Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #16
  • วันที่10 กุมภาพันธ์..10.30 น. 

     

    นัยน์ตาสีเขียวใสจ้องผู้ที่กำลังบรรยายเรื่องการเพิ่มปริมาณยาให้ได้มากที่สุดจากจำนวนอันน้อยนิดชนิดตาไม่กระพริบ ชายในชุดแต่งกายสีเข้มรัดกุมยัง คงสอนด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกไอซ์คูล พอๆกับอมฮอลล์มินต์ในห้องใต้ดินเหมือนเคย  ด้วยเนื้อหาที่หนักหน่วง ทำให้เหล่านักเรียนเหมือนถูกคาถาโจมตีสัก 4-5 หนติดๆ กันจนมึนงง..แต่ก็ไม่มีใครกล้าลองดีฟุบลงไป

    ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาเรียนเป็นปกติ ไม่สิ...วันนี้เธอตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ เพราะอยากรู้เนื้อหาเพื่อใช้เพิ่มปริมาณหมึกปริ๊นท์ของเธอ ที่มักจะหมดไปกับการปริ๊นท์โดจิน แฟนฟิคและแฟนอาร์ท(สี) โมเดลกระดาษ อื่นๆ และอื่นๆ ซึ่งหากมีใครทำแบบเธอจะรู้ว่ามันเปลืองหมึกและถลุงเงินในกระเป๋าแค่ไหน

    เอาล่ะ  ใครมีตรงไหนสงสัยก็ถามมา

    สเนปกวาดสายตาไปทั่วชั้นที่เริ่มตื่นจากภวังค์หลับในส่งเสียงฟึ่บๆ ของการสะดุ้งตัวขึ้นไปทั่วห้อง เนื่องจากคำถามนั่นเป็นนิมิตหมายอันดีของการใกล้จะจบชั่วโมง ประธานส.ผ.ร.ร.พ.ไม่รอช้ายกมือขึ้นสูงโชว์วงแขนขาวทันที เพราะอยากรู้ว่าน้ำยาที่ได้ จะสามารถใช้กับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกของมักเกิ้ลได้หรือเปล่า แต่มือหนาของคนข้างๆ ที่ยกขนาบคู่มากับเธอเรียกความสนใจของอาจารย์สอนปรุงยาได้มากกว่า ด้วยว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยเลยที่จะมีความรู้พอจะยกมือถามคนหน้าชั้น ซึ่งกำลังพยักหน้าอนุญาต

    ว่ามาพอตเตอร์” 

    ศาสตราจารย์ฮะ...ศาสตราจารย์รักผมบ้างไหมฮะ?”

    แฮร์รี่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง หนังสือเล่มหนาในมือของสเนปผละหลุดกระแทกพื้นเฉียดเล็บขบเท้าแกไปแค่เซนต์เดียว เพื่อนร่วมชั้นต่างพยายามหาที่กำ บังประหนึ่งได้ยินเสียงเตือนภัย ตามมาด้วยเสียงขุ่นเขียวของอาจารย์ประจำวิชา กล้ามเนื้อแก้มของแกกระตุกยิบๆ 

    “..ไป..ล้าง..หน้า..ซะ..” 


     .................................

     

     

    โอ้ย นี่เธอสติดีหรือเปล่าแฮร์รี่ ไปถามศาสตราจารย์อย่างนั้นต่อหน้าคนตั้งเยอะได้ยังไงเรื่องแบบนี้เธอต้องถามตอนอยู่กันสองต่อสองขณะที่อาจารย์ยืนพิงกำแพงรู้ไหม แล้วเธอก็สะบัดมือพั่บล้อมกรอบอาจารย์ไว้ ขัดใจเพื่อนมากค่ะ

    เฮอร์ไมโอนี่โวยใส่แฮร์รี่ขณะกำลังเดินไปเรียนคาบที่ 2ต่อ เพราะเจ้าเพื่อนตัวตัวดีนี่ทำให้เธออดถามคำถามเกี่ยวกับการเรียน สเนปตะเพิบเด็กนักเรียนทุกคนออกไปทันทีและไม่มีใครคิดจะลองดีอยู่ดูแกอาละวาด คนถูกสั่งสอนทำปากยื่นเหมือนตุ่นปากเป็ด

    ก็ฉันอยากรู้นี่นา...จารย์เคยให้โอกาสฉันถามซะเมื่อไหร่อ่ะ ก็จารย์อ่ะใจร้าย ฉันนะอุตส่าห์บอกรักเขา เช้าหน กลางวันหน เย็นหนได้ แต่เขาไม่เคยบอกอะไรฉันเลยสักกะแอะเดียว แม้กระทั่งคำว่า ชอบใจร้ายชะมัด...เราคบกันแล้วจริงๆ เหรอ ?”

    สเนปยอมคบกับเขา ใช่ล่ะ..ถ้าเขาไม่ได้ฝันไปหรือโดนล้างสมองบิดเบือนความทรงจำมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ราวๆ ตอนหัวค่ำวันหนึ่ง เขาไปหาชายหนุ่มในห้องทำงานเพื่อขอให้ยอมคบด้วยเช่นเคย โอเค...มันฟังดูเป็นกิจวัตร แม้อาจารย์จะดูยุ่งๆ กับการตรวจการบ้านให้เด็กนักเรียนแต่ยังอนุญาตให้เขาได้พูด พอเขาพูดเสร็จ ฝ่ายนั้นก็พยักหน้ารับ ถ้าเราสื่อสารตรงกัน ถ้านั่นไม่ใช้วัฒนธรรมของคนอินเดีย การพยักหน้าก็คือไม่ปฏิเสธใช่ไหม ?

     คนๆ นั้นรับปาก...ถึงจะเหมือนไม่ได้ครุ่นคิดให้ถ้วนถี่ก่อนที่จะตัดสินใจอะไร แล้วนั่งปั่นงานที่สุมสูงแทบจะหล่นมาล้มทับหัวให้แบะตามเดิม สเนปไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแค่เสียสละมือข้างหนึ่งละงานอันแสนสำคัญ โบกเชิญเขาให้ลากเงาของตัวออกไปให้พ้นจากห้องเร็วๆ

    ไง ล้างหน้าเสร็จรึยังพอตตี้ ?

    เสียงยานคางกระตุ้นปลายประสาทรยางค์ล่างนั่น ไม่ต้องเสียสายตาหันไปก็รู้ว่าคนๆ นั้นมันเป็นใคร’ เดรโกเดินนำหน้าขึ้นไปเพื่อให้คู่ปรับร่างสูงกว่าเห็นหุ่นสเลนเดอร์ของตนได้ถนัดถนี่ ตามมาด้วยองค์รักษ์พิทักษ์เดรอีกสองคน จากนั้นทั้งหมดจึงแซงซ้ายโฉบขวางหน้า

    ว่าจะเตือนนายอยู่ว่าอย่าล้างนาน เดี๋ยวยางอายที่มีอยู่น้อยๆ มันจะหลุดออกหมด ติดศาสตราจารย์สเนปไม่อยู่กันพอดี โฮโฮะ โฮะ โฮะ” 

    แล้วก็หัวเราะเยาะทับถมอีกสักที ด้วยความที่ลูกพี่หัวเราะ แครบกับกอยล์เลยจำเป็นต้องตั้งท่าชิราโทริหัวเราะตามด้วย ( อายเขาว่ะ’   แครบกระซิบบอกคนข้างๆ) 

    เด็กหนุ่มผมยุ่งหยุดยืนเกาปากอย่างเซ็งๆ อุตส่าห์ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ด่าคนอีก เพื่อว่ารัศมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวจะเปล่งประกายขึ้นมาบ้าง แต่เจ้าเปี๊ยกนรกปากคอห่านนี่ก็ช่างหาเรื่องเหลือเกินสิน่า ทั้งๆ ที่เป็นเขตชุมชนแท้ๆ ดันไม่ยอมชะลอความแร่ดเสียบ้าง  ก่อนที่ขันติของแฮร์รี่จะแตก  เฮอร์ไมโอนี่ก็ก้าวขึ้นมายืนเท้าเอวประจันหน้าพวกเขา แล้วพูดเสียงใสแต่แฝงไปด้วยความดูแคลน

    แล้วยางยี่ห้อนายมันดีนักหรือไงมัลฟอย ถึงได้กล้ามาวิพากษ์วิจารณ์ชาวบ้านเขาน่ ”   เด็กสาวค่อยๆ เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก 

    ขอร้อง...อย่าดูถูกสมาคมผู้พิทักษ์ฯ นายกับศาสตราจารย์ลูปินน่ะ ฉันเห็นอย่างมากก็แค่จูงมือกันเดินอย่างกับผู้ใหญ่จูงเด็กเท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าเลย ระวังไว้บ้างเหอะอีกหน่อยจะจับไม่อยู่

    เธอชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยนิ้วกลางแต่รอนรีบสะกิดให้เธอเปลี่ยนนิ้วซะ ขณะที่เดรโกกำลังตะลึงว่าเธอไปรู้มาได้ยังไง เจ้าหัวบากคู่ปรับก็ระริกระรี้กระโดดปลายเท้าเข้าไปล้วงข้อมูลฝ่ายตรงข้าม

    ช่วยไม่ได้นี่ทางนั้นเขาเป็นผู้ใหญ่ ชอบมองเดรโกเป็นเด็กเล็กๆ แถมเลี่ยงเก่งอีกต่างหาก รุกไปท่าไหนแกเลี่ยงได้หมด  กอยล์ตอบแฮร์รี่อย่างไม่คิดอะไร

    หลังจากจูบมัดจำแค่ครั้งเดียวก็ไม่มีอะไรต่ออีกเลย  แครบเสริม แล้วสองคู่หูก็พยักหน้าให้กันเลยถูกลูกพี่แจกมะเหงกเข้าให้ ( เจ้าพวกบ้า !  แล้วจะไปบอกพวกมันทำป๊ะอะไร !?’ )   เด็กหนุ่มร่างสูงจึงพูดประชด

    นี่เหรอที่อยากจะอวดนะ อยากจะหัวเราะให้กล้ามเนื้อท้องขึ้น เหอะ เหอะ เหอะ ( จะให้มันขึ้นอีกเหรอแฮร์รี่  รอนพึมพำ ) ก็ไม่เห็นว่ามันจะดูดีไปกว่าฉันเท่าไหร่ แทนที่นายจะเอาว่างมาหาเรื่อง สู้พาศาสตราจารย์ลูปินไปตรวจสมรรถ ภาพทางเพศดีกว่า

    แฮร์รี่ตั้งท่าจะหัวเราะเยาะซ้ำ ขันติอะไรนั่นระเบิดกระจุยไปเรียบร้อยแล้ว การที่จะห้ามตัวเองไม่ให้แขวะอีกฝ่ายมันก็ยากพอๆ กับการไม่ให้กล้ามขึ้นน่ะแหละ สมองน้อยๆ เริ่มตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือการโต้ตอบด้วยคำถากถาง ไม่ต่างกับปืนกลมือของชิวาว่าตรงหน้า แต่น่าแปลกใจที่เดรโกยังคงยืนขมวดคิ้วสงสัยไม่พูดอะไร แล้วหันไปถามกอยล์ 

    เจ้าแฮร์ร่านนั่นพูดอะไร  ทำไมฉันต้องพาไปตรวจด้วยล่ะ ?”

    องค์รักษ์พิทักษ์เดรทั้งคู่ได้แต่แกล้งทำหน้าโง่กว่าเดิมไม่กล้าบอก เหล่า ฮอกวอตส์มุงปิดปากเงียบ แต่ความคิดเริ่มไปในแนวเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย แฮร์รี่พยายามยกมุมปากให้ยิ้มแล้วถามเสียงหวาน เขากำลังหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว

    รู้จัก มั้ยจ๊ะเดรโก?”

    จะบ้าเหรอ  รู้จักสินายนึกว่าฉันโง่นักรึไง  ดูละครช่อง ออกบ่อย” 

    เด็กหนุ่มร่างเล็กตอบทันควันทำให้คนถามรู้สึกโล่งใจ...ที่เขาโมโหในทีแรกคงเป็นเพราะเป็นคู่กัดคนสำคัญ การที่เดรโกไม่เข้าใจเขาแล้วโต้กลับไม่ได้ ก็เหมือนเอาเด็กอนุบาลมาเป็นคู่ซ้อมเทนนิสด้วย มันไม่สูสีและเหมือนโดนดูถูก

    แต่...แหม่งๆ แฮะก็ช่อง น่ะ...

    เขาก็จูบกัน แล้วก็กดอีกฝ่ายลงไป (ประโยคเด็ดก็คือ   อย่าขัดขืนเลย ผมจะถนอมคุณ ไม่ทำให้คุณเจ็บหรอก’ )...ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่มีเสื้อผ้า สงสัยว่าจะถอดเสื้อผ้านอนกัน...ปล่อยไว้สัก 3-4 ตอนก็จะอ๊วก ประมาณนี้ล่ะมั้ง ?”

    ...กุว่าแล้ว...ช่อง มัน...ตัดฉากเฟ้ย...

    เฮอร์ไมโอนี่...   แฮร์รี่ลากเสียงต่ำแล้วแบมือไปตรงหน้าเธอ

    “..ส่งโดจินวา-----ย NC17 มาให้ฉันสักเล่มสิ หมั่นไส้มันเต็มทนแล้ว...ดูแค่ละครหลังข่าวมันจะรู้อะไร มิน่าล่ะถึงคบกันแบบเด็กๆ อยู่อย่างนี้  ก็เขาเห็นว่านายเป็นเด็กน่ะสิ !

    ทำยังกับนายเป็นผู้ใหญ่นักแหละ !

    เดรโกตะโกนโต้ตอบเสียงสูง...เขาเองก็กำลังกลุ้มกับเรื่องที่ลูปินเอาแต่มองเขาเป็นเด็กอยู่อย่างนี้เหมือนกันนะ

    จะดีเหรอตั้ง NC 17 เชียวนะ หมอนั่นยัง 16 อยู่เลย” 

    เฮอร์ไมโอนี่พูดไปพลางควานหาโดจินในเป้ไปพลาง พูดไปอย่างนั้นแหละ เป็นถึงประธานสมาคมผู้พิทักษ์ฯ ต้องเน้นการประชาสัมพันธ์(และแพร่เชื้อ)ให้คนทั่วไปทราบเป็นธรรมดา อีกอย่าง...เธอก็16 ไม่ใช่เหรอ...

    ขณะที่ประธานสมาคมศาสตร์ม่วง กำลังง่วนกับการเลือกเฟ้นโดจินให้เหมาะสมกับตามคำขอ ศาสตราจารย์มักกอลนากัลแกก็เดินเข้ามาพอดี ทั้งหมดจึงแตกฮือรีบแยกย้ายกันไปเรียนวิชาของแต่ละบ้าน แต่โดจินทั้งหลายที่ปริ๊นท์มาก็ไม่ได้ตามเฮอร์ไมโอนี่ไปด้วยเพราะโดนริบเรียบ

    .............................................

     

     

    เหล่าแมกไม้ที่สะท้อนรับแสงช่างเจิดจ้าจับตา และยิ่งไหวระยับยามต้องลม พาให้คนมองรู้สึกรื่นรมย์ไปกับธรรมชาติที่งามวิจิตร ราวกับกำลังอยู่ในห้องมรกตของอาณาจักรแห่งออซ เรือนกระจกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสิ่งชื่นตานี้ จุดประสงค์ของมันไม่ใช่แค่เพาะดอกไม้สีสดอย่างเดียว หากเป็นอีกมุมพักผ่อนปล่อยอารมณ์ของบรรดาอาจารย์ยามว่างงานต่างหาก 

    “..แล้วก็นี่นะแฮร์รี่ก็วิ่งเข้ามาในห้องโถง บอกรักเซเวอร์รัสเสียงดังเชียว” 

    เหรอ...แล้วยังไงต่อล่ะ ?” 

    ชายหนุ่มผิวสีดำแดงคล้ำแดดหน้าตาเรียบร้อย เร่งให้คู่สนทนาที่มีผมสีน้ำ ตาลแซมเทาเล่าเรื่องราวของเพื่อนต่อ แต่ชายอีกคนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ กลับชักสีหน้าให้ยับยู่  ถ้วยชาที่ถืออยู่สั่นไปตามแรงโกรธ

    มานินทาต่อหน้าเจ้าตัวนี่วอนหาเรื่องตายใช่ไหมรีมัส?” 

    สเนปถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยอันตราย ลูปินยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยไม่ใส่ใจ  ตายังคงมองกลุ่มไหมสีเขียวที่กำลังถักอยู่

    นานๆ ฮังจะกลับมาเสียที เขาก็อยากรู้เรื่องคุณเป็นธรรมดา คุณเองก็ไม่ชอบให้คนมานินทาลับหลังไม่ใช่เหรอ  ดังนั้นเล่าที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว

    ที่เหมาะที่สุดคือ หุบปาก’ ต่างหาก” 

    นัยน์ตาสีราตรีจ้องไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วพูดเน้นคำ

    แล้วนายทำอะไรยุกยิกๆ อยู่ ?”

    สเวตเตอร์น่ะ..ใกล้วาเลนไทน์แล้วฉันก็อยากจะทำอะไรให้เดรโกบ้างเดี๋ยวจะพาลงอนไปเสียก่อน  

    เขายิ้มตอบ   บางทีคุณก็น่าจะทำอะไรบ้างนะ

     “ทำไมฉันต้องมาเสียเวลานั่งถักอะไรพรรค์นี้ด้วยเล่า

    สเนปกระชากเสียงถามห้วน ลูปินจึงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    ผมก็ไม่ได้บอกให้คุณถักนี่นา อีกอย่างเขาก็คงไม่อยากให้คุณทำด้วย แค่อยากจะบอกว่าทำอะไรที่ให้เขาเห็นว่าเราก็ให้ความสำคัญกับเขาบ้าง...ก็เท่านั้น คุณคงไม่ชอบใจใช่ไหมล่ะถ้าวันนั้นแฮร์รี่ไม่มีอะไรมาให้บ้าง” 

    ก็แค่เทศกาล ฉันไม่เสียเวลาไปสนใจหรอก

    อาจารย์หนุ่มตัดบทดื่มชาต่อ แล้วตวัดสายตาไปทางคนที่เคยเป็นเพื่อนร่วมบ้าน   

    แล้วจะกลับเมื่อไหร่ฮัง ?”

    เอ...ไม่รู้สิ หัวหน้าให้ฉันลาพักร้อนได้น่ะ...เป็นโบนัส...” 

    คนถูกถามตอบเอื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนเด็กๆ 

    ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเขาให้หยุดกี่วัน ว่าจะให้ทางหน่วยฯ ส่งนกฮูกมาตามแล้วค่อยกลับ” 

    ว่าจบก็หัวเราะแก้เขินกับความเอ๋อของตัวที่ไม่คิดจะรู้อะไรสักอย่าง ทำให้คนฟังต้องต่างส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ 

    ฉันว่าจะถามนายตั้งนานแล้วล่ะเซเวอร์รัส เขาว่ากันว่าลูกของเจมส์สู้กับอดีตของจอมมารที่ควบคุมบาซิริสก์ในห้องลับของท่านสลิธีรินจนชนะใช่ไหม จะว่าอะไรหรือเปล่าถ้าฉันอยากจะได้โครงกระดูกของมัน ไปใช้ตั้งโชว์ในตึกของหน่วยวิจัยพันธุ์สัตว์วิเศษเสียหน่อย” 

    มันก็ไม่ใช่ของฉันหรอกนะ ถ้านายจะเอาก็คงไม่มีใครว่า รู้สึกว่าห้องนั้นจะอยู่ตรงห้องน้ำหญิงของยายเมอร์เทิล เอาเถอะ...พูดให้มนุษย์หลงทิศอย่างนายฟังก็ไม่ต่างอะไรกับพูดใส่โอ่ง แถมรู้สึกว่าจะต้องใช้ภาษาพาเซลเปิดด้วย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะให้พอตเตอร์พาไปก็แล้วกัน

    อาจารย์หนุ่มพูดเรื่อยๆ แล้วก็นึกอะไรบางอย่างออก 

    ไหนๆ นายก็เข้าไปแล้วช่วยขนคราบมันออกมาให้ฉันด้วย จะได้เอาไปขายร้านยา...เอามาให้หมดเลยนะ

    พ่อหนุ่มฮังพยักหน้าหงึกๆ รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด  ผมสีน้ำตาลแดงที่ถูกตัดด้วยมีดถางป่าจนสั้นยาวไม่ได้ทรงไหวลู่ไปคนละทาง พลันเมื่อเงยหน้าขึ้นดวง ตาสีเทาใสซื่อก็เห็นนกฮูกสีหมอกร่อนอยู่นอกเรือนกระจก 

    ขอตัวแป๊บนะ...นกฮูกของฉันมันสายตาไม่ค่อยดีต้องไปรับมันก่อน

    พูดเสร็จก็รีบลุกออกไป แต่กว่าจะพ้นเรือนกระจกก็เตะนู่นเตะนี่ไปทั่ว ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าคนซุ่มซ่ามนั่นจะเป็นนักปรุงยามือฉกาจคนหนึ่ง

    ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเทชาให้สเนปอีกถ้วย แล้วคุยกันเรื่องงานต่อ ในตอน นี้ลูปินได้งานสอนป้องกันตัวฯ กลับมาแล้ว ส่วนบิลก็ไปสอนเพศศึกษาแทน  แม้เด็กหนุ่มผมแดงจะไม่ว่าอะไร แต่พวกนักเรียนกลับมีความรู้สึกรักพี่เสียดายน้องเพราะ ลูปินก็สอนดี อีกใจก็อยากเรียนต่อสู้กับบิลต่อ ทำให้เพศศึกษาตอนนี้กลายเป็นวิชาการป้องกันตัวเมื่อถูกคุกคามทางเพศไปโดยปริยาย เด็กๆ เริ่มเรียนมวยไทยต่อจากฟันดาบกันแล้ว

    ในขณะที่กำลังผ่อนคลายกับการจิบน้ำชาได้พักหนึ่ง เสียงฝีเท้ายามย่ำพงหญ้าก็ทำให้นึกว่าฮัง ไกเพื่อนจอมเอ๋อ กลับมาจากไล่ตามนกฮูกที่เอ๋อพอๆ กับเจ้า ของแล้ว แต่เสียงตะโกนหลังเสียงเปิดประตูกลับเป็นอีกคนเสียนี่

    เจ้าเนป !  ทำไมแกไม่ทำตัวดีๆ น่ารักๆ กับแฮร์รี่เลยฟะ !?”

    ซิเรียสตะโกนระคนหอบ  คนถูกถามเริ่มชักคิ้วมาติดกัน 

    ทำดี ?  แบบไหนของนายที่เขาเรียกว่าทำดี ?”

    ฉันรู้แค่ว่าไอ้ที่แกทำอยู่เขาเรียกไม่มีดีโว้ย !  อย่างน้อยก็ใส่ใจกันหน่อยสิฟะไอ้คนไร้ความละเอียดอ่อนนี่ ทำอะไรให้มันตรงใจวัยรุ่นบ้าง มีอย่างที่ไหนอีกฝ่ายนัดไปหาอะไรดื่ม กะจะใช้เวลาว่างคุยไปพลาง ดื่มอะไรกันไปพลาง มองหน้ากันไปพลาง แล้วก็งุ๊งงิ๊งๆ กันไปพลาง เจือ---กพาไปดื่มชารสนิยมแก่ๆ ในห้องทำงานซะนี่ !  สมัยฉันอย่างนี้เขาเรียกชวนมาด่าเว้ย ไม่ใช่ชวนมาดื่ม !  ฉันเห็นลูกทูลเกล้าเดินทำหน้าเซ็งกลับมาจากห้องแกทุกทีไม่ไหวแล้วนะ !  ในฐานะพ่อทูนหัวและผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก ฉันทนมองพฤติกรรมแกไม่ได้แล้วเฟ้ย !

    ไม่ไหวก็ไม่ไหวสิ ไม่ต้องมาบอกฉัน ฉันไม่คิดจะให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบ การณ์ด้านความรัก ในฮาเร็มผู้คุมวิญญาณนานนับสิบปีมาช่วยสั่งสอนหรอกนะ แล้วถ้าพล่ามเสร็จก็ช่วยรีบๆ ไสหัวกลับไปได้แล้ว !  นายไม่ควรมาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวมีใครเห็นเข้าจะเสียแผนที่อุตส่าห์วางไว้หมด (แล้วอย่ามาว่าใบชาราคาแพงของฉันนะ) !

    ตอนนี้นอกจากนายกับรีมัส ก็มีศาสตราจารย์บินส์เท่านั้น จะกลัวอะไรเล่า !

    เจ้าหมาขาวชี้ไปตรงวิญญาณอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ที่กำลังนั่งเหม่อมองดื่มด่ำกับธรรมชาติตรงท้ายเรือนกระจก แต่ไม่ทันที่กลิ่นอายของคำเตือนจะผ่านพ้น ชายหนุ่มผิวสีแทนก็กลับเข้ามาอีกครั้ง

    นี่ๆ ทางหน่วยฯ เขาแจ้งมาว่าจะให้ฉันหยุดได้อีก อาทิตย์แหละเพราะฉันไม่เคยลางานเลย อ้าว..ซิเรียสนี่..” 

    รอยยิ้มใสซื่อจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาสงสัย คนถูกเรียกสะดุ้งโหยงกับการปรากฏตัวของฝ่ายตรงข้าม จากนั้นก็กระแอมครั้งหนึ่งแล้วเสยผมยืนเก๊ก

    ยูจามผิดโคนแล้ว อายไม่ใช่ซิเรียส แต่อายชื่อสตับบี้ บอร์ดแมนอดีตนัก ร้องนำวงเดอะ ฮ็อบก็อบลินส์ ถ้ายูต้องการลายเซ็นอาย ช่วยนำหมายศาล เอ๊ย ! กระดาษมาเองด้วยนะคราบ” 

    ซิเรียสดัดเสียงพูดม่ายชาดเต็มที่ เลียนแบบพวกนักร้องวัยรุ่น จนคนฟังรู้สึกอยากควักหนังสติ๊กขึ้นมาดีดปากล่าง โชคดีที่คนตรงหน้าหลอกง่ายเป็นพิเศษจึงเชื่อเสียสนิทใจ  แต่โชคร้ายไปหน่อยที่มีแขกชุดใหม่เข้ามาอีกชุด

    เร็วเข้าแฮร์รี่ เดี๋ยวศาสตราจารย์สเนปแกจะไม่อยู่ให้ฉันถามเสียก่อน โดจินถูกยึดไปฉันต้องใช้หมึกปริ๊นท์มหาศาลปริ๊นท์มันใหม่ อ๊ะ..

    เฮอร์ไมโอนี่ซึ่งลากแฮร์รี่และรอนตามหาศาสตราจารย์สอนปรุงยา ยืนนิ่งมองชายหนุ่มผมขาวที่กำลังเซ็นลายเซ็นให้คนไม่รู้จัก สเนปกับลูปินต่างถอนหายใจเมื่อเด็กทั้งสามชี้นิ้วมาทางเจ้าหมาหนุ่ม แล้วตะโกนชื่อเขาดังลั่นเป็นเสียงเดียว

     

    เอ๋!!!!”

     

     ......................................


    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 13.00 น. 

     

    วันนี้เป็นวันเสาร์...ทั้งๆ ที่แฮร์รี่ตั้งใจว่าจะใช้เวลาว่างหลังจากซ้อมควิดดิชช่วงเช้านี้ถักผ้าพันคอ(?)ให้เสร็จ กลับต้องเสียเวลาพาศิษย์เก่าฮอกวอตส์เยี่ยมชมห้องลับของท่านสลิธีรินเสียได้ เพราะเวลามีจำกัดเขาจึงหอบงานเข้ามาทำด้วย ไม่สนใจว่าคนที่จำต้องพามาจะเก็บนู่นสำรวจนี่อะไรบ้าง

    เขี้ยวอีกข้างอยู่ตรงไหนนะ ?” 

    ชายหนุ่มผิวสีแทนรำพึงกับตัว มือข้างหนึ่งกำเขี้ยวสีเงินวาวยาวประมาณหนึ่งศอก ส่วนอีกข้างก็ถือถุงใบใหญ่ที่บรรจุกระดูกและคราบของเจ้างูยักษ์ซึ่งเคยไล่ล่าแฮร์รี่  พลางสอดส่องสายตามองไปตามพื้น ขณะเดียวกันก็เดินเข้ามาทางเด็กหนุ่มที่กำลังง่วนกับงานในมือ จากนั้นจึงส่งเสียงถามคนที่พามาโดยไม่ได้มอง 

    เห็นเขี้ยวอีกข้างบ้างมั๊ยแฮร์รี่ ? โอ๊ะ !

     ฮังอุทานเบาเมื่อเท้าไปสะดุดกับรอยต่อของพื้น โชคดีที่แฮร์รี่หันกลับมามองเมื่อได้ยินคำถาม ทำให้เบี่ยงตัวหลบเขี้ยวงูที่แหวกอากาศพุ่งเข้ามาหาตนได้ทันท่วงที มันจึงปักลงที่พื้นแทนที่จะเป็นร่างของเขา ส่วนคนที่ถือมันตอนนี้กำลังนอนวัดพื้นหลังจากล้มลงเอาหน้าฟาดกระเบื้องหิน ดวงตาสีเขียวใสเบิกมองฤทธิ์ของพิษร้ายที่ยังคงค้างอยู่  ละลายพื้นแข็งจนเกิดเป็นของเหลวมีฟองผุดขึ้นเหมือนโดนลาวา หากหลบไม่ทันไอ้ที่จะเดือดปุดๆ ตอนนี้คงจะเป็นมันสมองของเขาแน่ คนซุ่มซ่ามกลับหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน 

    ขอโทษนะ...คือ...ไม่ทันมอง” 

    เขาพูดพร้อมยิ้มให้อย่างอายๆ เด็กหนุ่มหรี่ตามองสลับกันระหว่างคนที่กำลังนั่งแบะขาอยู่ กับไอ้ของที่โดนแล้วผลไม่จบอยู่แค่ขอโทษ ก่อนจะฝืนยกมุมปากยิ้มตอบ เสียงลอดมาตามฟันที่กัดไว้

     “...ไม่เป็นไรฮะ...

    จากนั้นก็ก้มหน้าทำงานต่อ  ฮัง ไก..ดูๆ ไปก็เป็นคนที่ไม่มีจุดเด่นอะไร รู้แค่ว่าเป็นเพื่อนเก่าของอาจารย์สอนปรุงยา...ในขณะเดียวกันก็เป็นเพื่อนกับพวกพ่อด้วย ช่างเป็นอะไรที่ไม่น่าเป็นไปได้เลย 

    ซิเรียสบอกว่าเขาเป็นสลิธีรินคนเดียวที่คบได้และไม่มีพิษไม่มีภัยที่สุดเพราะเป็นคนที่ใช้คาถาอะไรไม่ได้เลย ไม่ได้เป็นสควิป...แต่เหมือนพระเจ้าจะสร้างให้เขาลืมคำสั่งการใช้คาถาเสียหมดนอกจากลูมอส แต่ตัวเด็กหนุ่มกลับรู้สึกต่างจากพ่อทูนหัว...ไม่ใช่เพราะไอ้นิสัยซุ่มซ่ามจนได้เรื่องนั้น แต่พออยู่ใกล้กับคนๆ นี้ทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ... 

    “...น่าเสียดาย...” 

    อะไรนะฮะ ?” 

    แฮร์รี่หันกลับมาถาม เพราะได้ยินคำพูดราวเสียงกระซิบไม่ชัด ชายหนุ่มผิวแทนละสายตาจากเขี้ยวยาวมามองคนถาม ดวงหน้าที่เรียบเฉยค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อมีรอยยิ้มใสซื่อปรากฏ

    เขี้ยวมันกระแทกพื้นจนบิ่นไปน่ะ  ไม่มีอะไรหรอก

    ฮังบอกด้วยน้ำเสียงลากช้าเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะเอาเขี้ยวใส่ในถุงที่ทำจากหนังมังกร แล้วโยนมันใส่รวมๆ กับโครงกระดูกในถุงใหญ่ จากนั้นก็เหวี่ยงมันขึ้นบ่าแบกไปตามทางเหมือนกับไม่รู้สึกถึงความหนัก 

    แขนเสื้อที่ยาวคลุมหลังมือซ้ายล่นลงมาเมื่อชูขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นใหญ่น่ากลัวตรงท้องแขนซึ่งเกิดจากการใช้มีดปาดคว้านออก พอเขาเห็นว่าแฮร์รี่กำลังมองอยู่จึงรีบวางถุงลงแล้วจัดแขนเสื้อซ่อนแผลเป็นเอาไว้ ก่อนจะแบกถุงเดินต่อ ต่อจากนั้นก็เล่าเรื่องสมัยเด็กๆ เกี่ยวกับเจมส์ให้เด็กหนุ่มฟัง ( ดูยังไงเธอก็เหมือนพ่อมากนะ’ ) เขาคงหวังให้แฮร์รี่ลืมเรื่องแผลเป็นนั่นแต่เด็กหนุ่มติดใจมันซะเหลือเกิน 

     

    ...เพราะมันอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับตราที่อาจารย์สอนปรุงยามี..ตำแหน่งของตรามาร...

     

     ..................................



    TBC



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in