Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #15
  • แดดยามกลางวันที่สาดส่องเข้ามาในผ้าม่านสีขาวของเตียงสี่เสาของห้องพยาบาลปลุกเด็กหนุ่มร่างเล็กให้ตื่นจากการนอนอันยาวนาน เดรโกมองมือตัวเองแล้วหันมองรอบกาย...ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้เลยสักคน 

    เขาค่อยๆ ลุกแล้วเดินตามหาคนๆ หนึ่งทั่วห้อง เมื่อไม่เจอก็เดินไปหาที่ห้องอื่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตั้งแต่หน้าห้องจนถึงหลังห้องไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เป็นเวลากลางวัน แต่ทั่วทั้งปราสาทกลับเงียบสงบไร้วี่แววของคน ราวกับโลกนี้มีเพียงตัวเอง เดรโกเดินหาลูปินจนสุดท้ายก็ไปหยุดยืนอยู่หน้าแปลงดอกหญ้าเซอร์รีน พวกมันเฉาตายหมดแล้ว.. 

    ทำไมไม่มีใครอยู่ร้องเพลงตอนเช้าให้นะ..คนที่ช่วยดูแลมันหายไปไหน

    เขาหยิกแก้มของตัวเพื่อพิสูจน์ว่านี่มันเป็นความฝันหรือเปล่า ความเศร้าเข้าเกาะกินจิตใจ เจ็บปวดจนด้านชา...ความรู้สึกนี่สินะที่อีกฝ่ายบอก...นี่สินะคือม่านหมอก พลันน้ำตาก็ค่อยๆ เอ่อล้นไหลลงใบหน้าที่สงบนิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าเงยหน้ามองไปยังเบื้องบน

    วันนี้แสงไม่ค่อยมีเลยนะฮะศาสตราจารย์ลูปิน

    เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเด็กหนุ่มให้หันมองพบซิเรียสกำลังก้าวเข้ามาหา เดรโกจึงพูดช้าๆ ด้วยเสียงสั่นเครือ 

    คุณเทวดาฮะ...คุณเจอเพื่อนใหม่ของคุณหรือยัง คนที่ดูใจดีๆ แล้วก็ชอบยุ่มย่ามกับชาวบ้านน่ะฮะ...ผมมีเรื่องจะบอกเขาเหมือนกัน...แต่เขาไม่อยู่ฟังผมเลย...

    เดรโกถามอย่างใสซื่อขณะเดียวกันหยาดน้ำตาก็ไหลอาบลงมาไม่ขาด จากนั้นก็พยายามยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า 

    “..บอกเขาทีว่าผมก็รักเขาเหมือนกัน..

    ซิเรียสกัดฟันแน่นก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างสุดกลั้น

    ขอโทษนะเดรโก..ฉันทำตามที่เธอขอร้องไม่ได้..ขอโทษจริงๆ

    คุณเทวดายังไม่เห็นเขาเหรอฮะ ?” 

    เด็กในอ้อมกอดถามแล้วกำหลังเสื้ออีกฝ่ายแน่น เสียงสะอื้นที่ดังเป็นระยะช่างบาดหูชายหนุ่มทำให้อ้อมแขนแกร่งกอดรัดแน่นขึ้น

    ..และหมัดขวาตรงของบิลก็บาดปากเจ้าหมาหนุ่มดังฉัวะ..

    เผลอเป็นไม่ได้เลย...โรครักเด็กกำเริบนี่มันต้องรักษากันกี่หมัดเนี่ยครับมันถึงจะยอมหาย?” 

    เด็กหนุ่มผมแดงถามเสียงเข้มพร้อมบีบข้อนิ้ว เตรียมสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์(หน้า)มืดภาคปฏิบัติอีกรอบ ขณะที่เจ้าหมาขาวยกมือขึ้นห้ามพลางกระ ดึ๊บเท้าถอยตั้งหลัก

    เดรโกมองดูเหตุการณ์อย่างงงๆ หากแต่เสียงนุ่มที่เรียกชื่อเขาทำให้รีบหันไปมอง คนที่เห็นคือผู้ชายที่ใส่ชุดซอมซ่อได้ดูดีที่สุดในโลก เด็กหนุ่มเปิดปากจะเรียกชื่อเขาแต่กลับไม่มีเสียงใดออกมาจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาแทน

    บ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ งี่เง่าที่สุดทำยังงี้กับผมได้ยังไง ! กล้าทำยังงี้กับผมได้ยังไงกัน!?  แล้วทำไมรอดมาแล้วถึงไม่อยู่บอกผม?” 

    ร่างเล็กถามพร้อมกระหน่ำทุบไม่ยั้ง แต่พอเห็นมือที่ยกขึ้นมาใช้ป้องกันเต็มไปด้วยขนหยาบๆ สีน้ำตาลยาวคล้ายขนสัตว์ก็ชะงักกึก

    ร่างครูมีปัญหา...เลยต้องหาที่หลบสักพัก คือ...ฟังแล้วอย่าโกรธครูนะเดรโก ครูปรุงยาผิดสูตรนิดหน่อยนะ โชคดีศาสตราจารย์สเนปกลับมาช่วยครูทัน

    แล้วจึงหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน ขณะที่เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง เพราะเพิ่งนึกวีรกรรมการทำหม้อยาระเบิดภายใน30 วินาทีของคนตรงหน้าออก จากนั้นน้ำเสียงที่แสดงความหงุดหงิดถึงขีดสุด ก็บ่งบอกถึงการมาของอาจารย์สอนปรุงยา สเนปเหลือบมองลูปินด้วยหางตา 

    ไม่ถามเหรอว่าเจ้าคนที่ยืนอยู่หน้าเธอปรุงอะไรให้เธอกิน ฝีมือดีนักนี่ถึงได้กล้าทำยาแก้พิษใช้เอง บอกให้รอดันทำเป็นเก่ง ถ้าฉันมาไม่ทันเธอสองคนได้ตายหมู่แล้ว

    อาจารย์หนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเต็มที่ แต่คนที่ถูกพูดถึงกลับหัวเราะเหมือนมันเป็นเรื่องตลกที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองแม้แต่น้อย ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์บ้านสลิธีรินจึงต่างถอนใจ สเนปพูดต่อ 

    “..แต่ก็โชคดี เพราะตอนนั้นฉันก็มาไม่ทันเวลาจริงๆ..พอมาถึงห้องก็เห็นพากันนอนนิ่ง จะเขย่าเรียกยังไงก็ไม่ฟื้น แถมมีขวดน้ำยาแก้ฉบับฉุกเฉินว่างๆ วางไว้เสียอีก  ถ้ายาได้ผลคงมีใครคนหนึ่งหายไปแล้วหรอกตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น แต่นี่ครบ..แถมคนหนึ่งนอนหน้าเขียว อีกตัวนอนขนขึ้นดกอีก ฉันนึกว่าโลกนี้จะไม่มียาตัวไหนทำปฏิกิริยากับยาของฮังแล้วนะ  แต่นายก็ยังอุตส่าห์ทำมันจนได้นะรีมัส” 

    เขาปรายตาไปยังลูปินแว่บหนึ่งก่อนจะยิ้มน้อยๆ 

    แต่ก็ยังดีที่ไม่ตาย...นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายจะรอดมาได้เพราะดอกหญ้าเซอร์รีน...

    เอ๋ ?” 

    เดรโกส่งเสียงสงสัยในลำคอ แต่พอนึกถึงสรรพคุณของมัน ที่ใช้ในการยืดระยะเวลาในการออกฤทธิ์ยาให้นานขึ้น ก็ส่งเสียงตกใจขึ้นมาอีกครั้ง ตอนที่ปรุงน้ำ ยารักหัวปัก เขาใส่มันไปซะเยอะเลย มันคงมาออกผลยืดระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของSecond full moon แทน  

    เด็กหนุ่มเงยหน้ามองอาจารย์ประจำบ้าน  ก่อนจะพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

    เอ่อ..ขอบคุณสำหรับหลายๆ เรื่องเลยนะฮะศาสตราจารย์

    สเนปมองเจ้าลูกศิษฐ์จอมวุ่นตรงหน้าค่อยส่งยิ้มบางๆ ให้ แล้วลูบหัวเดร โกอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอามือป้องปากหาว 

    จบเรื่องงี่เง่านี้ได้ซะที...ไปนอนล่ะ วิ่งวุ่นมาทั้งคืนแล้ว...

    พอบอกลาจบก็หมุนตัวจะเดินไป ว่าไปตั้งแต่กลับมา เขาก็ตั้งใจจะนอนยาวแล้วเพราะยังไงวันนี้ก็ไม่มีสอน โรงเรียนบอกให้หยุดแค่วันคริสต์ก็จริง แต่หลังคริสต์มาสอย่างนี้ก็คงไม่มีเด็กคนไหนตื่นขึ้นมาเรียนไหว...ส่วนใหญ่คงจะโดด

    อย่าว่ายังงั้นยังงี้เลย บรรดาอาจารย์ก็ตั้งใจโดดสอนเหมือนกัน แต่เพราะต้องมาอดตาหลับขับตานอนปรุงยาแก้ให้ลูปิน หายจากการตัวเป็นคนแต่ขนหมาป่าขึ้นเต็มตัว แล้วก็ต่อด้วยวิ่งตามหาเดรโกที่จู่ๆ ก็หายไปเนี่ยแหละ ทำให้ไม่ได้นอนเสียที 

    ขณะที่กำลังคิดถึงเตียงนุ่มๆ อยู่ เจ้าหมาหมีก็คว้าไหล่เขาหมับ

    นายนัดเต้นรำกับแฮร์รี่ไว้ไม่ใช่เหรอเจ้าเนป?”

    สเนปเงยหน้ามองท้องฟ้าดูพระอาทิตย์ที่ขึ้นตรงเป๊ะกลางหัวเหม่งแล้วเอานาฬิกาพกมาดูให้แน่ใจอีกที จากนั้นจึงย่นคิ้วพูดเสียงต่ำ 

    อีก 15 นาทีก็จะเที่ยงแล้ว ไม่มีไอ้บ้าที่ไหนนั่งรอจนถึงป่านนี้หรอก

    บิลยกมือขึ้นเสมอไหล่ช้าๆ เพื่อให้อาจารย์สอนปรุงยาหันมามอง จากนั้นก็พยายามยกมุมปากขึ้นยิ้มแหย เพราะตัวเองก็คิดอย่างที่ฝ่ายนั้นพูดมาเหมือนกันแต่....

    ตอนที่ผมผ่านห้องโถง...ยังได้ยินเสียงเพลงอยู่เลย...

    ทุกคนสะดุ้งมีท่าทีตกใจต่างกันไป คล้ายกับเพิ่งได้ฟังเรื่องสยองขวัญมาหมาดๆ สเนปรีบวิ่งไปทันทีขณะที่ซิเรียสส่งเสียงไล่ (หนวกหูโว้ย  ไปตายซะ !’ อาจารย์หนุ่มหันกลับมาชูนิ้วกลางให้แต่ก็ไม่ชะลอฝีเท้า) บิลกุมขมับถอนหายใจ ลูปินก็ยืนหัวร่ออยู่อย่างนั้น ไม่สนใจจะห้ามไม่ให้ทั้งสองคนหยุดแลกเปลี่ยนคำด่ากันจนเสียงฝีเท้าลับไป ส่วนเดรโกก็ยืนมองชายหนุ่มที่ขาวทั้งตัวบ่นอุบกับชายผมสีน้ำตาลแซมเทาที่ยืนอยู่ข้างๆ

    ฉันน่ะนะไม่เห็นจะอยากได้เจ้าเนปมาเป็นสะใภ้สักนิด ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้น้า~”

    ฮะ ฮะ เอาน่าๆ โบราณว่าไว้เกลียดยังไงก็ได้อย่างนั้น แต่ฉันว่าอย่าไปพูดอย่างนี้ให้แฮร์รี่ได้ยินดีกว่านะ เพราะเขาหวังจะให้เป็นแฮร์รี่ สเนป’ อยู่ไม่ใช่    เซเวอร์รัส พอตเตอร์’”

    มันจะเป็นไปได้ยังไง” 

    ซิเรียสหัวเราะลั่นจนน้ำตาเล็ดพร้อมกับตบบ่าเพื่อนไปด้วย แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อมือเล็กกระตุกชายเสื้อเรียก   ครั้นหันมาก็เห็นเดรโกทำหน้ามุ่ยอยู่ 

    เป็นเทวดา..ต้องไม่มีใครเห็นไม่ใช่เหรอฮะ?”

    “..................” 

    ..ชะอุ๊ย..ลืมตัว..


    .....................................


    ทำนองเพลงยังคงบรรเลงอยู่ในห้องโถง นาฬิกาโบราณที่จะปรากฏออก มาเฉพาะงานเต้นรำในวันคริสต์มาส ยังคงตั้งอยู่เคียงข้างเด็กหนุ่มผมยุ่งซึ่งกำลังนั่งรอการมาของคนๆ หนึ่งอย่างไม่รู้เหนื่อย ความท้อใจไม่เคยครอบงำจิตใจให้ขุ่นมัวแม้สักนาที  ดวงตาสีเขียวใสราวมรกตยังคงจับจ้องตรงประตูทางเข้า

    หมอนั่นไม่มาแล้วล่ะแฮร์รี่  กลับไปนอนกันเถอะ” 

    รอนหันไปบอกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นครั้งที่..ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ โต้รุ่งแบบนี้สมองน้อยๆ ทำงานไม่ไหวแล้ว..มันสั่นพั่บๆ ไปหมด แต่แฮร์รี่ยังคงตอบคำชวนซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยรอยยิ้มทุกครั้ง

    เขาต้องมาแน่รอน  เพราะเขารับปากฉันแล้ว” 

    เด็กหนุ่มผมแดงถอนหายใจยาว เห็นเพื่อนดูมีความสุขในการรออย่างนี้แล้วก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไรต่อไป หากเป็นตัวเขาก็คงจะไม่มั่นใจว่าจะนั่งรอได้นานถึงขนาดนี้หรือเปล่า รอนมองเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งเป็นอาจารย์สอนเต้นรำให้แฮร์รี่ กำลังนอนพิงกันอยู่กับจินนี่แล้วก็ยิ้มให้  นอกจากเขาแล้วไม่มีใครไม่เชื่อเลยสิเนี่ย 

    รอนเหลือบมองเพื่อนอีกครั้ง จากนั้นจึงถอนหายใจหนักให้ได้ยิน

    แฮร์รี่...อย่าลืมนะเย็นนี้พวกเรามีนัดซ้อมควิดดิชกัน

    อืม” 

    ซีกเกอร์หนุ่มทิ้งหัวพยักหน้ารับรู้...ใจก็ชักเริ่มสำนึกผิดที่ทำให้เพื่อนเดือด ร้อน ต้องเสียเวลามานั่งรออาจารย์สอนปรุงยาไปกับตัวด้วย เด็กหนุ่มอีกคนหัวเราะกับปฏิกิริยานั่น

    ไม่เอาน่า มันหมายความว่าต่อให้ถึงเย็น ฉันก็จะนั่งรอเป็นเพื่อนนายยังไงล่ะ  รอนยิ้มกว้างให้ 

    แต่ฉันรอแค่ตอนเย็นเท่านั้นนะ..ฮึ ! มาสายแบบนี้น่าจะหักคะแนนหมอนั่นบ้างนะ หักบ้านสลิธีริน 10คะแนน” 

    ถ้าฟังเหตุผลฉันแล้ว เธอต้องให้ฉันสัก 100คะแนนด้วยซ้ำมิสเตอร์วีสลีย์

    เสียงเรียบเย็นระคนหอบที่มาจากด้านหลัง  ทำให้รอนได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ (เอิ๊ก !’ ) ไม่กล้าแม้จะหันไปมองให้แน่ใจว่าใช่ตัวจริงเสียงจริงหนึ่งเดียวคนนั้นแน่หรือเปล่า ขณะเดียวกันสองสาวก็ตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์หนุ่ม แฮร์รี่รีบลุกขึ้นยืนทันทีแล้วถามอย่างดีใจ

    ศาสตราจารย์เข้ามาตอนไหนฮะ ผมไม่เห็นเลย” 

    “..ทางประตูเล็กที่อยู่ด้านหลัง..

    เขาพูดพร้อมเพยิกหน้าไปทางประตูที่ไม่ว่าใครก็ๆ นึกว่ามันเก่าจนเปิดไม่ได้แล้ว..มันเป็นทางลัดน่ะ  แล้วเธอมานานแล้วหรือยัง ?” 

    แฮร์รี่ส่ายหัวปฏิเสธแรงทั้งๆ ที่เขามาตั้งแต่ก่อนเปิดงานด้วยซ้ำ แล้วจึงหยุดยืนยิ้มกว้างมองคนตรงหน้าที่มีขอบตาดำคล้ำเป็นหลักฐานของการอดนอนอยู่พอๆ กันกับตัวเองในตอนนี้ แต่เพราะส่ายหัวแรงไปในสภาพร่างกายที่เหนื่อยอ่อน ทำให้เด็กหนุ่มทรงตัวไม่อยู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น อาจารย์หนุ่มหรี่ตามองลง

    ยังจะเต้นไหวไหม ?”

    ไหวสิฮะ !” 

    พูดพร้อมรีบยันตัวขึ้นมาใหม่ ทางสองสาวก็รีบหยิบกล้องขึ้นมาปรับโฟกัสเตรียมหามุมกล้องสวยๆ กะว่าจะเอามาใช้ประกอบเพลงไฟนอล แล้ววางขายในงานโดจินต้อนรับเทศกาลหน้าร้อน แต่รอนกลับตัดทางทำมาหากิน เสกปี๊บคลุมหัวก่อนจะลากทั้งคู่ออกไปเพราะทนพฤติกรรมไม่ไหว สเนปมองไปยังนาฬิกาโบราณที่ใกล้จะมลายหาย เพื่อเตรียมพร้อมจะปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในปีถัดไป

    ฉันคงมีแรงเต้นเพลงช้าๆ ได้แค่เพลงเดียว

    ผมก็ชอบเพลงช้าฮะ” 

    รอยยิ้มของแฮร์รี่ทำให้อาจารย์หนุ่มประหลาดใจ ที่อีกฝ่ายไม่ขี้โวยวายเหมือนเก่า สักพักเสียงดนตรีในทำนองแช่มช้าก็บรรเลงขึ้นมา เด็กหนุ่มเพิ่งสังเกตว่าเสียง เพลงที่เขานั่งฟังมาตั้งแต่หัวค่ำนั้นไม่สามารถหาที่มาของเสียงได้ แต่..ไม่ว่ามันจะมาจากไหนก็ตาม ก็อยากขอบคุณอย่างจริงใจที่อุตส่าห์บรรเลงให้เขาฟังมาตลอด จนถึงตอนนี้  แฮร์รี่ยื่นมือไปหาคนตรงหน้า

    นิ้วเรียวยาวขาวอีกฝ่ายที่สอดเข้ามาอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีดำลึกที่เฝ้าหวังไว้เสมอ ว่าอยากให้หยุดมามองเขาบ้างแม้สักนิด ในตอนนี้กำลังมองตรงมาแต่เขาเท่านั้นทำเอาหุบยิ้มไม่ลง

    คู่เต้นที่เขารอมาทั้งคืนคงจะแปลกใจไม่น้อย ที่เขามีสีหน้ายินดีเช่นนี้ทั้งๆ ที่บอกว่าเต้นได้แค่เพลงเดียว แต่สำหรับเขาไม่ว่าจะเพลงเดียวหรือหลายเพลง การได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดขนาดนี้ภายในใจก็รู้สึกลิงโลดจนแทบรั้งไว้ไม่อยู่ เหมือนตัวเองกับคนตรงหน้ากำลังค่อยๆ ปรับเข้าหากันทีละน้อย เสียงก้าวเท้าเริ่มเป็นเสียงเดียวกัน เสียงหัวใจเหมือนจะเต้นไปในจังหวะเดียวกัน ร่างของเรากับเขากำลังสอดประสานกันภายใต้เสียงดนตรีที่แผ่วพลิ้ว

    เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา ในยามเข็มทั้งสองที่ไม่มีสิ่งใดเหมือนกันเลยแต่กลับมามาบรรจบกันได้ในชั่วเวลาแสนสั้น รอยยิ้มของเด็กหนุ่มค่อยๆ จางหายไปทีละน้อยเมื่อบทเพลงใกล้จะสิ้นสุด จึงถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ฝืนทำเป็นร่าเริงท่าม กลางเสียงระฆังที่ก้องกังวาน 

    “..ศาสตราจารย์เคยได้ยินตำนานของที่นี่ไหมฮะ ที่เขาบอกกันว่าถ้าคู่รักคู่ไหนจูบกันตอนที่นาฬิกาตีบอกเวลาตอนเที่ยงคืน ทั้งคู่ก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป” 

    “..ไม่เคย..”   สเนปตอบห้วนด้วยเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่ากระดาษ

    “..อีกอย่างนี่มันก็เที่ยงแล้วด้วย

    นั่นสิฮะ” 

    เสียงหัวเราะของแฮร์รี่ฟังดูเศร้าสร้อย เขาเองก็หวังไว้อยู่ว่าอยากทำเช่น นั้นเหมือนกัน  ไม่ใช่เพราะอยากจูบ..แต่แค่อยากอยู่ด้วยกันตลอดไปก็เท่านั้น

    ท่ามกลางเสียงระฆังที่แว่วใส มือเรียวซึ่งเคยวางอยู่บนไหล่ของเด็กหนุ่มกลับเลื่อนเข้ามาจับตรงหลังศีรษะ แล้วกดให้เลื่อนมายังริมฝีปากที่รอรับ ตัวแว่นขยับขึ้นจนลอยอยู่เหนือจมูกนั่น ทำให้ไม่เห็นว่าเจ้าของริมฝีปากมีสีหน้าแบบไหน

    เสียงหัวใจเริ่มดังพอๆ กับเสียงระฆังแต่ก็ค่อยๆ สงบลงเมื่อรู้สึกว่าเสียงหัว ใจของคนตรงหน้าก็เป็นแบบเดียวกัน ไม่รู้ว่าต่างหยุดยืนอยู่เฉยๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อ ไหร่ เสียงระฆังและนาฬิกาโบราณหายไปตั้งแต่ตอนไหน และศาสตราจารย์สเนปหลับคาอกเขาไปตั้งแต่ตอนไหน

     

    ...ในตอนนั้น...เรารู้และแน่ใจ ว่าเขาเองก็อยากให้เราอยู่กับเขาตลอดไปเหมือนกันแน่ๆ..

     

    ...ทั้งๆที่อยากจะทำเช่นนั้น..อยากให้เป็นเช่นนั้น...

     

    ...ไม่รู้เลยว่าสุดท้าย..เขาก็ต้องมาจากเราไป...



    ...................................

    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in