Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #11
  • จากเหตุการณ์วุ่นวายในคืนนั้นผ่านไปราว อาทิตย์ เรื่องผู้เสพความตายบุกเข้าฮอกวอตส์ซาลง พวกผู้ปกครองจึงเริ่มยอมให้เด็กๆ กลับมาเรียนตามเดิม ส่วนหนึ่งคงเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเพิ่มเติม และอีกส่วนคงเป็นเพราะศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กลับมาจากอียิปต์แล้ว..

    แต่สำหรับนักเรียน..พวกผู้เสพความตายไม่น่ากลัวเท่าอาจารย์สอนปรุงยาหรอก แกเล่นอ้างในที่ประชุมว่าพวกเขาหยุดยาวเกินไป ดังนั้นจึงไม่ให้มีการหยุดปิดเทอมอีกตลอดหน้าหนาวนี้ ที่ประชุมก็ตัดปัญหาขี้เกียจทะเลาะด้วย โดยการลงมติเห็นพ้องเกือบเป็นเอกฉันท์เพราะศาสตราจารย์บินส์งดออกเสียง(ปล่อยแกไปเหอะ.. )

     บรรดาความไม่พอใจทั้งหลายทั้งปวงที่เคยมีให้ลูปินในร่างเดรโก เบนเข็มพุ่งหลาวไปทางสเนปแทนทันที เหล่าสรรพเสียงสรรเสริญสาปแช่งให้เซ็งแซ่ประเคนแด่อาจารย์หนุ่มแว่วให้ได้ยินนั้น เปลี่ยนศัพท์ไม่ซ้ำแทบทุกวินาทียิ่งกว่าตัวเลขในตลาดหุ้น คล้ายกับเขาเนี่ยแหละเป็นคนบงการพวกผู้เสพความตาย ให้บุกเข้ามาในฮอกวอตส์เพื่อจะพรากเวลาปิดเทอมอันแสนมีค่ายิ่งไป

    และเหตุการณ์อีกอย่างที่ทำให้เด็กๆ ลืมลูปินอย่างสิ้นเชิง ก็คือการแข่ง ควิดดิชระหว่างกริฟฟินดอร์และสลิธีรินที่กำลังจะมาถึง ทันทีที่สนามซ่อมแซมเสร็จซึ่งน่าจะราวๆ เย็นนี้ ( เพราะพวกนั้นนั่นแหละสนามถึงพัง ) และงานต่อไปก็คืองานคริสต์มาสที่ต่างรอคอย แค่นี้ก็ทำให้บรรยากาศในฮอกวอตส์กลับมาคึกคักครึกครื้นกันเหมือนเดิม แต่สำหรับซีเรียส..งานไหนๆ ก็ไม่น่าดีใจเท่ากับที่ลูกชายคนโตของตระกูลวิสลีย์กลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว..

    นี่คุณซีเรียส !  ทำไมมามัวเจ๊าะแจ๊ะเกาะแข้งเกาะขาผมอยู่ได้  ถ้าว่างนักก็ไปทำงานของตัวซะสิ !” 

    บิลดุที่อีกฝ่ายไม่ยอมไปตามคุ้มครองเดรโกเอาแต่อ้อนไม่เลิก ผมสีเพลิงที่เคยยาวจนมัดหางม้าได้  ตอนนี้ถูกเผาจนสั้นกุดติดหนังหัวกลายเป็นทรงสกินเฮด

     “พักเดี๋ยวนึงน่าๆ กลางวันอย่างนี้ไม่อันตรายหรอก จริงไหมรีมัส ?” 

    เจ้าหมาขาวพูดเลียนแบบอิ๊คคิวซัง หันไปถามร่างเล็กที่กำลังนั่งใช้กรรไกรตัดเล็มไม้กวาดอยู่อีกฟากของโต๊ะ ลูปินละสายตาขึ้นมามอง ดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะเริ่มขุ่นขึ้นเมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น น้ำเสียงจึงฟังดูกระแทกกระทั้นหน่อยๆ

     “ผมว่าคุณน่าจะทำตามที่บิลว่า..ซีเรียส แม้จะเป็นช่วงกลางวัน หากมีโอกาส คนพวกนั้นต้องย้อนกลับมาอีกแน่ เพราะยังไม่ทันได้เข้าไปเอาอะไรจากห้องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ที่สำคัญ..นอกจากลูเซียส มัลฟอยก็ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือเดรโก แต่ถ้ารู้คงยิ่งแล้วใหญ่ เพราะพวกผู้เสพความตายคงไม่สนหรอกว่าจะเป็นใคร นอกจากต้องการจะตัดกำลังฝ่ายเราเท่านั้น เพียงกำจัดร่างผมได้..ถึงวันเพ็ญผมก็จะตายไปเอง ผมเลยไม่อยากให้เขาอยู่ลำพัง มันอันตรายเกินไป

    นี่ล่ะคือเหตุผลที่ลูเซียสตัดสินใจฆ่าคนที่ตามมาด้วย 

    ลูปินถอนหายใจยาวเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าซึมสำนึกผิด แต่ขณะเดียวกันก็โอบไหล่บิลทางด้านหลังเกาะแน่นไม่ยอมปล่อย

    แต่เอาเถอะ  ผมเข้าใจว่าคุณคงอยากอยู่ที่นี่  อีกอย่างผมเองก็กำลังจะไปหาเขา” 

    ไปซ้อมควิดดิชกันเหรอ ?” 

    ซีเรียสถามลูปินซึ่งกำลังแบกไม้กวาดลุกขึ้น  เขาพยักหน้าให้ จู่ๆ ร่างเล็กก็เซเสียหลัก ทำให้ต้องรีบเข้ามาประคอง    เป็นไรป่าวรีมัส ?”

    ไม่..ไม่เป็นไร แค่หน้ามืดนิดหน่อย ช่วงนี้เป็นอย่างนี้ประจำแหละ สงสัยจะนอนไม่พอ..เดี๋ยวก็หาย” 

    ลูปินโบกมือเป็นเชิงบอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก 

    ไปล่ะเดี๋ยวเดรโกจะคอย ยิ่งบ่นเก่งๆ อยู่

    พูดจบก็ยิ้มระรื่นแบกไม้กวาดวิ่งหน้าแป้นออกไป ทิ้งปริศนาให้ทั้งคู่มองตามด้วยความแปลกใจ บิลหันมาถามคนข้างๆ 

    ผมจำได้ว่าก่อนที่ผมจะเข้าโรงพยาบาล เห็นเขาไม่ค่อยอยากจะเล่นมันนี่..แล้วทำไมเปลี่ยนใจเร็วจัง

    เหอะๆ ได้กลิ่นแหม่งๆ” 

    ซีเรียสเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าคมคาย เด็กหนุ่มกลับยกแขนตัวเองขึ้นมาดม

    ผมอาบน้ำแล้วนะ” 

    ม่ายช่ายๆ..เอ..

    ชายหนุ่มคิดอะไรออก แล้วก็เข้ากอดคนตรงหน้าแน่น 

    ฉันช่วยดมมั๊ยจ๊ะบิลจ๊า~า ( ฮุ ฮุ บริการดมทุกซอกทุกมุมจ้ะ ‘ )” 

    ว่าแล้วก็โน้มหัวเข้าไปใกล้คอ บิลกางฝ่ามือดันหน้า(ม่อ)ของซีเรียสให้ออกห่าง  ก่อนจะเตะโด่งออกไปนอกห้อง ( ไปทำงานไป๊ !’ )

     ในเวลาเดียวกัน หนุ่มน้อยก็แฮร์รี่กระโดดด้วยปลายเท้าไปตามทางเดินเลียบตัวปราสาท เตรียมกลับหอหลังจากซ้อมควิดดิชเสร็จ พลางร้องเพลงเกี่ยวกับลูกสนิชอย่างอารมณ์ดี ( เพียงอันเดียวที่ปรารถน๊---า อยากคลำให้ชื่นอุราใจพะว้า..พะวัง’ ) ขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ หมดแรงข้าวต้ม เดินตาลอยลากขาลากไม้กวาดกัน หากมองเผินๆ อาจนึกว่าเป็นกองทัพซอมบี้ รอนถามจินนี่ด้วยน้ำเสียงยืดยานและขาดเป็นช่วงๆ ตาเขาปรือจนเกือบปิด

     “ไหงหมอนั่น..มัน..ถึงมี..แรงเหลือเฟือ..ขนาดนั้นฟะ..?”

    สงสัยเพราะความสุขตกค้างจากเมื่อวานล่ะมั้งคะ

    เด็กสาวตอบพลางป้องมือหาว  ทำให้พี่ชายขมวดคิ้วสงสัย

    เมื่อวาน ? เกี่ยวอะไรกับเมื่อวาน ?” 

    อ้าว !  พี่ไม่รู้เหรอ ว่าแฮร์รี่เค้ามีนัดเดทกับศาสตราจารย์สเนปทุกวันอา ทิตย์  โธ่..เป็นรองประธาน ส.ผ.ร.ร.พ. ได้ไงเนี่ย ไม่อัพเดทตามข่าวเอาซะเลย เชยกระจุยค่ะ !  บู่ว~” 

    อธิบายจบก็ทำปากบู่โห่ใส่หน้า  ปลายคิ้วข้างหนึ่งของรอนกระตุกเพราะความโมโห

    ฉัน-ไม่-ได้-อยาก-ได้-ตำ-แหน่ง-นั่น

    เขาพูดเน้นคำใส่หน้าน้องสาว ที่หลงคารมเฮอร์ไมโอนี่ยอมเป็นสมาชิกพรรคมาร รอนตะโกนเรียกเพื่อนหัวยุ่งข้างหน้า แฮร์รี่หันมามองก็เห็นเด็กหนุ่มผมแดงพยายามลากสังขารเข้ามาใกล้

    นี่นายยังไม่ตัดใจเลิกยุ่งกับเจ้าหัวเมือกจอมเจ้าชู้นั่นอีกเหรอเนี่ยแฮร์รี่?” 

    พูดให้รื่นหูหน่อยรอน ศาสตราจารย์เค้าไม่ได้เจ้าชู้สักกะหน่อย ! กับศาสตราจารย์ลูปิน เค้าก็ไม่ได้มีจิตพิศวาสอะไร อย่างมากก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน ส่วนข่าวลือกับเจ้าเดรโง่นั่นมันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดสามัญๆ ตามที่ได้เรียนมาเพื่อทราบ อา..เส้นทางความรักของฉันช่างสว่างไสวดั่งดวงดาราที่พราวระยับ มาเรียงร้อยต่อกันจนกลายเป็นดั่งกลุ่มดาวทางช้างเผือก..ตำแหน่งว่าที่คุณนายสเนปของฉันอยู่ไม่ไกลเกินจริงแล้ว

    ว่าแล้วก็หมุนตัวด้วยปลายเท้าหนึ่งรอบ ก่อนจะบัลเล่ห์จัมป์ทำตัวลันล้าไปตามทาง รอนพยายามตะโกนเรียก ( เฮ้ !  กลับมาสู่โลกความจริงก่อนแฮร์รี่ อย่างนายเป็นได้แค่ทางช้างผ่านเท่านั้นหรอก ! ’)

     “นั่นมันคำพูดแก้ตัวของคนเจ้าชู้ชัดๆเพื่อน’ กับ เข้าใจผิดเนี่ย

     เด็กหนุ่มผมแดงบุ้ยหน้าพูดประชด จินนี่แทรกขึ้น 

    แต่ยังไงสองคนนั้นก็คงไม่มายุ่งกับศาสตราจารย์สเนปแน่นอนแล้วล่ะค่ะ ช่วงนี้ในสมาคมผู้พิทักษ์ฯ กำลังเก็งคู่ลู-เดรอยู่  เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย

     “ช่ายๆ ลูเดร  จับคู่กันเองซะ แล้วชีวิตรักของฉันจะได้ราบ-----รื่น

     แฮร์รี่ชักอยากจะเต้นระบำปลายเท้าอีกรอบ แต่พลันเห็นเด็กหนุ่มร่างเล็กถูกเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่ต้อนเข้าไปในซอกตึก ผมสีบรอนด์บนหัวเถิกสะท้อนรับแสงแดดได้ให้ตายไงก็ไม่ลืม ในเมื่อมันเป็นหัวของคู่ปรับเขา.. 

    พวกนั้นจะทำอะไรกับเจ้าเดรโง่น่ะ ?

    แฮร์รี่พูดพลางชี้ไปที่กลุ่มที่ว่า  เด็กสาวเอามือป้องตาแล้วมองตาม

    โอ๊ะ ! หนูจำได้ๆ  นั่นกลุ่มสาวกลูปินที่ชอบยกพวกตีกับสมาคมเราบ่อยๆ เพราะไม่ยอมให้เราเอาศาสตราจารย์ลูปินไปจิ้น ( แต่ก็ไม่รอดหรอกค่ะ )..สงสัยจะโดนซิว

    ไม่ได้การล่ะต้องรีบไปช่วย !  ใครจะมาแยกลูกับเดรออกจากกันไม่ด้า~ย รี่ไม่ยอมโว๊ย !!!” 

    แล้วก็วิ่งไปราวติดบั้งไฟพระยานาคไว้ด้านหลัง พี่น้องวิสลีย์มองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจตามไป


    ลูปินยืนมองเหล่าเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่ ยืนหน้าทะมึนรอบเขาเสียมิดจนแสงส่องไม่ถึง ชายหนุ่มได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรเข้า ถึงต้องมาอยู่ในเหตุการณ์ที่เหมือนกับในการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเคยยืมชาวบ้านอ่านเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก..เด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มก้าวเข้ามาใกล้ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน 

    ไม่ว่านายจะ กับอีตาสเนปหรือจะไปกับใครที่ไหน พวกเราก็ไม่สนหรอกนะ แต่อย่ามายุ่มย่ามตอแยกับศาสตราจารย์ลูปิน เป็นจอร์จกับซาร่าในทีวีไดแร็คอย่างนี้ กับศาสตราจารย์ลูปินผู้แสนดี ไม่เหมาะกับสัตว์ป่าที่คนนิยมใช้ผ้า ขนหนูสีเหลืองมัดเลียนแบบเป็นรูปเหมือน แล้วใช้ในงานบุญอย่างนายหรอกย่ะ นายถือสิทธิ์อะไรมาตามเขาต้อยๆ อย่างนี้ห่ะ !?” 

    เอ่อ..สิทธิ์เหรอ?..ก็นั่นมันร่างของผม..” 

    จำเลยจำเป็นตอบเสียงอ่อย แต่ดูคำตอบจะไม่ได้รับการยอมรับจากคณะลูกขุน จึงบังเกิดเสียงกรี๊ดวี๊ดว๊ายไม่พอใจดังขึ้น 360องศา หมายจะพังแก้วหูคนตรงกลางวง ทำให้ต้องรีบยกมือขึ้นป้องหู ทั้งๆ ที่อยู่ในสถานแบบนี้แต่ก็อดนึกขำไม่ได้เมื่อเผลอไปคิดเปรียบเทียบกับเดรโก..ฝ่ายนั้นคนเดียวกรี๊ดดังกว่านี้อีกรู้สึกเหมือนอยู่ในวงบูมยังไงไม่รู้แหะ ^^’ ) 

    พูดมาได้ว่า ร่างของผมม่ายย๊อม~ม ! มาทำศาสตราจารย์ลูปินที่รักของพวกเราแปดเปื้อนได้ยังงาย ชดใช้มาด้วยชีวิตเดี๋ยวนี้น๊า~า !!!

    ทันใดเหตุการณ์มะรุมมะตุ้มตุ้บตับก็เปิดฉากขึ้น ลูปินเห็นท่าไม่ดีเลยใช้ประโยชน์จากร่างกายที่เล็กและผอมนี้มุดลอดฝูงคนออกไป โชคดีที่เขาซื้อของลดราคาบ่อย..การหลบหลีกผู้คนออกไปนอกวงจึงไม่ใช่เรื่องยาก

    แต่โชคไม่ยักเข้าข้างให้ถึงที่สุด ดันไปสะดุดเอาก้อนหินตรงพื้นเข้า จึงเสียหลักล้มหัวฟาดเข้ากับกำแพงจนสลบไป ขณะเดียวกันเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้าน บนเรียกให้ทุกคนเงยมอง ก็เห็นแฮร์รี่กำลังยืนเก็กอยู่บนไฟร์โบล์ต เด็กหนุ่มกระโดดลงมาคั่นกลางระหว่างร่างเล็กที่นอนอยู่กับกลุ่มสาวกลูปินไว้

    นายมายุ่งอะไรด้วยพอตเตอร์  นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย  ถอยไป !

    ใครบอกเรื่องของฉันเต็มๆ เลยแหละ  ซีกเกอร์หนุ่มกอดอกพูดเสียงเข้ม

    ในนามของผู้พิทักษ์ความรักและความยุติธรรม ลู - เดรเหมาะสมกันจะตายยังกับฉิ่งกับฉาบ ใครจะมาพรากเขาสองคนให้แยกจากกันต้องข้ามศพฉันไปก่อน !!!

     

    พลั่ก ! 

     

    สิ้นคำร่างของแฮร์รี่ก็ถูกนิมบัส 2001 ของคนข้างหลัง ฟาดเข้าท้ายทอยจนล้มลงจูบธรณีดังโครมใหญ่ ร่างเล็กสะบัดหัวไปมาแก้อาการมึนงง แล้วยกมือขึ้นเสยผมสีบรอนด์เส้นเล็กที่ปรกหน้าขึ้น ก่อนจะเดินข้ามร่างใหญ่ที่นอนกองอยู่กับพื้น แล้วใช้เท้าเขี่ยเด็กหนุ่มหัวยุ่งให้ตื่น ขณะที่สายตาก็ทอดมองไปยังเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่  ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาทำให้พวกเธอปิดปากกันเงียบ

    ทำไมมันดูดุๆ ขึ้นฟะ ?” 

    รอนหันไปกระซิบถามจินนี่ เด็กสาวส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

    นายนึกว่าตัวเองเป็นเซเลอร์มูนหรือไงพอตเตอร์ ถึงจะมาพิทักษ์ความรักฉัน..ลูเดร’ เหรอ?”    เด็กหนุ่มผมบรอนด์พูดทวนคำก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูก

    ฝันไปถึงชาติหน้าเถอะ ว่าฉันจะยอมเปิดโอกาสให้นายสมหวังกับศาส ตราจารย์สเนปที่รักของฉัน  ไม่ว่าจะโลกนี้โลกหน้าถ้าจะจิ้นกะฉัน  คำตอบมีอยู่อย่างเดียวคือ ซึเนะเดร’ เฟ้ย!”

     “ม่ายจริง--------------ง !  ต้องซึเนะแฮริต่างหาก !!” 

    แฮร์รี่เด้งตัวขึ้นมาจากพื้นพร้อมแหกปากตะโกนลั่น 

    ชาวบ้านชาวช่อง คนที่อ่านฟิคนี้เขาก็รู้กันหมดแล้ว ว่ามันเป็นซึเนะแฮริ(?) ยังคิดจะมาตู่อีก !” 

    นายสิตู่  มิน่าล่ะหมู่นี้หน้าถึงดูหนาๆ ขึ้น  โบ๊ะปูนซีเมนต์นครหลวงเยอะไปล่ะสิท่า  สงสัยจะเท่ากับความยาวของกำแพงเมืองจีนซะแล้วล่ะมั๊ง ว่างๆ ก็หัดไปตะไบๆ ออกซะมั่งนะ  มันเกะกะทางเท้า ผู้คนเห็นแล้วอยากลองย้ายเท้าขึ้นไปสัญจร นี่อะไร...ชนะแค่อย่างเดียวทำเป็นได้ใจ  รอแข่งควิดดิชกับชวนศาสตรา จารย์สเนปของฉันเต้นรำให้ได้เสียก่อนเถอะค่อยมาโม้ แต่น้ำหน้าอย่างนายคงจะ ลุ้นที่จะแข่งชนะฉันจนตัวโก่งเลยสิ แน่ล่ะใครจะยอมลดตัวไปเต้นรำกับโทรลอย่างนายกัน ไปตักน้ำใส่กระโหลกหนาๆ นั่นชะโงกดูเงาหัวตัวเองซะบ้าง ถุย !

    ถุยทีทุกคนผงะตัวไปด้านหลังกันหมด ไม่นึกว่าเจ้าผู้ดีเดรโกจะปรับตัวให้กลมกลืนใกล้เคียงชนชั้นล่างได้เร็วขนาดนี้ ปากตะไกของอีกฝ่ายทำให้แฮร์รี่กรี๊ดเจ็บใจที่เถียงไม่ทัน และเสียงนั่นก็เรียกคนๆ หนึ่งให้เดินเข้ามาโดยปราศจากเสียงฝีเท้า

    เกิดอะไร  มายืนชุมนุมอะไรกันอยู่แถวนี้ ?” 

    อาจารย์สอนปรุงยาตวัดเสียงถาม แล้วกวาดสายตามองไปทั่วด้วยสีหน้าที่แลดูหงุดหงิดเช่นเคย ความจริงเขาถามธรรมดา แต่รอยเจ้ากรรมตรงหว่างคิ้วทำให้ใบหน้าดูเหมือนอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลา

    ไม่ทันที่แฮร์รี่จะเอ่ยปากทักทาย เด็กหนุ่มร่างเล็กก็กระโดดเข้ากอดสเนปทันที ก่อนจะส่งเสียงสะอื้นออดอ้อนดิสเครดิตคู่แข่ง ตามคำคมที่ว่ากระทืบมันก่อนได้เปรียบเสมอ

    ศาสตราจารย์ฮะศาสตราจารย์..ช่วยผมด้วยฮะพอตเตอร์ยกพรรคพวก’ มารุมทำร้ายผม แล้วก็ขู่ผมไม่ให้ผมมายุ่มย่ามยุ่งวุ่นกับศาสตราจารย์อีก ไม่อย่างนั้น พวกเขาจะจิกหัวผมไปตบล้างน้ำ แล้วก็เอาน้ำกรดราดกระดาษทรายขัดหน้าอันสวยงามราวรูปสลักของผมซะ ผมกลัวจังเลยฮะศาสตราจารย์ โฮ~” 

    พูดไปก็ตะกายขึ้นตัวอาจารย์หนุ่มไป จนสองแขนกอดหน้าส่วนสองขาก็เกี่ยวเอวอีกฝ่ายเอาไว้ สเนปพยายามทรงตัว ร่องหว่างคิ้วคมชัดลึกขึ้นเรื่อยๆ..ดูเหมือนอาจารย์หนุ่มพอจะรู้สาเหตุแล้ว..

    ศ..ศาสตราจารย์ฮะ ศาสตราจารย์อย่าไปเชื่อเจ้ามัลฟอยมันนะฮะ หมอนั่นมันขี้จุ๊เบเบ ผมไม่ได้..” 

    แฮร์รี่พยายามพูดแก้ตัวแต่อีกฝ่ายกลับทำเสียงเหมือนรำคาญกลับมา

    ไม่ต้องพูดแก้ตัวอะไรทั้งสิ้นพอตเตอร์ กลับบ้านของเธอไปซะ แล้วก็พาพรรคพวกของเธอกลับไปด้วยเดี๋ยวนี้” 

    พวกเขาไม่ใช่พรรคพวกของผมนะฮะศาสตราจา..

    ฉันสั่งว่าให้ไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินเหรอไง?” 

    สเนปพูดเร็วด้วยเสียงที่เข้มขึ้น   

    “..ไปซะ  อย่าให้ฉันต้องหักคะแนนพวกเธอเป็นรายบุคคล

    แฮรี่สะบัดตัววิ่งจากไปด้วยความโมโห เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ฟังคำพูดของเดรโกไม่ยอมฟังที่เขาพูดบ้าง เด็กคนอื่นๆ วิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทางเพราะกลัวถูกหักคะแนนเรียงตัว พี่น้องวิสลีย์มองอาจารย์สอนปรุงยาด้วยความขุ่นเคือง...ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงไม่มีเหตุผลแบบนี้ แล้วจึงวิ่งตามแฮร์รี่ไปเหลือเพียงแต่ลูปินกับสเนปเท่านั้น

    “..ทำไมบทตัวร้ายต้องมาตกอยู่ที่ฉันทุกทีสิน่า..

    อาจารย์หนุ่มบ่นพร้อมถอนหายใจแรง ก็มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาคอยอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เจ้าพวกเด็กสอดรู้พวกนั่นเสมอไปนี่  หากมัวแต่มานั่งใจดีประนีประนอม เจ้าเด็กบ้าพวกนั้นก็รังแต่จะทำตัวเห็นเขาเป็นเพื่อนเล่น ลามปามเป็นขี้กลากขึ้นหัวเสียเปล่า..แถมเรื่องนี้ยิ่งบอกใครไม่ได้ใหญ่... 

    สเนปหันไปจ้องตัวปัญหา   รีมัส ?” 

    อีกฝ่ายยังไม่มีปฎิกิริยาโต้ตอบใดๆ นอกจากเกาะเขาเป็นลูกลิงชิมฯ ไม่เลิก อาจารย์หนุ่มสูดลมหายใจลึกเข้าปอดก่อนจะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายอีกครั้ง 

    รีมัส ลูปิน  ตื่นเดี๋ยวนี้ !!

    ครั้งนี้ได้ผล..ดวงตาของลูปินเบิกกว้างขึ้นมาทันที และเมื่อเขาเห็นตัวเองกำลังเกาะเอวอาจารย์สอนปรุงยาจอมโหดอยู่ก็อุทานเสียงหลง

    ทำไมผมมาเกาะคุณอยู่ล่ะ ?”

    เก็บคำถามงี่เง่าของนายเอาไว้  และลงไปก่อนที่จะเปิดปากพูดอะไรได้ไหม..มันหนัก

    สเนปดุด้วยสายตา  ลูปินหัวเราะแห้งๆ แก้เขินก่อนจะค่อยๆ ไต่ลง  กะว่าจะทำตัวลีบๆ แห้งๆ หนี  แต่มือที่ขาวซีดกลับบรรจงยึดจับหลังคอเสื้อเขาไว้เหมือนรู้ทัน

    มีอะไรเหรอ...เซเวอร์รัส ?” 

    ชายหนุ่มเริ่มใช้หลักยิ้มสู้เสือ แต่พอปะทะกับยิ้มสยองของอีกฝ่ายเข้าก็เริ่มจะยิ้มไม่ออก

    นายไม่ได้กินยาของฉันให้หมดใช่ไหมรีมัส ?”

    สเนปพูดช้าๆ ชัดถ้อยคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก บวกกับลมหนาวที่พัดวูบจากซอกตึก  ทำให้รู้สึกขนลุกเข้าไปใหญ่ 

    “..ฉันอุตส่าห์กำชับนักหนาว่าให้กระเดือกมันลงไปให้หมด ทำไมถึงไม่ทำตามที่สั่ง  แก้ตัวมาซะ..ถ้าฟังขึ้นก็แล้วไป แต่ถ้าไม่..” 

    ถ้าไม่ ?”

    อยากรู้นักเหรอ ?” 

    อาจารย์หนุ่มยิ้มถาม แต่แววตาที่จ้องมานี่มันคนละขั้ว ทำให้ลูปินส่ายหัวดิกพร้อมกับรีบลูบขนแขนที่ตั้งเด่ให้กลับเหมือนเดิม แล้วเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังว่ามันเป็นมายังไง  ทำไมเขาถึงดื่มน้ำยาเรียกสติไม่หมด 

    คือ..ไม่ได้ตั้งใจ..”   ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างเกรงๆ   “..จะขอใหม่อยู่เหมือนกัน..ขอใหม่ได้ไหม?” 

    ตอนนี้ต่อให้นายดื่มอีกสักหม้อใหญ่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว” 

    ครั้นเมื่อเห็นอาจารย์สอนปรุงยาชักสีหน้าบึ้งตึงเตรียมจะกินหัวเขาเต็มที่ ลูปินจึงรีบพูดเปลี่ยนเรื่องหาทางเอาตัวรอดเช่นเคย 

    ว่าแต่..เห็นว่าเมื่อวานไปเดทกับแฮร์รี่มานี่ สนุกไหม ?”

    ก็โอเคดี  แต่อย่ามาเปลี่ยนเรื่องรีมัส  ห๊า !เดท ใครเดทกับใครนะพูดใหม่อีกทีสิ !”    น้ำเสียงที่เรียบเย็นเมื่อครู่เปลี่ยนโทนเป็นตรงกันข้ามทันที

    ฉันไปซื้อของนะไม่ได้ไปเดท !  ไปซื้อของน่ะเข้าใจไหม !?” 

    คร้าบๆ แค่ซื้อของเท่านั้น..” 

    ชายหนุ่มยกมือยอมแพ้ไม่เถียงต่อ กับคนหัวแข็งตรงหน้า เรื่องตรงๆ เกี่ยวกับตัวเองไม่ค่อยอยากจะฟังหรอก 

    “..แต่ว่านะผมอยากจะเตือนอะไรคุณสักอย่าง เวลาไม่เคยย้อนกลับมา แม้จะเรียกหาอย่างไร..และสิ่งมีชีวิตที่กลืนกินกาลเวลาอย่างมนุษย์เองก็เช่นกัน เซเวอร์รัส สำหรับคนที่รู้จักคำว่า สายเกินไป’ ได้ดีกว่าคนอื่นๆ อย่างคุณ...อย่าปล่อยให้มันซ้ำรอยเดิมอีกเลย..” 

    ใบหน้าของสเนปดูซีดกว่าเดิม เขากำหมัด จ้องอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาสีนิลซึ่งไหวระริกด้วยความโกรธระคนอาย เมื่ออีกฝ่ายพูดเหมือนรู้ความเคลื่อนไหวของจิตใจที่ไม่ต้องการให้ใครก็ตามรู้แม้จะเพียงน้อยนิด

    ลูปินเตรียมรับมือเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าตัวเองล้ำเส้นที่ล้อมรอบตัวอาจารย์หนุ่มไว้อย่างหนาแน่นไปแล้ว..แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องพูด เหมือนเป็นหน้าที่ เพราะต่อจากนี้คงไม่มีใครนอกจากตัวเองแล้ว  ที่จะกล้าเตือนเรื่องนี้กับคนตรงหน้า

    ..เราน่ะเรา บทจะพูดอะไรเพื่อคนอื่น ชอบลืมเรื่องสวัสดิภาพตัวเองหลังพูดทุกทีสิน่า..

    “ ตาลู !  ชักช้าที่สุด ! 

    เสียงของเดรโกที่นำมาก่อนตัว ทำให้ทั้งคู่หยุดบรรยากาศที่เรียกได้ว่าหมิ่นเหม่จะถึงขั้นวิกฤต ทั้งสองคนมองเด็กหนุ่มซึ่งกำลังอุ้มกระถางดอกไม้วิ่งเข้ามา ลูปินยกมือขึ้นทักแต่อีกฝ่ายเหมือนมองไม่เห็นหรือไม่สนใจก็ไม่รู้ กลับวิ่งตรงเข้าไปหาอาจารย์ประจำบ้านแทน 

    เป็นอะไรหรือเปล่าฮะศาสตราจารย์ ? ทำไมหน้าดูซีดๆ จัง

    ลูปินขยับตัวไปด้านหน้าเดรโกเพื่อจะให้เห็นตัวเองได้ถนัดๆ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่จึงเขย่งปลายเท้าพร้อมส่งเสียงให้ดังขึ้น 

    ศาสตราจารย์สเนปไม่เป็นอะไรหรอกเดรโก แค่เขาต้องทบทวนอะไรบาง อย่างเพื่อตัวของเขาเองนิดหน่อย” 

    ทบทวน ?” 

    เดรโกทวนคำเสียงสูงเป็นเชิงถามกลับ แต่ลูปินกลับเข้าจับแขนเด็กหนุ่มแล้วกึ่งเชิญกึ่งฉุดพาเดินไป โดยไม่สนใจเสียงโวยวายเพราะอยากอยู่คุยกับอาจารย์สอนปรุงยาต่อ ฝ่ายสเนปเองก็ยืนมองตามสักพัก ก่อนจะสะบัดตัวเดินจากไปเช่นกัน 


    ....................................

    เหล่าดอกไม้สีฟ้าต่างไหวเอนตามสายลมยามค่ำของเหมันต์ คล้ายกับขยับตัวตามจังหวะของเสียงขับขานของเจ้าของ เด็กหนุ่มดึงผ้าพันคอให้มันขึ้นมาทาบกับจมูกเมื่อรู้สึกว่าลมเย็นที่ผ่านเข้าไปในคอมากไป ไออุ่นที่ขังอยู่ในผ้าพันคอสีซีดฝีมือประณีตของเจ้าของร่างเริ่มทำให้คอหายเจ็บ

    นัยน์ตาสีน้ำตาลทองทอดมองหลุมดินที่แหว่งหาย ริมฝีปากก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มช้าๆ เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อกลางวัน เขาต้องขุดดอกหญ้าเซอร์รีนให้ลูปินไปเลี้ยงใหม่เป็นกระถางที่แล้ว  เพราะดูเจ้าตัวจะกระตือรือร้นอยากกินผลของมันจัด แต่ต้องวิ่งโร่กลับมาให้เขาเปลี่ยนดอกใหม่ทุกครั้งเมื่อมันเริ่มเฉาทำคอตกใส่ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้กินกันล่ะเนี่ย

    เรื่องอื่นก็ยอมรับว่าเก่งดีหรอก..แต่ทำไมแค่ร้องเพลงถึงได้อภิมหาห่วยขนาดนั้นก็ไม่รู้

    ติงต๊อง” 

    เดรโกหัวเราะขำเมื่อนึกภาพชายหนุ่มกอดกระถาง ทำหน้าหงอยคอตกตามดอกไม้ในกระถาง(แย่แล้วมันจะตายอีกแล้วล่ะเดรโก ครูไม่ได้ตั้งใจนะ ’ TxT ) 

    พรุ่งนี้แล้วสินะ” 

    เด็กหนุ่มรำพึงเบา จากนั้นจึงถอนหายใจหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากอดเข่าแน่น.. 

    ...นี่ก็ดึกมากแล้วแต่กลับไม่รู้สึกง่วง คงเพราะพรุ่งนี้เช้าจะมีการแข่งขัน ควิดดิชล่ะมัง ทั้งที่ลูปินก็เก่งขึ้นมากจนไม่น่าเป็นกังวล...แต่เรื่องที่ตกค้างอยู่ในใจไม่ใช่เรื่องนี้ ที่เขาไม่อยากให้พรุ่งนี้มีการแข่งขันขึ้นก็เพราะ...เพราะ...โธ่...ทำไมเขาถึงต้องมานั่งกลุ้มคิดไม่ตกอยู่แบบนี้ด้วยนะ

    ไม่เอาอ่ะ...ไม่เอาเจ้านั่นเด็ดขาด  ไม่ชอบเด็ดขาด..

    เดรโกซ่อนสีหน้าที่ขรึมเศร้าไว้ตรงเข่า...ชักไม่เข้าใจตัวเองขึ้นทุกทีว่าทำไมหมู่นี้ถึงคอยคิดถึงลูปินอยู่เรื่อย...หมอนั่นไม่ใช่แบบที่เขาชอบสักหน่อย ต้องเนี้ยบ เท่ เก่ง แล้วก็ดูเป็นผู้ดีอย่างศาสตราจารย์สเนปต่างหาก...อย่างหมอนั่นน่ะ...หมอนั่น...ก็แค่...

    “..บ้าที่สุดเลย..

    นกฮูกนาสีน้ำตาลตัวใหญ่บินลัดท้องฟ้าสีเข้ม กางปีกร่อนผ่านเหนือเดรโกไปโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต มันตรงเข้าหน้าต่างของห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นยา แล้วถลาเก็บปีกลงไปเดินอยู่บนโต๊ะทำงาน ที่เต็มไปด้วยหนังสือและม้วนการบ้านของเด็กนักเรียน เจ้าแมวดำย่องเข้าหามันเพราะอยากเย้าหยอกเล่นด้วย แต่มือของเจ้านายกลับโอบรอบตัวมันไว้ 

    อย่าน่าอาเม็จ  อยู่เฉยๆ” 

    เมื่อเจ้าแมวหยุดตามคำสั่ง อาจารย์หนุ่มจึงส่งคุกกี้และถาดน้ำให้กับนกฮูกที่อุตส่าห์รีบรุดมาส่งข่าวในยามวิกาล จากนั้นจึงคลี่จดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็ว แต่เนื้อหาในนั้นทำให้เขาต้องเอามือกุมขมับ สุดท้ายแล้วมันก็เหมือนกับจดหมายกว่า 30 ฉบับที่มาก่อนหน้านี้ ที่ว่าไม่สามารถหาสูตรยาแก้ฤทธิ์ของ Second full moon ได้ นอกจากสูตรแก้ยาโบราณ ที่มีอยู่เพียงสูตรเดียวที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน

    เขาถอนหายใจหนัก ก่อนจะสอดเก็บจดหมายขององค์การยาและยาพิษแห่งชาติไว้ในหนังสือปกแข็งสีเขียวเข้ม ที่เขียนหน้าปกไว้ด้วยตัวอักษรสีทองว่า การปรุงยาแก้คำสาปฉบับฉุกเฉิน’  ไว้รวมๆ กับจดหมายฉบับอื่นๆ  รูปถ่ายใบเก่าหล่นลงมาจากกองหนังสือที่วางสุมไว้บนโต๊ะ

    เมี๊ยว ?”

    อาเม็จส่งเสียงร้องอย่างหัวเสียพร้อมเอาอุ้งเท้าตบรูป คล้ายจะถามว่าเจ้าแมวที่อยู่ในรูปเป็นใคร เจ้านายถึงเอาแต่จ้องเอาๆ เสียนานแบบนี้ สเนปหัวเราะเบาแล้วช้อนตัวมันมากอดเอาไว้  จากนั้นจึงตอบมันด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล

     “แมวตัวก่อนของฉันที่มีชื่อเดียวกับนายไง..อย่างอนไปเลย ยังไงซะตอน นี้ฉันก็มีนายอยูตัวเดียว” 

    เมี๊ยว ?” 

    เจ้าแมวดำเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ หันมาตบใส่เด็กหนุ่มในรูปแทน...คนๆ นั้นยังยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนเช่นทุกครั้งไม่เคยแปรเปลี่ยน...แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ใด

    ความเศร้าปรากฏขึ้น ฉายแววแจ่มชัดในดวงตาสีราตรี ภาพในวันวานอันแสนไกลของคนในรูปช่างขัดเจนอยู่ในความคำนึง รอยเงาของอดีตยังคงวนเวียนฝังแน่นอยู่ในความรู้สึกเสมอ ความเศร้าเหมือนจะมาพร้อมสายลมที่โบกพลิ้วรอบกาย สเนปกอดอาเม็จแนบอก แล้วมองพระจันทร์ข้างขึ้นผ่านหน้าต่าง คำพูดของเพื่อนเข้ามารบกวนความคิด

    เวลาไม่เคยย้อนกลับมา แม้จะเรียกหาอย่างไร...และสิ่งมีชีวิตที่กลืนกินกาลเวลาอย่างมนุษย์เองก็เช่นกันเซเวอร์รัส สำหรับคนที่รู้จักคำว่า สายเกินไป’ ได้ดีกว่าคนอื่นๆ อย่างคุณ...อย่าปล่อยให้มันซ้ำรอยเดิมอีกเลย.. ’ 

    ...อย่ามาทำเป็นสั่งสอนคนอื่นหน่อยเลย ตัวเองก็เหลือเวลาอีกไม่มากแท้ๆ...

     

     ....................................

     

    ฮัดเช่ย !” 

     

    ลูปินจามลั่นอย่างไม่คิดจะห้ามแรงเพื่อทำตัวให้ดูเป็นผู้ดีสักนิด ทำเอาร่างเล็กๆ โยกไปตามแรงจนเกือบจะตกระเบียงหอนอน เสียงจามปลุกเพื่อนร่วมห้องที่นอนอยู่ให้งัวเงียลุกขึ้นมาดู

    ยังไม่นอนอีกเหรอเดร...นี่มันก็ดึกแล้วนะ...พรุ่งนี้มีแข่งเช้าด้วย

    กอยล์พูดสักพักก็ปิดปากหาว   ตื่นเต้นเหรอ ?”

    ตื่นเต้น ?” 

    ชายหนุ่มทวนคำแล้วเงยหน้ามองพระจันทร์อีกครั้ง จากนั้นจึงหันมายิ้มตอบอีกฝ่าย  คงจะประมาณนั้น...นายไปนอนเถอะขอฉันอยู่ตรงนี้สักพัก

    อย่าดูพระจันทร์เพลิน  จนหลับคาระเบียงไปแบบเมื่อวานล่ะ” 

    กอยล์บอกขณะลากเท้ากลับเข้าห้องตามเดิม  แล้วรอยยิ้มของลูปินค่อยๆ จางหายไป ทั้งที่สายลมเย็นจัดพัดโกรกอยู่ตลอด แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกหนาวเลย สายตาเลื่อนกลับมาเหม่อมองดวงจันทร์ตามเดิม นัยน์สีฟ้าที่แสนสดใสไม่ทอประ กายเช่นเคย  ดูราวกับมีม่านหมอกมาบดบัง มือเล็กกำราวระเบียงแน่น

     

    ...อีกอาทิตย์เดียวสินะ...



    ....................................


    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in