Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #12
  •  

    ธงสีแดง-เขียวนับร้อยผืน ซึ่งประดับล้อมรอบสนามควิดดิชที่เพิ่งซ่อมเสร็จใหม่ๆ ต่างโบกสะบัดพริ้วไหวไปในสายลมแห้งผาก ราวกับกำลังเริงระบำยินดีกับเทศกาล ในตอนนี้ไม่เพียงแต่คนดูที่รู้สึกตื่นเต้น คนแข่งเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะนักกีฬาต่อมขี้ตื่นทำงานดีอย่างคีปเปอร์ของทีมกริฟฟินดอร์ด้วยแล้ว เจ้าตัวเอาแต่เดินไปเดินมาอยู่ไม่สุกจนเพื่อนร่วมทีมชักเวียนหัว 

    นายเลิกเดินจงกมแล้วอยู่นิ่งๆ เสียทีได้ไหมรอน อย่าเวียนซ้ายด้วยมันเป็นลาง” 

    แฮร์รี่ตะโกนบอก พ่อหนุ่มผมแดงจึงนั่งลงอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเปลี่ยนเป็นกระทืบขากับที่แทน เฮอร์ไมโอนี่ชะโงกหน้าเข้ามาดูสภาพเพื่อนๆ

    เป็นไรไปรอน  มีราขึ้นในร่ม(รองเท้า)ผ้า(ใบ)หรือไง โทนาฟมั๊ย ?”

    บ้าราในร่มอะไรกันเล่า !  ..ฉันก็แค่ตื่นเต้นเฉยๆ ..” 

    เสียงของเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด  เด็กสาวลากเสียงยาวรับรู้

    ฉันเคยได้ยินพวกการ์ตูนยุ่นปี่เขาว่าไว้ว่า ถ้าเขียนคำว่า เงินไว้ตรงมือแล้วกินเข้าไปมันจะหายตื่นน่ะ” 

    โอ้ !” 

    รอนรีบทำตามทันทีเขียนมันตั้งหลายรอบ มีหลายหนเลยที่เขาทำท่าหนัก ใจว่าจะกินมันเข้าไปดีหรือเปล่าด้วยความเสียดาย( ’มันน่าจะเป็นคำว่า คน’ ไม่ใช่เหรอ ?‘  แฮร์รี่คิดในใจ )

    จู่ๆ เด็กหนุ่มผมดำสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืน  เฮอร์ไมโอนี่เลยหันมาถาม 

    เป็นไรแฮร์รี่  ลมมันเย็นเหรอ  ยาเม็ดตราปลามังกรสักหน่อยไหม ?”

    บร๊าฉันไม่ได้เป็นริดจี้ที่ก้น

    เขารีบหันมาตอบ  แล้วก็หันไปหันมาระหว่างเธอกับประตู

    ขอเวลาฉันแป็ปนึงนะ ถ้าใครถามว่าฉันไปไหน บอกว่าฉันไปห้องน้ำก็แล้วกัน” 

    พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที เด็กสาวเท้าเอวมองตาม ( จะเอาเซโรงังก็ไม่บอก’ ) 

    แฮร์รี่วิ่งไปตามทางเดิน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างห้องพักนักกีฬาของกริฟฟิน ดอร์และสลิธิรีน ความจริงเขาไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำ เพียงแต่ตอนที่นั่งอยู่ในห้องพักเหมือนจะเห็นใครคนหนึ่ง เดินโฉบผ่านกระจกใสบานเล็กที่ติดอยู่ตรงประตูไปอย่างรวดเร็ว 

    และดูเหมือนว่าจะใช่คนที่คิดจริงๆ เด็กหนุ่มตะโกนเรียกทันที 

    ศาสตราจารย์ฮะ !

    สเนปชะงักเท้าหยุด จากนั้นจึงเอียงหน้ามายังทิศที่มีเสียงเรียกชื่อเล็ก น้อย แล้วนัยน์ตาลากยาวไปมองเจ้าของเสียงแทนจนมองเผินๆ เหมือนกำลังมองมาด้วยหางตา  แฮร์รี่รีบวิ่งเข้าไปหาจนชายผ้าคลุมสีแดงสดสะบัดลอยจนถึงเอว

    ศาสตราจารย์ขี้โกงที่สุด” 

    อาจารย์หนุ่มเริ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีคนมากล่าวหาใส่หน้า

    ฉันจำไม่ได้ ว่าช่วงนี้ไปทำอะไรในทำนองเหมือนอย่างที่เธอกำลังพูดนะพอตเตอร์

    ก็ศาสตราจารย์น่ะสิ  เรียกผมว่าพอตเตอร์  แต่กลับเรียกเจ้ามัลฟอยว่าเดรโกนี่  แล้วผมก็เพิ่งรู้มาจากคนอื่นๆ ด้วย ว่าศาสตราจารย์ไม่ยอมไปงานเต้นรำวันคริสต์มาสกับใครอีกเลย นอกจากตอนที่ศาสตราจารย์เรียนอยู่ปี อย่างนี้แสดงว่าไม่ว่าใครจะขอก็ตาม ศาสตราจารย์ก็จะไม่ไปใช่มั๊ยฮะ ?” 

    ใช่..ไม่ไป และนั้นก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของฉัน

    สเนปตอบเสียงเรียบพร้อมยกมือขึ้นมากอดอก 

    ส่วนเรื่องที่เรียกเธอสองคนต่างกันนั้นไม่เห็นว่ามันจะเป็นไร หากว่ามันจะทำให้เธอตายก็ว่าไปอย่าง  ถ้ามีเรื่องจะพูดแค่นี้ฉันจะไปล่ะ

    อีกอย่างนึงฮะ ศาสตราจารย์ขี้โกงที่สุดเลย

    เด็กหนุ่มไม่ยอมแพ้เดินเข้ามาใกล้ สเนปเงยหน้าขึ้นมองแล้วเลิกคิ้ว..เพิ่งสังเกตว่าเด็กตรงหน้าตัวสูงขึ้นอีกแล้ว

    ศาสตราจารย์จำตอนที่ผมไปรับลูกบลัดเจอร์แทนได้ใช่ไหมฮะ ในเมื่อศาสตราจารย์ประกาศหาคนช่วยถือของอยู่แล้ว คำขอของผมมันก็เหมือนไม่ได้ขอเลยนี่ฮะ  ขี้โกงๆๆๆ

    ในเมื่อแฮร์รี่เล่นตั้งป้อมยืนโวยวายอยู่อย่างนี้ สเนปจึงไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ถอนหายใจหนัก  ก่อนจะถามกลับเสียงดังตัดเสียงบ่น

    ก็ได้ๆ เธอต้องการอะไรล่ะ บอกมาสิ !

    ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะฮะ” เขาเริ่มยิ้มออก แต่มันค่อนข้างจะเป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกประหลาดสักเล็กน้อย..

    ว่าแล้วก็เข้าจับบ่าของอีกฝ่าย ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากบางทันที สเนปตกใจลืมตาโพลงรีบแก้มือที่กอดอกไว้ แล้วใช้สองมือตบแก้มแฮร์รี่เหมือนตบแมลงร้ายดังเผี๊ยะ แต่กระนั้นเจ้าเด็กบ้าที่กล้าล่วงเกินเขาก็ยังคงยิ้มร่า

    งานวันคริสต์มาสนี้ไปเต้นรำกับผมนะฮะศาสตราจารย์..ผมขอ..

    ทำไมฉันต้องไป !  แล้วมาขออะไรอีก !

    เมื่อกี้ไม่ได้ขอฮะ  ผมแค่อยากจูบผมก็จูบ... อ๊ะ !  นกหวีดเรียกนักกีฬาแล้วฮะ  ผมไปล่ะ อย่าลืมสัญญานะฮะ ” 

    แฮร์รี่ส่งจูบทิ้งท้ายให้ก่อนจะระริกระรี้วิ่งไปกระโดดไป ทิ้งคนเสียรู้ให้โกรธจนทำท่าจะตะโกนว่าอะไรบางอย่าง  แต่ก็เปลี่ยนใจไม่พูดออกไป 

    ฝ่ายขี้โกงฉันมันเธอไม่ใช่เหรอ...เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์นี่...

    อัฒจันทร์ของสนามควิดดิชที่เคยร้างว่างเปล่า บัดนี้เนืองแน่นเต็มไปด้วยเด็กๆ จากบ้านทั้งสี่  ถึงจะเป็นการแข่งขันระหว่างกริฟฟินดอร์กับสลิธิรีนก็จริง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างสลิธีรินกับสามบ้านที่เหลือเสียมากกว่า เพราะทั่วสนามมีคนที่ชูธงสีเขียวอยู่แค่หนึ่งส่วนสี่เท่านั้น เสียงนกหวีดให้นักกีฬาของแต่ละฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมดังขึ้น  ตามมาด้วยเสียงนักพากย์ประจำฮอกวอตส์ 

    < “เทสต์ๆ ตกมันทุกเทสต์ 01 2 3ไม่เคยได้ 4..โอเคใช้ได้ๆ” > 

    ว่าแล้วก็ตามด้วยเสียงเคาะไมค์อีกสองสามที 

    < “อะแฮ่ม !  กระผมขวัญใจนายลีคนเดิมครับ...เอฟโฟสร้างสรรค์ ผลงานดีมิมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน ศึกวันทรงชัยวันนี้ สนับสนุนโดยถุงยางครบทุกกลิ่นตราแอปเปิล..ตอนนี้มีกลิ่นน้องใหม่ กลิ่นชาเขียว และปลาเส้นฟิช-โช(ว์) ใครไม่คิด..ฉันนี่แหละคิด..นะครับ เอาล่ะครับ อย่างที่เราๆ ก็ทราบกันอยู่ว่านี่เป็นหนึ่งในการแข่งขันนัดตัดสินหอยในกระปุกของพวกเราว่าจะโดนแต๊บไปหรือเปล่า ซึ่งตอน นี้พอตเตอร์ เจ้าเสือร้ายของบ้านกริฟฟินดอร์ก็นำอยู่ คะแนนแล้วนะครับ...พูดถึงเสือก็ต้องยาหม่องตราเสือนะครับ พูดถึงยาหม่องก็ต้องตราลิงถือลูกท้อ หึ หึ ใครไม่คิด..ผมนี่แหละคิด อีกแล้วครับท่าน..” > 

    นี่นายลี !  เลิกพูดนอกเรื่องเสียที  หยุดพูดไป โฆษณาไปแบบสนามมวยสมัยก่อนด้วย (แล้วนั่นคิดอะไรห่ะ?) แล้วก็เรียกตัวนักกีฬาออกมาได้แล้ว !” 

    ศาสตราจารย์มักกอนนากัลลุกขึ้นตวาดใส่ เด็กหนุ่มจึงจำใจเก็บปากเก็บคำหยุดเล่นสักพัก แล้วประกาศเรียกตัวนักกีฬาออกมาตามคำสั่ง 

    สายลมสีแดงและเขียวต่างพุ่งออกมาจากคนละฝั่งอย่างรวดเร็ว ครั้นเมื่อถึงจุดตัดตรงกลางสนาม ก็เหมือนกับไม่มีฝ่ายใดยอมหลบ จนนึกว่าจะปะทะกันเสียแล้ว แต่ทั้งสองทีมก็เบี่ยงตัวหลบไปได้โดยใช้ระยะห่างกันก็แค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น

    เมื่อหยุดเคลื่อนไหว ไม่เพียงแต่ผู้ชม...ต่างฝ่ายก็ต่างเห็นกันได้ถนัดว่าใครประจำอยู่ตรงตำแหน่งของสนามกันบ้าง กัปตันของทั้งสองบ้านจ้องตากันอย่างกินเลือดกินเนื้อไม่มีใครยอมหลบสายตา คล้ายกับว่าเกมจ้องตาจะเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาควิดดิชด้วย

    ลูปินในร่างซีกเกอร์ของสลิธีรินกวาดตามองไปยังคนดูที่อยู่รายล้อมสนามจากนั้นจึงโบกมือไปในทิศที่นั่งฝั่งกริฟฟินดอร์ เดรโกตกตะลึงเมื่อเห็นอีกฝ่ายโบกมือให้ 

    ไม่จริงน่า..เห็นได้ยังไง ?” 

    เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง ซีกเกอร์ทั้งคู่ก็ต่างบินขึ้นไปสูงกว่าเดิมอีกระดับหนึ่งเพื่อรอจังหวะจับลูกสนิชสีทอง ตามคะแนนเก็บของแต่ละทีมตอนนี้ แฮร์รี่ต้องรอให้เพื่อนร่วมทีมทำคะแนนนำไปก่อน 40 คะแนนเขาจึงมีสิทธิ์จับลูกสนิชเพื่อหยุดเกมได้ 

    ขณะที่ซีกเกอร์ทั้งสองทีม กำลังกวาดสายตามองหาสนิชสีทองอย่างสงบนิ่งและแลดูเยือกเย็นนั้น บนอากาศใต้เท้าของทั้งคู่กำลังเปลี่ยนเป็นสนามรบย่อมๆ ต่างฝ่ายต่างพลัดกันรุกพลัดกันรับอย่างสูสี คะแนนห่างกันไม่เกิน 30 คะแนนเสียที เสียงตะโกนเชียร์ ‘ ฆ่ามัน ! ’ ดังก้องไปทั้งสนามจนทำให้บรรยากาศของฤดูหนาวกำลังถูกความร้อนแรงของเกมกีฬาเผาผลาญ แฮร์รี่มองคู่ต่อสู้ที่ยังลอยนิ่งไม่ยอมเคลื่อนตัวไปไหน ทั้งๆ ทีรู้สึกว่าฝ่ายนั้นเห็น‘ มัน ’ 

    นายรออะไรอยู่เหรอมัลฟอย ?” 

    ซีกเกอร์หนุ่มทีมกริฟฟินดอร์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เม็ดเหงื่อไหลลงมาตามใบหน้าที่เป็นสีคล้ำเกรียมแดด  ลูปินยิ้มบาง 

    ต่อให้นะ..เล่นแบบแฟร์ๆ น่าจะสนุกกว่า

    ฉันไม่ต้องการ !” 

    แฮร์รี่ตะคอกใส่ ขณะที่เสียงประกาศคะแนนว่ากริฟฟินดอร์นำอยู่30 คะแนน ดังขึ้นจากด้านล่าง

    “..อย่ามาดูถูกกัน...ทุกสิ่งทุกอย่างฉันสู้อย่างเต็มกำลังเพื่อตัวของฉันเอง ชัยชนะที่มาจากการออมมือของคู่แข่ง ไม่มีหน้าไหนคิดว่านั่นเป็นชัยชนะที่แท้จริงหรอก อย่ามาทำว่าเหนือกว่า ถ้าการแข่งขันยังไม่สิ้นสุดฉันก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ต่อให้ตกไม้กวาดจากตรงนี้...ฉันก็จะลุกขึ้นมาสู้กับนายใหม่ จะเป็นจะตายยังไงทั้งลูกสนิชทั้งศาสตราจารย์สเนป ฉันไม่คิดจะให้นายแม้แต่อย่างเดียว!” 

    ท่าทีที่หนักแน่นของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มตะลึงเล็กน้อย ลูปินยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนเมื่อนึกไปถึงเพื่อนเก่า สักพักรอยยิ้มก็เปลี่ยนไปพร้อมกับแววตาที่มุ่งมั่น   

    “..ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจล่ะนะ..” 

    ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ กำลังให้ความสนใจกับการแข่งด้านล่าง  แต่เดรโกกลับเอาแต่มองซีกเกอร์ทั้งสองที่ลอยนิ่งอยู่ด้านบน ระหว่างบทสนทนาซึ่งไม่มีใครสามารถได้ยินนั้น  เด็กหนุ่มเหมือนจะค่อยๆ รับรู้ถึงความต้องการของตัวเองทีละน้อย

    < “โอ๊ะ ตายล่ะ ! มัลฟอยซีกเกอร์บ้านสลิธีรินเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ ! ไม่น่าเชื่อเขาเห็นลูกสนิชจริงๆ หรือว่าหลอกกันแน่ล่ะเนี่ย !!” >

    ลีตะโกนกรอกไมค์เมื่อเห็นลูปินบังคับนิมบัสไปทางอัฒจันทร์ฝั่งเรเวนครอ แฮร์รี่รีบตามไปเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเห็นลูกสนิชสีทองจริงๆ ไม่ได้หลอกล่ออย่างที่ลีพูด ทันใดเสียงประกาศว่ากริฟฟินดอร์นำสลิธีรินอยู่ 40 คะแนนก็ดังตามมาให้ซีกเกอร์ของกริฟฟินดอร์ใจชื้น เจ้าตัวบังคับไฟลโบล์ตให้เข้าไปเคียงข้างคู่แข่ง ทุกคนในสนามต่างลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้มองเหตุการณ์ได้ถนัดๆ รวมทั้งเดรโกเองก็เช่นกัน 

    ลูปินกางมือออกเตรียมจับลูกสนิชที่อยู่ข้างหน้า เสียงเต้นของหัวใจกลบเสียงเชียร์ของผู้คนที่อยู่รอบข้าง แม้แต่เสียงลมที่พัดอยู่ข้างหูก็ไม่ได้ยิน...

     ...ถ้าชนะ เด็กคนนั้นคงจะดีใจมากสินะ...

    “..ไม่เอานะ..” 

    เดรโกกุมจี้รูปไม้กางเขนด้วยมือที่เต็มไปด้วยเหงื่อแน่น แววตาดูเป็นกังวลและร้อนรน   “..ไม่เอาแล้ว..ใครก็ได้หยุดเขาที..

     

    หยุดการแข่งขันนี้ซะที !! 

     

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการภาวนาของเด็กหนุ่มส่งผลถึงสวรรค์หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือลมพายุที่ไหนก็ไม่รู้  จู่ๆ ก็พัดกรรโชกเข้ามาหลังจากเสียงแตกเปรี๊ยะเล็กๆ คล้ายกับแก้วแตกก่อน จากนั้นจึงเกิดเสียงเหมือนกระจกร้าวดังสนั่นไล่ไปเรื่อยๆ จนรอบสนาม ท้องฟ้าที่เคยใสแสบตาบัดนี้เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ตามต่อมาด้วยสิ่งที่ไม่คาดคิด

     ..ลูกเห็บ..

    มาดามฮูชเป่านกหวีดหยุดการแข่งขันทันที เมื่อคีปเปอร์ของสลิธิรีนถูกลูกเห็บขนาดเท่าคุกกี้สิงคโปร์ตกใส่จนหัวแตก ทั้งนักกีฬาทั้งคนดูต่างวิ่งหาที่กำบังกันอย่างอลหม่าน 

    ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ยืนมองพายุลูกเห็บด้วยแววตาสดใส หลังจากวิ่งเข้าปราสาทพร้อมกับเด็กนักเรียน เขาหันไปยิ้มให้กับคนข้างๆ ที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่

    ดูท่าเราต้องบอกช่าง ให้ทำบาเรียกั้นพลังเวทให้หนาขึ้นอีกนิดแล้วล่ะเซเวอร์รัส...โดนฤทธิ์คาถาโบราณพังเสียยับเลย  ใครหนอสมาธิดีเสียจริง” 

    ชนวนมันเริ่มตรงที่นั่งอาจารย์นี่ครับ  ตรงช่วงนั้นมันบางกว่าที่อื่น..

    ที่จำเป็นต้องสร้างแบบนั้น ก็เพราะว่าหากเกิดเรื่องอะไรในสนาม พวกอาจารย์ก็จะได้ใช้เวทแก้ไขเรื่องราวได้ ขณะเดียวกันที่ทำให้ตรงพื้นที่ของนักเรียนไว้หนาๆ ก็เพื่อไม่ให้มีการกลั่นแกล้งนักกีฬากันเกิดขึ้น 

    พอมันร้าวแล้ว เลยกั้นพลังจากเด็กคนอื่นๆ ไม่ได้  ถ้าย้ายชนวนที่ว่านั้นไปนั่งฝั่งนักเรียนเสียก็จบเรื่องแล้ว

    สเนปย่นคิ้วหงุดหงิด เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มช่างที่อาจารย์ใหญ่กล่าวถึง สักพักอาจารย์หนุ่มก็ถอนใจหนักแล้วบ่นเบาๆ 

    ทีเวลาเรียน ให้ตั้งสมาธิดึงพลังเวทออกมาไม่เห็นจะทำได้สักคน แต่ทีเวลาเล่นนี่กลับมุ่งมั่นสติดีมาเชียวนะ..ไอ้พวกเด็กบ้า” 

    ..ถึงปากจะด่าไปแต่กลับมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น แม้จะมาจากเรื่องไร้สาระ หากเห็นลูกศิษย์ทำอย่างที่สอนได้ ความยินดีก็เอ่อล้นออกมา 

    งวดนี้ฉันว่าจะช่วยซ่อมด้วย” 

    มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ครับ

    สเนปพูดเสียงเข้มขึ้น  ชายชราเห็นเขาประชดเข้าก็หัวเราะร่า 


    .................................

     

    น่าเสียดายจังอีกนิดเดียวแท้ๆ” 

    ลูปินหันไปบ่นกับคนข้างๆ ขณะกำลังเดินไปที่ห้องห้องพักครูของเดรโกหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ...พายุข้างนอกสงบแล้วหลังจากมีลูกเห็บตกทั้งวัน

    คืนนี้ท้องฟ้ากระจ่างใสจนเห็นดวงดาวสว่างไสวกว่าทุกคืน ถึงพยากรณ์อากาศจะบอกว่าพรุ่งนี้อากาศจะแปรปรวนเช่นเดิม แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็บอกว่าประมาณพรุ่งนี้ช่วงกลางวันจะให้แข่งต่อได้ พวกอาจารย์จะช่วยกันซ่อมสนามให้เสร็จภายในคืนนี้

    น่าแปลกที่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไป เด็กหนุ่มแค่พยักหน้าตอบรับเนือยๆ คล้ายคนใกล้หมดแรงเท่านั้น ทั้งๆ ที่ปกติต้องตอบกลับมาประมาณว่า นั่นสิ !’ แล้วก็ต้องโวยวายเจ็บใจเสียงดังไปตลอดทาง

    เป็นอะไรหรือเปล่า ?” 

    ชายหนุ่มพูดพร้อมเอื้อมมือเพื่อจะไปแตะหน้าผากร่างที่สูงกว่า ทว่าเดร โกกลับรีบปัดมือนั่นออกแล้วถอยหนีอย่างตกใจ และท่าทีแบบนั้นก็ทำให้ลูปินตกใจไม่แพ้กันด้วย นัยน์ตาสีฟ้ามองคนที่อยู่ในร่างของตัวคล้ายจะถามว่า เขาเป็นอะไรเหรอ ถึงได้ปัดมือออก เด็กหนุ่มเบือนหน้าหลบสายตาที่ว่า

    ผมไม่สบายนิดหน่อย..ขอตัวนะฮะ” 

    เมื่ออีกฝ่ายพูดลวกๆ แล้วรีบวิ่งจากไปเหมือนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตน ทำให้ชายหนุ่มใจหายวูบ หรือจะโกรธที่เขามัวแต่รีรอ ไม่ยอมคว้าลูกสนิชเสียให้เสร็จเรื่องจะได้ชนะๆ ไป 

    ลูปินเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก มันมักเป็นเช่นนี้ประจำในเวลาที่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง เขามองตามร่างสูงสักพักก็คิดบางอย่างได้ จึงรีบชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเงยหน้าตะโกนเรียกเพื่อนที่นอนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างปราสาท ไม่ทันไรเจ้าหนุ่มผมขาวก็ทิ้งตัวห้อยหัวลงมาโดยใช้ขาเหนี่ยวกิ่งไม้ไว้ ซีเรียสถาม ลูปินก่อนราวกับว่าได้ยินบทสนทนาโดยตลอด

    เด็กไม่สบาย  ไม่รีบตามไปดูหน่อยเหรอจันทร์เจ้าเพื่อนยาก ?”

    คือ..”   

    ลูปินอึกอัก มือเริ่มเคลื่อนไหวไปมาในอากาศเองโดยไม่รู้ตัว พลันก็นึกอะไรบางอย่างได้ 

    นี่ฉันไม่ได้เรียกนายมาเพื่อให้นายถามฉันกลับนะเท้าปุย อีกอย่างการตามดูแลเดรโกมันหน้าที่นายไม่ใช่เหรอ ? รีบไปสิ !

    เจ้าหมาหนุ่มส่งเสียงจุ๊ๆ ไม่มีความหมายก่อนจะกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม 

    โอเค โอเค....ฉันไปแล้วๆ ไม่ต้องขึ้นเสียงก็ได้  เดี๋ยวฉันจะนึกว่ามีบิลตรงนี้อีกคน

    จากนั้นจึงดึงร่างให้กลับมาอยู่ในท่านั่งยองๆ บนกิ่งไม้แล้วนวดคอพร้อมกับพูดพึมพำ   “..คนเราเนี่ยน๊า มองไม่เห็นขนคิ้วตัวเองจริงๆ ด้วย..

    ซีเรียสกระโดดลงจากต้นไม้ที่สูงไล่ๆ กับชั้นสองของปราสาท  แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางอีกด้านของปราสาท ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเองอย่างพอใจที่เขาเดาถูกว่าเดรโกต้องนั่งอยู่ตรงแปลงดอกหญ้าเซอร์รีนแปลงนี้ ร่างนั้นกำลังกอดเข่าตัวเองแน่นขณะเดียวกันคิ้วก็ขมวดกันยุ่ง 

    ไม่ดีแน่ๆ เลย..” 

    เด็กหนุ่มพูดเสียงเครือให้เหล่าดอกหญ้าฟัง น้ำตาปริ่มออกมาเพราะไม่รู้จะจัดการกับความสับสนนี่ได้ยังไง จะเพิกเฉยก็ไม่ได้...จะยอมรับยิ่งแล้วใหญ่ 

    “..พระเจ้าต้องลงโทษแหงๆ ที่มารักคนสองคนพร้อมๆ กันอย่างนี้..

    พระเจ้าไม่เล่น SM หรอกเดรโก

    เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยกลิ่นอายขี้เล่นหน่อยๆ ที่คุ้นหู เรียกให้คนที่นั่งอยู่รีบหันกลับมามอง คนที่มายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่แลดูอบอุ่น 

    มีอะไรกลุ้มใจ  ปรึกษาฉันได้น..

     พูดยังไม่ทันจบ เดรโกก็พุ่งเข้าไปกอดแล้วร้องไห้ฟูมฟายใหญ่ เจ้าเทวดากำมะลอรีบตบหน้าตัวเองเตือนสติ ไม่ให้วิญญาณหัวงูเข้าสิงแล้วเผลอทำอะไรไม่ดีเข้า ท่าทีออดอ้อนที่เอาแต่ร้องเรียก คุณเทวดาๆ’ ด้วยเสียงที่แสนเศร้านั้น ก็พาให้รู้สึกอยากกอดเก็บไว้ในอ้อมอก แต่พอเห็นว่าเป็นร่างของเพื่อนก็รีบเบรคความคิดเสียสุดตัว 

    ..ซีเรียสกำลังคิดว่าเขาเริ่มจะเข้าใจลูปินหน่อยๆ..การรักคนอื่นในร่างของตัวเองที่เห็นมาตั้งแต่เกิดมันทำใจยากจริงๆ 

    คนสองคนที่เธอพูดถึงนี้คือศาสตราจารย์ลูปินกับสเนปสินะ

    ชายหนุ่มตัดสินใจพูดครั้งเดียวให้ตรงเป้าไปเลย เขาไม่ใช่พวกอ้ำอึ้งเอาแต่ชักแม่น้ำทั้งห้า เพื่อให้คู่สนทนากระทบกระเทือนใจน้อยที่สุด เพราะถึงอย่างไรบทจะถามมันก็ต้องถามอยู่ดี

    เดรโกเงยหน้าที่อาบเปื้อนไปด้วยน้ำตาขึ้นมามอง ดวงตาฉายแววฉงนว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ซีเรียสก็ยังยืนยันคำเดิม เขายิ้มกว้างตอบคำถามที่ปราศจากคำพูด 

    ก็ฉันเป็น คุณเทวดาของเธอนี่นา

    เด็กหนุ่มจ้องมองรอยยิ้มที่ดูภูมิใจเสียเต็มประดานั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหัวเราะขำ สักพักเสียงใสนั้นก็ค่อยๆ จางลง  ดวงหน้ากลับหมองเศร้าเช่นเคย 

    ใครๆ เขาก็ว่ากันว่า การที่คนเราต้องมาลำบากหรือทุกข์ทนอะไร นั่นก็หมายความว่าพระเจ้ากำลังมอบบทพิสูจน์มาให้แก่ตัวเรา เพื่อให้เราอยู่บนโลกนี้ได้อย่างเข้มแข็งขึ้น คุณเทวดาฮะ..ทำไมบทพิสูจน์ที่พระเจ้าทรงประทานมาให้ผมแต่ละบทนี่มันยากจัง..ทั้งเรื่องพ่อ เรื่องที่ต้องมาโดนคนอื่นมองแปลกๆ อยู่ทุกวัน...แล้วก็เรื่องนี้อีก..ผม..เหนื่อยเหลือเกิน” 

    เดรโกถอนใจยาว น้ำตาไหลปาดลงบนใบหน้าซึ่งแลดูเหนื่อยล้า และเหมือนกับปลงชีวิตไปเสียสิ้น ช่างเป็นสีหน้าที่ไม่เหมาะกับเด็กอายุเท่านี้เลย

    แล้วมันจะผ่านไปเดรโก...แล้วมันจะดีขึ้นเอง

    เด็กหนุ่มถูกซีเรียสลูบหัวเบาๆอย่างอ่อนโยน มือหนาเหมือนจะเรียกความ รู้สึกดีๆ กลับมา  ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดมาเหนือกว่ามนต์ใดๆ

    เธอจะเข้มแข็งขึ้นกว่าใคร ดูดีกว่าใครด้วยบทพิสูจน์ไม่เข้าท่านั่น สงสัยพระเจ้าจะรักเธอมากไปหน่อยเลยสรรหาของแปลกมาให้ไม่ขาด

    เจ้าหมาหนุ่มจงใจพูดติดตลกให้อีกฝ่ายคลายเศร้า และมันก็ได้ผล เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมา 

    “..ตอนนี้แก้มันไปทีละบทก่อนก็แล้วกันนะเดรโก  เรื่องอื่นเธอยังทำให้มันจบไม่ได้  แต่เรื่องนี้เธอทำได้...เธอตัดสินใจหรือยังจะเลือกใคร?” 

    เด็กหนุ่มสั่นศีรษะช้าๆ    ไม่รู้จริงๆ ฮะ...ไม่รู้...” 

    ว่าแล้วน้ำตาก็ปริ่มขึ้นมาเอ่อขอบตาอีกครั้งแต่เดรโกรีบปาดมันทิ้ง เขาตัดสินใจว่าจะไม่ร้องไห้แต่มันก็ร้องจนได้    

    “..แย่จัง..ทำไมผมถึงเป็นคนอย่างนี้ได้นะ ไม่ดีเลยสินะ...ขี้โวยวาย ขี้แย เกะกะระราน..คราวนี้ก็สองใจอีก...” 

    อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิ...คนเราจะดีหรือไม่ ไม่ใช่ตัวเราเองที่มาตัดสิน แต่เป็นพวกเจ้ากี้เจ้าการรอบตัวที่จู่ๆ ก็ควักไม้บรรทัดของตัวเองมาวัดชาวบ้านเค้าต่างหาก นั่นหมายความว่าถ้าจะให้ดีให้เลิศได้ เธอต้องมาคอยปรับเปลี่ยนนิสัยให้เข้ากับแต่ละคนในหมู่คนพวกนั้น เธอเป็นเด็กดีเดรโก..เพราะเธอรู้ว่าตัวเธอกำลังทำอะไรอยู่..เป็นอะไรอยู่ ซึ่งนั้นก็ควรค่าแล้วสำหรับการมีชีวิตอยู่อย่างภาคภูมิ ความรักของคนที่อยู่อย่างภาคภูมิ คนได้รับก็ต้องภูมิใจแน่ หากเธอสงสัยว่าทำไมเธอถึงได้รักคนสองคนได้ในขณะเดียวกัน ฉันขอตอบอย่างมั่นใจเลย ว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความรักไม่ใช่ของที่มีเพียงชิ้นเดียวที่ต้องเปลี่ยนอีกมือสู่อีกมือ หากแต่เป็นเส้นสาย...เป็นเส้นด้ายที่ไม่มีสิ้นสุด ที่โอบล้อมเหล่าผู้คนที่รักเอาไว้ มันไม่มีน้ำหนักและปริมาณ ที่จะเปรียบเทียบได้ว่าเธอรักคนๆ ไหนมากกว่ากันเพราะคนเราไม่เหมือนกัน นั่นคงเป็นสาเหตุที่เธอสับสน หากถึงคราวที่เธออยากรู้มันจริงๆ ล่ะก็..มันเหลือวิธีเดียวเท่านั้นแหละที่จะใช้บอกได้..

    “..วิธีเดียว ?..” 

    เดรโก...เธอรู้ใช่ไหมว่าเวลาที่ด้ายมันพันกันน่ะ..เราต้องเริ่มแก้จากปลายข้างหนึ่งก่อน...

    ซีเรียสยิ้มให้   เธอจะเริ่มจากปลายข้างไหนก่อนดีล่ะ ?” 


    ...................................



    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in