Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #07
  •  แม้ท้องฟ้าในยามกลางวันของต้นเดือนธันวาคม จะเป็นสีฟ้าสดไร้เมฆบดบัง แต่กลับไม่มีไออุ่นของแดดส่องถึงพื้น ท่ามกลางสายลมอันเหน็บหนาว ที่พัดให้เหล่าใบไม้แห้งสีน้ำตาลส้ม ร่วงหล่นโปรยปรายจากทั้งสองข้างทางไปในอากาศ สวนทางกับหมาขาวตัวใหญ่ซึ่งกำลังวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางเท้า  ทิวไม้ที่เห็นเหลือเพียงโครงร่างสีเข้มแผ่สาขาไปเบื้องบน คล้ายร่างแหอันประณีตวิจิตรบรรจงสานตัวเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังปราสาทฮอกวอตส์


    เมื่อลมหายใจอันระอุร้อน กระทบกับบรรยากาศที่เย็นยะเยือก ก็พลันเปลี่ยนเป็นหมอกขาวลอยตัวสวนทางไปด้านหลัง ขนตามตัวที่หนาดกจนพลิ้วไปตามแรงวิ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้ซีเรียสหายหนาวแม้แต่น้อย ด้วยทางเดินที่มีอุณหภูมิไม่ต่างไปจากลานน้ำแข็ง  ทำให้เขาต้องหยุดนั่งเป่ากีบคู่หน้าเป็นระยะๆ


    ‘ฮือ...หนาวง่า บิลจ๋าใจร้ายจริงๆ ไม่ยอมรอมาฮอกวอตส์พร้อมกับเค้า แค่เหล่สาวจึ๋งเดียวเองไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ’ 


    “อุ๊ย !  หมาถูขาหน้าได้ด้วย  น่ารักจังเลยเข้าไปเล่นกับมันเหอะ”


    เสียงใสของหนึ่งในกลุ่มเด็กผู้หญิงกลุ่มย่อมชี้มาทางซีเรียส  เพื่อชักชวนพวกเพื่อนๆ เรียกความสนใจให้เจ้าหมาขาวหันขวับมามอง 


    “อย่าไปยุ่งกับมันเลยหมาจรจัดหรือเปล่าก็ไม่รู้  แถมตัวใหญ่อย่างนี้อีก” 


    ‘โอ๊ะ !  เสียใจด้วยคุณหนูๆ ตัวและหัวใจถูกจับจองแล้ว  มิได้จรจัดแต่อย่างใด’ 


    ซีเรียสใช้มือ (?)เสยขนแผงคอของตัวโชว์ปลอกคอสีแดงอย่างภูมิใจ พวกเด็กผู้หญิงเห็นหมาฟังภาษาคนรู้เรื่อง  เลยเข้ามามะรุมมะตุ้มรุมลูบๆ คลำๆ ขนหมาน้อยตัวโตด้วยความเอ็นดูกันใหญ่ เจ้าหม้อ เอ๊ย ! เจ้าหมาขาวได้ใจเข้าอ้อนเด็กๆ บ้าง ( อู๊ย~ อย่าลูบแรงครับเดี๋ยวขนเสียทรง ใจเย็นๆ ครับ ได้จับทุกคน ฮุ ฮุ โฮ่ง ^^ ) 


    “ไหนๆ ขอมือหน่อยสิ”


    ‘ค๊าบๆ มือค๊าบ’ 


    ว่าแล้วก็ยื่นอุ้งเท้าไปตามคำขอ แต่แทนที่จะวางลงบนมือของเด็กสาวกลับไปแปะลงบนหน้าอกฝ่ายนั้นซะนี้   ‘อ๊าง~ มือมันลื่—นเพราะตามันลา--ยและวิ่งมานาน ขออภัย เอาใหม่นะจ๊ะ คิก คิก’ 


    พวกเด็กๆ เวี๊ดว๊ายเล็กๆ แต่ไม่ได้มีความเคลือบแคลงใดๆ กับเจ้าหมาโลลิฯ ตรงหน้า ทำเอาชายหนุ่มเล่นเกมหัวงูไม่เลิก ( หมาขาว ตัวใหญ่ปานหมี มีหน้าคล้ายหม้อ มีหัวเป็นงู…นำเสนอคิเมร่าพันธุ์ใหม่… ) จนกระทั่งเด็กหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาหา 


    “เฮ้ !  พวกเธอ ยายเฮอร์ฯ เรียกแน่ะ”


    ดีนใช้นิ้วโป้งชี้ไปทางเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งกำลังยืนอ่านโดจินกับเหล่าสมาชิกส.ผ.ร.ร.พ.ที่สั่งซื้อมาจากเวบบอร์ดอยู่ใต้ตึกเรียน ซีเรียสตาละห้อยตามมองพวกเด็กๆ ด้วยความเสียดาย ก่อนจะส่งสายตาฉ่ำหวานมาทางเด็กหนุ่มข้างๆ แทน


    ‘ม่ายเป็งไร  ผู้ชายก้ออ้อนได้เฟร้ย รักในมนุษย์ชาติซะอย่าง  555 ปีหน้าลงสมัครมิสไทยแลนด์เวิร์ดสงสัยชนะเลิศแหงๆ เพราะเรารักเด็กไม่เป็นรองใคร’


    แต่ดีนกลับชักคิ้วมุ่นหน้ามองมาอย่างเหยียดๆ แล้วพูดเสียงต่ำ


    “หมาอะไร...หน้าตาประหลาด...”


    เหมือนมีหินก้อนโตหล่นใส่หัวดังก๊อง เพียงคำเดียวทำเอาศักดิ์ศรีหมาหมดสิ้น  ทำไม…หมาที่แสนจะหล่อเหลารูปงามอย่างฉัน ขนาดที่ใครๆ เห็นก็อดวิ่งมาลูบคลำตามเนื้อตัวไม่ได้  ต้องถูกเด็กเมื่อวานซืนยังไม่สิ้นกลิ่นมามี่โปะโกะ มาว่าเป็นหมาหน้าตาประหลาดด้วยฮ่ะ ? แง่ง...แค้นเฟ้ยแค้น 


    “ทำอะไรอยู่นะดีน ?”


    เนวิลล์ถามเสียงใส วิ่งเข้ามาหาแล้วนั่งลงลูบหัวเจ้าหมาขาวพร้อมส่งยิ้มหวานให้   “หมาใครน่ะ น่ารักดีเนอะ”


    ‘โอ้ ! จริงครับจริงคุณหนู !’


    เจ้าหมาโลลิฯ พยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่ แต่ยังไงดีนก็ยังยืนยันคำเดิม สำหรับมักเกิ้ลแบบเขา  หมาที่ดูเหมือนคนซะเหลือเกินช่างไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย


    “ไม่รู้สิหมาประหลาดอย่างนั้น นายอย่าไปยุ่งดีกว่า แต่...เอ่อ..วันอาทิตย์นี้  เราจะนัดเจอกันที่นี่ก่อน หรือไปที่ฮอกมีดส์เลยล่ะ ?”


    เด็กหนุ่มร่างสูงถามเด็กหนุ่มอีกคนไปพลางลูบหลังคอตัวเองไปพลาง เขาเขินจนไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย ซีเรียสเห็นปฏิกิริยาที่ปิดยังไงก็ไม่มิดนั่นแล้วก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ว่าแล้วก้อ…เลียเนวิลล์ตั้งแต่คางถึงปากซะเลย..


    คนมองร้องเสียงหลง รีบเข้ามาฉุดเนวิลล์ที่ไม่คิดจะเอะใจอะไรให้ลุกทันที ขณะที่ซีเรียสหันมาหัวเราะคิกคักใส่อย่างชอบใจ 


    “ไม่เอาแล้วนายต้องไปเดี๋ยวนี้เลย หมานั่นมันไม่ปกติแล้ว !” 


    “ทำไมล่ะ ?”


    “ก็มันเลียปากนาย !   แล้ว... ”


    ดีนพยายามจะอธิบายถึงรอยยิ้มประหลาดผิดหมา แต่พอชี้ไปซีเรียสก็ทำหน้าบ็องแบ็วเหมือนหมาเป็นดาวน์ซินโดรมกลับมา ( ‘อะยัยเหยอก๊ะ หนูไม่มีพิษ ไม่มีภัยและ…บาทเดียวยลเพลิน อะไรไม่เกินหัวงูก่ะ  คิก คิก’ ) 


    “ไม่สนล่ะต้องไปเดี๋ยวนี้”


    “นายจะเจ้ากี้เจ้าการไปหน่อยแล้ว หมาที่ไหนเล่นด้วยมันก็เลียปากทั้งนั้นแหละ”   


    เนวิลล์ชักไม่พอใจเริ่มเอามือกอดหน้าอก 


    “ก็ได้ฉันจะไป  แต่นัดวันอาทิตย์  นายลืมไปได้เลย”


    ว่าแล้วก็เดินโมโหไป  ทำให้ดีนต้องรีบวิ่งไล่ตามไม่สนใจตามตื๊บเจ้าหมานรกที่กำลังหัวเราะขำกลิ้งตัวไปกับพื้น 


    พอแกล้งชาวบ้านได้สมใจ ซีเรียสก็วิ่งเหยาะๆ ตรงเข้าปราสาทต่อพร้อมกับฮัมเพลงในคอ เขาต้องไปหาบิล ลูปิน และสเนปที่ห้องพักอาจารย์สอนป้องกันตัวฯ ซึ่งจะเป็นห้องพักของบิลตั้งแต่วันพรุ่งนี้  แต่เมื่อเลี้ยวตรงมุมตึก ก็เห็นเพื่อนซี้กำลังนั่งกอดเข่าคุยกับดอกไม้สีฟ้าอยู่ ( ‘เราก็หลับไปตั้งหลายวัน ทำไมมันไม่ยักตายหว่า’ ) ชายหนุ่มจึงรีบกลับร่างเดิมแล้วเข้าไปทัก 


    แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะยิ้มหวานตอบกลับเหมือนเคย กลับกลายเป็นเสียงกรี๊ดดังสนั่นแบบเดียวกับลำโพงของหนังกลางแปลงเสียนี่ ทำให้ซีเรียสต้องรีบใส่ตีนหมาโกยแน่บขึ้นตึกเพราะกลัวใครมาเห็น พอถึงห้องที่หมายก็ถีบประตูเข้าไปพร้อมตะโกนถาม 


    “สเนปโว๊ย !  เมื่อกี้ทำไมรีมัสถึงกรี๊ดใส่ฉันน่ะห่ะ ?  เฮ้ย !” 


    เขากวาดสายตามองรอบ แต่เมื่อเลื่อนไปเห็นเดรโกนั่งเช็ดถูนิมบัส 2001 อยู่ ก็พลันสะดุ้งรีบปิดประตูกลับทันที เพราะทางนั้นน่าจะจำนักโทษอัซคาบันอย่างเขาได้  ลูปินเลยต้องเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง


    “สลับร่าง ?”


    ซีเรียสเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งแล้วตรงไปนั่งฟาดขาไขว่บนโต๊ะข้างบิล ระดับเท้าเข้าประจันหน้ากับสเนปที่กำลังนั่งจิบชาไปพลางอ่านหนังสือ ‘การแก้ยาสายคำสาปฉบับฉุกเฉิน’ ไปพลางอยู่ตรงฟากตรงข้ามโต๊ะ 


    “ทำไมกับอีแค่น้ำยาเซ็กจัดฟูลคอสแค่นี้ ถึงทำยาแก้ให้เพื่อนฉันไม่ได้เสียทีห่ะ ( ‘เอ่อ...Second full moon ต่างหากซีเรียส’ ลูปินบอก ) นายบอกว่าเวลาจำกัดแค่จันทร์เพ็ญนี้ มันก็หมายความว่าเหลือไม่ถึง 3 อาทิตย์เอง นี่เวลาก็ปาเข้าไปสิบกว่าวันแล้ว น้ำยาในหัวเมือกๆ ของนายมันหมดแล้วเหรอยังไงกัน ?”


    เพราะด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ดูแคลน สเนปเลยตวัดสายตาจากหนัง สือขึ้นจ้องไปทางอีกฝ่าย  พร้อมรอยปูดนูนตรงขมับ ลูปินเห็นท่าจะไม่ดี ( อีกที ) เสียแล้วจึงเข้าไปพูดเปลี่ยนเรื่อง 


    “ซีเรียส…ที่นายบอกว่าลูเซียสกับพรรคพวก แหกคุกของกระทรวงฯ ออก มาแล้วเมื่อเช้ามืดวันนี้ มันเป็นมายังไงเหรอ ?” 


    “ฉันก็รู้เท่าที่ส่งนกเอี้ยงไปให้เจ้านั่นน่ะแหละ”


    เจ้าหมาขาวเพยิกหน้าไปทางสเนป ที่หน้าเริ่มบูดขึ้นๆ ตามอย่างของอา หารที่ไม่ได้ใส่สารกันบูด 


    “ทางกระทรวงฯ ปิดข่าวอยู่  เห็นเขาว่าพวกยามตายเรียบเลย เหลือแต่กรงขังเปล่าๆ เปิดทิ้งไว้  แล้วสาเหตุทั้งหมด…คือถูก อาวาดา เคดาฟ-รา…ในคราวเดียว…”


    “จะใช่ ‘เขา’ ไหม ?”


    ลูปินถามขึ้นอย่างเป็นนัยเพราะเกรงใจคนข้างๆ…ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงัด   เหมือนในห้องนี้มีเพียงตัวเขากับซีเรียสเท่านั้น


    “ไม่รู้สิ…ใครก็ตามที่ ‘ตั้งใจ’ จะฆ่า  ก็ใช้คาถาบทนี้ได้อยู่แล้ว อาจจะมีใครส่งไม้กายสิทธิ์ให้ใครในพวกนั้นก็เป็นได้ ว่าแต่ทางนายล่ะมีอะไรใหม่ๆ มาเล่าให้ฉันฟังบ้าง ?” 


    “ความจริงพวกเราเพิ่งประเมินสถานการณ์จบไปก่อนที่นายเข้ามาไม่นาน คือศาสตราจารย์มักกอนนากัลเพิ่งได้รับนกฮูกจากกระทรวงฯ เมื่อตอนสายๆ ขออนุญาตนำคนของกระทรวงฯ บางส่วนเข้ามาในฮอกวอตส์ โดยไม่ยอมบอกราย ละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น  แต่ความจริงเราก็รู้อยู่แล้วล่ะนะเลยอนุญาตไป”


    “เอามาทำไม ?” 


    ซีเรียสถามเพื่อน  แต่เสียงหัวเราะที่สุดแสนจะระคายเคืองหูของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ทำให้เขาหันมาถามเสียงต่ำ


    “หัวเราะอะไร เกือกติดคอรึไงสเนป ?”


    “ดูท่านายจะแปลงร่างเป็นหมานานไปนะแบล็ค ง่ายแค่นี้ยังคิดไม่ออก..เพราะเดี๋ยวลูเซียสจะมาที่นี่รับลูกชายเขากลับไปนะสิ ดังนั้น...นายต้องไปคอยคุ้มกันเดรโกซะ ”


    “เดี๋ยวๆ ทำไมฉันต้องไปคุ้มกันเจ้าเด็กจอมกรี๊ดนั่นด้วยล่ะ ?  ไม่ใช่ต้องไปคุ้มกันรีมัสหรือไง ?”


    เจ้าหมาขาวลุกพรวดชี้ลูปินในร่างเด็กหนุ่มผมบรอนด์ สเนปส่ายหน้าไปมาคล้ายรำคาญที่ต้องคอยอธิบายเหตุผลให้ฝ่ายตรงข้ามฟัง 


    “รีมัสอยู่ในร่างเดรโกเพราะฉะนั้นไม่มีใครเขาทำอะไรหรอก  แต่ตัวเดรโกที่อยู่ในร่างรีมัสเนี่ยสิ...ถ้ามีโอกาสฝ่ายนั้นคงจะลงมือโดยไม่ลังเลเลย”


    ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ซีเรียสยอมนั่งลงตามเดิม ในสถานการณ์ที่ใช้เวทมนต์ไม่ได้เช่นนี้ คนที่ตกที่นั่งลำบากที่สุดคงไม่พ้นเดรโกจริงๆ นั่น แหละ แต่.. 


    “จะให้ฉันไปคุ้มอีท่าไหน  เมื่อตะกี้ยังวี๊ดใส่ฉันอยู่เลย” 


    “นั่นมันเรื่องของนาย สมองมีไหมล่ะ ?  ถ้ามีก็คิดซะ แต่ถ้าไม่มีฉันจะสงเคราะห์ช่วยคิดแทนให้”


    สเนปพูดเรียบๆ พลางเกาคางให้แมวน้อย ที่กระโดดแผล็วขึ้นมานั่งบนตัก อาเม็จร้องครางเบาคล้ายเห็นด้วยกับเจ้านาย ก่อนจะปรายสายตายิ้มเยาะมาทางซีเรียสที่กำลังกัดฟันกรอด ลูปินเห็นคนทั้งคู่เตรียมง้างหมัดเข้าหากันอีกแล้วก็เหนื่อยใจ เจ้าตัวมองนาฬิกาฝาผนังที่บอกเวลาบ่ายโมงตรง คาบบ่ายวันนี้เขาไม่มีเรียนแต่.. 


    “ผมต้องไปซ้อมควิดดิชแล้วล่ะ  เด็กๆ รออยู่”


    ลูปินหันไปบอกซีเรียส เขาค่อนข้างจะวางใจที่เพื่อนทั้งสองคงไม่วางมวยกันแน่ โดยเฉพาะศาสตราจารย์สอนปรุงยาจอมหยิ่งนั่น คงไม่ยอมหลุดมาดผู้ดีต่อหน้าลูกศิษย์อย่างบิลหรอก 


    “เฮ้  นายเล่นเป็นเหรอ ?  ขนาดดูยังไม่ชอบดูเลย ”


    ...เห็นว่าไม่ถูกกับอะไรกลมๆอยู่... ลูปินยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย


    “เล่นไม่เป็นก็ต้องเป็นล่ะคราวนี้  มันช่วยไม่ได้ ”


    ว่าจบก็เดินลากเท้า แบกไม้กวาดราคาแพงกว่าเงินเดือนของตัวเองทั้งเดือนออกไป เห็นได้ชัดว่าไม่อยากเล่นแค่ไหน พลันซีเรียสก็คิดอะไรแก้มือสเนปออก 


    “นายว่าฉันไม่มีสมองแล้วตัวเองล่ะมีเยอะนักหรือไง ถ้ามีเยอะนักก็ทำให้รีมัสเป็นปกติเสียทีสิ  กับเรื่องที่ตัวนายเองถนัดนักหนายังทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้ใครกันแน่ที่สมองกลวงกันแน่ฮ่ะ เจ้างี่เง่า หัวเมือก แบร่.. ”


    เจ้าหมาหนุ่มเล่นไม่เลิก ขุดเอาบทสนทนาที่เพื่อนของตัวอุตส่าห์หลีก เลี่ยงเพราะกลัวจะมีเรื่องมาพูดใหม่อีกจนได้ ซีเรียสยิ้มอย่างผู้มีชัยมองอีกฝ่ายที่กำลังก้มหน้านิ่ง  สักพักสเนปก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากให้เห็นขึ้นมาบ้าง


    “ก็คนที่คิดพิเรนท์เล่นบ้าๆใช้คาถาลบตัวอักษรกับหนังสือปรุงยาเล่นน่ะสิ” 


    อาจารย์หนุ่มดีดบัตรห้องสมุดให้ไถลไปตามโต๊ะ แล้วหยุดตรงหน้าคนฝั่งตรงข้าม ..ทั้งบัตรนอกจากชื่อเดรโก มัลฟอย  ก็มีแต่ชื่อซีเรียส แบล็คตอนปี 6...ดูจากสีหน้าของเจ้าตัวแล้ว เดาได้ไม่ยากว่าคงลืมไปเรียบแล้วล่ะว่าเคยไปทำเรื่องทุ เรศพรรค์นี้ไว้กับหนังสือห้องสมุด 


    “ถ้านายไม่พูดขึ้น ฉันคงลืมไปแล้วล่ะว่าเมื่อครู่พวกเราลงมติอีกเรื่อง ว่าควรจะยกเรื่องของนายให้วิสลีย์จัดการ ทั้งเรื่องบัตรห้องสมุด...แล้วก็เรื่องที่นายทำอะไรอุจาดลูกตากับเด็กนักเรียนของฉันตรงสนามหญ้าเมื่อครู่นี้ด้วย”


    ซีเรียสค่อยๆ เหลือบไปทางเด็กหนุ่มผมแดงข้างๆ ..เขาเพิ่งสังเกตว่าบิลยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ  แม้กระทั่งกล่าวทักทายเขาเมื่อตอนเข้ามา..พอมาสังเกตดูดีๆ ถึงรู้ว่าที่อีกฝ่ายไม่ว่างทำเช่นนั้น  เพราะมัวแต่นั่งทบทวนรายการทัณฑ์สวรรค์อยู่อย่างหน้าดำคร่ำเครียด กะจะไม่ให้ตัวเองผิดจังหวะแม้สักหมัด 


    “..ทำอะไรลงไป  อย่านึกว่าชาวบ้านเขาจะไม่รู้ไม่เห็นสิแบล็ค...”


    ว่าแล้วสเนปก็หัวเราะในลำคอเดินออกไปอย่างผู้มีชัย ส่วนบิลก็พยักหน้ารับเห็นด้วย พร้อมกับเริ่มบีบข้อนิ้ววอร์มอัพมืออย่างช้าๆ ..ซีเรียสเริ่มเขยิบตัวหนี


    “บ..บิลลี่จ๋า ใจเย็นก่อนที่รัก ตอนนั้นฉันยังเด็ก ไม่รู้ประสีประสาอาจเล่นซนไปบ้างตามเรื่องตามราว ล...แล้วก็ฉันก็ไม่ได้หม้ออะไรหรอกนะ...คือธรรมชาติของเดือน 12 เรียกร้องให้ฉันทำ “


    “อย่าแก้ตัวด้วยประโยคนี้บ่อยได้ไหม ? ...มันน่าเบื่อ”


    เสียงโหดขึ้นเรื่อยๆ พลันสิ้นเสียงประตูปิดลง  เสียงโหยหวนของเจ้าหมาหนุ่มก็ดังขึ้นจนสเนปต้องยกมือขึ้นปิดหู 

     

     

    ...................................


    TBC




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in