Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #10
  • เป็นยังไงบ้างจ๊ะ ?” 

    มาดามพอมฟรีย์ยิ้มถามลูปิน  ซึ่งกำลังนอนสั่นแหง่กๆ ฟันกระทบกันอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ห่มผ้าห่มอยู่ตั้งสองชั้น เขาพยายามส่ายหน้าบอกว่าตนไม่เป็นไรแต่ร่างกายไม่ยอมเอื้ออำนวยเลย หมดแรงเอาซะดื้อๆ

     “แล้วแหวนล่ะครับมาดาม?” 

    ลูปินถามด้วยเสียงที่พร่าแหบคล้ายเป็ด หญิงสาวตอบขณะสัมผัสหน้า ผากของใบหน้าจิ้มลิ้ม  ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะถูกพิษไข้เล่นงาน

    รู้สึกศาสตราจารย์สเนปจะเดาถูกว่าเธอต้องถามหามันตอนฟื้น แหวนนั่นตอนนี้อยู่กับเจ้าของแล้วล่ะจ้ะ  ไม่ต้องเป็นห่วง โชคดีมีเงือกแถวนั้นช่วยเก็บให้...แต่พวกเราไม่ได้บอกเด็กเขาหรอกนะ ให้เขาคิดไปว่าเธอเก็บมันได้ก็แล้วกัน จะได้ดูดีในสายตาเขาขึ้นมาบ้าง  เขาจะได้ว่าเธอน้อยลงเวลาเธอแอบกินขนมไง

    มาดามพอมฟรีย์หลิ่วตาให้  ลูปินหัวเราะเบา 

    แล้วใครช่วยผมขึ้นมาล่ะครับ  หรือว่าเป็นปลาหมึกยักษ์ ?”

    แบล็คจ้ะ  เขาอยู่แถวนั้นพอดี  แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพราะเขากินยาแก้หวัดแล้วก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยาแล้ว ไม่เหมือนเธอ...ศาสตราจารย์สเนปเขาไม่ยอมให้เธอกินยาแก้หวัดน่ะ เห็นบอกว่าเดี๋ยวจะไปตีกับน้ำยาเรียกสติที่ให้เธอกินก่อนหน้า

    ผมอยากคุยกับเซเวอร์รัส” 

    ...ต้องบอกเรื่องที่เขาทำน้ำยาหก...แต่มาดามพอมฟรีย์กลับจัดผ้าห่มให้เขาดีๆ เธอพูดก่อนจะปิดผ้าม่านลง

    เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้จ้ะ  รับรองว่าทางฝ่ายนั้นเองคงมีเรื่องอยาก จะต่อว่าเธอเพียบ ส่วนตอนนี้ก็หลับตาพักผ่อนซะนะ” 

    ลูปินรู้สึกว่ามาดามพอมฟรีย์สั่งเขาอย่างกับสั่งเด็กอย่างไรอย่างนั้น ทั้งๆ ที่อายุเขาออกจะห่างไกลคำพูดที่เป็นคำสั่งแต่แฝงความเอาใจใส่นั่นมากโขอยู่ ถึงตอนนี้จะอยู่ในร่างเด็กก็เถอะ

    ดวงไฟภายในห้องค่อยๆ ดับมืดลงทีละดวงๆ เรียกความมืดให้ก้าวเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ ลูปินพลิกตัวนอนขดมือกำผ้าห่มแน่นแล้วขยับตัวเข้าซุกซ่อนตัวในผ้าผืนหนา ซ่อนตัวจากความมืดที่มืดเสียจนมองไม่เห็นส่วนไหนของตัวเอง..ไม่เห็นแม้แต่หัวใจของตัวเอง.. 


     .................................

     

    สัมผัสอันอุ่นชุ่มน้ำของผ้าขนหนูบนหน้าผาก ปลุกคนป่วยให้สะลึมสะลือตื่น ทำให้อีกฝ่ายที่กำลังกางคู่มือ การปฐมพยาบาลสไตล์มักเกิ้ล’ อยู่สะดุ้ง ลูปินย่นหน้าผากมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังนั่งอาบแสงนวลจากตะเกียงพยายามช่วยลดไข้อยู่ข้างกาย คือเจ้าเด็กจอมแสบแห่งบ้านสลิธิรีนคนนั้น

    ชายหนุ่มค่อยๆ ตะแคงตัวไปทางอ่างอะลูมิเนียม แล้วบิดผ้าขนหนูไล่น้ำส่วนเกินออก รอยยิ้มเจือบนใบหน้าที่เยาว์วัย 

    ผ้าที่ใช้ต้องบิดให้หมาดก่อนนะเดรโก

    เด็กหนุ่มหน้ามุ่ยไม่ชอบใจที่ถูกสั่งสอน รีบปิดหนังสือเล่มขนาดพ็อกเก็ต บุ๊คแล้วพูดแก้ตัว แต่พอเห็นคนตรงหน้านั่นเอาแต่จ้องมาราวกับรู้ความคิด ก็เปลี่ยนมาเป็นก้มหน้าก้มตาบ่นงุบงิบแทน

    ก็คนเค้าไม่ชอบวิชามักเกิ้ลศึกษานี่ เรียนก็ไม่ตั้งใจแล้วจะไปรู้ได้ยังไงเล่าว่าเฝ้าไข้มันทำกันอีท่าไหน แถมมันไม่เห็นจำเป็นอะไรสักหน่อย ปกติหวัดแค่นี้กินยาอึกเดียวก็หายแล้ว” 

    เมื่อเหลือบตาขึ้นเห็นลูปินปิดปากขำจึงถามด้วยความหงุดหงิดจนแก้มป่อง   หัวเราะทำไมกัน ?” 

    อย่าใส่ใจเลยไม่มีอะไรหรอก ”   ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยง   ว่าแต่...เธอมาที่นี่นานแล้วเหรอ?”

     “ชั่วโมงได้มั๊งฮะ...ก็ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นานอย่างนี้หรอกนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ  มีอะไรหรือเปล่าฮะ ?”

     “เปล่า ไม่มีอะไรแค่ถามดูเฉยๆ” 

    ลูปินยันตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง รอยยิ้มเริ่มดูสดใสขึ้น เขาพยายามมองนาฬิกาบนฝาผนังแต่เพ่งเท่าไรก็ไม่เห็น เดรโกเห็นลูปินกำลังมองบางอย่างอยู่นานเลยสงสัย

    มองอะไรอยู่ฮะ ?” 

    อ๋อ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” 

    พอสิ้นคำตอบ  จู่ๆ ก็ไอจนตัวโยน  เด็กหนุ่มจึงรีบเข้าไปประคองแต่อีกฝ่ายกลับโบกมือไปมา   

    “ ไม่เป็นไร ครูไม่เป็นไร

    ...เส้นขันติบางๆ ของเดรโกขาดผึง...เจ้าตัวร้องวี๊ดขึ้นอย่างสุดกลั้น ทำให้คนป่วยผงะตกใจว่าตัวทำเอาไรผิดไป(อีก)หรือเปล่า เด็กหนุ่มกำสองมือแน่นจนสั่นระริก

    ว่าจะไม่สนใจแล้วนะ  แต่นี่มันอะไร !  นี่มันอะไรห๊า~า !?คนเค้าอุตส่าห์ถามดีๆ ดันตอบว่า ไม่มีอะไรๆ อยู่ได้  อย่างนี้ทุกทีเลย !  จะพูดอะไรก็พูดออกมาสิจะปิดบังกันทำไม เพื่ออะไรมิทราบ ไม่พูดออกมาชาวบ้านเค้าจะรู้มั๊ย ว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ต้องการอะไร จะเอาอะไรไม่มีอะไรๆ’ ไม่มีอะไรแล้วเปิดปากพูดออกมาทำไม รู้มั๊ยนิสัยอย่างนี้มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน !?” 

    ว่าแล้วก็ทุบโต๊ะดังปึ๊งจนข้าวของลอย เมื่อเห็นเดรโกโมโหจนหน้าเปลี่ยนสีชายหนุ่มจึงรีบยกมือต่ำบอกยอมแพ้ ลูปินกรอกตาขึ้นด้านบน แล้วพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อนจะพูดออกมาช้าๆ 

    มันติดเป็นนิสัยไปแล้วน่ะ...ครูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรเธอหรอก เพียงแค่ครูอธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ค่อยเก่ง ยังไงดีล่ะ...” 

    เขาพูดพลางใช้นิ้วชี้เกาแก้มไปพลางแก้เขินก่อนจะพูดต่อ 

    “..คือ..ตั้งแต่ครูตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเธอพยายามช่วยเฝ้าไข้ให้ครูอย่างเต็มที่แล้วมัน..อธิบายไม่ถูก ใช้คำไหนดีนะ..แปลกใจ’ หรือคงเป็น คิดไม่ถึง’ ล่ะมั้ง เพราะรู้ว่าไม่มีใครบังคับให้เธอทำอะไรที่เธอไม่อยากทำได้ แต่เธอก็มา มาเพราะเธอตั้งใจที่จะมา...ครูไม่รู้ว่าต้องใช้คำไหนดี  แต่ที่แน่ๆ ครูดีใจที่เห็นเธอห่วงครู  รู้สึกว่าเด็กคนนี้ก็มีส่วนน่ารักเหมือนกัน   รู้สึกดีจริงๆ..ขอบใจนะเดรโก” 

    ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอกที่ถ่ายทอดคำพูดได้ตามที่ตัวเองคิดทั้งหมด แล้วอีกฝ่ายก็วี๊ดขึ้นมาอีกรอบ แต่สีหน้าและท่าทางกลับต่างกันออกไป เดรโกหน้าแดงจนถึงหลังหู

    บ้าๆๆๆๆๆมาชมกันต่อหน้าเจ้าตัวได้ยังไงไอ้เรื่องแบบนี้ !  สิ้นคิดที่สุด !!

    อ้าว ปกติก็เห็นชมตัวเองออกบ่อย  อย่าง บิวตี้คิวตี้ ไม่ก็ งามปานเทพีวีนัส’”

    ...มีอีกบานตะไทเลย..เด็กหนุ่มไม่พอใจตีมือไปมาในอากาศ 

    มันไม่เหมือนกันสักหน่อย !  อย่าพูดอีกนะ เป็นคนป่วยก็รีบนอนลงไปเลย !” 

    คร้าบๆ คุณหนูผู้น่ารัก  ซุปเปอร์บิวตี้คิวตี้” 

    ลูปินพูดยานคางรับปากแล้วรีบยัดตัวเองเข้าในม้วนผ้าห่ม ไม่รอดูว่าสีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยนสีไปกี่เฉดแล้ว

    ...พอบทสนทนาหยุดลง..เสียงฝนก็แจ่มชัดขึ้น ลูปินยึดจับผ้าห่มแน่นก่อนจะเรียกชื่อผู้ที่นั่งเฝ้าอยู่อย่างหวั่นๆ กลัวว่าจะไม่มีเสียงตอบกลับมา..แต่เสียงขานรับของเดรโกทำให้เขาถึงกับถอนหายใจโล่งอก.. 

    มีอะไรเหรอฮะ ?” 

    เอ่อ..ไม่มีอะ...เปล่า...คือ...มันก็ดึกแล้ว  เธอควรจะกลับไปพักได้แล้วนะ ครูไม่เป็นไรหรอกไม่ต้องห่วง

    ชายหนุ่มฝืนทำน้ำเสียงให้ร่าเริง แต่กลับไม่ยอมออกมามองหน้า มันไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงเลย 

    เดรโกตอบรับแล้วลงมือเก็บข้าวของช้าๆ คล้ายจะยืดเวลา พลางเหลือบไปทางอีกฝ่ายเป็นพักๆ พอไม่มีอะไรจะเก็บอีกต่อไปแล้ว แทนที่จะไป...กลับยืนจ้องร่างที่นอนขดอยู่ในผ้าห่มด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน เด็กหนุ่มเม้มปากย่นคิ้วมองปลายเท้า  สลับกับมองลูปินอยู่พักใหญ่แล้วจึงก้มหน้าก้มตาเดินออกไป

    เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เบาห่างทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจหาย การอยู่คนเดียวไม่ ใช่เรื่องง่ายเลย...แต่เสียงฝีเท้าหนักของเดรโกที่วิ่งตรงกลับมา ทำให้ลูปินรีบพลิกตัวไปมอง เด็กหนุ่มหยุดหอบอยู่ตรงหน้าประตูมองมาทางเขา ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเข้าปอดแล้วเดินตรงมา 

    เอ่อ...” 

    เดรโกมองตาฝ่ายตรงข้ามที่มองรับกลับมา ใบหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ  ข..ขอบคุณนะฮะที่ช่วยเก็บแหวนให้...ศาสตราจารย์ลูปิน 

     พอพูดจบก็โกยอ้าวออกไปทันทีไม่คิดรอคำตอบ คำขอบคุณที่ได้มาอย่างไม่ทันตั้งตัวจากปากเจ้าเด็กจอมเชิดคนนั้น ทำให้ลูปินถึงกับหัวเราะจนตัวโยน คงจะคิดแล้วคิดอีกสินะว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี สุดท้ายก็ยอมทิ้งศักดิ์ศรีพูดออกมาจนได้ แถมยอมเรียกเขาว่า ศาสตราจารย์’ อีก ทั้งๆ ที่ปกติเรียกชื่อยังไม่ค่อยอยากจะเรียก  เห็นเรียก คุณ’ อย่างห่างเหินมาโดยตลอด 

    ก็น่ารักจริงๆ แหละน๊า” 

    คิดแล้วก็ขำไม่หาย  คำชมนี้คงพูดกับเจ้าตัวไม่ได้สินะ 

    ลูปินไอแห้งๆ อีกครั้งจึงยันตัวเองขึ้นมาจะเอากระติกน้ำบนหัวเตียง ก็เห็นหนังสือการปฐมพยาบาลสไตล์มักเกิ้ลวางอยู่  เด็กหนุ่มคงลืมไว้

    สงสัยเดี๋ยวคงจะย้อนกลับมาเอาแน่

    ชายหนุ่มหัวเราะเบา รายนั้นคงจะย่องเข้ามาโฉบเอาไปโดยไม่ให้เขารู้สึก ตัว  แต่ถึงรู้ก็คงไม่ยอมพูดอะไรอีกแน่ๆ ในเมื่อทำอะไรที่มันขัดหลักการของตัวเองไปแล้วอย่างเมื่อกี้

    เราเองก็ควรจะต้องแกล้งนอนหลับสินะ

    ไม่ทันไรเสียงฝีเท้าก็ดังตรงเข้ามา ลูปินรีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วแกล้งหลับ แต่เสียงฝีเท้าของคนที่เดินมาอย่างช้าๆ ใจเย็น และก้าวมาอย่างมั่นใจจนเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นผุดขึ้นจากภายในนั่น ไม่น่าใช่เสียงฝีเท้าของเด็กที่ร่าเริงคนนั้นเลย

    เขาค่อยๆ ขยับตัวหรี่ตามองผู้มาเยือนข้ามไหล่  หยดน้ำที่ไหลจากผ้าคลุมสีเข้มลงรองเท้าหนังสีดำวาว ทำให้เกิดเป็นลอยประทับน้ำไปตามทางที่เดินมา แสงของฟ้าผ่าจากภายนอก ทำให้รู้ว่าคนๆ นี้คือใคร ชายหนุ่มรีบควานหาขวดยาที่ สเนปให้ไว้..แต่มันกลับไม่ได้อยู่ติดตัวเสียนี้ ลูปินถอนหายใจแล้วกัดฟันแน่น...เขาต้องหนี  หนีจากคนที่สวมหน้ากากสัญลักษณ์ของผู้เสพความตายนั่น ! 

    เมื่อผู้มาเยือนโดยมิได้คาดหมายเข้ามาประชิด ร่างเล็กจึงรีบลุกพร้อมสะบัดผ้าห่มคลุมร่างอีกฝ่ายแล้ววิ่งหนีทันที แต่ด้วยพิษไข้ทำให้เขาหมดแรงก่อนจะพ้นออกจากประตู ท่อนแขนของคนที่ไล่ตามเข้าโอบกอดเขาไว้ไม่ให้ล้ม แล้วถอดหน้ากากสีขาวซีดออกให้เห็นหน้าได้ถนัด คนๆ ที่ลูปินรู้ว่าเป็นใครตั้งแต่ได้รับอ้อมกอดที่เหมือนจะถนอมเขาเอาไว้อย่างถึงที่สุด...ลูเซียส มัลฟอย.. 

    ชายหนุ่มผมบรอนด์มองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาที่อ่อนโยน น้ำเสียงที่เบาราวเสียงกระซิบฟังดูอบอุ่น

    ยอมไปกับพ่อเถอะเดรโก หากเพียงคืนนี้งานของพ่อสำเร็จ ที่นี่ก็ไม่มีสิ่งใดควรค่ากับที่ลูกจะอยู่แล้ว” 

    งาน...งานอะไร ?” 

    ลูปินคิดจะหลอกถาม แต่ไม่ทันที่ลูเซียสจะตอบ กลับวางเขาลงแล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเสื้อคลุม สีหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่เปลี่ยนไปกับเสียงฝีเท้าที่เพิ่งได้ยินซึ่งลูปินก็รู้ว่าใครจะเข้ามา หากแต่เวลาที่กระชั้นชิดทำให้เขาเอ่ยปากตะ โกนเตือนเดรโกไม่ทัน ไม้กายสิทธิ์ของคนเป็นพ่อ ก็จ่อเข้าคอหอยของลูกชายแท้ๆ เสียแล้ว 

    “...คุณพ่อ...

    แต่ด้วยเสียงฟ้าฝนที่คำรามก้อง ทำให้เสียงอุทานที่แผ่วเบาถูกกลบจนหมด ลมฝนพัดพาผ้าม่านให้ปลิวสะบัดขึ้นสูง เผยให้เห็นตราสีเขียวแห่งความตายที่พาดตัวอยู่เบื้องบน ส่องแสงเรืองแข่งกับประกายแสงจากฟากฟ้า แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าแววตาของพ่อที่จ้องมาอย่างเย็นชาหมายจะฆ่าตัว เสียงหัวเราะอันเย็นเยือกจนน่าขนลุก  ทำให้เดรโกได้แต่ยืนสั่นสะท้านไม่กล้าเขยื้อนกายไปไหน..

    ครั้งนี้เราเจอกันเป็นครั้งที่สองแล้วสินะ แต่ฉันไม่อยากเจอหน้านายเป็นครั้งที่สามแล้ว...เห็นทีเราคงต้องลากันตลอดกาลตรงนี้เสียแล้ว...Goodbye”

    ลูเซียสพูดช้าชัดด้วยเสียงที่ลากต่ำในช่วงท้าย ลูปินโถมตัวเข้าฉุดแขนของร่างสูงไว้ไม่ให้เขาเสกคาถาใส่เด็กหนุ่ม ปลายไม้กายสิทธิ์จึงเข้าเกี่ยวสายสร้อยจากคอของเดรโก ทำให้ตัวจี้หลุดออกมาจากคอเสื้อ แหวนสีทองสะดุดตาของผู้ปองร้าย เสียงตะโกนของร่างเล็กยิ่งทำให้สับสน 

    หนีไปเดรโก !” 

    ลูปินตะโกนสั่งแต่ดูเด็กหนุ่มจะตกใจจนขาแข็งขยับไม่ไหว ส่วนเขาเองก็จะหมดแรงยื้อแขนกับผู้เสพความตายตรงหน้านี้เหมือนกัน

    อย่านะลูเซียส !  ดูให้ดีๆ สิ นั่นลูกชายคุณนะ  เดรโก มัลฟอย !  เขาคือลูกชายของคุณ !” 

    ลูเซียสหยุดเคลื่อนไหวทันที มีบางอย่างช่างสอดคล้องกับสิ่งที่ร่างเล็กพูด ลูกของเขาไม่มีทางที่จะเรียกชื่อเขาห้วนๆ หรือกระทั่งหลงผิดเรียกคนอื่นด้วยชื่อของตัวเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..แหวนวงนั้น.. 

    ชายหนุ่มผมบรอนด์มองคนตรงหน้า ที่กำลังร้องไห้เพราะความตกใจ แล้วพยายามใช้สองมือปาดเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มจนเปื้อนไปทั่วหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสะอื้นเรียกเขาว่าพ่อไม่ขาด พฤติกรรมที่คุ้นตาทำให้ไม่อาจมองเห็นเป็นคนอื่น หากนั่นคือลูกชายคนเดียวของเขาแล้ว แล้วคนที่เกาะแขนเขาอยู่นี่.. 

    เราสลับร่างกันเพราะยา Second full moon”

    สิ้นคำร่างเล็กก็ถูกอีกฝ่ายสะบัดมือออกอย่างแรงจนล้มลงกระแทกพื้น นัยน์ตาสีครามที่มองต่ำลงมาอย่างเย็นชา และปลายไม้กายสิทธิ์เปลี่ยนทิศมาทาง ลูปินแทนเสียแล้ว สิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมองมีแค่สิ่งเดียวคือ ถูกฆ่าแน่’ 

    แต่ทันใดนั้นเดรโกกลับกระโจนเข้ามากอดเขาไว้ทั้งๆ ที่หลับตาแน่น ลูปิน มองตามลำแสงสีเขียวที่พุ่งเลยพวกเขาไป ในทีแรกนึกว่าผู้ชายคนนั้นจะเปลี่ยนใจไม่ฆ่าพวกเขา แต่เปล่าเลย...จากเสียงที่ล้มลงและภาพที่ได้เห็น เป็นคำตอบว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขาแต่ทีแรก หากเป็นผู้เสพความตายอีกคนที่ติดตามมาดัวย  แล้วบังเอิญอยู่ในระยะที่สามารถได้ยินบทสนทนาต่างหาก

    เสียงโวยวายตื่นตระหนกจากกลุ่มคนภายนอก ทำให้ลูเซียสล่าถอยไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ เหลือเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกถ่ายทอดผ่านบรรยากาศให้รับรู้ ลูปินกอดศีรษะเด็กหนุ่มแน่นไม่ให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสเห็นร่างไร้ชีวิตตรงอีกฟากของห้อง คนในอ้อมกอดไม่กรีดร้องอะไรเลย เพียงแค่ขยำหลังเสื้อของลูปินแน่นและส่งเสียงสะอื้นที่แผ่วเบาเท่านั้น


    ....................................


    ในตอนเช้า ข่าวผู้เสพความตายบุกเข้ามาในฮอกวอตส์แพร่สะพัดไปทั่ว หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงแต่ภาพตรามารที่ลอยอยู่เหนือโรงเรียนแห่งนี้ แน่นอน..ถ้าลองมีตรานั่นอยู่เหนือฟ้าแล้ว  ย่อมมีคนตายไม่น้อยแน่ๆ 

    คนของกระทรวงเวทมนตร์ คน...และผู้เสพความตาย คน...แต่ลูปินไม่ได้บอกกับนักข่าวว่าผู้เสพความตายคนนั้นตายเพราะใคร ลูเซียสจะเป็นอันตรายทันทีหากเขาพูดออกไป..แต่ที่เขาตัดสินใจทำเช่นนั้นไม่ใช่เพื่อตัวผู้ชายคนนั้น..ไม่ใช่เลย..

    ถึงจะมีคนตายมากขนาดนั้น แต่นับว่าโชคดีที่ไม่มีนักเรียนคนไหนได้รับอันตราย...ผิดกับพวกอาจารย์ ผลจากคืนนั้นศาสตราจารย์สเนปซี่โครงข้างขวาร้าวทั้งแผงเพราะตามฝ่ายตรงข้ามเข้าไปในสนามควิดดิช แฮกริดขาหักทั้งสองข้างเพราะโดนเสกให้ลอยแล้วถูกปล่อยลงมา 

    ส่วนบิล...อาการสาหัส ต้องส่งเข้าโรงพยาบาลโดยด่วน ในทีแรกดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นเขา เพราะผิวหนังไหม้เกรียมจากการโดนเพลิงคลอกทั่วทั้งร่าง จนถึงตอนนี้ เด็กหนุ่มยังไม่มีวี่แววที่จะฟื้นขึ้นมาเลย

    ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเริ่มด้วยเสียงระเบิดที่ชั้น ฟากเดียวกับห้องอาจารย์ใหญ่ ขณะเดียวกันก็มีเสียงระเบิดดังในเวลาไล่เลี่ยกันอีกจุดหนึ่งที่ฟากตรงข้าม บิลซึ่งกำลังอยู่ในห้องทำงานชั้นเดียวกัน จึงตัดสินใจวิ่งไปทางห้องอาจารย์ใหญ่ แล้วให้ซีเรียสที่อยู่ด้วยวิ่งไปคนละฟาก เมื่อไปถึงก็เจอศาสตราจารย์มักกอนนากัลกำลังสู้กับพวกนั้น 

    ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นต้องการอะไร ไม่เพียงแต่กากอยล์ทั้งสองตัวหน้าห้องอาจารย์ใหญ่จะถูกระเบิด คล้ายต้องการจะบุกเข้าไปเอาอะไรบางอย่าง แต่ตั้งแต่ห้องน้ำหญิงจนถึงสุดทางเดินชั้นตลอดแนวพังเป็นแถบ คงเกิดเพราะการปะทะกัน สุดท้ายเสียงพลุสัญญาณก็ดังขึ้นจากภายนอก และก่อนที่ผู้บุกรุกจะล่าถอยได้เสกคาถาไฟใส่ศาสตราจารย์มักกอนนากัล แต่บิลเข้าไปรับแทนก็เลย.. 

    ซีเรียสนั่งก้มหน้าซุกลงหัวเข่าที่ชันขึ้นอยู่ตรงมุมห้องทำงานของบิล ผ้า ม่านที่ถูกเอาลงทุกด้านทำให้ห้องดูมืดทึบ ร่างนั้นคล้ายจะถูกความมืดรอบข้างกลืนหาย ลูปินเข้าไปตบบ่าปลอบใจ มือที่ร้อนจากพิษไข้ซึ่งยังไม่หายดีทำให้ซีเรียสรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เขาฝืนยิ้มเพื่อทักเพื่อนกลับ แต่ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ บิดเบี้ยว หัวคิ้วย่นติดกันจนเป็นร่องลึก ก่อนจะหลบหน้าลงเข่าแบบเดิม เสียงครางต่ำโทษตัวเองฟังแล้วบีบคั้นใจเครือออกจากลำคอ

    ฉันไม่น่าให้เขาไปทางนั้นเลย...ฉันควรจะเลือกไปทางนั้นเอง หรือไม่..เราสองคนก็ควรจะไปด้วยกัน..เพราะถ้าจะตาย..คนที่ควรตายน่าจะเป็นฉัน..

     “บิลไม่เป็นไรหรอก..เชื่อฉันสิ..

    ลูปินพูดให้กำลังใจทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่แน่ใจว่าคนที่พูดถึงจะรอดหรือเปล่า ใครก็รู้ว่าการรักษาคนที่ถูกไฟคลอกทั่วร่างไม่ใช่เรื่องง่าย หากบิลจะตายเสียตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขาก็ยังอยู่..อยู่เพื่อรอคนตรงหน้า 

    “..ฉันอยากไปหาเขา..อยากไป..   ซีเรียสกอดเข่าแน่น  

    แต่..อย่างฉันคงไปไม่ได้สินะ..

    ร่างเล็กยืนนิ่ง ในเวลาอย่างนี้เขากลับไม่สามารถสรรหาคำพูดใดๆ ให้เพื่อนสบายใจได้เลย..มันคิดไม่ออกเสียดื้อๆ..

    เสียงสัญญาณเข้าเรียนดังขึ้น ซีเรียสจึงบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องห่วง ให้ไปเรียนเถอะ ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นสบายดี ลูปินก็รู้ดีว่าการที่อีกฝ่ายไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามอง คงเพราะกำลังกลั้นน้ำตาอย่างสุดทน เขาตบบ่าเพื่อนอีกครั้งก่อนจะลากเท้าเดินออกจากห้องไป

    แม้จะรู้สึกผิดแต่เขาอยากใช้ซีเรียสเป็นข้ออ้างในการอยู่ที่นี่ อยากยื้อเวลาออกห่างจากผู้คนให้นานขึ้นแม้สักวินาที..ไม่อยากออกไปพบใครเลย..ไม่อยากจะเจอใครเลย

    เหล่าสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างรังเกียจขยะแขยง กำลังจะทำให้จับไข้เสียอีกรอบ รับรู้ถึงความกดดัน คล้ายมันจะซึมผ่านผิวลึกเข้าไปในกระดูกได้ ความชิงชังเหล่านั้นราวกับเข้าสะกดความคิด ให้รู้สึกว่าตัวเองช่างสกปรก จนอยากจะเอามีดฝานร่างที่แสนโสมมนี้ทิ้ง ความเครียดเข้าเกาะกินจิตใจจนต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอาเจียนไม่รู้กี่เที่ยวจนกระทั่งไม่มีอะไรจะออกอีก สุดท้ายก็สำรอกออก มาแค่น้ำย่อยเปล่าๆ กับน้ำดีสีเขียวขุ่นจนแสบคอไปหมด ..ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองสักนิด..ทำไมต้องมาเป็นเป้าของความเกลียดชังอย่างนี้ด้วย..

    ทำไม..แล้วเด็กคนนั้นทนได้อย่างไร เด็กตัวเล็กๆ อย่างนั้นทนแบกรับความรู้สึกที่เลวร้ายอย่างนี้ได้อย่างไร..

    “..การปรุงยาไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่การใช้ยากกว่านั้น  และการป้องกันยิ่งยากกว่า  ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์  จับสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายให้ดี..เดรโก ?” 

    สเนปเดินเข้ามาหยุดยืนหน้าโต๊ะเรียนของลูปิน แล้วพินิจมองใบหน้าที่ซีดลงของอีกฝ่าย จากนั้นจึงใช้มือข้างที่ยังดีอยู่อังหน้าผากชายหนุ่ม ก่อนจะพูดเสียงเรียบ 

    “..ฉันอนุญาตให้เธอกลับไปพักผ่อน ใครจะอาสาพาไปส่ง..

    อาจารย์หนุ่มหันไปทางอื่นเพื่อจะหาอาสาสมัคร แต่มือเล็กเข้าจับแขนเสื้อห้ามเอาไว้  ลูปินส่ายหัว

     “ไม่เป็นไรฮะ..เดี๋ยวผมเดินกลับคนเดียวได้...

    เขาฝืนยิ้มพูดโดยไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้า ความจริงแล้วเขากลัวว่าจะไม่มีใครอาสา แล้วต้องมายืนเก้ออยู่อย่างนี้จนชั่วโมงเรียนเลิกต่างหาก เสียงซุบซิบที่เหมือนจงใจให้ได้ยินช่างบาดหู เสียงหัวเราะเย้ยหยันช่างทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนเกือบยืนไม่อยู่ 

     

    ..เมื่อไหร่มันจะสิ้นสุดเสียที..

    ศาสตราจารย์ฮะ  พวกผมขออนุญาตพาไปได้หรือเปล่าฮะ ?”

    เสียงตอบรับของแครบกับกอยล์ทำให้ลูปินหันกลับมามอง ไม่ใช่แค่เขาสองคนที่ยกมือขึ้นสูง แต่พวกเด็กบ้านสลิธีรินกำลังยกมือกันหมดทั้งชั้น ว่าแล้วก็เริ่มพูดเล่นแย่งกันท่ามกลางเสียงนินทาไม่พอใจ สุดท้ายอาจารย์หนุ่มก็อนุญาตแค่เด็กสองคนนั่นเท่านั้น.. 

    ใครว่าอะไรก็ไม่ต้องไปสนมันหรอกน่าเดร

    กอยล์เข้ากอดคอเขาแล้วพาเดิน ไม่ทันไรอีกแขนของอีกคนก็เข้าพาดคอเขาบ้าง มันหนักจนทำให้ชายหนุ่มเซ

     “ช่ายๆ ไม่ต้องไปสนมัน  ขืนเสียเวลาไปใส่ใจมีหวังเสียสุขภาพจิตแย่

    แครบตบหลังหัวเขาเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    อย่ากังวลไปเลย  ถ้านายซึมไปอย่างนี้คนอื่นในบ้านเขาก็ซึมกันไปหมด

    บ้านเรานี่มันเหนียวแน่นเหมือนกันเนอะแครบ

    ชาวบ้านเขาถึงเรียกเราได้เต็มปากเต็มคำว่าไอ้พวก’ ตัวร้ายไง..ด่าทียกแพ็ค..

    ว่าแล้วทั้งสองคนก็หัวเราะร่า จากนั้นจึงเริ่มร้องเพลงประจำบ้านสลิธิรีนเสียงดังลั่น ทำให้พวกอาจารย์ห้องอื่นออกมาไล่ แต่ถึงเด็กทั้งคู่จะหยุด ลูปินก็ยังได้ยินเด็กสลิธิรีนคนอื่นร่วมร้องเพลงตามหลังมา...เป็นครั้งแรกที่ได้ยินบทเพลงนี้แล้วรู้สึกว่าไพเราะเหลือเกิน


    . ..................................

     

    ความหิวปลุกลูปินให้ตื่น เขาจับหน้าผากวัดความร้อนแล้วรู้สึกว่าไข้จะหายแล้ว ท้องก็เริ่มทำงานได้เป็นปกติ เห็นทีจิตใจเขาตอนนี้คงจะสงบลงบ้าง ชายหนุ่มถอนหายใจหนัก ไม่นึกว่าเหตุการณ์แค่ช่วงเดียวจะทำให้เขาเครียดจนควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้ถึงขนาดนี้

    เขาพลิกร่างแล้วเอามือดึงกล่องด้านล่างออกมาจากใต้เตียง ค้นหาของที่พอจะกินได้นอกจากช็อกโกแลตหมดอายุ ในกล่องนี้นอกจากจะมีกล่องพลาสติกใสเล็กๆ ที่ใส่รูปอาจารย์สอนปรุงยาไว้อย่างดีแล้ว ก็มีสมุดบันทึกที่ล็อคกุญแจเอาไว้ทุกเล่ม  แล้วก็ของจิปาถะอีกเยอะแยะ

    ลูปินหยิบโหลเล็กๆ ที่ใส่ลูกกวาดมาเปิด เขารู้ดีว่าเจ้าพวกนี้กินเท่าไหร่ก็ไม่มีทางอิ่มหรอก  เพราะมันไม่มีน้ำตาลอย่างมากก็แค่กันน้ำย่อยกัดกระเพาะ

    แต่เพราะนอนเปิดเลยทำให้มันกระเด็นออกมาด้านนอก เจ้าตัวกุลีกุจอรีบเก็บพวกมันเข้าที่ ด้วยความกลัวว่าบางส่วนจะกระเด็นลึกเข้าไปใต้เตียงจึงลงมาเอาแก้มแนบพื้นดู เห็นลูกกวาดสีสวยเม็ดหนึ่งวางอยู่บนแผ่นกระดาษ เขาพยายามเอื้อมมือเข้าไปแต่ไม่ถึงจึงดึงปลายกระดาษนั่นลากออกมาทั้งคู่ ชายหนุ่มแกะห่อโยนลูกกวาดเข้าปากแล้วสำรวจดูกระดาษที่ดึงออกมา เขารู้จักดี มันคือใบสอบ ถามอาชีพที่พวกอาจารย์ให้กรอกตอนอยู่ปี 

    “..อา..” 

    เขาร่อนแผ่นกระดาษกลับใต้เตียงเหมือนเดิม แล้วเข็นกล่องใส่ของทับเอา ไว้เหมือนอย่างที่เจ้าของทำ ซ่อนมันเอาไว้เหมือนกับความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อน หมึกดำที่ขีดฆ่าไว้ ไม่สามารถปิดบังรอยลากเป็นตัวอักษรอย่างบรรจงในทีแรกได้หมด

     “..มือปราบมารเหรอ ?..” 

    เขารำพึงเบา หัวคิ้วชักติดกันเองโดยไม่รู้ตัว..เด็กคนนั้นจะขีดฆ่าคำๆ นี้ด้วยความรู้สึกอย่างไรนะ.. 

    ..ว่าแต่เดรโกล่ะ !?.. 

    ชายหนุ่มรีบลุกทันที ทำไมเขาถึงไม่ได้เรื่องอย่างนี้ เด็กคนนั้นไม่ได้อยู่ในร่างเดิม ไม่ได้อยู่ในสถานที่เดิมที่มีพวกเพื่อนๆ คอยปลอบใจ ในร่างของเขาที่มีแต่พวกอาจารย์ซึ่งรู้ว่านั่นคือเดรโก  แล้วเด็กคนนั้นจะหาที่พึ่งกับใคร

    นายจะไปไหนเหรอ มื้อเย็นเขาเลิกแล้วล่ะ แต่ฉันห่อข้าวเอามาเพื่อแล้วนะ” 

    กอยล์ยิ้มบอกพลางชูกล่องข้าวให้ดู เมื่อเห็นเพื่อนรีบวิ่งลงมาจากบันได ลูปินส่ายหัว 

    เปล่าไม่มี..เอ่อ..ฉัน ฉันจะไปหาศาสตราจารย์ลูปิน ว่าแต่พวกนายเห็นเขามั๊ย ?”

    ลูปิน ?” 

    กอยล์ทวนคำแล้วหันไปชะโงกหน้าจากราวบันไดวน ถามแครบที่นั่งเล่นไพ่ระเบิดกับเพื่อนๆ ที่อยู่ชั้นล่าง  เด็กหนุ่มอีกคนเงยหน้าขึ้นมอง

    ไม่เห็นล่ะ ไม่ได้สังเกต  แต่จะว่าไปก็ไม่เห็นตั้งแต่มื้อเช้าแล้ว มื้อเย็นก็ไม่เห็นเหมือนกัน สงสัยโดดอีกมั๊ง เห็นโดดประจำ ไม่รู้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แกจะจ้างอาจารย์จอมโดดอย่างนั้นมาทำไม ว่าแต่ถามหาหมอนั่นมีอะไรเหรอ ?” 

    มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อยน่ะ” 

    ลูปินยิ้มเจื่อนๆ ..เขาไม่ได้อยากเป็นอาจารย์ขาโดดสักหน่อย มันสุดวิสัยต่างหาก.. 

    เขาพอรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน จึงรีบวิ่งไปทางรูปปั้นหญิงค่อมใช้ทางลับไปทะลุร้านฮันนี่ดุ๊ก ชายหนุ่มวิ่งฝ่าความมืดสลัวไปตามทางที่ไร้ผู้คน มีเพียงแสงสีเงินของดวงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่เหนือหัว กับเงาของเขาเท่านั้นที่วิ่งเคียงข้าง อากาศเย็นจัดพัดเข้าคอจนแห้งเจ็บ  ดวงตาสีฟ้าใสมองตรงไปยังโบสถ์ฝรั่งข้างหน้า 

    มือเล็กที่บอบบางคล้ายแค่จับก็หัก ออกแรงดันประตูไม้เนื้อแข็งให้เปิดออกนิดหน่อย พอให้เป็นช่องแทรกร่างผอมๆ เข้าไปได้ ลูปินพ่นไอสีขาวออกจากปากอย่างโล่งอกเมื่อการคาดเดาของเขาถูก

    เดรโกกำลังฟุบหลับอยู่ตรงแท่นภาวนาหน้าพระแม่มาเรีย  แสงจันทร์ที่ส่องผ่านมาจากกระจกสีตรงด้านบนของโบสถ์ เป็นรัศมีโอบล้อมร่างที่เหนื่อยอ่อนราวจะห่อหุ้มเด็กหนุ่มให้ออกห่างจากความดำมืดจากภายนอก เงามือของพระแม่ทอดผ่านใบหน้าราวกับจะปาดซับน้ำตาให้เหือดแห้ง 

    ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆ อย่างระมัดระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น แม้จะหลับอยู่แต่เสียงสะอื้นกลับไม่เงียบหาย หยดน้ำที่ปลายตารินลงอาบแก้มไม่ขาด ท่าทีที่เอ้อล้นไปด้วยความเจ็บปวด ส่งมาถึงเขาจนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด ลูปินค่อยปาดเช็ดคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบา แต่เดรโกก็รู้และลืมตาขึ้นมา นัยน์ตาสีทองที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำมองอีกฝ่ายอยู่นาน ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงอันเครือเบา 

    รู้ได้ยังไงฮะ..ว่าผมอยู่ที่นี่..

    เธอเคยบอกครูไว้ว่าชอบมา” 

    ชายหนุ่มยิ้มตอบพลางลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้ นี่มันก็ดึกมากแล้ว...เรากลับกันเถอะ

    เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้น แต่ความเจ็บแปล็บก็พุ่งขึ้นมาจากปลายขาทั้งสองข้างจนถึงน่อง ทำให้ต้องนั่งกลับท่าเดิมและครางฮือ 

    เหน็บกินล่ะสิท่า

    ลูปินพูดแกมหัวเราะทำให้อีกฝ่ายงอนแก้มป่อง 

    นี่ถ้าครูอยู่ในร่างเดิมคงพอจะแบกเธอกลับได้อยู่หรอก ไหนเอาขามาให้ครูดูสิ  เขาว่าถ้านวดแล้วมันจะดีขึ้น

    ว่าแล้วก็จัดการเข้าไปนวดขาฝ่ายตรงข้าม ทำให้เด็กหนุ่มร้องลั่นอาละ วาดฟาดมือไปมาในอากาศ 

    เจ็บๆๆ ไม่เอาแล้วหยุดเดี๋ยวนี้นะ  แล้วอย่าถือวิสาสะมาจับขาเค้าด้วย ! อ๊า~า !” 

    ใครบอกนี่ขาครูต่างหาก จับมาตั้งแต่เกิดแล้ว โอ๊ย !” 

    ไม่ทันไรก็โดนอีกฝ่ายทุบเข้าให้ ลูปินรีบลุกหนี 

    โอเคๆ ไม่นวดแล้วๆ..ช่วยไม่ได้..ถ้าอย่างนั้นเราอยู่อย่างนี้กันสักพักก่อนก็แล้วกัน” 

    ชายหนุ่มกลับไปนั่งข้างเดรโกอีกครั้ง เสียงสะอื้นเพราะโดนเขานวดนั่นทำให้รู้สึกผิดตะหงิดๆ ลูปินเงยหน้ามองรูปปั้นหญิงสาวที่มีใบหน้าการุณก่อนจะพูดช้าๆ 

    ถ้ามีอะไรจะให้ครูช่วยก็บอกครูเถอะเดรโก ครูน่ะ..มั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะช่วยเธอได้เป็นรูปธรรมมากกว่า ถ้าเธอบอกกับพระแม่มาเรียได้..บอกกับครูบ้างก็ได้นะ” 

    เขาหันมายิ้มให้เด็กหนุ่ม เจ้าตัวทำท่าเหมือนจะยิ้มเยาะเย้ยเพื่อบิดเบือนความจริงแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ไม่รู้เพราะไม่อยากทำหรือว่ายิ้มไม่ออกกันแน่ เดรโกก้มหน้าส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอ

    “..คำขอของผมไม่ว่าใครก็ช่วยไม่ได้หรอกฮะ ไม่ว่าจะคุณ หรือพระแม่มาเรียก็เถอะ..” 

    เด็กหนุ่มพูดเนิบๆ หากแต่น้ำตาเริ่มปริ่มแล้วไหลอีกครั้ง

    “..ผมรู้ว่าพ่อทำผิด ไม่ต้องอาศัยใครมาบอกหรอก แต่ต่อให้เขาทำผิดกับทุกคนหมดทั้งโลกผมก็ยังคงรักเขามากอยู่ดี..ใจจริงผมอยากให้เขาหยุดซะ แต่ผมรู้ดีว่าผมไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของเขาได้ พ่อเลือกเดินทางของพ่อเองแล้วและคงจะเดินอยู่บนเส้นทางนี้จนกว่าจะสิ้นสุด...ไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม ผมเคยผวาตื่นขึ้นมา สงสัย...กลัว...พ่อจะตายเหมือนที่ฝันหรือเปล่า ด้วยน้ำมือของมือปราบมาร พวกผู้เสพความตายด้วยกันเอง..หรือแม้กระทั่งคุณก็รู้ว่าใคร นี่ผมคงจะไม่สามารถช่วยพ่อเลยได้ใช่ไหม..ไม่ได้เลยสินะ สุดท้าย...ผมก็ทำได้แค่ภาวนาเท่า นั้น...ต่อพระแม่มาเรีย...พระเจ้า...อะไรก็ได้...ช่วยคุ้มครองพ่อของผมที ขอให้เขาปลอดภัย...หากพ่อจะตายจริงๆ ขอให้ผมได้พูดอะไรกับเขาบ้าง เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี..

    เดรโกก้มลงซุกหน้าลงร้องไห้กับแท่นหินอ่อน ไหล่กระตุกตามแรงสะอื้น ..ลูปินนึกสมเพชตัวเอง สุดท้ายก็เหมือนอย่างที่เด็กหนุ่มบอก เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย..จะทำได้เพียงแค่ลูบหัวปลอบใจเท่านั้น

    ..พระแม่..พระแม่ผู้อารีได้โปรดฟังคำขอของลูก..ฟังคำขอของเด็กคนนี้..เด็กที่ถูกกระแสของสังคมอาบร่างให้แปดเปื้อน..หากจิตวิญาณนั้นยังตั้งมั่นอยู่ได้เพราะความเชื่อของพระองค์..ได้โปรดเมตตาให้ความเศร้าหมองถูกปัดเป่า..แก่ผู้ที่เชื่อพระองค์อย่างสุดใจ....อาเมน.. 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
daiong (@Daiong)
แอบมาตามดูค่ะ เปิดมาเจอพอดีเลยยย ชอบเรื่องนี้มาก ๆ