Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #08
  • “ ..ในสมัยก่อนนั้น พวกพ่อมดแม่มดเรามีความเชื่อว่า เด็กแต่ละคนนั้นจะมีพลังบางอย่างติดตัวมาโดยรับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่และคนรุ่นก่อนๆ ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าเด็กที่เกิดมาจากสายเลือดที่บริสุทธิ์ จะมีพลังมากกว่าคนที่มีเลือดของคนที่ไม่มีพลังอย่างมักเกิ้ลผสมอยู่ และจึงเชื่ออีกว่าคนที่เกิดมาพร้อมกันอย่างคนที่เป็นฝาแฝดนั้น พลังที่ว่าจะถูกแบ่งออกเป็นออกเป็นส่วนๆ อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่จะได้ยินเรื่องเล่าว่ามีการแยกเด็กแฝดออกไปเลี้ยงในสถานที่ต่างกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันต่างฝ่ายต่างฆ่ากันเพื่อแย่งชิงพลังของอีกฝ่ายมา..แน่นอนมันเป็นแค่ความเชื่อผิดๆ เท่านั้น..”


    ผีศาสตราจารย์บินส์ยังคงสอนด้วยเสียงงึมงำครางต่ำน่านอนเหมือนเช่นทุกวัน แต่น่าแปลกที่คาบนี้กลับไม่มีใครหลับไปเล่นเวฟด้วยหัวไปอย่างเคย แกเลยคิดเอาเองว่าเด็กๆ คงโตพอและมีความรับผิดชอบมากขึ้น ตั้งใจเรียนมากขึ้น ...โดยที่แกไม่รู้หรอกว่าที่เด็กๆ เอาแต่นั่งนิ่งค้างตาเบิกค้างอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะผลกระทบจากวิชาเพศศึกษาเมื่อคาบที่แล้วต่างหาก


    ศาสตราจารย์ลูปินสอนเพศศึกษา..มันก็ไม่เลวร้าย ถึงทุกคนจะหวังให้เขามาสอนป้องกันตัวฯ ก็ตามที แต่จากที่เรียนเพศศึกษามา 4 คาบ  ก็รู้สึกว่าสอนดีเหมือนกัน เพียงแต่..มันมีอะไรผิดปกติเกินไปแล้ว !


    อย่างคาบแรก ลูปินทำผมเสยเรียบ แถมใส่ชุดสีดำคอตั้งของสเนปมาสอน  พอคาบ 2 เมื่อวานซืน ลูปินเริ่มส่งสายตาดูกรุ้มกริ่มให้แฮร์รี่เป็นระยะๆ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าทางนั้นเริ่มเข้าประชิดตัวเด็กหนุ่ม พอคาบ 3 เมื่อวาน...ชักเริ่มแหม่งๆ ขึ้นเรื่อยๆ  และพอคาบ 4...วันนี้...


    “นี่เฮอร์ไมโอนี่ ฉันไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า”


    รอนกระซิบถามเพื่อนสาว ที่กำลังนั่งจดเล็คเชอร์เรื่อง ‘ความเชื่อกับสายเลือด’ อยู่  เธอออกเสียงสูงในลำคอเป็นเชิงตอบรับโดยไม่หันมามอง


    “ฉันรู้สึกตั้งแต่คาบที่แล้วแล้วว่าศาสตราจารย์ลูปินกำลัง...เอ่อ...”


    “พยายามจีบแฮร์รี่”


    เธอต่อให้เพราะทนรำคาญที่รอนเอาแต่อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดไม่ไหว นัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลเหลือบมองไปทางเด็กหนุ่มหัวยุ่ง ซึ่งกำลังนั่งเอาคางเกยโต๊ะแต่ไม่รู้วิญญาณหลุดไปไหนอยู่ข้างๆ แล้วอดจะเหนื่อยแทนไม่ไหว คาดว่าเพื่อนคนนี้คงกำลังใช้สมองน้อยๆไอคิวต่ำๆนั่น ครุ่นคิดเรื่องของตัวจนมันหยุดทำงานไปแล้วแหงๆ


    แน่ล่ะ ตัวเองตีกับเดรโกแย่งศาสตราจารย์สเนปแทบเป็นแทบตายอยู่ดีๆ กลับมีตาอยู่อย่างลูปินโผล่ขึ้นมาซะนี่ จากนั้นวันต่อมาสเนปก็มีข่าวกับเดรโก แล้วตอนนี้ก็ถูกตาอยู่ที่ว่านั่นมาจีบ


    “ยังดีที่นายพอจะดูออกตั้งแต่เมื่อวาน ถ้าเพิ่งรู้เมื่อกี้มีหวังเสียชื่อเลขา ส. ผ.ร.ร.พ. หมด”


    “ฉันไม่สนตำแหน่งที่เธอยัดเยียดให้ฉันว่ามันจะเสียหรือจะอยู่หรอกนะ แล้วฉันก็ไม่ได้บื้ออะไรขนาดนั้นด้วย ปัดโธ่...แล้วนี่ศาสตราจารย์ลูปินเขาคิดอะไรของเขาเนี่ย ถึงเข้าไปจีบแฮร์รี่ต่อหน้านักเรียนเป็นร้อยอย่างนั้น”


    “นั่นสิ  ฉันก็สงสัยอยู่”   ปาราวตีที่นั่งอยู่แถวหลังชะเง้อตัวแทรกเข้ากลางวง   “เธอว่ายังไงเฮอร์ไมโอนี่ ?”


    “จะไปรู้เหรอสงสัยกินยาผิดมั๊ง ?  ที่แน่ๆ ตอนนี้พวก ‘สาวกลูปิน’ออกมาเคลื่อนไหวจับตามองแฮร์รี่กันใหญ่ เผื่อมีแนวโน้มจะสมยอมด้วยเมื่อไหร่ จะได้ระงับลมหายใจได้ทันท่วงที”


    เฮอร์ไมโอนี่หันไปทางเพื่อนหัวยุ่งของตัว


    “ได้ยินที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่าแฮร์รี่?  ช่วงนี้อย่าเพิ่งเข้าใกล้ศาสตราจารย์ลูปินนะ ศาสตราจารย์สเนปด้วยจนกว่าเรื่องจะซาลง เพราะพวกนั้นเองก็เล็งเล่นงานเขาอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่มีรูปเปลือยครึ่งตัวของทั้งคู่ที่ยายเมอร์เทินเอาออกมาเร่ขายเนี่ยแหละ เดี๋ยวจะโดนลูกหลงไปซะ อีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากให้เธอหลงไปอยู่ในวังวนฮาเร็มเซ็กหมู่ของศาสตราจารย์สเนปด้วย..โธ่..ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย..?”


    เด็กสาวส่งเสียงครวญต่ำเมื่อเห็นแฮร์รี่เอาแต่นอนตาลอย เด็กหนุ่มอยาก จะบอกเธอว่าเขาฟังอยู่แต่มันสายไปแล้วล่ะที่เพิ่งมาห้ามตอนนี้ เพราะเขาขอนัดศาสตราจารย์สเนปทั้งวันไว้แล้ว...ก็ฝ่ายนั้นบอกว่าให้เขาขออะไรก็ได้นี่ เลยขอเวลาไป...ก็อยากอยู่ด้วยทั้งวัน...ทั้งคืน...


    “จริงสิเฮอร์ไมโอนี่ ฉันลืมไปถ่ายรูปบ้านทรงยุโรปที่อยู่สุดฮอกมีดส์นั่นอีกแล้ว โทษทีนะไว้วันอาทิตย์นี้ฉันค่อยไปถ่ายให้ก็แล้วกัน แต่ฉันอ่านฟิคเธอจบแล้วล่ะ”


    ปาราวตีส่งม้วนกระดาษม้วนใหญ่คืนให้เจ้าตัว  


    “..มันไม่มีฉาก NC 17 นี่..ทำไมไม่มีอ่ะน่าเสียดายออก”


    “เอาน่า..ฉากอย่างว่ามันแต่งทีก็หลายบรรทัดอยู่ เดี๋ยวฟิคมันจะยาวไปกว่านี้ แค่นี้คนอ่านเขาเอาไปแอบจิ้นเป็นการส่วนตัวได้ไม่ต้องกลัวไปหรอก อีกอย่าง ฟิคเน้นเนื้อเรื่องมันก็น่าลุ้นตอนจบกว่าฟิคที่มันบึ๊ดจ้ำบึ๊ดกันทุกตอนๆ ไม่ใช่เหรอ? ว่าแต่ที่อ่านไปพอใช้ได้ไหม ?”


    “ก็โอเคนะสำหรับโปรเจคคริสต์มาส แต่ฉันว่าน่าจะเพิ่มฉาก midnight kiss ด้วย  ไม่อย่างนั้นมันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง เหมือนไม่ใช่งานเต้นรำของฮอกวอตส์”


    “อะไรเหรอ midnight kiss ที่ว่าน่ะ ?”


    รอนถามปาราวตีที่กำลังเสนอความคิดเห็นให้เฮอร์ไมโอนี่ในฐานะสมาชิกสมาคมคนหนึ่ง เธอเลิกคิ้วขึ้นสูง


    “ต๊าย..เธอไปอยู่หลุมไหนมาฮะรอน midnight kiss ก็เป็นความเชื่อที่สุดแสนจะโรแมนติกที่ว่า ถ้าคู่รักคู่ไหนจูบกันในขณะที่นาฬิกาโบราณที่จะปรากฏออกมาตรงห้องโถง เพียงแค่วันงานเต้นรำคริสต์มาสเท่านั้นนั่น ในช่วงกำลังตีบอกเวลาเที่ยงคืนทั้งสิบสองครั้ง คนทั้งคู่ก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป...โอ้... สุดๆ จะโรแมน~ส์ค่า”


    ว่าแล้วก็ลงไปในห้วงฝัน (กลางวัน) ของหญิงสาว ปล่อยให้รอนปิดปากหาวหวอดๆ แฮร์รี่แอบมองเธอแล้วครุ่นคิด


    ...midnight kiss เหรอ ?...


    นี่ก็ผ่านจากวันที่บิลมาสอนป้องกันตัวฯแทนลูปินมาหลายวันแล้ว เด็กๆดูจะสนุกกับการสอนดี แม้ว่าจะไม่ได้สอนการใช้เวทมนต์ ใช่..บิลเลือกที่จะสอนพวกวิชาป้องกันตัวอย่างฟันดาบ และต่อไปก็จะเป็นคาราเต้และมวยไทยแทนเพราะลูปินใช้ไม้กายสิทธิ์ไม่ได้ และคงเป็นจุดสังเกตใหญ่ถ้าเขาไม่ใช้มันซัดใครเข้า แล้วบอกว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างที่เจ้าของร่างชอบทำเป็นประจำ


    การเรียนของลูปินค่อนข้างเป็นไปด้วยดี จนไม่มีอะไรผิดสังเกต โดยเฉพาะวิชาตัวเลขมหัศจรรย์  โชคดีที่อาจารย์ท่านอื่นๆ คอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อนๆก็ไม่ระแวงอะไร ถ้าเขายังดูละครหลังข่าวได้เป็นปกติ ยิ่งเข้าออกห้องสเนปยิ่งไม่แปลกใหญ่ วันๆผ่านไปอย่างสบายๆไม่มีอะไรน่าหนักใจเลย ยกเว้นกับตัวเดรโกเท่านั้น


    เมื่อประมาณสามวันก่อนอาจารย์สอนปรุงยาโยนงานให้เขาไปเทรนเพศ ศึกษาแทนตัวเอง นึกแล้วก็เจ็บใจ วันนั้นเขาไม่น่าแวะเข้าห้องทำงานของสเนปเลย  ก็เพราะได้ยินเสียงโครมครามข้างในนั้นนั่นแหละ เลยจะเข้าไปดูเพื่อมีอะไรให้ช่วย แต่ทว่า..ห้องมันล็อค..


    ในเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงเขย่งดูผ่านหน้าต่างบานเล็กที่ติดอยู่บนประตู ที่เห็นผ่านกรงเหล็กตอนนั้น  คือร่างตัวเองนอนคว่ำอยู่กับพื้น ส่วนเจ้าของห้องยืนหน้ามุ่ยหอบแฮ่กประสานมืออยู่มุมห้อง เดาได้เลยว่าเด็กหนุ่มคงถูกทุบท้ายทอยจนสลบไปแหงๆ ถ้าไม่สลบก็อาจจะถูกทุบซ้ำอีกที  สเนปตวัดสายตาหันมาจ้องเขาแล้วเดินดุ่มมากระชากประตูเหล็กให้เปิดออก ก่อนจะถามเสียงเข้มด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด


    “ช่วงนี้นายว่างใช่ไหมรีมัส..”


    “ก..ก็ว่างอยู่หรอก.. ”


    เขาตอบทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อไป เพราะดวงตาที่จ้องมาเหมือนจะบอกว่า‘มันเป็นความผิดของนาย เพราะไอ้ร่างบ้าๆ ที่มีพลังผิดมนุษย์ของนายทำให้ฉันเกือบแย่ ’..พอตอบไปอย่างนั้น สเนปเลยโยนความรับผิดชอบเรื่องเด็กหนุ่มให้เขาซะเลย


    สำหรับลูปินแล้วการรับมือกับเดรโกไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้ว่าเด็กหนุ่มออกจะเป็นเจ้าจอมหาเรื่อง มั่นใจในตัวเองสูงสุดกู่  แต่เจ้าตัวค่อนข้างจะรับผิดชอบเรื่องการเรียนการสอนอยู่เหมือนกัน ดูไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ยกเว้น...พฤติกรรมที่พยายามเกี้ยวแฮร์รี่อย่างออกนอกหน้านั่น!


    ตอนแรกก็ไม่คิดสงสัยหรอก เพราะรู้อยู่ว่าเด็กหนุ่มปลื้มอาจารย์ประจำบ้านของตัวขนาดไหน(ก็ขนาดที่กล้าไปล้วงคอเจ้าอสรพิษจอมโหดอย่างนั้นน่ะนะ แต่หลังจากที่เดรโกสอนคาบที่ 4 จบ ลูปินชักรู้สึกแปลกๆ  ในคาบนั้นเจ้าอาจารย์จำยอมเข้าไปจับมือแฮร์รี่ แล้วค่อยๆบรรจงปาดไฮไลท์สีชมพูบนฝ่ามือของเด็กหนุ่ม ทำให้แฮร์รี่รีบชักมือกลับก่อนจะถามด้วยความตกใจปนหงุดหงิด เดรโกยิ้มตอบ


    “สีชมพูหมายถึงความรัก ส่วนไฮไลท์เขาก็เอาไว้เน้นสิ่งสำคัญ ฉันทำอย่างนั้นเพราะฉันอยากจะเน้นเธอว่าเธอเป็นคนสำคัญของฉันนะสิ”


    ...พระพุทธเจ้า...พูดออกมาได้ยังไงไม่อายฟ้าดิน...


    ชายหนุ่มอดทนรอจนตัวเองเทรนวิชาเพศศึกษาที่จะสอนในวันจันทร์หน้าให้เดรโกจบ ก่อนจะเริ่มพูดเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้เรื่อง ว่าการเป็นอาจารย์ที่ดีต้องไม่คิดอะไรกับเด็ก แม้กระทั่งพูดจากำกวมลวมลามแบบนั้น


    แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็เอ่ออ่าพูดแบบเกรงใจ  ให้เด็กหนุ่มที่กำลังอ่านหนังสือการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด หน้า 654 ทบทวนการเรียนด้วยตัวเอง จับใจความได้ว่า ให้เลิกจีบแฮร์รี่ต่อหน้าคนอื่น  แม้ตัวเดรโกจะหันมาชอบแฮร์รี่แทนสเนปแล้วก็เถอะ


    “จะบ้าเหรอ ?  ใครกันที่เปลี่ยนใจไปชอบเจ้าหัวบากนั่น !?”


    เดรโกร้องเสียงหลง ชายหนุ่มจึงชี้ไปทางคู่สนทนา


    “ผมเนี่ยน่ะ ? เอาที่ไหนมาพูด !?”


    “ก็ครูเห็นเมื่อคาบที่แล้ว...เธอไปพูดเกี้ยวแฮร์รี่...”


    “ใครบอก !  ผมไม่ได้จีบสักหน่อยคุณต่างหากล่ะที่จีบ ก็นี่มันร่างคุณไม่ใช่ร่างผมนี่”   เดรโกกอดอกบอกพลางยิ้มมุมปาก ลูปินสะดุ้งสุดตัว


    “หมายความว่ายังไงกัน ทำไมเธอถึงใช้ร่างครูทำอย่างนี้ ?”


    “เอ๊ะ !  คุณน่าจะดีใจนะ ที่ผมอุตส่าห์ลดตัวเสียสละเวลามาช่วยเป็นกามเทพให้ เด็กหัวบากกับชายยาจกมันก็เหมาะสมกันดีไม่ใช่เหรอฮะ?  ที่สำคัญพอผมกลับเข้าร่างเดิม อะไรๆ มันก็จะดีสำหรับผมด้วย ศาสตราจารย์สเนปก็จะได้กลายเป็นของผมคนเดียวเสียที คุณเป็นอาจารย์ไม่ใช่เหรอฮะ  เรื่องแค่นี้ช่วยเด็กสักหน่อยจะเป็นไรไป”


    “ก็ใช่...เอ๊ย !  ไม่ใช่ ! ครูพร้อมที่จะช่วยเธอนะแต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้”


    ฝ่ายนั้นพูดจาฉะฉานจนเกือบจะเคลิ้มตาม ลูปินพยายามอธิบายแต่เดร โกกลับเอานิ้วอุดหูทำทีไม่สนใจ


    “ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอที่ห้องน้ำอาจารย์วันนั้นน่ะว่า‘ร่างใครต่างคนก็ต่างจัดการเอาเอง’ ไม่ใช่เหรอ? อย่าคืนคำสิฮะ อ๊ะ ! นั่นแครบกับกอยล์มาตามคุณแล้ว ตั้งใจซ้อมควิดดิชเข้านะฮะ ถ้าแข่งคราวนี้คุณแพ้เจ้าพอตเตอร์อีกผมไม่ให้อภัยคุณแน่”


    พอพูดจบก็พลันชิ่งหนีทันทีปล่อยให้อีกฝ่ายตะโกนเรียกชื่อเขาไปตามทาง


    เดรโกวิ่งหลบมานั่งหอบไปพลางหัวเราะไปพลางอย่างสะใจ ข้างแปลงดอกหญ้าเซอร์รีน อดชมตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงคิดแผนที่เลิศเลอเพอร์เฟ็คขนาดนี้ออกมาได้ เด็กหนุ่มกอดเข่ามองเหล่าดอกไม้สีฟ้าไหวโอนเอนไปตามแรงลม คล้ายกำลังทักทายยินดีที่เจ้าของมาหา น่าแปลกที่รู้สึกผูกพันกับสิ่งตรงหน้า แม้มันจะหมดประโยชน์แล้วก็ตาม..เด็กหนุ่มยิ้มให้พวกมันอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเริ่มร้องเพลงประจำให้ฟัง


    “ I want you to know…nothing is the same

    Even the every object we use to…

    but every time we look at

    The feeling about it has already change


    Time after time I gone through,

    Still remember how it feels

    when I watched the full moon in my younger days

    It still floats clearly in my mind

    The moonlight shines upon my youth frame…

    so gracefully, so dainty, so sweetie…”


    เสียงเพลงแว่วใสจับใจคล้ายกับเสียงขับขานของเซเรน  ปลุกซีเรียสที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนต้นสนข้างๆ หลังจับนกแถวนั้นกินเป็นอาหารกลางวัน ให้ชะเง้อมองว่าใครหนอร้องเพลงได้ไพเราะลื่นหูเหลือเกิน แต่ชะโงกมากไปหน่อยเลยเสียหลักร่วงปุลงมา


    เมื่อตาต่อตาประสาน เดรโกก็เริ่มจะเปลี่ยนสถานะจากเซเรนเป็นผีแพนซี โชคดีที่ซีเรียสกระโจนเข้าไปตะครุบปิดปากที่เตรียมจะส่งเสียงกรี๊ดได้ทัน จึงได้ยินเพียงเสียงอู้อี้ของคนที่พยายามดิ้นรนขัดขืน จับใจความได้ประมาณว่า ‘แง๊~เยติๆ ฉันต้องถูกฆ่าแน่ ไม่นะ ฉันไม่ใช่เจ้าคนที่สู้กับฝูงเยติด้วยมือเปล่านั่นหรอกนะ แค่มาใช้ร่างอยู่เท่านั้น ถ้าจะมาล้างแค้นล่ะก็ผิดคนแล้ว’


    “โอ๋ๆ เด็กดีอย่าร้องนะ พี่ไม่ใช่คนน่าสงสัยอะไร อย่าร้องน๊า~เด็กดี๊เด็กดีแล้วพี่จะให้ขนมน่ะจ๊ะ นะจุ๊ นะจิ๊ งิงุ”


    เจ้าหมาหนุ่มเริ่มควักของเซ่นไหว้ออกมาล่อเด็ก แต่ด้วยแรงกระบือของร่างลูปินทำให้เดรโกผลักอีกฝ่ายให้ถอยห่างแล้วหลบมาตั้งหลักได้อย่างง่ายดาย


    “ตัวขาวแต่ไม่ใช่เยตินี่ ก็เยติพูดไม่ได้...ลุงเป็นใครกัน..ขาวทั้งตัวอย่างนี้แต่ไม่ใช่เยติ...ต้องไม่ใช่คนด้วยแน่ๆ เลย...บอกมานะว่าเป็นตัวอะไร ถ...ถ้าไม่บอกล่ะก็ เค้าจะกรี๊ดให้คนมาช่วยเดี๋ยวนี้เลยนะ”


    พูดพลางสืบเท้าหนีไปพลาง ซีเรียสเริ่มมองซ้ายมองขวา...เอาไงดีหว่า เขาต้องมาทำงานคุ้มครองคนตรงหน้าด้วย ถ้าถูกเกลียดตอนนี้ คงไม่มีโอกาสเข้าใกล้อีกแล้วล่ะ ดันปรากฏตัวออกมาให้เห็นแล้วนี่ แต่ว่ายังไม่ได้คิดแผนอะไรเตรียมเอาไว้เลย  ถ้าเจ้าหัวเมือกเห็นเขาทำไม่สำเร็จ สงสัยตั้งป้อมพูดถากถางเขาเช้ายันเย็นๆ แน่ๆ


    แต่ด้วยความตาไวโชคจึงเข้าข้างชายหนุ่ม เขาเห็นขนนกที่ตัวเองเพิ่งเจี๊ยะเสร็จกับจี้ไม้กางเขนของเดรโกก็พลันนึกอะไรดีๆออก ซีเรียสประสานมือทำตาหวานซึ้ง  ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มเย็นประกาศที่มาของตัว


    “ที่ฉันเป็นสีขาวอย่างนี้เพราะฉันเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า...ฉันเป็นเทวดาประจำตัวของเธอ ที่ได้รับบัญชาจากสวรรค์ให้มาคุ้มครองเธอให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ไงล่ะเดรโก  ฮาเลลูยา...หวยงวดนี้ออก 2-3-7.. ”


    ..เรื่องโม้สดๆ ของเจ้าหมาขาวทำเอาเด็กหนุ่มยืนนิ่งอ้าปากค้าง ซีเรียสกำลังเสี่ยงดวงตัวเองเผื่ออีกฝ่ายจะเชื่อ...ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่โดนกรี๊ด


    ขณะที่กำลังลุ้นอยู่ ก็เหลือบไปเห็นเจ้าคู่ปรับของเขาเดินถือหนังสือเล่มหนาออกมาจากมุมตึกอย่างช้าๆ ซีเรียสเริ่มอธิษฐานต่อพระเจ้าในใจว่า ขออย่าให้ฝ่ายนั้นได้ยินคำพูดน่าอาย แทบใช้คาถาระเบิดตัวเองให้กระจุยเมื่อครู่นี้เลย


    แต่สงสัยพระเจ้าจะนอนอยู่ จากการที่เห็นสเนปกำลังกลั้นหัวเราะแทบเป็นแทบตายจนหน้าเปลี่ยนรูป อาจารย์สอนปรุงยาสูดลมหายใจลึกเข้าปอด ก่อนจะทำทีไม่สนใจเจ้าหนุ่มที่อ้างตัวเป็นเทวดา  แล้วเดินเข้าไปทักเด็กในบ้านของตน


    “เธอมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ‘คนเดียว’ หือ ?  วันนี้ไม่มีสอนแล้วหรือไง ?”


    “อ่ะ ฮะ”   เด็กหนุ่มส่ายหน้ารับแล้วชี้ไปทางซีเรียส   “ศาสตราจารย์ไม่เห็น‘นั่น’ เหรอฮะ ?”


    “ .……. ”


    สเนปมองเจ้าเทวดากำมะลอที่ยืนเหงื่อแตกซิกทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ใต้ต้นสน ก็เหยียดยิ้มมุมปากให้แวบหนึ่ง ก่อนจะปั้นสีหน้าเรียบเฉยไปทางเดรโก


    “ต้นไม้มีอะไรเหรอ ?”


    “ป..เปล่าฮะ ไม่มี”


    เจ้าตัวรีบปฏิเสธก่อนจะยิ้มกว้างดีใจ  เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นคนพิเศษที่มีเทวดาออกมาให้เห็น เพราะถ้าอาจารย์บ้านของตัวไม่เห็น แสดงว่าคนตรงหน้าต้องเป็นตัวจริงแน่นอน


    หารู้ไม่ว่าคนที่เด็กหนุ่มเชื่อสุดหัวใจ กำลังกลั้นหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด นึกไม่ถึงว่าแผนตื้นๆ ที่ใช้หลอกเด็กไม่สมกับอดีตตัวแสบของฮอกวอตส์คิดขึ้นมาจะได้ผลด้วย ซีเรียสชักจะหมั่นไส้สเนปตะหงิดๆ...ขำบ้าอะไรนักหนาฟะ...เดี๋ยวได้เห็นดีกัน


    “เห็นไหมว่าฉันเป็นเทวดา  คนธรรมดาๆ มองไม่เห็นร่างฉันหรอก”


    ว่าแล้วซีเรียสก็เดินไปตบหัวสเนปเบาๆสองแปะให้เดรโกดู ทำเอาอาจารย์หนุ่มเริ่มบูดแต่ก็เก็บอาการไว้ ศาสตราจารย์หนุ่มยิ้มบอกลูกศิษย์ของตัวทั้งๆ ที่เส้นเลือดตรงขมับปูดขึ้นมาจนจวนจะแตก


    “ถ้าไม่มีอะไร อาจารย์ก็จะกลับล่ะ”


    พูดพร้อมกับหันตัวกลับ แล้วสะบัดข้อมือกระแทกสันหนังสือเล่มหนาเข้ากลางลำตัวซีเรียสก่อนจะเดินดุ่มจากไป ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนม้วนเป็นกิ้งกือกุมของสำคัญของตัว


    “เป็นไรมากมั๊ยฮะ ?”


    เดรโกถามเสียงใส  ซีเรียสส่ายหน้าที่เพิ่งเปลี่ยนเป็นสีขาวตามสีขนไปมา


    “ว่าแต่จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีฮะคุณเทวดา?”


    “ .…….. ”


    ..เอ..เอาไงดี ถ้าบอกชื่อจริงไปมีหวังจบเห่แน่..


    “เรียกฉันอย่างที่เธอกำลังเรียกอยู่นั่นแหละจ๊ะ จากนี้ไปคงต้องขอตามไปไหนมาไหนสักพักแล้วล่ะนะ ฝากตัวด้วยล่ะ”


    “เช่นกันฮะ”


    เด็กหนุ่มรีบคว้ามือที่ยืนมาแล้วเช็คแฮนด์อย่างร่าเริง ทำให้อีกฝ่ายอดที่จะอมยิ้มกับความไร้เดียงสานั่นไม่ได้ ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกศัตรูก็เถอะแต่..


    เด็กๆ มันน่ารักจริงๆ เลยเน้อ..ฮุ ฮุ โฮ่ง




    .......................................................


    TBC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in