Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #14
  •  

    อะไรนะ ?  นายไปตั๊นหน้าเจ้าเนปเหรอ !?”

    ซิเรียสถามลั่นพร้อมยืดตัวขึ้นสูง หากฟังแต่เสียงจะรู้สึกเหมือนว่าเขากำ ลังตกใจที่เพื่อนไปทำร้ายคนที่พูดถึง แต่ถ้ามองสีหน้าประกอบ จะรู้เลยว่ากำลังสะใจอยู่ ลูปินกุมขมับกลุ้มใจขณะที่วางศอกไว้บนโต๊ะไม้ในห้องทำงานของบิลแล้วส่งเสียงโอดครวญ

    ใครมันจะไปรู้เล่าว่านายเตี๊ยมอะไรกับเซเวอร์รัสไว้ โธ่...ฉันน่าจะเอะใจตั้งแต่ตอนที่เขาเดินกระแทกเท้าให้เสียงดังแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยอมร่วมมือกับนายด้วย

    ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวกับเจ้าเพื่อนตัวดีนี่ที่ช่างสรรหาเรื่องแกล้งคนอื่นได้ไม่เว้นวัน เจ้าหมาหนุ่มตบเข่าหัวเราะร่า 

    ช่วยไม่ได้โว้ย พฤติกรรมนายมันกวนอารมณ์คนดูนี่หว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักอย่างฉันทนดูอะไรแบบนี้ไม่ด้า~ย มีอย่างที่ไหน...เป็นมนุษย์หมาป่าอยู่ดีๆ ดั้น~น  อยากกลายเป็นไอ้มดแดงแฝงพวงมะม่วงแทนซะนี่  ว่าแต่เสียดายจังที่นายไม่ได้อยู่ร่างเดิม  ไม่งั้นมีมันแน่” 

    ก็เพราะเป็นมนุษย์หมาป่าไงเล่า ถึงต้องมานั่งทบทวนบทบาทตัวเองว่ามันดีหรือเปล่าที่จะทำแบบนี้ ฉันไม่อยากมีเรื่องปิดบังอะไรกับคนที่จะคบด้วยหรอกนะ เพราะว่ามันไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย แต่ก็พูดไม่ออกเสียทีเลยไม่อยากจะเร่งรีบอะไรกับเรื่องนี้ กะว่าจะรอให้สนิทสนมกันระดับหนึ่งก่อน จะได้พอบอกอะไรได้บ้าง ส่วนเรื่องคบหาก็ค่อยว่ากันอีกที ฉันก็อยากจะทำให้อะไรให้มันถูกต้องเป็นไปตามจัง หวะของมันบ้าง  แต่ดูพวกนายทำยังงี้กับฉันสิ

    ..โดนไม้นี้เข้า มดแดงก็มดแดงเหอะโดนกระทุ้งเสียร่วงหมดรัง แฝงไม่ออกเลย..ซิเรียสกรอกตาวนเป็นวงกลมทำทีไม่สนใจกับมนุษย์หัวโบราณ 

    รู้สึกผิดชะมัดที่ไปต่อยเขาอย่างนั้น..แล้วนายก็บอกฉันช้าจริงนะ ผ่านมาตั้ง วันแล้วเพิ่งมาบอก..” 

    ไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอกน่า เคาะๆปากหมอนั่นให้บรรดาเจเนอร์เรชั่นหมาหลุดออกมาบ้างซะก็ดี เห็นเพาะพันธุ์ไว้มากจนส่งออกเป็นรายวันแล้ว คิดแล้วฮา..ปากเจ่ออย่างนั้นคงกินอะไรไม่อร่อยไปหลายวันเชียวล่ะ” 

    เจ้าหมากาม..เทพพูดพร้อมเดินไปใกล้ลูปินอย่างอารมณ์ดี 

    ว่าแล้วก็อยากเห็นสภาพปากเจ่อของเจ้าเนปมันแฮะ ไปดูกันเหอะ” 

    เมื่อเห็นอีกฝ่ายระริกระรี้อยากไปใจจะขาด ลูปินก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอาแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้ม จากนั้นจึงยันตัวขึ้น 

    ไปหาก็ดี..ฉันจะได้ไปขอโทษเขาด้วย

    ขณะที่ทั้งคู่ออกจากห้อง (แน่นอนว่าซิเรียสต้องอยู่ในร่างหมาขาว) ก็เห็นอาจารย์สอนปรุงยากอดหนังสือหลายเล่ม เดินสะลึมสะลือขอบตาคล้ำเป็นหมีแพน ด้าผ่านมาพอดี ซิเรียสมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครผ่านมาแน่ก็กลับร่างเดิม 

    ไฮ ! ศาสตราจารย์ปากเจ่อ  ยาแก้ปรุงเสร็จหรือยัง ?” 

    ยังไอ้หมาหน้าโง่  แค่สูตรก็ยังไม่..” 

    เสียงพูดที่ฟังดูอ่อนล้าหยุดลง พร้อมกับร่างบางเอนล้มคล้ายกับตุ๊กตาลานหมด เจ้าหมาหนุ่มรีบอ้าแขนรับก่อนที่หัวของสเนปจะฟาดพื้น เมื่อเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมฟื้น...ทั้งสองจึงพาอาจารย์หนุ่มไปส่งห้องพยาบาลอย่างรีบร้อน พอไปถึง...มาดามพอมฟรีย์ก็เหมือนจะรู้ทันทีว่าเป็นอะไร เธอแค่กรอกยาอะไรสักอย่างใส่ปาก สเนปแล้วก็ปล่อยให้นอนเฉยๆ

    วันนี้เข้ากันทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์เลยนะ

    หญิงสาวพูดแล้วเพยิกหน้าไปทางเตียงด้านในสุด แสงรอดผ่านจากหน้า ต่างเพียงเล็กน้อย พอให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของคนผู้ที่นอนอยู่ ลูปินตกใจจนอ้าปากค้าง 

    อาการประจำตัวของเธอยังไงล่ะ..พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงแล้วสินะ..” 


    .......................................

     

     

    ลูปินนั่งเฝ้าไข้เดรโกจนดึก แต่อาการอีกฝ่ายไม่ดีขึ้นเลย..สเนปคงไม่ให้ยากับเด็กหนุ่มโดยอ้างเรื่องการทำปฏิกิริยากันของตัวยาแน่นอน จะโทษก็ไม่ได้ เพราะจะต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับยาแก้ เขารู้ดีว่ามันทรมานแค่ไหน แต่เพราะชินกับมันมาตั้งแต่เด็กเลยไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ทว่าสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นประสาทที่ทำงานไปมั่ว  แปรผันแทบทุกนาทีในทุกจุดของร่างกาย คงยากที่จะทำให้เคยชินกับมัน

     “เธอกลับไปบ้านนอนได้แล้วรีมัส...เดี๋ยวเหล่าเพื่อนๆเธอจะห่วงจนพากันเดินขบวนออกตามหาเสียให้วุ่น

    มาดามพอมฟรีย์บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ชายหนุ่มอยากอยู่ดูแลต่อจึงพยายามพูดอิดออดขอร้องเธอ หญิงสาวถอนใจแล้วยิ้มให้ 

    ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะอยู่เฝ้าไข้แทนให้..แบล็คก็อยู่ด้วย เธอกลับไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้” 

    เธอพูดพร้อมชี้ไปทางเจ้าหมาขาวตัวเท่าน้องๆ หมี ที่นอนหมอบเป็นผ้าเช็ดเท้าอยู่กับพื้น เขาจำเป็นต้องอยู่ในร่างนี้ตอนอยู่ข้างนอก ในฐานะสัตว์เลี้ยงของศาสตราจารย์บิล ซิเรียสกระดิกหางพร้อมเห่ารับปากกับเพื่อน ว่าจะทำหน้าที่นี้แทนให้ แต่เสียงนั่นทำให้อีกคนที่นอนพักอยู่ ตื่นขึ้นมาโวยพร้อมกับปากระโถนทองเหลืองใส่

    “..หนวกหูที่สุด..” 

    สเนปชักสีหน้าตึงแสดงความหงุดหงิดเต็มที่ ไม่สนใจเจ้าหมาหมีที่กำลังดิ้นพล่าน พยายามเอาอุ้งทั้งสี่แงะกระโถนที่ปุลงมาครอบหัวตัวเองพอดิบพอดี อา จารย์หนุ่มหันมองบรรยากาศรอบตัวที่มืดลงจากเดิม ก่อนจะหยิบนาฬิกาพกออก มาดู 

    ห้าทุ่มแล้ว !” 

    พอเห็นดังนั้นจึงสะบัดผ้าห่มออกรีบร้อนลงจากเตียง แต่เดินไปไม่กี่ก้าวเจ้าตัวก็โซเซขาปัด แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งตามประสาคนไม่มีแรงจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำมาหลายวัน 

    มาดามพอมฟรีย์พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไปนอนพักแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงอาสาจะช่วยพาอาจารย์หัวดื้อนี่ไปส่งให้ถึงห้อง แต่ด้วยแรงผู้หญิง มันไม่ง่ายขนาดนั้น ทำให้ชายหนุ่มสภาพดีทั้งสองคนทนไม่ไหวอาสาเข้าไปทำหน้าที่นี้แทน

    หญิงสาวจึงนั่งเฝ้าไข้ให้เดรโกอยู่ตามลำพัง มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องอยู่ในห้องนี้คนเดียวจนดึกดื่น...ถ้าไม่นับเด็กๆ แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกไม่อยากอยู่คนเดียวเอาเสียดื้อๆ เหมือนสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง 

    พลันเสียงตู้ยาจากในห้องทำแผลด้านนอกที่จู่ๆ ก็ล้มลงทำให้สะดุ้งจนร่างกระตุก เธอรีบออกจากห้องพักฟื้นไปยังห้องต้นเหตุ ข้าวของที่กระจัดกระจายทำให้เสียเวลาจัดเก็บ จนไม่สนใจเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งซึ่งลอบเข้ามาทางหน้าต่าง ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีดำเข้าไปปลุกคนที่นอนอยู่..

    เดรโกลืมตามองช้าๆ เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อจึงยิ้มเรียกอย่างดีใจ ลูเซียสส่งเสียงต่ำเป็นสัญญาณให้ลูกชายเบาเสียง จากนั้นจึงส่งหนังสือเล่มหนึ่งให้ หน้าปกเขียนด้วยตัวอักษรสีทองว่าการปรุงยาแก้คำสาปฉบับฉุกเฉิน

    ในนี้มีสูตรยาแก้ของ Second full moon อยู่” 

    เมื่อพูดจบ เดรโกก็รีบเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อ แววตาทอประกายแห่งความหวัง

    ถ้าปรุงตามนี้....ผมกับศาสตราจารย์ลูปิน ก็จะกลับเข้าร่างเหมือนเดิมใช่ไหมฮะ?”

     “ไม่ใช่   ลูเซียสปฏิเสธเสียงเย็น 

    ยาสูตรนี้จะทำให้คนเพียงคนเดียวมีโอกาสกลับไปยังร่างของตัว..นั่นก็คือลูกคนเดียว..ส่วนเจ้ามนุษย์หมาป่านั่นมันจะเป็นยังไงก็ช่าง พ่อไม่เคยสนใจ” 

    มนุษย์หมาป่า ต..แต่ศาสตราจารย์สเนปบอกว่าเขาไม่ใช่นี่ฮ..

    เด็กหนุ่มทวนคำเพื่อถามคนตรงหน้า หากแต่ไม่จบประโยคก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของมาดามพอมฟรีย์ ซึ่งกลับมาหลังจากจัดของที่ลูเซียสแกล้งทำมันล้มเสร็จ ทำให้คนที่บุกรุกเข้ามาต้องล่าถอย เดรโกยังคงนิ่งค้างกับสิ่งที่ได้รับรู้มา

     

     ....................................................

     

    วันต่อมาและต่อมา...พวกเด็กๆ ลูกศิษย์ของลูปิน โดยเฉพาะกลุ่มสาวก ลูปินต่างเข้ามาแวะเวียนเยี่ยมเดรโกในร่างชายหนุ่มไม่ขาด จนของเยี่ยมเต็มห้อง แต่กลับไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าของร่างเลยตั้งแต่มานอนอยู่ที่นี่...เขาไม่ว่าอะไร ถ้าไม่มาหาก็ไปหาเองก็ได้  แต่คงต้องให้ร่างนี้อาการดีขึ้นกว่านี้หน่อย

    แฮร์รี่มานี่เร็ว โธ่...เร็วน่า ตอนนี้ศาสตราจารย์ลูปินแกไม่มีแรงทำอะไรเธอหรอก เชื่อฉันเหอะ” 

    เสียงเจ้าแม่ประจำกริฟฟินดอร์ดังมาก่อนตัว เด็กหนุ่มมองร่างของเธอที่ค่อยๆ ถอยหลังเดินพ้นกรอบประตูเข้ามา  มือทั้งสองก็กำลังฉุดกระชากอะไรบาง อย่างที่ต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาลมาด้วย แล้วร่างของคู่ปรับก็ถูกดึงให้เข้ามาในห้อง ตามติดมาด้วยลูกชายคนเล็กของตระกูลวิสลีย์ 

    เอ่อ..สวัสดีฮะ..ไม่ได้คุยกันซะนานเลย..

    เด็กหนุ่มผมยุ่งพูดพร้อมหัวเราะแก้เก้อ...ที่ไม่ได้คุยกันนานเพราะมัวแต่หนีอยู่น่ะแหละ.... 

    คนป่วยมองเด็กทั้งสามที่ต่างหาเรื่องราวต่างๆ มาพูดด้วย น่าแปลกใจที่ไม่รู้สึกรังเกียจเหมือนก่อน คงเป็นเพราะอีกฝ่ายปฏิบัติมาอย่างสุภาพ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพูดดีๆ กันตั้งแต่ต้นคงจะเป็นเพื่อนกันได้ เดรโกเปรยเรื่องมนุษย์หมาป่าขึ้นมาเพื่อว่าเขาจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง เขาไม่อยากคิดไปเองว่าลูปินเป็น.. 

    เพราะเชื่ออาจารย์ประจำบ้านมากเหลือเกิน...ทุกคนเชื่อเขา...อาจเป็นเพราะเขาให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่อยู่ข้างเดียวกับตัวเองแน่ๆ...แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง..

    สเนปมีบางอย่างที่น่ายอมรับ เขาเก่ง ความรอบคอบสม่ำเสมอจนเหมือน กับเกลียดกลัวความผิดพลาดบางอย่าง ทำให้รู้สึกว่าถ้าเชื่อเขาแล้วเราจะไม่เป็นอะ ไร และแม้จะดูดุๆ ไปบ้างแต่ก็มีเหตุผลอยู่เสมอ อย่างเรื่องที่เขามาว่าเราตอนนั้น เขาก็เล่าเหตุผลให้ฟัง..ไม่ใช่เล่าให้ฟังสิ แค่เราไปถามเขาก่อน...แล้วเขาถึงบอกเราต่าง หาก เขาจะไม่ปิดบังอะไรถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โต..ผิดกับลูปินไม่เห็นจะบอกอะไรเราบ้างเลย

    ..เรื่องนี้..พวกแฮร์รี่ก็รู้จากปากของลูปินสินะ..

    ขณะที่กำลังเพลินกับบทสนทนาอยู่นั้น สัญญาณเข้าเรียนก็ทำให้พวกเขาต้องจากไป  แฮร์รี่หันมาพูดกับเดรโกเป็นประโยคสุดท้าย

     “ผมเข้าใจเรื่องที่ศาสตราจารย์ ไปขอเต้นรำกับศาสตราจารย์สเนปเมื่อตอนปี แล้วล่ะฮะ..ตอนนั้นขอโทษด้วยนะฮะที่ทำอะไรไม่ดีออกไป

    เด็กหนุ่มยิ้มจนดวงตาสีมรกตหยีลงจนเกือบปิด จากนั้นจึงวิ่งตามเพื่อนทั้งสองคนออกไป โดยไม่รู้ว่าคำพูดนั้นกำลังทำสร้างความหวั่นไหวในใจของคนที่เพิ่งรู้เรื่องแค่ไหน  เดรโกทิ้งตัวลงแล้วข่มตาหลับจะได้เลิกคิดอะไรฟุ้งซ่าน

     

    ...เขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับลูปินเลย...

     

    ..ไม่รู้ว่าเป็นอะไร..ชอบอะไร..เคยทำอะไร ตลอดเวลาเขาไม่เคยบอกอะไรเราเลย มีแต่เราที่เป็นฝ่ายบอก..ไม่รู้กระทั่งว่าเขาชอบเราอยู่แน่หรือเปล่า..

    ...แล้วกับศาสตราจารย์สเนปล่ะ?...ทำไมศาสตราจารย์ถึงลงทุนปกป้องคุณด้วย..คุณเป็นอะไรกับเขา..แล้วจริงเหรอที่คุณสองคนเต้นรำกัน..

    เวลาผ่านไปสักพักเด็กหนุ่มก็จมอยู่ในห้วงฝัน ในเวลาเดียวกับที่คนในร่างเล็กเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เสียงฝีเท้ารบกวนผู้ที่นอนอยู่ ลูปินยิ้มให้กับใบหน้ายามหลับก่อนจะเดินจากไป

     

    ..เพราะนิทราที่ย่างกราย  ทำให้คลาดจากคนที่กำลังรอคอย.. 

     

    เสียงโครมครามดังขึ้นจากห้องทำงานของสเนป ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะทำ งานถูกเจ้าของห้องปัดจนลงไปกองระเนระนาดอยู่กับพื้น แต่แค่นั้นไม่อาจระบายความหงุดหงิดและกังวลที่สุมอกให้จางหาย จึงยกเท้าเข้าถีบเก้าอี้รับแขกให้ล้มอีกที เจ้าแมวดำกระโดดแผล็วไปหลบอยู่บนตู้ยา มองเจ้านายผู้แสนเยือกเย็นกำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดทำลายข้าวของ เพราะนกฮูกกว่า 80 ตัวที่ส่งไปเพื่อถามหาสูตรยาแก้นั้น ไม่มีสักตัวเลยที่นำข่าวดีมาให้ เมื่ออาจารย์หนุ่มเริ่มชักไม้กายสิทธิ์ ลูปินกับบิลก็รีบเข้าตะครุบตัวเขาไว้ทันที 

    ใจเย็นๆ ก่อนเซเวอร์รัส คิดในแง่ดีหน่อยสิ..มันเหลืออีกเวลาอีกตั้งสองวันไม่ใช่เหรอ?” 

    ลูปินพูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล หากแต่อาจารย์สอนปรุงยาหันมาจ้องเขาแล้วสะบัดแขนให้หลุด จากนั้นจึงแข่นหัวเราะก่อนจะพูดเย้ยหยัน

    นายนึกว่าชีวิตมันง่ายอย่างนั้นเหรอ ? คำนวณให้มันถูกๆ หน่อย  มันเหลือแค่วันพรุ่งนี้วันเดียวที่ร่างนั้นยังอยู่ให้เห็นเป็นคน ต่อให้วันนี้มีจดหมายมา ก็ไม่มีนักปรุงยาหน้าไหนมันทำทันแล้ว !  นายเตรียมส่งนกฮูกไปจองโลงได้เลย !” 

    สเนปกระชากเสียงใส่หน้าอันเยาว์วัย ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งกับพื้นแล้วก้มหน้าลงบนเข่าข้างหนึ่งที่ชันขึ้นมาอย่างหมดหวัง ลูปินถอนหายใจยาว

     “ขอโทษนะรีมัส..ฉัน..ฉันผิดเอง

    ซิเรียสก้มหน้าสำนึกผิดพูดเสียงเครือด้วยใบหน้ายับยุ่งเจียนจะร้องไห้ แต่ฝ่ายนั้นกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม 

    อย่าคิดมากเลยเพื่อนยาก จะว่าไปมันก็เป็นความผิดของฉันเหมือนกันที่ไม่ได้ห้ามนาย...ครึ่งๆ ก็แล้วกัน อย่าคิดว่าเป็นความผิดของนายเสียหมด

     ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ยังไม่ทำให้สภาพจิตใจที่ซึมเศร้าจากความผิดพลาดในอดีต และหวาดหวั่นกับผลลัพธ์อันเลวร้ายในอนาคตของซิเรียสลดลง บิลตบบ่าช่วยปลอบใจเขาแล้วจึงพากันออกไป ก่อนที่สภาพจิตใจใครต่อใครจะพากันแย่ไปกว่านี้ เพราะในสถานการณ์ที่ต่างคนต่างรู้สึกผิด มักจะพูดอะไรร้ายแรงออกมาโดยไม่ทันยั้งคิด 

    ลูปินเข้าไปนั่งข้างๆ อาจารย์สอนปรุงยาแล้วเข้าโอบไหล่ เพื่อจะไม่ให้อีกฝ่ายคิดว่ามีตัวเองอยู่คนเดียวที่ต้องมานั่งคิดหนักอยู่แบบนี้ จากนั้นจึงถามด้วยน้ำ เสียงร่าเริง 

    มีอะไรจะฝากบอกอะไรเจมส์บนสวรรค์ไหม?”

    บอกมันให้ไปลงนรกซะ” 

    สเนปส่งเสียงแข็งประชดก่อนจะเอียงหัวไปพาดไหล่คนข้างๆ อย่างอ่อนแรงโดยไม่แม้แต่เหลือบตามองหน้า เพียงแต่ภาพนั้นกลับทำให้คนที่อุตส่าห์พาร่าง กายที่อ่อนแอจนยืนแทบไม่ไหวเดินตามหา ได้แต่มองผ่านลูกกรงตรงประตู เสียงเรียกกลืนหายไปในลำคอก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เดรโกตัดสินใจเดินเกาะผนังกลับไปยังห้องพยาบาลตามเดิม 

    ........................................

     

     

    วันต่อมาอาจารย์สอนปรุงยาวิ่งมาที่ห้องพยาบาลตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจิกตัวซิเรียสไปช่วยปรุง ยาป้องกันการกลายร่างเป็นหมาป่าชั่วคราวที่เพิ่งได้มาจากเพื่อนจากเนปาล ซึ่งบังเอิญไปได้ยินข่าวเรื่องนี้ตอนเข้าโรงพยาบาลหลังจากถูกเยติไล่ตะปบจนตกเขา โชคดีเพื่อนที่ทำงานเป็นคนวิจัยพันธุ์สัตว์วิเศษนั้นมีงานอดิเรกเป็นนักค้นคว้าสูตรยาด้วย ที่สำคัญคือยาแต่ละตัวที่เพื่อนคนนี้ทำ ไม่เคยทำปฏิกิยากับยาตัวอื่นเลย...จะว่าเป็นพรสวรรค์ก็ใช่...

    เดี๋ยวๆ เจ้าเนป หาคนเฝ้าหลานสุดที่รักแทนฉันก่อน

    ว่าแล้วเจ้าหมาหนุ่มก็รีบเข้าไปปลุกบิลแล้วขอให้เขาช่วยดูแลเดรโกช่วงเช้าแทน อีกฝ่ายรับปากแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำงานของตนทันที แต่พอบิลไปถึงห้องพยาบาล  ก็ไม่เห็นตัวเดรโกแล้ว

     

     ................................................

     

    “ หวา !!!!

     

    เด็กหนุ่มในร่างผอมแห้งของลูปิน เสียหลักลื่นลงมาจากเนินดินในป่าต้องห้าม เขาสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่เหมือนกับมีไฟฟ้าแล่นผ่านทั่วร่างตลอดเวลา ก้มเก็บส่วนผสมสุดท้ายที่เพิ่งได้มาจากเธสตรอล น่าแปลกที่พวกมันยืนนิ่งๆ ยอมให้เขาตัดขนหางแต่โดยดี  เห็นหน้าโหดออกอย่างนั้นนึกว่าจะดุเสียอีก

    เดรโกอ่านทวนวิธีการปรุงยาแก้ Second full moon อีกรอบ เพียงแค่ใส่หางม้าเธสตรอลนี่ลงไปในหม้อยาที่แอบเคี่ยวทิ้งไว้ในห้องน้ำหญิงชั้นที่ปิดซ่อม ยานี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์ 

    “..ขอโทษนะฮะศาสตราจารย์ลูปิน...ที่ผมอยากให้คุณอยู่ ผมมันเด็กอ่อน แอ คงจะทนรับความเศร้าของคุณที่จะย้ายมาอยู่ที่ผมไม่ได้ ให้คุณอยู่ คงจะดีกว่าให้ผมอยู่

    เดรโกยิ้มเหงาๆ ขณะเงยหน้ามองท้องฟ้ายามอรุณรุ่ง แสงสีทองเพิ่งแผ่ขยายอย่างช้าๆ จากสันเขา สีเหลืองเจิดจ้าในฟ้ากว้างนั่นทำให้น้ำตาเอ่อล้นออกมา แสบตา...ก็แค่มันสว่างเกินไปจนแสบตาเท่านั้น...

    เสียงเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้หันไปทางต้นเสียง ก็เห็นร่างเล็กหันมองรอบข้างอย่างลนลาน พลางตะโกนเรียกหาเขาพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะหนึ่งถึงมองเห็นคนที่นั่งอยู่ใต้เนินดิน ลูปินรีบวิ่งเข้ามาหาอย่างร้อนรน 

    เป็นอะไรหรือเปล่าเดรโก  ทำไมไปอยู่ตรงนั้นได้  แล้วนั่นลุกไหวหรือเปล่า ?”  คนตามหายิงคำถามใส่เป็นชุด แล้วร้องไห้ทำไม ? เจ็บตรงไหนเหรอ ?”

    “..เจ็บฮะ..แต่ลุกไหว” 

    เด็กหนุ่มปาดน้ำตาแล้วฝืนยิ้มให้ จากนั้นจึงเข้าจับมือที่ยื่นมาให้ฉุดตัวเองเพื่อลุกขึ้น

    ถึงแม้จะขึ้นมาได้แล้ว แต่เดรโกก็ยังไม่ยอมปล่อยมือข้างนั้น ทำให้ลูปินยากที่จะปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ ชายหนุ่มจึงเดินจูงมือคนในร่างตัวเองไปอย่างเงียบๆ พาออกจากป่า พลางเก็บซ่อนสีหน้าที่แสดงความเขินอายนิดๆ เอาไว้ไม่ให้คนที่เดินตามได้รับรู้เพราะกลัวจะเสียฟอร์ม

    คุณมีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าฮะ ?” 

    เดินผ่านป่าไปได้ครู่ใหญ่..จู่ๆ เด็กหนุ่มก็ถามลอยๆ ขึ้นมา ลูปินใช้นิ้วชี้เกาแก้มแก้เขิน ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนไม่กล้าพูด เพราะนึกไปเองว่าอีกฝ่ายขอคำบอกรัก...เขาไม่รู้หรอกว่าสำหรับคนที่ได้แต่มองตามแผ่นหลังจะรู้สึกเช่นไร..

    ..ทั้งๆที่ใกล้กันแค่นี้..ทั้งๆที่จับมือกันอยู่อย่างนี้ น่าแปลกนักที่ความรู้สึกกลับไม่สามารถถ่ายทอดไปถึงอีกคนได้เลย..


     ...........................................

     

    พระจันทร์ดวงกลมโตทอแสงนวลเด่น ท่ามกลางผืนฟ้าที่เหมือนผ้ากำมะ หยี่สีดำซึ่งปักเลื่อมด้วยดาวดวงเล็กดวงน้อย ได้ส่องสะท้อนแสงระยิบระยับจับตาราวอัญมณี ในเวลาที่คนอื่นๆ กำลังสนุกสนานรื่นเริงไปกับงานคืนวันคริสต์มาสเช่นนี้ ลูปินและเดรโกกลับต้องมานั่งแกร่ว แนบชิดกันในผ้าห่มหน้าเตาผิงไฟที่ห้องทำงานของอาจารย์สอนปรุงยา 

    ประกายไฟสีส้มอ่อนจากกองไม้ที่ลุกโชน สร้างบรรยากาศภายในห้องให้นุ่มนวลอบอุ่น เสียงไม้ฟืนลั่นเบาคลอรับกับเสียงเพลงทำนองช้า ที่ดังแว่วมาจากห้องโถงใหญ่ช่างไพเราะเสนาะหู อดคิดไม่ได้ว่าโลกใบนี้คงจะลืมไปแล้วว่ายังมีเขาสองคนอยู่ มันเป็นความเหงา...แต่ก็อบอุ่น...เดรโกเหลือบมองคนข้างๆ กำลังนั่งสัปหงกแล้วส่งยิ้มน้อยๆ ให้

    ที่พวกเขาต้องมานั่งรออยู่ที่นี่ ก็เพื่อรอเจ้าของห้องกลับจากไปเอายาแก้ที่ ฟิลาเดลเฟีย ความจริงมันไม่ใช่ยาแก้เสียทีเดียว เพราะมันเป็นยาที่อยู่ในช่วงทำวิจัยอยู่ว่าใช้ได้ผลกับทุกคนหรือเปล่า แต่สเนปรู้ข่าววงในมาจากพวกใน ชมรมค้น คว้าเกี่ยวกับพิษ’ ว่ามันคืบหน้าไปกว่า 80 % แล้ว อีก 20 % จึงกะว่าจะลองมาเสี่ยงดวงกันดู ( ยังไงก็จะตายกันอยู่แล้ว ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหน่อยจะเป็นไรไป  อาจารย์หนุ่มย่นคิ้วกอดอกบอก ) 

    แล้วอาจารย์สอนปรุงยาจึงรีบรุดเดินทางไปตั้งแต่เมื่อคืน ทันทีที่ได้รับนกฮูกแจ้งข่าวมา แต่เดรโกไม่แน่ใจนักว่าเขาจะกลับมาทันหรือเปล่า เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้ว...เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว แล้วกำขวดยาบรรจุน้ำยาสีแดงข้นคล้ายเลือดที่แอบไว้ในผ้าคลุมแน่น  หากมาไม่ทันเวลาจริงๆ เขาก็ต้องใช้วิธีสุดท้าย..

    เสียงนาฬิกาปลุกกรีดร้องเรียกคนข้างกายให้ตื่นมากดปิด ในเวลาเดียว กับที่เด็กหนุ่มจับหน้าอกปลอบตัวเองให้หายตกใจจากเสียง ลูปินหาวพลางหันมองไปรอบห้อง

    นี่ศาสตราจารย์สเนปยังไม่กลับมาอีกเหรอเดรโก?” 

    เดรโกพยักหน้ารับ พร้อมมองอีกฝ่ายที่กำลังลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ชายหนุ่มหยุดเงี่ยหูฟังทำนองเพลงที่ดังแว่วมาแล้วยิ้มให้ 

    น่าแปลกนะที่งานยังไม่เลิก ใครกันนะที่เท้าไฟอยู่เต้นรำกันข้ามวันข้าม คืนอย่างนี้  เฮ้อ !  ถ้ารู้ว่าจะมาช้าอย่างนี้พวกเราหนีไปเต้นรำกับคนอื่นๆ ตั้งแต่แรกเสียก็ดีเนอะ” 

    พูดจบก็หยุดยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่างแล้วพูดลอยๆ ขึ้นมา 

    “..เสื้อคลุมสีขาวตัวนั้นเหมาะกับเธอมากเลย...เธอควรจะได้ลองใส่มันดูสักครั้ง..

    คนมันน่ารักใส่อะไรมันก็น่ารักแหละ

    เจ้าตัวพูดพร้อมสะบัดหน้าหันไปทางอื่นเพราะรู้สึกเขินหน่อยๆ กับคำชม คนเพิ่งตื่นหัวเราะขำ ก่อนจะเดินไปวาดรูปต้นคริสต์มาส แล้วแปะรูปวาดที่ผนัง จากนั้นจึงเดินไปยืนอยู่ด้านหน้าของคนที่นั่งชันเข่าอยู่ ลูปินยื่นมือให้

    เต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับคุณหนูผู้น่ารัก

    เด็กหนุ่มถลึงตาใส่แต่ก็ตอบรับคำชวนแต่โดยดี...การเต้นรำกับลูปินยากกว่าที่คิด การวางมือที่ต้องเปลี่ยนไปนั้นว่ากระท่อนกระแท่นยากลำบากแล้ว แต่การต้องคอยเบี่ยงหลบเท้าที่เอาแต่ก้าวคร่อมจังหวะของร่างเล็กยิ่งยากกว่า ชายหนุ่มต้องเอ่ยปากกล่าวขอโทษแทบจะทุกนาที จนทำให้คู่เต้นระงับโทสะไม่ไหวระ เบิดอารมณ์ออกมา

    กับอีแค่จังหวะช้าจะตายแบบนี้ ทำไมถึงเต้นไม่ถูกอีกห่ะ !เหยียบอยู่ได้มันเจ็บนะรู้มั้ย !?”

    เสียงวีนอันทรงพลังดังกึกก้องห้องทำงาน บังเกิดเสียงสะท้อนนับสิบครั้งพุ่งเข้ากรอกหูลูปินเป็นระลอกๆ แต่คนโดนต่อว่ากลับหัวเราะซะนี้ 

    หัวเราะอะไร  จะหาเรื่องกันรึไง ?” 

    เปล่าน่า เปล่า...ไม่มีอะไร ครูก็แค่โล่งใจที่เห็นเธอกลับมาอารมณ์ดีอย่างเดิมแล้วเท่านั้นชายหนุ่มยิ้มบอก หมู่นี้เห็นเธอเอาแต่นั่งซึมไป..ครูก็กังวลว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า?” 

    เมื่อกี้เขาไม่เรียกอารมณ์ดีนะ  เขาเรียกอารมณ์เสียต่างหาก !

    ว่าแล้วก็ตะโกนใส่หน้าอีกรอบ   

    แล้วนั่นก็ไม่เรียกว่าซึมด้วย  เขาเรียกว่ากำลังคิดอยู่ !” 

    แล้วคิดอะไรอยู่ล่ะ ?” 

    ก็คิด” 

    พอถึงคราวจริงๆ กลับพูดไม่ออก เดรโกมองคนตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความโกรธระคนน้อยใจ แต่คนอย่างเขาไม่คิดจะเก็บบรรดาเรื่องหนักใจไว้กับตัวเองคนเดียว โดยไม่ได้ถามสาเหตุที่แท้จริงกับเจ้าคนต้นเหตุข้างหน้าแน่ๆ  แม้มันจะรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เถอะ เด็กหนุ่มระดมคำถามคาใจเป็นชุด

    ก็คิดว่าทำไมตอนผมป่วยแล้วไม่ไปเยี่ยมกันบ้าง? ทีผมยังไปเยี่ยมคุณเลย !  แล้วคุณกับศาสตราจารย์สเนปเป็นอะไรกัน ตอนปี คุณถึงชวนเขาไปเต้นรำได้  แล้วทำไมเมื่อราวๆ วันกับอีกราวๆชั่วโมงก่อนถึงไปโอบไหล่เขา แล้วทำไมพวกคุณเรียกชื่อกันด้วย ทีผมยังไม่ได้เรียกเลย  แล้วทำไม..

    ทำไมคุณบอกศาสตราจารย์สเนปได้ล่ะว่าเป็นมนุษย์หมาป่า...เจ้าพวกพอตเตอร์ด้วย แล้วทำไมกับผมคุณถึงไม่ยอมบอกบ้าง...บอกเรื่องของคุณจากปากคุณเอง...

    คำพูดหยุดลง ขอบตาเริ่มแดงก่ำ..อยากจะร้องไห้เต็มทนแต่ก็ต้องฝืนกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากเป็นเด็กขี้แย ลูปินเขย่งตัวเอื้อมมือลูบหัวปลอบใจเด็กตรงหน้า ก่อนจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ถามมาอย่างไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย

    ครูไม่เคยคิดอะไรกับศาสตราจารย์สเนปในทำนองที่เธอว่าหรอก...คงไม่กล้าหาญขนาดนั้น ถึงมันอาจจะดูเป็นอย่างนั้นบ้างในบางทีก็เถอะ...ปีมันนานนะเดรโก...จะรักหรือเกลียดกันยังไง เวลาขนาดนั้นก็ทำให้รู้สึกผูกพันไม่น้อยเลยที เดียว อย่าว่าแต่กอดอย่างเดียวเลย พวกครูเคยฟัดกัน ทะเลาะกันพันตูจนคล้ายก้อนกลมๆ ก้อนเดียวแล้วม้วนกลิ้งไปตามทางด้วยซ้ำ...มันเป็นอย่างนี้เสมอเวลาครูเข้าไปห้ามไม่ให้ศาสตราจารย์สเนปกับเพื่อนๆ ครูทะเลาะกันน่ะ พวกเขาตั้งป้อมทะเลาะกันตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่แล้วเหมือนเธอกับแฮร์รี่นั่นแหละ และเพราะอย่างนี้แหละตอนขึ้นปี ศาสตราจารย์มักกอนนากัลแกเลยทนไม่ไหว ไม่อยากให้พวกเราจบและจากไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ก็เลยบังคับให้พวกครูทั้งหมดเต้นรำคืนดีกัน” 

    เต้นรำคืนดี ?” 

    เด็กหนุ่มทวนคำก่อนจะครุ่นคิดบางอย่างอยู่นาน แล้วก็พูดออกมาอย่างมั่นใจ   ไม่มีทาง

     ลูปินหัวเราะร่วนทันที  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลแกคาดผิดไปน่ะ รายนั้นโกรธหนักกว่าเดิมอีก  เพราะแต่ละคนไปเหยียบเท้าเขาหมด..” 

    ภาพในวันวานทำให้อดขำไม่ได้ ตัวเขาเองเต้นไม่เอาไหนอยู่แล้ว..สเนปคงทำใจเรื่องโดนเหยียบเท้าไว้เรียบร้อย แต่พอปีเตอร์ก็มากลัวจนเต้นผิดจังหวะ ซิเรียสก็จงใจเหยียบเต็มที่ (แน่นอนว่าคู่ปรับเขาไม่มีวันยอมยืนให้เหยียบเฉยๆ หรอก ทั้งคู่เลยตั้งหน้าตั้งตาแข่งกันเหยียบเท้าอีกฝ่าย เมื่อมองดูจะเห็นว่าพวกเขากำลังจับมือกันเต้นแท็ป  ในขณะที่เพลงบรรเลงจังหวะวอลท์)

    ส่วนเจมส์...ทั้งๆ ที่คู่เต้นระบมเท้าจนแทบยืนไม่ไหว  ก็ยังถูลู่ถูกังลากตัวไปเต้น...แม้เจมส์จะเต้นเป็นก็เถอะ แต่ในสภาพที่เท้าระบมขนาดนั้นมีเหรอสเนปจะเต้นไหว ขาเสียทำให้ตามจังหวะดนตรีไม่ทัน  สุดท้ายก็ถูกเหยียบตลอดเพลง 

    “..โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย...แล้วเรื่องไปเยี่ยมน่ะ ครูก็ไปทุกวันอยู่หรอก แต่เพราะเธอเอาแต่นอนกรนนะสิถึงได้ไม่เห็น

    ไม่จริง ผมไม่เคยนอนกรนนะ” 

    เดรโกรีบแย้ง แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเอาแต่หรี่ตาจ้องมา ก็ทำเอาชักกังวลว่าตัวเองกรนอย่างที่บอกแน่หรือเปล่า แต่พอลูปินหลุดหัวเราะออกมาก็โวยลั่นทันที

    นี่คุณหลอกผมนี่ !

    น่าๆ...นิดหน่อยเอง

    ชายหนุ่มส่งเสียงง้อ เมื่อเดรโกสะบัดตัวไปนั่งหันหลังให้อยู่ตรงมุมห้อง ลูปินก็ยักไหล่ขึ้นแล้วหาอุปกรณ์เข้าช่วย จัดแจงชงโกโก้แล้วยกไปให้ คนที่กำลังงอนอยู่นั้นมองมันแล้วเหลือบมองนาฬิกา จากนั้นจึงยิ้มบอกมุมปากสั่นน้อยๆ

    ใส่น้ำตาลอีกหน่อยดีมั้ยฮะ  วันนี้ผมอยากกินหวานๆ

    งั้นเดี๋ยวครูไปเติมให้” 

    พอจะลุกขึ้นก็โดนจับแขนรั้งตัวไว้ให้หยุด 

    ผมอยากเติมเองนี่..หยิบกระปุกน้ำตาลให้หน่อยสิ..เอาแก้วไว้นี่แหละ

    เด็กหนุ่มส่งเสียงอ้อนหน่อยๆ เพียงแค่นี้ก็ทำให้อีกฝ่ายยอมทำตามแต่โดยดี จากนั้นจึงอาศัยจังหวะนี้เทยาแก้ Second full moon ลงไปในถ้วยของลูปินจนหมดขวด น้ำยาสีเลือดกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับโกโก้ เดรโกมองนาฬิกาอีกครั้ง..เวลาของเขาใกล้จะหมดลงแล้วสินะ

    ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับโหลใส่น้ำตาลก้อน จากนั้นก็กระหน่ำใส่มันลงในถ้วยโกโก้ของตัวเองบ้างอย่างไม่เกรงใจเมื่อเจ้าของร่างอนุญาต โดยไม่นึกเอะใจอะไรเลยแม้แต่น้อย เดรโกมองเขาทุกอิริยาบถก่อนจะถามด้วยเสียงเครือต่ำ ทำให้คนที่กำลังจะดื่มโกโก้ผสมยาแก้หยุดชะงัก 

    “..คุณไม่มีอะไรจะบอกผมเหรอฮะ ?..”

    คำถามเดียวกับตอนที่อยู่ในป่าต้องห้ามถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ฝ่ายที่ต้องตอบอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะรีบหยิบห่อผ้าออกมาจากเสื้อคลุม ในนั้นมีผลไม้สีฟ้าใสสีเดียวกับท้องฟ้าอยู่ เดรโกเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

    ผลของดอกหญ้าเซอร์รีนไงล่ะ  ในที่สุดครูก็ทำให้มันออกผลได้แล้วนะ

    ลูปินบอกอย่างภูมิใจแล้วยื่นมันให้คนตรงหน้า 

    ลองชิมดูสิ  พอกินแล้วจะได้ยินเสียงร้องของคนปลูกด้วย

    แล้วทำไมคุณไม่กินมันล่ะ  ไหนบอกว่าอยากกินไม่ใช่เหรอ ?”

    น่าๆ ก็อยากให้เธอกินนี่  ไม่เป็นไรหรอกกินเถอะ” 

    เขาพูดคะยั้ยคะยอพร้อมยื่นมันเข้าไปใกล้ปากอีกฝ่ายกะจะป้อนให้ เด็กหนุ่มมองผลไม้ประหลาดในมือนั่นอย่างหวั่นๆ 

    นี่ผมต้องมานั่งฟังเพลงของคุณเหรอเนี่ย ?”

    เดรโกประชดเบาๆ พร้อมหลบสายตาไปทางอื่น ขณะเดียวกันก็อ้าปากรับผลของดอกหญ้าเซอร์รีนเข้าไป และเมื่อมันลงไปอยู่ในคอ เสียงเพลงที่เขาเคยร้องในตอนแรกๆ ก็ดังเบาๆ ในหัว มันคงจะเรียงลำดับของเสียงคล้ายกับเทปบันทึก เสียงล่ะมั้ง ?

    เด็กหนุ่มนั่งฟังอยู่สักพักจึงหันไปหาลูปิน เพื่อจะบอกว่าสำหรับเขามันน่าทึ่งมาก แต่ภาพคนตรงหน้าเหมือนกำลังเลือนหาย ไม่สิ...ตาของเขามัวขึ้นต่างหาก 

    เสียงพูดไม่ออกมาจากลำคอ แม้จะพยายามสำรอกเอาสิ่งที่กินไปออกมา หากแต่มันไม่เกี่ยวกับผลสีฟ้า ดังนั้นแม้จะสำรอกออกได้ก็ไม่มีผล เพราะน้ำยาแก้ Second full moon ที่เคลือบผิวมันลงไปอยู่ในกระเพาะแล้ว

    ลูปินปรุงขึ้นตามสูตรยาในหนังสือ การปรุงยาแก้คำสาปฉบับฉุกเฉินที่ได้มาจากห้องทำงานของสเนปตอนที่เจ้าของห้องอาละวาด มันน่าจะเป็นหนังสือธรรมดาๆ ไม่น่าสนใจ  หากมันไม่มีจดหมายตอบกลับเกือบร้อยฉบับสอดอยู่

     ...และในตอนนั้น ลูปินก็รู้ทันทีว่าตัวเองควรจะทำอะไร...

    สักพักร่างของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแซมเทา ก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่จนต้องพิงกับกำแพง หากอาการไม่หยุดอยู่แค่นั้น...แผ่นหลังค่อยๆ รูดจากส่วนที่พิงอยู่ สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงไปนอนกับพื้น ขยับตัวไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว เสียงเพลงจากผลเซอร์รีนยังคงบรรเลงขับกล่อม  เร่งให้สติของเดรโกเร่งเลือนหาย

     เด็กหนุ่มพยายามเพ่งสายตามองใบหน้าอีกคน ถึงแม้จะไม่เห็น แต่หยาดน้ำที่ตกลงมาบนใบหน้าราวสายฝนที่ร่วงพรำนั้น บอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้ที่กำลังเข้ากุมมือเขาอยู่ด้วยมือที่เย็นเฉียบมีสีหน้าแบบไหน

    ขอโทษนะครูไม่มีทางเลือก...ครูไม่อาจจากไป โดยทิ้งเธอไว้ให้อยู่ในร่างที่ต้องคำสาปนี้ เพียงแค่คิดว่าเธอจะต้องทรมานทุกครั้งเมื่อวันเพ็ญเวียนมาก็ทนไม่ไหว...เธออาจจะรู้สึกไม่ดีที่ถูกครูบังคับเช่นนี้ แต่ร่างของมนุษย์หมาป่าไม่เหมาะกับเธอ ขอโทษที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก...ครูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอก ครูก็แค่กลัวถูกเธอเกลียดเท่านั้น..กลัวจริงๆ...

    เดรโกรู้สึกว่าร่างที่เริ่มแข็งทื่อกำลังถูกอีกฝ่ายเข้ากอด หากแต่ความรู้สึกที่ถูกโอบรัดนี่ช่างบางเบาราวกับปุยเมฆ เสียงคร่ำครวญจากลาของชายหนุ่มดังอยู่ข้างหู ขณะเดียวกันภายในกายก็มีเสียงเดียวกันนั้นกำลังบอกรักเขานับร้อยๆ ครั้ง บ้างก็พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง บ้างก็ประหม่าเขินอาย เด็กหนุ่มมองผู้ที่กำลังกอดเขาอยู่ด้วยดวงตาพร่ามัว มิน่าล่ะ...พูดเป็นคำๆ อย่างนี้ ถึงต้องเปลี่ยนดอกหญ้าเซอร์รีนตั้งสี่กระถาง...ตาบ้านี่บ้าชะมัดเลย 

    ...ขยับเถอะ...แขนนี้ช่วยขยับสักนิด...ตาคู่นี้ช่วยทำงานเป็นปกติสักพัก...ผมอยากมองคุณ...อยากกอดคุณ...ฉุดรั้งคุณเอาไว้ไม่ให้มลายกลายมาเป็นม่านหมอกภายในใจ ปาดเช็ดน้ำตาที่บังเอิญหยดลงมาอยู่ตรงหางตาของเราให้เหือดหาย แล้วเขาก็พูดกับเราด้วยเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน...น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินมานาน

    ลาก่อนนะเดรโก...ฉันรักเธอ” 

    แสงสีทองของยามฟ้าสางเริ่มส่องสว่างผ่านหน้าต่าง โอบกอดห่อหุ้มร่างทั้งสองไว้อย่างนุ่มละมุน ผืนดินซึมรับแสงอันอบอุ่นที่วิ่งผ่านขึ้นตามยอดไม้อันนิ่งงันให้มีชีวิต มวลไม้ม้วนคลายกลีบตื่นจากนิทราอย่างแช่มช้า

    ทั้งที่แสงสว่างปลุกสรรพสิ่งให้ตื่นราวซัดคลื่นแห่งชีวิตเข้าถาโถม แต่กลับมีสิ่งๆ หนึ่งกำลังจะเลือนหายเมื่อแสงแห่งชีวิตเริ่มซัดสาด ราวกับยินยอมให้ดูดกลืนพลังชีวิตของตัวเสียให้สิ้นเพื่อสิ่งสำคัญกว่า

    ...เสียงขับขานสดใสของหมู่วิหคจากภายนอก บอกเป็นนัยว่าเวลาของจันทราได้หมดลงแล้ว...

    ....................................

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in