายตาไป ส่วน B-love ที่ว่าก็ถูกกอดแนบอกอย่างทะนุถนอม พลันนัยน์ตาคู่สวยตวัดขวับไปยังการ์ตูน ที่ไม่มีถุงพลาสติกห่ออยู่อย่างรวดเร็ว มือเล็กคว้าหมับมาอ่านทันที 

    ลาภลอยๆ โชคดีจริงๆ เรา  อ่านฟรีไม่เสียตังค์ด้วย

    เด็กสาวหัวเราะคิกคักนั่งอ่านไปปาดน้ำลายไป การนั่งอ่านจะทำให้เจ้า ของร้านไม่ทันสังเกต เมื่อเห็นคนที่ลักขณาดูท่าทางแล้วไม่ใช่ชาวสมาคมผู้พิทักษ์ฯ ก็ค่อยลดหนังสือลงเป็นระยะๆ ตามมารยาท..รู้สึกมีความสุขขึ้นที่ได้ลับๆ ล่อๆ แอบอ่านในที่สาธารณะ ขณะเดียวกันก็แอบเมียงมองเหยื่อหน้าตาดี ที่กล้าเดินมาแบบแพ็คคู่แล้วจิ้นกระจายวายกระจุยให้ชื่นมื่นหัวใจ...มีฟามสุขค่า...

    โอ๊ะ ! มีชายหนุ่มคู่หนึ่งกำลังยืนซุบซิบกันในมุมมืดของร้านหนังสือ แถมอ่านหนังสือเล่มเดียวกันจนหน้าแทบจะชิดกันแหนะ ! อ๊า~ง ~!’ 

    เธอรีบยกหนังสือขึ้นมาปิดหน้าแอบวี๊ดว๊ายในใจ แล้วค่อยแอบมองคู่ที่ว่านั้นผ่านช่องว่างของหนังสือที่วางเรียงไว้อยู่บนชั้น

    พ่อมดทั้งคู่ต่างแต่งชุดที่เหมือนกับเอาผ้าผืนใหญ่มาคลุมไว้จนปกปิดทั่วทั้งร่างอย่างมิดชิด แต่เธอก็ยังเห็นอยู่ดีเพราะอยู่ในมุมเงย คนหนึ่งออกจะดำคล้ำแดดหน้าตาราวๆ สามสิบกว่า ส่วนอีกคนนั้นหันหลังให้อยู่ แต่พอจะรู้ว่าเขามีลักษณะอย่างไร  จากมือขาวและผมบลอนด์ยาวที่ทิ้งตัวพ้นอาภรณ์ออกมา

    จินนี่ควักหูยืดยาวที่เฟร็ดกับจอร์จให้เธอไว้ใช้  ออกมาแอบฟังบทสนทนาที่ดูแล้วน่าจะวายเต็มพิกัด น้ำเสียงของคนผิวสีแทนออกจะดูให้เกียรติกับคู่สนทนา

    ...ของที่ได้มาจากห้องลับในตอนนี้ก็เตรียมพร้อมแล้วครับ จะเหลืออีกอย่างที่ยังคงอยู่ในห้องดัมเบิลดอร์เท่านั้น  ถ้าจะขอเลื่อนเวลา...” 

    ไม่ได้” 

    ส่วนเสียงของชายผมสีบลอนด์ที่กำลังพูดอยู่ก็ช่างคุ้นหู 

    ...ดาร์คลอร์ดบอกว่าไม่ต้องการรออีกแล้ว ยังไงต้องหาทางไปเอามันมาให้ได้  ก่อนพิธีที่จะเริ่มในจันทร์เพ็ญนี้

    ดาร์คลอร์ด !’ 

    จินนี่สะดุ้งเฮือกหน้าถอดสีเมื่อได้ยินชื่อที่ว่า เธอรีบเก็บหูยืดยาวกลับมาด้วยมือที่สั่นกระตุก  แล้วค่อยๆ สืบเท้าเพื่อจะเคลื่อนตัวออกจากที่ตรงนั้นโดยเร็ว เธอต้องรีบไปเตือนศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ถึงเรื่องพิธีอะไรสักอย่างที่จอมมารจะทำในอาทิตย์หน้า โดยใช้ของบางอย่างจากห้องของท่าน 

    นี่ หนุ่มๆ สองคนนั้นน่ะเมื่อไหร่จะหยุดคุยเสียที เดี๋ยวนายท่านจะรอนาน แล้วก็รู้ตัวซะทีสิด้วยว่ากำลังมีคุณหนูผู้น่ารักแอบฟังอยู่

    เสียงผู้หญิงดังเรียกพ่อมดทั้งคู่และจินนี่ให้กลับมามอง เธอคนนั้นก็อยู่ในชุดคลุมที่ไม่ต่างอะไรไปจากเพื่อนร่วมงานของเธอ

    เด็กสาวไม่รีรอแม้จะเสียเวลามานั่งตกใจกลัว รีบปาหนังสือเข้าใส่ผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะดึงชั้นหนังสือให้ล้มลงขวางทางแล้วรีบวิ่งออกจากร้านไป พวกผู้เสพความตายทั้งสามคนยังคงไล่ตามมาแต่ไม่ได้ทำอะไรโจ่งแจ้ง แค่ดักเส้นทางไล่ต้อนเธอให้ออกห่างจากถนนสายหลัก ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่

    ยิ่งหนีก็ยิ่งรู้สึกห่างไกลเสียงจอแจเข้าไปทุกทีๆ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดใจหยุดฝี เท้า จนต้องวิ่งหลบไปตามซอยเล็กๆ ที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ ฝ่ายนั้นมีตั้งสามคนเธอคงสู้ไม่ไหว หวังว่าจะโชคดีเจอใครสักคนมาร่วมสู้ด้วย และทันทีที่เลี้ยวผ่านตรงมุมตึก  เธอก็เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังยืนดูนาฬิกาพกอยู่ เด็กสาวไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาแล้วตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

    ช่วยด้วยคะ !  คุณค่ะ...มี...คนร้าย...ตามฉันมา...” 

    จินนี่เข้าไปจับผ้าคลุมเขาแล้วพยายามอธิบายเรื่องราวระคนหอบ เมื่อสามคนที่ว่าเดินเข้ามาจากคนละทาง  เธอก็เกาะแขนคนตรงหน้าแน่น

    รีบเอาไม้กายสิทธิ์ออกมาเร็วๆ สิคะ !

    ชายร่างสูงโปร่งลูบหัวเด็กสาวอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงมองตรงไปยังผู้มาเยือนที่ต่างนั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่ง แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำแฝงความไม่พอใจ

    “..ช้ามาก..

    ขออภัยนายท่าน”   

    ลูเซียสพูดก้มหน้าไม่กล้าสบตา 

    เพียงแต่คิดว่าท่านจะยินดีกับของขวัญที่นำมา จึงทำให้ท่านต้องรอ

    จินนี่ผงะรีบปล่อยมือที่จับอยู่แล้วก้าวถอยหนีอย่างช้าๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของคนที่เพิ่งขอร้องให้ช่วย เมื่อมองจากด้านข้างจึงเห็นดวงตาสีสดหลังแว่นตาสีชาได้อย่างชัดเจนก็จำได้ทันที  ริดเดิ้ลหันมามองเธอแล้วยิ้มให้

    การได้เจอกับเด็กน่ารัก...ก็ถือว่าเป็นของขวัญอันแสนวิเศษที่พระเจ้าทรงประทานมาให้แล้ว

    ...รอยยิ้มดูขัดกับดวงตาที่จ้องตรงมา ราวกับเหล็กแหลมที่พร้อมจะแทงทำร้ายคู่สนทนาให้ทรมานช้าๆ ก่อนถึงฆาต  เด็กสาวรีบเอาไม้กายสิทธิ์ออกมาแต่ริดเดิ้ลก็ยังคงยืนอยู่เฉยๆ ไม่สนใจจะป้องกันตัว  ร่างเล็กโดนคาถาของโจมตีของผู้เสพความตายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง จนเอนตัวล้มลงไปอยู่ในอ้อมกอดของจอมมาร ก่อนที่สติจะเลือนหายไป  ยังจำประโยคสุดท้ายได้อย่างไม่อาจลืมเลือน

     “...คงต้องรบกวนอีกครั้งแล้วนะครับ...” 


    ...............................................

     

     

    13 กุมภาพันธ์..23.00 น. 

     

    ปกติเมื่อถึงดึกดื่นเกือบเที่ยงคืน ห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์จะต้องเงียบสงบเป็นป่าช้าแล้ว แต่คืนนี้กลับแปรสภาพเป็นสภาเกาหลีใต้ขนาดย่อม เสียงโหวกเหวกวิ่งวุ่นตะโกนยืมนู่นขอนี่ดังทั่วทุกทิศ เพราะทุกคนต่างตระหนักดีว่าต่อให้ต้องอยู่จนสว่างคาตา กระอักเลือดตายยังไงก็ต้องเอาของขวัญทำมือให้กับคนรักในชั่วโมงถัดไปให้ได้ ด้วยความคิดแบบเด็กๆ ที่ว่าอยากจะให้ของสำคัญเป็นคนแรก 

    รี่..แฮร์รี่  เฮ้ แฮร์รี่ !” 

    เสียงของรอนปลุกเจ้าของชื่อให้ตื่นจากภวังค์ความฝัน แล้วเงยหน้าปรือตามองเพื่อนทั้งสอง ที่ต่างจ้องเขาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงเฉลยที่มาของปฏิกิริยา

    จู่ๆ เธอก็กุมหน้าผากแล้วฟุบหลับไป...มีอะไรหรือเปล่า ?

    เหรอ ?” 

    แฮร์รี่ขมวดคิ้วสงสัย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขากุมหน้าผากแล้วฟุบหลับไปอย่างที่เธอว่า ตอนนั้นเขาก็แค่ทำงานไปพลางแล้วก็นึกอะไรเรื่อยเปื่อยไปพลาง ก็เกี่ยวกับศาสตราจารย์สอนปรุงยานั่นแหละ ตั้งแต่เรื่องของฮัง...ไปจนถึงเรื่องผู้ชายดูภูมิฐานที่เจอที่ฮอกมีดส์ 

    ‘...ใครหลายๆ คนก็คงต่างสื่อความรู้สึกให้กับเธอ ราวกับเธอเป็นพ่อของเธอ...’ 

    น่าแปลกใจ...ทำไมประโยคนั่นถึงฝังแน่นอยู่ในหัวของเขา แล้วยังคงวน เวียนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง เขาไม่น่าจะติดใจคำพูดของคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่ขนาดนี้และจำเพาะต้องเป็นประโยคนี้เสียด้วย ทั้งๆที่จำได้ว่าประโยคพูดที่คนๆ นั้นพูดก่อนหน้านี้  ยังฟังแล้วน่าสงสัยและชวนให้สนใจมากกว่า...อย่างกับโดนสะกดให้นึกเลย

    แฮร์รี่ลูบแผลเป็นรูปสายฟ้า มันไม่เจ็บมานานแล้วตั้งแต่เปิดเทอม...จะมาเริ่มอีกครั้งก็ตอนเจอหมอนั่น...เจ้านั่นเป็นใครกัน ถึงทำให้ศาสตราจารย์ของเขาแปลกไปราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง 

    ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยธรรมดา  สงสัยมันดึกแล้วมั๊งเลยเผลอหลับไป

     “งั้นนายไปนอนไม่ดีกว่าเหรอ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อก็ได้ไอ้ผ้าพันพุงนั่นน่ะ

     รอนเสนอด้วยความหวังดี แต่คำพูดท้ายประโยคทำให้เจ้าตัวหันมาค้อนขวับ 

    ผ้าพัน คอรอน มัน...คือผ้าพัน คอ’”

    เด็กหนุ่มผมยุ่งพูดลากเสียงยาวแล้วเน้นคำว่าคอ’ ให้ชัดๆ ฟังแล้วสยองขนแขน ประหนึ่งว่าถ้ายังทำหน้าฉงน &ฉงาย  เป็นดั่งฟายในรายการเจ้าขุนทองกับงานฝีมือเขาอีกล่ะก็ จะได้อยู่ในช่วงทดลองใช้ผ้านี่พันคอ  แล้วผูกเข้ากับขื่อคาในบัดดล

    แล้วก็นะ มันก็ใกล้จะเสร็จแล้วด้วย ฉันจะทำต่อ...ถ้าพวกนายว่างก็ช่วยหาอะไรมาคุยกับฉันไม่ให้ฉันหลับจะดีกว่า อา..อยากเห็นหน้ามายฮัน-นี่ของฉันจริงจริ้ง ว่าตอนที่ได้เจ้านี่จะทำหน้าแบบไหน

    ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคักฝันหวาน รอนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ( เขาก็คงจะม่าย(เอา แล้วก้อ)หัน-หนีสมชื่อนั่นแหละ’ ) 

    นายนี่ !  ฉันไม่รู้จะเตือนยังไงแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับหมอนั่น...มันเจ้าชู้ จอมหลอกเด็ก นั่งทำหลังขดหลังแข็งไปก็ไม่เห็นคุณค่าหรอก...ฉันล่ะไม่เข้าใจนายจริงๆ ทำเพื่อคนอย่างนั้นเข้าไปได้

    ฉันว่าฉันไม่เข้าใจคนอื่นๆ มากกว่า...มันก็น่าจะดีใจแล้วไม่ใช่เหรอ ที่เขายังมองเราบ้าง เขาจะรักคนอื่นๆ บ้างก็ไม่เป็นไรหรอก ในนั้นมีฉันบ้างก็พอ...มันดีกว่าที่เขาจะไปรักคนอื่นที่ไม่ใช่เราจริงๆ จังๆ เพียงแค่คนเดียวซะอีก” 

    เมื่อแฮร์รี่เหลือบไปเห็นเพื่อนทำหน้าหน้าพะอืดพะอมเข้าก็หัวเราะ

    “..ของแบบนี้มันต้องอยากผูกขาดกันไม่ใช่เหรอ นายจะสมัครเป็นนาง เอกหนังไทยรึไง ?”

    เด็กหนุ่มผมยุ่งยังคงถักผ้าพันคอต่อ รอยยิ้มปรากฏชัดขึ้น

    ไม่เอาน่า...ฉันไม่ได้บอกซะหน่อยว่าไม่อยากผูกขาด แค่คิดว่ามันก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะมีความรักแบบนี้เท่านั้น ว่าแต่...เธอเอาเทปมาอัดเสียงฉันทำไมเฮอร์ไมโอนี่?” 

    เขาหรี่ตามองเครื่อง MP4 แล้วมองเลยไปยังเพื่อนสาว ที่กำลังนั่งเขียนอะไรยุกยิกไม่หยุด

    ก็แหม...ยืมคำพูดไปประกอบฟิคแฮริ-ซึเนะหน่อย เอาน่าๆพูดต่อไปเถอะ ถ้าขายออกจะแบ่งให้ 5%”

     “เธอเนี่ยนะ...ว่าแต่ใกล้จบหรือยังล่ะ?” 

    แฮร์รี่หงุดหงิดเล็กน้อยที่ฟิคที่ว่าเป็นแฮริ-ซึเนะไม่ใช่ซึเนะ-แฮริ แต่ไม่นานมานี้เขาพอจะทำใจกับเรื่องเมะๆ นี้ได้แล้ว ยังไงก็ได้...ถ้าได้อยู่กับอาจารย์สอนปรุงยา..และรู้สึกว่าเรื่องที่จะNC 17 กันนั้น เหมือนจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลราวปีแสง ก็เลยกะว่าจะทำเป็นไม่สนใจมันไปก่อน ถึงจะโดนสมาคมผู้พิทักษ์ฯกรอกหูเช้า-เย็นๆ เกลี่ยกล่อมให้เทิร์นเมะก็เถอะ เรื่องบางเรื่องมันก็พูดง่ายแต่กระทำยากนะเฟ้ย ไม่มีใครคิดถึงจิตใจที่แสนเปราะบางของฉันบ้างเลย

    อีกราวๆ 3-4 ตอนน่ะ แล้วก็รอรูปประกอบ...

    พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรเธอก็จะเริ่มโมโห 

    “...กับอีแค่ถ่ายรูปทำไมไม่ได้สักทีก็ไม่รู้...ยัยลูน่าก็ลืมอีก เอาเข้าไป ดีนะยังไม่ถึงเวลาใช้จริงๆ กว่างานจะถึงก็อีกสามเดือน ส่งโรงพิมพ์ก็อีกสักสองเดือน” 

    สงสัยเพราะเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาจะใช้ล่ะมั๊งเลยไม่ได้ใส่ใจจะถ่าย...

    รอนออกความเห็น ทันใดแฮร์รี่ก็ร้องเสียงหลงเหมือนคุโบต้ารุ่นRT ถูกสตาร์ทเครื่อง  เขาลุกพรวดขึ้นยืน 

    ป...เป็นไรไปแฮร์รี่...” 

    ฉันถักเสร็จแล้วอ่ะ แต่...แต่ว่าฉันลืมให้ศาสตราจารย์ลูปินสอนวิธีถักตุ้มติดตรงปลายอะดิ !  สงสัยต้องรีบไปหาแล้ว !” 

    ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวเก็บของ เพราะจะให้เฮอร์ไมโอนี่ช่วยก็คงไม่ไหว ฝีมือพอๆ กันอย่างนี้ขืนให้สอนมีหวังไม่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่าเดิมแหงมๆ ไม่มีก็ไม่ได้...เดี๋ยวไม่น่ารัก พูดเสร็จเจ้าตัวก็แจ้นไปทันทีไม่สนใจเสียงร้องห้ามอย่างเอาเป็นเอาตายของเพื่อนสาว 

    โธ่เอ๊ย แฮร์รี่ !  เธอนี่อย่าไปขัดจังหวะคู่ลู-เดรสิ กลับมาก่อน !!!


    .........................................


    TBC 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in