Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #17
  • 11 กุมภาพันธ์..22.30 น. 

     

    เด็กหนุ่มผมสีดำยุ่งกระเซิงก็ยังคงนั่งปั่นงานอยู่จนดึกเช่นเคย ผ้าพันคอ D.I.Y.ฝีมือตัวเองล้วนๆ เริ่มยาวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ถึงตามันจะห่างเป็นอวนไปเสียหน่อย แต่เขาเชื่อว่าถ้าทำให้มันยาวๆ พันได้หลายๆ รอบมันก็อุ่นขึ้นเองนั่นแหละ 

    ทีแรกแฮร์รี่กะว่าจะใส่ผ้ากันเปื้อนผืนเดียวให้อาจารย์สอนปรุงยาดู แล้วยกตัวเขาให้เป็นของขวัญ แต่เพราะมีคนทัดทานหลายคน ประกอบด้วยอากาศโคตรอิหนาว ชนิดพาให้ขนทุกเส้นทั่วร่างพากันเหยียดตรง จึงต้องเก็บแผนนี้เอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงหน้าร้อน จากนั้นก็คิดอยู่นานว่าจะให้อะไรฝ่ายนั้นดี

    พอมาเห็นลูปินนั่งถักสเวตเตอร์อยู่ก็ประทับใจ...สเวตเตอร์ตัวนั้นสวยมาก เลยรบเร้าให้ชายหนุ่มช่วยสอนหวังว่าผลงานของตนจะสวยอย่างนั้นบ้าง...แต่ผลก็เป็นอย่างที่เห็น ดูไปดูมาเหมือนกำลังถักเปลญวนให้เอลฟ์ประจำบ้านนอน 

    เขาจะยอมใช้ไหมเนี่ย?” 

    แฮร์รี่ถอนหายใจยาว ยึดมือเข้ากับราวระเบียงแล้วบิดขี้เกียจคลายเส้น..ตอนนี้นิ้วเขาแข็งไปหมด ใช้งานมันมากเกินจนมันสั่นกระตุกตลอดเวลา 

    เด็กหนุ่มกางผลงานเพื่อพิจารณา...ดูไปดูมาแย่กว่าที่คิดเยอะ ถึงคนสอนจะชมว่าดีแล้วสำหรับมือใหม่และก็น่ารักเป็นเอกลักษณ์ดีก็เถอะ ( แต่ต้องทำใจไว้หน่อยนะแฮร์รี่ ไม่ว่าจะทำสวยหรือไม่สวยยังไง ศาสตราจารย์สเนปแกก็ใช้อยู่แล้วล่ะ เพียงแต่จะไม่ยอมใส่ออกมานอกห้องแม้แต่ก้าวเดียว และคงไม่ยอมให้เห็นด้วย...เขาก็อย่างนี้แหละ‘ ลูปินบอก ) 

    อย่างนั้นจะแน่ใจได้ยังไง  ว่าเขาใช้หรือเขาเผาทิ้งกันแน่ล่ะฮะ ?”

    แฮร์รี่พยายามนึกภาพยินดีของอาจารย์หนุ่มตอนได้รับของขวัญนี่ แต่มันก็แทนที่ด้วยใบหน้าอันแสนเรียบเฉยเสียทุกที แทบจะนึกประโยคพูดของฝ่ายนั้นออกเลย คงไม่พ้น วางไว้ตรงโต๊ะนั่นแหละแน่ๆ แล้วก็โบกมือไล่ให้เขาไสหัวไปเพื่อจะได้ทำงานต่อ

    ดังนั้นจึงไม่อยากหวังอะไรเรื่องของขวัญ ที่ตัวจะได้รับเป็นที่ระลึกถึงวันแห่งความรักให้ชื่นใจบ้าง อาจจะทำงานจนลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่ามีวันวาเลนไทน์อยู่บนปฏิทิน ไม่ขออะไรมาก แค่ได้คำพูดสั้นๆ ที่คนชอบกันจะพูดให้แก่กัน เพื่อให้แน่ใจถึงจุดยืนของเขาก็เพียงพอแล้ว...แค่นั้น...

    เอาเถอะๆ สักวันเขาก็คงพูดเองแหละน่า

    เด็กหนุ่มยิ้มพูดให้กำลังใจตัวเอง แต่รอยยิ้มก็ค่อยๆจางลงราวกับลมหนาวเข้ามาขโมยไป

    มือหนาควานหาไหมพรมสีครีมในถุงกระดาษเพื่อจะลงมือถักต่อ แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่ามันหมดแล้ว จึงเก็บอุปกรณ์เตรียมตัวเข้านอน ไว้พรุ่งนี้เช้าไปฮอกมีดส์ช่วย สเนปขนของค่อยหาลู่ทางปลีกตัวแอบไปซื้อไหมพรม แต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในห้อง ก็มีแมวดำตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมานั่งบนราวระเบียง ดวงตาสีอำพันส่องสะท้อนในความมืด  ราวกับฟากฟ้านี้มีดวงจันทร์เพิ่มขึ้นอีกสองดวง

    อาเม็จ ?” 

    เขาลองเรียกชื่อมันอย่างไม่เชื่อสายตา ผู้มาเยือนเอียงคอร้องเสียงหวานขานรับก่อนจะกระโดดมายืนบนตักแฮร์รี่อย่างแผ่วเบา แล้วยื่นขาหน้าซึ่งมีกระดาษเล็กๆ ผูกอยู่ให้ เขารีบแกะจดหมายออกอ่าน...เป็นลายมือของเจ้าของแมว

    หาฉันด้วยแผนที่ของเธอ

    พออ่านจบเด็กหนุ่มผมยุ่งก็รีบหนีบอาเม็จกับแผนที่ตัวกวน และผ้าคลุมล่องหนเผ่นออกจากหอนอนทันที โดยไม่สนที่จะตอบรอนว่าเขาออกไปไหน รีบจ้ำไปตามทางแผนที่บอก...เป้าหมายอยู่เลยไปจากบริเวณเรือนเพาะชำของศาสตรา จารย์สเปราต์ไม่มาก เขาเพิ่งสังเกตว่านี่เป็นส่วนที่หยาบที่สุดในแผนที่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เมื่อใกล้ถึงสถานที่นัดพบ เขาก็รีบม้วนมันเก็บไปพร้อมกับจดหมายแผ่นเล็ก

    แฮร์รี่หยุดหอบเมื่อเห็นร่างบางกำลังยืนดื่มชาท่ามกลางอุณหภูมิที่เหน็บหนาว รอบด้านเต็มไปด้วยดอกไม้สีขาวบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง เขายืนมองภาพตรงหน้าที่เหมือนจะหลุดออกมาจากฟิล์มขาว-ดำ ที่ให้บรรยากาศทั้งสวยงามและเศร้าสร้อย  เวลารอบด้านเหมือนจะช้าลงจนคิดว่ามันหยุดนิ่งไปเสียแล้ว

    อาเม็จกระโดดลงจากอ้อมแขนของผู้ที่พามาเพื่อวิ่งไปหาเจ้านาย ขาของมันเกี่ยวผ้าคลุมล่องหนให้เลื่อนออก สเนปหันมามองร่างที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า แล้วจึงถามด้วยเสียงที่เบาราวเสียงกระซิบ 

    ...ที่นี่เป็นที่ลับของฉันเอง...ดื่มชาร้อนๆ สักหน่อยไหม ?”

    เด็กหนุ่มรับถ้วยชาที่อีกฝ่ายส่งให้โดยไม่ได้พูดอะไร หากดวงตาสีมรกตยังคงมองคนตรงหน้า  ซึ่งค่อยๆ เป่าไอร้อนจากถ้วยชาที่ประคองไว้ไปให้พ้นทาง ริมฝีปากบางยามสัมผัสโดนความร้อนจากเครื่องดื่มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ นัยน์ ตาสีนิลกลับมาสบตา  แล้วเจ้าของตาคู่นั้นก็พูดต่อด้วยจังหวะเนิบช้า

    ...ฉันเพิ่งรู้ว่าชาจะอร่อยขึ้นก็อาศัยบรรยากาศเหมือนกัน...

    อาจารย์หนุ่มพินิจมองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเขียวในมือ ควันขาวกรุ่นลอยตัวขึ้นไปในอากาศ  และเมื่อสูงขึ้นไปก็ละลายหายไปช้าๆ เพื่อกลายเป็นหนึ่งเดียวกับราตรี

    ...สำหรับคนที่เอาแต่ทำงาน รบกับนักเรียนจนเหนื่อยทุกวันอย่างฉัน...มานั่งจิบชาแล้วรู้สึกสบายใจดี ได้ดูไอน้ำค่อยๆ ล่องลอยอย่างนุ่มนวลแล้วทำให้รู้สึกอารมณ์ร้อนของตัวเองเบาลง ชงเองแท้ๆ แต่แต่ละครั้งรสก็ออกมาไม่เหมือนกัน เลยทำให้รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ถ้ารสเข้มขึ้นแสดงว่าวันนั้นตัวเองกำลังอารมณ์บูด เหมือนโดนชาด่าทางอ้อม...พอคิดอย่างนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาทุกที แล้วถึงรู้ตัวว่าต้องปรับอารมณ์ให้เหมือนเดิม แต่บางทีก็กลับกัน วันไหนชงออกมารสดีก็พาให้อารมณ์ดี เลยอยากให้คนอื่นมาลองชิมด้วย...มันก็เหมือนการอวดนั่นแหละ แต่สำหรับเด็กอย่างเธอมันคงไม่น่าสนุก ทุกครั้งที่ชวนเธอ..เธอมักจะทำหน้าเหมือนไม่อยากมา...

    ไม่ใช่นะฮะ   แฮร์รี่รีบปฏิเสธ

    ผม...ผมอยากอยู่กับคุณ อยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลย แต่ว่าตอนที่คุณชวนผมมา คุณก็เอาแต่นั่งดื่มชาแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวอยู่อย่างนั้น ผมก็เลยต้องเอาการบ้านขึ้นมาทำบ้าง และมันก็มักจะจบโดยที่ผมทำการบ้านเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องคุณไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ เหมือนคุณก็อยู่ส่วนคุณ ผมก็อยู่ส่วนผมยังไงอย่างงั้น ผมอยากจะเข้าไปอยู่ในโลกของคุณ อยากเข้าใจคุณให้มากกว่านี้  ผมไม่เคยรู้เลยว่าตลอดมาคุณคิดยังไงกับผมกันแน่

    เด็กหนุ่มบอกความคิดที่ค้างคาใจมานานให้คนตรงหน้าได้รับรู้ คำพูดที่ออกมาจึงแฝงไปด้วยอารมณ์โกรธและเศร้าในคราวเดียว ความน้อยใจปรากฏเด่น ชัดในดวงหน้าเยาว์วัย ดวงตาจึงรื้นชื้นไปด้วยหยาดน้ำที่คลออยู่ สเนปกลับนิ่งเฉยอยู่นานกว่าจะตอบเขา 

    ทุกครั้งที่ฉันชงชา...ความรู้สึกของฉันจะอยู่ในนั้นด้วย และครั้งนี้ฉันก็ตั้ง ใจชงมาเพื่อเธอพอตเตอร์...” 

    เขามองตรงมายังเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าที่งามได้รูป   ...ลองดื่มมันสิ...

    แฮร์รี่จิบมันอย่างที่บอก ดวงตาของเขายังคงไม่ละจากคนตรงหน้าเหมือนอย่างที่ดวงตาสีนิลนั่นไม่ผละออกจากเขา ไม่รู้ว่าชาครั้งนี้มันร้อนหรือจืดกันแน่เพราะลิ้นของเขาจับไม่ได้เลยว่ามันเป็นรสไหน ไม่เหมือนชาครั้งก่อนๆ ที่ดื่มในห้องทำงานของอาจารย์สอนปรุงยา หากในครั้งนี้เมื่อผ่านลงคอจึงได้รสหวานนิดๆ ติดที่คอและปลายลิ้น

    ฉันว่าสำหรับเธอคงจะชอบชาหวานๆ แต่บังเอิญฉันไม่ชอบหวานสักเท่า ไร  ดังนั้นหวานน้อยๆ น่าจะดีกว่า” 

    ว่าแล้วก็เป่าเครื่องดื่มให้คลายร้อนแล้วจิบบ้าง เด็กหนุ่มมองตามสีหน้าที่นิ่งสงบแต่ดูมีความสุขถูกสัมผัสด้วยไอสีขาวครั้งแล้วครั้งเล่า น่าแปลกที่รู้สึกว่าชารสหวานอ่อนๆ กำลังผ่านเข้าคอเขาอีกครั้ง 

    ...หากกำลังจิบชารสเดียวกัน ไม่ว่าจะทำอะไร...มันก็เหมือนความรู้สึกกำลังสื่อผ่านกันอยู่เงียบๆ จริงไหม?”

     ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของอีกฝ่ายค่อยๆ คลี่ยิ้มให้ ท่ามกลางความเหน็บหนาว...เพียงแค่ชาอุ่นๆ ถ้วยเดียวกลับทำให้ร่างกายร้อนผ่าว แฮร์รี่มองรอยยิ้มนั้นก่อนจะยกซดรวดเดียวหมดถ้วย ชาร้อนๆ เลยทำพิษลวกคอลวกลิ้นจนต้องอ้าปากกว้างระบายความร้อน สเนปรีบดึงขอบปากอีกฝ่ายมาดูด้วยความเป็นห่วง แต่เจ้าเด็กตรงหน้ากลับหัวเราะร่า

    ดื่มความรู้สึกศาสตราจารย์ไปหมดแล้วล่ะฮะ..

    แฮร์รี่ฉีกยิ้มทำหน้าทะเล้นใส่ ทำให้อาจารย์หนุ่มชักสีหน้าตึง พลางคิดในใจว่าไม่น่าเสียเวลาเป็นห่วง ขณะที่ชักมือซีดขาวกลับ มือของอีกคนกลับเข้ายึดจับเอาไว้ 

    ...ขอให้ผมรับรู้ความรู้สึกจริงๆ ของคุณต่อจะได้ไหม ?”

    มือที่ถูกจับเกร็งจะชักกลับ แต่ก็ถูกมือแกร่งจับไว้มั่นจึงหยุดที่จะขัดขืน สเนปก้มหน้านิ่งหลบสายตาที่สื่อผ่านความในใจออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงค้อมตัวลงมาสัมผัสริมฝีปากบางเบาๆ ช้าๆ คล้ายกับก้มลงจิบเครื่องดื่มที่ระอุร้อน...หลายต่อหลายครั้งจนทำให้คนตรงหน้ายอมโอนอ่อน

    ทั้งๆ ที่ปลายลิ้นถูกน้ำร้อนลวกจนด้านชาไม่สามารถรู้สึกอะไร แต่กลับรับรู้ได้ถึงความหวานที่ผ่านเข้ามาถึงลำคอ...ความอบอุ่นผ่านลึกเข้ามาถึงกลางใจ



    ...................................

     

     

     

    12 กุมภาพันธ์ 10.00 น. 

     

    วันนี้ข้าวของที่ต้องถือให้อาจารย์สอนปรุงยา ก็ยังคงหนักเหมือนทุกอา ทิตย์ที่ผ่านมา แต่คราวนี้ร่างบางที่เดินนำหน้าอยู่กลับรีบเดินเป็นพิเศษ คล้ายกับอยากจะออกไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว แน่ล่ะ...บรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยสีชมพูและความหวานเลี่ยนต้อนรับวันแห่งความรักแบบนี้ ทำปฏิกิริยาโดยตรงกับมนุษย์ชูการ์ฟรีอย่างสเนปให้พะอืดพะอมจนหายใจไม่ออก แต่คนที่เดินตามหลังกลับอยากจะอยู่แถวนี้นานๆ อย่างน้อยก็ยังไม่อยากกลับโรงเรียนจนกว่าจะซื้อไหมพรมสีครีมกลับไปด้วย  แฮร์รี่รีบหาข้ออ้างเรียกอาจารย์หนุ่มให้หยุด 

    ศาสตราจารย์ฮะ  คือผม...ผมอยากเข้าห้องน้ำ

    กลับไปเข้าที่โรงเรียนก็ได้” 

    ฝ่ายนั้นหันมาเลิกคิ้วสูง เด็กหนุ่มจึงเล่นละครต่อโดยแกล้งยืนบิดไปบิดมา 

    ไม่ได้แล้วล่ะฮะ ขืนรอถึงตอนนั้นมีหวังแย่แน่ๆ เอาอย่างนี้แล้วกันนะฮะศาสตราจารย์ยืนรอตรงนี้แค่แป๊บเดียวเท่านั้น เดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับ” 

    ว่าแล้วก็เสือกข้าวของที่ถืออยู่ใส่มืออีกฝ่าย แล้ววิ่งรี่มุ่งหน้าไปทางห้องน้ำสาธารณะตรงสุดถนน โดยกะจะอ้อมไปร้านขายของงานฝีมือทีหลัง

    ส่วนผสมที่ใช้ในการปรุงยานั่นหนัก จนทำให้คนในชุดสีเข้มนั่งลงพักที่ม้านั่งยาวตรงไหล่ทาง เจ้าแมวดำเริ่มปีนขึ้นไปอยู่บนไหล่เจ้าของซึ่งกำลังเท้าคางทำหน้าเหมือนอยู่ในห้องรมควันพิษ หัวคิ้วเริ่มชักมาชนกันเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆ ที่กำลังเดินจูงมือ นั่นยังไม่เท่าไหร่...แต่การที่เห็นลูกศิษย์เดินโอบกันแล้วกอดจูบกันกลางถนน ทำให้มนุษย์หัวโบราณทางนี้ต้องหลบภาพด้วยความอายแล้วก้มหน้าโมโหแทนผู้ปกครอง 

    หลังจากนั่งนึกตำหนิคนรุ่นใหม่สักพัก ก็หวนกลับมาพิจารณาตัวเองบ้าง ดวงตาสีนิลมองสองมือที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา สถานที่ที่เคยเป็นของพวกเขา...ในตอนนี้ถูกพลัดเปลี่ยนไปสู่อีกรุ่นช้าๆ จนไม่ได้สังเกต พอหยุดเพื่อพินิจจึงรู้ว่ามีสิ่งสำคัญบางสิ่งมลายหายไปแล้ว 

    ตรงนั้นล่ะมั้ง ?” 

    เขารำพึงเบาพลางทอดมองไปยังหน้าร้านขายเครื่องเขียน ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นร้านขายเสื้อผ้า ตรงนั้นเขาเคยยืนมองลูกแมวตัวผอมโซ ยืดตัวเกาะขอบลังกระดาษ แล้วตวัดกรงเล็บทื่อๆ ของมันกันเจ้าพวกตัวร้ายสี่ตัวไม่ให้มาแตะเนื้อต้องตัว ทั้งๆ ที่ดวงตายังปิดสนิทและไม่มีอะไรตกถึงท้องมานาน เจ้านั่นกลับหยิ่งเสียจนน่าหมั่นไส้...แต่ก็น่าสนใจจนต้องเก็บมา และมันก็ไม่ปฏิเสธมือของเขา

    ทุกๆ ก้าวบนที่แห่งนี้ บรรจุความทรงจำของเขาไว้ราวกับเป็นบันทึกส่วนหนึ่งของหน้ากระดาษ...วันวานที่เอาแต่เดินก้มหน้าถือหนังสือ หามุมสงบพักผ่อนที่ปราศจากเจ้าพวกตัวร้าย ที่ชอบแย่งสถานที่ที่อุตส่าห์สำรวจหาไปเสียหมดเกลี้ยง หัวเราะเยาะใส่เมื่อเราทำหน้าผิดหวัง และตกใจทุกครั้งที่เจอเจ้าบ้าพวกนั้นนอนเอก เขนกอยู่ แค่อยากจะอยู่เงียบๆ คนเดียว...แต่ก็ยังจ้องจะหาเรื่องให้เราเงยหน้าออกจากหนังสือแล้วก็...ทะเลาะกัน...สู้กัน ตั้งแต่ใช้คาถาไปจนถึงหมัด...ศอก...เท้า...ฟัน  จะให้ยอมศิโรราบกับเจ้าพวกหมาหมู่เนี่ยนะ  ฝันไปเหอะ 

    แล้ววันเวลาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป หน้าหนังสือกับเราพบปะกันน้อยลง เพราะต้องคอยระแวงตลอดเวลาว่าพวกนั้นจะมาตอนไหน...ไม้ไหน แบล็ค...เจ้าหมอนั่นเลิกหาเรื่องเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเจ้าคนที่พยายามทำหัวให้ยุ่งเหมือนพวกชนชั้นต่ำยังคงมาวอแวเราอยู่ตลอดเวลา แต่ละครั้งก็โผล่มาแบบไม่ให้ทันตั้งตัว ทางนั้นทีทางนี้ทีราวกับดำดินได้ จนเรารู้สึกประสาทเสีย...ผวา...จะทำอะไรก็คอยเงี่ยฟังเสียงหมอนั่นตลอดเวลาจะได้รับมือได้ทัน มารู้สึกตัวอีกทีเราก็กำลังรอคอย...ดวงตาเริ่มมองหาแต่หมอนั่นเสียแล้ว 

    แต่...ช่วงเวลานั้นก็ผ่านพ้น ไม่เหลืออะไรที่จะทำให้เราต้องมองหาหมอนั่นอีกแล้ว...

    อดีตก็คืออดีตสินะ” 

    อาจารย์หนุ่มเก็บรูปในกระเป๋าสตางค์ที่เพิ่งเอาออกมาดู แล้วยิ้มปลอบใจตัวเองก่อนจะยืดตัวตรง ชะเง้อมองคนที่กล้าทำให้ให้เขาต้องนั่งรออยู่นานสองนาน จากนั้นก็เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้แล้วกลอกตามองรอบกาย แม้บุคคลจะเปลี่ยนไปแต่สถานที่นี้ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่มีรอยยิ้มเจืออยู่บนดวงหน้าไม่มีเปลี่ยน...อย่างนี้เขาเรียกว่าความสงบสุขใช่ไหม?.. 

    เสียงสนทนาทำให้สเนปคิดได้ ว่าเขาควรจะทำอะไรให้แฮร์รี่บ้างในวันวาเลนไทน์ ความจริงก่อนที่เขาจะมาที่นี่ ลูปินกับซิเรียสก็พร่ำกรอกหูเขาตลอดเวลาว่าให้หาของขวัญให้เด็กหนุ่มบ้าง แต่เพราะมันรกสมองเกินไปเลยเก็บมันไว้ที่ปลายสุดของเส้นประสาท...มาบังเอิญนึกออกตอนนี้ จะไม่ทำก็ไม่ได้เสียแล้ว 

    เขามองไปรอบๆ อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจลุกไปเลือกซื้อเนคไทแบบเดียว กับที่โรงเรียนกำหนดให้ใช้ที่ร้านขายเครื่องแบบซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังม้านั่งนี่แหละ ใกล้ดี คนก็ไม่เยอะ...อีกอย่างเจ้าเด็กนั่นจะได้แต่งตัวให้มันถูกระเบียบซะที  กับอีแค่เนคไททำไมขี้เกียจผูกกันก็ไม่รู้

    ห่อให้ด้วยครับ  เอ่อ...อย่าใช้สีกระดาษสีแดงสิครับเอาที่มันธรรมดาก็พอ ...อะไรก็ได้ที่มันตรงข้ามกับอันนี้น่ะครับ” 

    อาจารย์หนุ่มรีบทัดทานเจ้าของร้าน เมื่อเธอเตรียมจะห่อกระดาษสีแดงรูปหัวใจสีขาวเหมาะกับเทศกาลให้ แต่พอเขาก้มหน้าควักเงินจากกระเป๋า แล้วเงยหน้าอีกทีเพื่อจะจ่ายค่าสินค้า กระดาษห่อของขวัญก็กลายเป็นกระดาษสีขาวมีลายหัวใจสีแดงแทนเสียแล้ว ( ก็ตรงกันข้ามไงทำเอาสเนปปั้นหน้าไม่ถูกเมื่อถือมันออกจากร้าน

    บ้าจริง...เด็กนั่นได้ใจใหญ่แน่

    ระหว่างที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาคิดหนัก ว่าจะใช้คาถาเสกมันให้เปลี่ยนลายดีหรือว่าจะฉีกทิ้งตัดรำคาญไปเลยดี ก็ไปชนกับคนที่เดินสวนมาเข้าจนข้าวของที่ถืออยู่หล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น อาจารย์หนุ่มรีบเอ่ยปากขอโทษขณะที่รีบเก็บของสำคัญโดยเร็ว ไม่คิดจะเสียเวลาเงยหน้าขึ้นมามอง เครื่องปรุงยาจะต้องสกปรกน้อยที่สุด  ฝ่ายนั้นไม่ว่าอะไรและยังช่วยเขาเก็บด้วย

     ขอบคุ..” 

    ไม่เป็นไรครับ

     คนที่ถูกชนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกับอีกฝ่าย ซึ่งไม่สามารถบังคับคำ พูดให้พูดได้จนจบประโยค แล้วยิ้มจนดวงตาหลังแว่นสีชาหยีให้กับดวงตาสีนิลที่สั่นระริกจ้องมา อดีตคล้ายจะพัดหวนคืนมา...คนตรงหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย 

    ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะเซเวอร์รัส

    ..ดวงตาสีเพลิงคู่นั้นยังคงจำได้เสมอ...เพลิงที่เผาผลาญจิตใจให้มอดไหม้อยู่ตลอดเวลา...

     

    ...ทอม..ริดเดิ้ล... 

     


    .................................



    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in