Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #05
  • เย็นวันนี้ลูปินก็นั่งเท้าคาง เหม่อมองหญ้าเซอร์รีนกอเล็กตรงแปลงดินข้างปราสาทเช่นทุกวัน ครานี้ดอกหญ้าไม่บานสดใสเหมือนที่เห็นในครั้งแรก กลับจะเหี่ยวเฉาลงทุกวันๆ ราวจะตายได้ทุกเมื่อ ทั้งที่เขาเองก็ร้องเพลงให้พวกมันฟังเป็นประจำแล้วแท้ๆ น่าสงสัยนักทำไมเจ้าของถึงไม่มาดูแล หรือจะทิ้งไม่ยอมปลูกเสียแล้ว

    ขณะที่นั่งคิดอะไรอยู่เพลินๆ เกี่ยวกับการยึดครองแทนเจ้าของเก่า ก็มีเงาร่างหนึ่งทอดยาวทับตัวเขาจากด้านหลังเรียกความสนใจให้เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็น สเนปยืนหน้าโทรมอยู่ นับวันฝ่ายนั้นยิ่งขอบตาคล้ำขึ้นๆ เบ้าตาก็โหลลึกจนกลัวว่าสักวันลูกตานั่นจะผลุบหายเข้าไปในหัวกะโหลก ไม่อยากจะคิดเลยว่าคนตรงหน้าอดนอนมากี่คืนแล้ว พอจะเปิดปากถามอาจารย์หนุ่มก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

    “แบล็คส่งข่าวมาให้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เมื่อครู่”

    สเนปพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเป็นปกติแต่แหบห้าวกว่าเดิม นัยน์ตาสีนิลไหวระริกโดยไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด

    ”บอกว่าพอจะรู้สถานที่ที่ ’น่าจะเป็น’ ฐานที่ตั้งของเจ้าแห่งศาสตร์มืดได้ประมาณ 6 แห่ง หนึ่งในสถานที่เหล่านั้นห่างจากที่นี่ 40 กิโลเมตร ไม่ไกลนักจนน่าตกใจ….คืนนี้เราจะมีประชุมเตรียมตัวรับมือกัน”

    “สงสัยเรื่องนี้ผมคงไม่สามารถช่วยอะไรใครได้แล้วล่ะ ความจริงผมควรจะบอกคุณนานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที”

    ร่างเล็กลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่ติดสะโพก แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ทั้งของตัวและของเดรโกออกมาร่ายคาถาลูมอส แต่ปลายไม้ทั้งสองกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย นัยน์ตาของคู่สนทนาเบิกกว้าง

    “ผมใช้คาถาไม่ได้เสียแล้ว”

    ลูปินมองชายอีกคนที่กำลังก้มหน้าลงต่ำ พลางขมวดคิ้วแน่นครุ่นคิดบาง อย่าง สเนปไม่ค่อยแปลกใจนัก เพราะไม้กายสิทธิ์ค่อนข้างจะเจาะจงตัวเจ้าของโดยเฉพาะไม้กายสิทธิ์ของลูปิน ซึ่งต้องสั่งทำและซื้อวัตถุดิบจากเมืองนอกกว่าจะหาที่มันเข้ากับมนุษย์หมาป่าแบบเขาได้ ...ยาจกแล้วยังต้องมีเรื่องต้องเสียตังค์อีก แน่ล่ะ ไม้กายสิทธิ์มันคงจะงงที่จิตเป็นมนุษย์หมาป่าแต่ร่างเป็นคนธรรมดา

    สักพักอาจารย์สอนปรุงยาก็ควานสำรวจผ้าคลุมตัวเอง แล้วหยิบขวดแก้วบรรจุผงผลึกสีเขียวใสคล้ายมรกตที่ถูกป่นละเอียดส่งให้

    “นี่เป็นยานอนหลับ ละลายน้ำได้ดีแต่แบบผงอย่างนี้จะใช้ง่ายกว่า แค่ปล่อยมันไปตามลมเท่านั้น….เอาไว้ใช้ป้องกันตัวได้ แต่อยากให้ระวังหน่อยเพราะกับบางคนมันจะมีฤทธิ์เลือนประสาท และแก้ไม่ได้ด้วย”

    “ขอบคุณมาก…อันนี้เหรอที่คุณใช้วางยาเด็กคนนั้น ?”

    “ไม่ใช่ วันนั้นใช้แบบน้ำ ฤทธิ์แรงกว่านี้ ตัวนี้แค่ราวๆ 2 ชั่วโมงก็ฟื้น….จะว่าไปเจ้าตัวแสบนั่นจะตื่นวันนี้สินะ”

    สเนปเอามือลูบหน้าปะจมูก แค่คิดไมเกรนก็เหมือนจะกำเริบ ช่วงนี้ทำไมอะไรๆ มันก็น่าหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจเขาตลอดเลยนะ ซ้ำมันยังเพิ่มขึ้นทุกวันๆ จนอยากจะอาละวาดเตะปากใครสักคนบรรเทาอารมณ์ขึ้นมาบ้าง

    …เป็นครั้งแรกที่โหยหาเจ้าแบล็คสุดหัวใจ….

    “ความจริงนายน่าจะฝึกคาถาโบราณสักสองสามบท เอาไว้ใช้ตอนฉุกเฉินยามใช้ไม้กายสิทธิ์ไม่ได้แบบนี้” สเนปพูดเนือยๆ

    “คนเราก็ต้องมีบางเรื่องที่ไม่ถนัดกันบ้าง อีกอย่างพวกที่ใช้คาถาหมวดนั้นได้ส่วนใหญ่เป็นพวกสายเลือดบริสุทธิ์ไม่ใช่เหรอ ? ขนาดกระทรวงเวทมนต์ฯยังไม่บังคับหลักสูตรนี้เลย ”

    “มันก็แค่ส่วนใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านายจะใช้ไม่…”

    อาจารย์หนุ่มหยุดปากเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยเฮฮาของคนกลุ่มใหญ่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แน่นอนล่ะคนที่เป็นไมเกรนไวต่อเสียงอยู่แล้ว เสียงแผ่นเหล็กติดส้นรองเท้ากระทบพื้น กับเสียงเครื่องป้องกันตัวที่เสียดสีกันเวลาเดิน เหล่าเสียงคุ้นหูแม้ไม่ต้องมองก็รู้ว่ามันเป็นเสียงจากเครื่องแต่งกายของนักกีฬาควิดดิช และทีมที่ขอใช้สนามเย็นนี้ก็เป็นบ้านกริฟฟินดอร์ สเนปสะดุ้งสุดตัว

    “รีมัสนายรีบหาที่ซ่อนเร็ว !”

    “ทำไมเหรอ ?”   ลูปินถามกลับเอื่อยๆ มองคนตรงหน้าที่รนรานหันซ้ายทีขวาทีหาที่หลบให้ตน

    “จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เจ้าพอตเตอร์ตัวดีนั่นจะผ่านทางนี้นะสิ ! ถ้าเห็นนายอยู่กับฉันเข้านี่แย่แน่ ไม่ตลกเลยนะแขนฉันพึ่งจะหายปวดแท้ๆ !”

    “ง...งั้นเอาตรงไหนดีล่ะ ?”   ร่างเล็กเลิ่กลั่กมองหาที่หลบภัยไปมา

    “ว่ายังไงเซเวอร์รัสเอาตรง...หวา !”

    ลูปินหันตัวมากเกินไปแต่กลับไม่ยอมก้าวขาตามไปด้วย จึงเสียหลักล้มลงเพราะไม่เคยชินกับจุดสมดุลของร่างใหม่ สเนปกางแขนออกคว้ากอดร่างเล็กทัน ทีด้วยปฏิกิริยาโต้ตอบฉับพลัน…และทันใดนั้นทีมควิดดิชของกริฟฟินดอร์ก็เดินโผล่พ้นมุมอาคารออกมาเห็นเข้าพอดี …แฮร์รี่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า

    สเนปกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นนัยน์ตาสีเขียวมองตรงมาทางเขาที่กำลังกอดเดรโกแนบอกอยู่ สถานการณ์งี่เง่าน้ำเน่าเช่นนี้พูดแก้ตัวไปก็ไม่มีใครเชื่อ…แล้วฉากต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เลวร้ายนักเขาก็คงโดนแค่กรี๊ดอเวจีของเด็กหนุ่มกรอกหูจนได้ยินแต่เสียงวิ๊งๆ ไป 3 - 4 วัน ให้เลวร้ายหน่อยอาจถูกกระชากแขนหลุดแน่รอบนี้

    แต่ผิดคาดแฮร์รี่ไม่ได้ทำอะไร เด็กหนุ่มแค่มองมาเฉยๆ ก่อนจะเบือนสาย ตากลับ แล้วเดินจากไปอย่างเงียบสงบเท่านั้น พฤติกรรมที่ไม่น่าจะเกิดทำเอาทั้งอาจารย์สอนปรุงยาทั้งทีมกริฟฟินดอร์ตะลึงไปเลย

    ครั้นพอเด็กๆ จากไปกันหมดแล้ว ลูปินจึงยกมือขึ้นปาดเหงื่อตรงหน้าผากก่อนจะเงยหน้ามองสเนปที่กำลังยืนค้างมองตามทีมควิดดิชกลุ่มนั้นไป ใบหน้านั่นซีดเผือดหางคิ้วตก แต่สักพักหัวคิ้วก็ชักเข้าหากัน แล้วก็ผูกกกกกกันแน๊นแน่นจนเห็นเป็นร่องลึกเสริมยาก เจ้าตัวสะบัดผ้าคลุมยาวเดินลงส้นไปทางห้องพยาบาลด้วยความหงุดหงิดที่ดูจะทวีเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว ลูปินวิ่งตามหลังอีกฝ่ายไปไม่ห่าง นัยน์ตาสีฟ้ากรอกวนขึ้นด้านบน



    
 สายลมแผ่วเบาพัดเข้ามาในห้องพยาบาล แสงแดดยามเย็นรอดผ่าน หลืบผ้าม่านสีขาวของเตียงสี่เสา เข้าโลมลูบจุมพิตปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน เปลือกตาหนาเกร็งตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปิดช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลทอง เขาปรับสายตามองซ้ายขวาก่อนจะดันตัวให้ลุกขึ้นนั่งช้าๆ พร้อมขยี้ตา พลันเจ้าตัวสะดุ้งโหยงหายงัวเงียทันที เมื่อเห็นมือของตนใหญ่หนาขึ้นกว่าที่เคย เดรโกรีบสะบัดผ้าห่มลุกพรึ่บวิ่งไปคว้าอ่างอะลูมิเนียมบนโต๊ะของมาดามพอมฟรีย์ขึ้นส่องหน้าของตัวก่อนจะ
    ...3... 


    ...2... 


    ...1..


    ก--รี๊ด—ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    เสียงร้องแบบเดียวกับที่ได้ยินจากเพิงโหยหวน เรียกให้หญิงสาวประจำห้องพยาบาลรีบวิ่งเข้ามาดูอย่างตื่นตระหนก เธอพยายามพูดปลอบต่างๆ นานาแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมหยุดเสียที จนสเนปวิ่งเข้ามาหลังจากที่ไล่เด็กๆ ซึ่งมายืนออกันเต็มหน้าห้องพยาบาลเพราะความอยากรู้อยากเห็นกลับไปหมดแล้ว เดรโกเห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้าไปคว้ากอดหมับทันที จนทำให้อาจารย์สอนปรุงยาอดคิดไม่ได้ว่าเขาน่าจะวางยาให้เด็กหนุ่มหลับต่อจนกว่าฟิคโคตรยาวเรื่องนี้จะจบ

    “ศ...ศาสตราจารย์ฮะ ทำไมตัวผม...ผม”

    “ก็เป็นศาสตราจารย์ลูปินไงล่ะเดรโก ฉันว่าเธอน่าจะจำเรื่องในคืนที่เธอตั้งใจจะ’วางยา’ฉันได้”

    เสียงเข้มขึ้นในช่วงท้ายทำให้เดรโกหยุดแหกปากโวยวายทันที สเนปแกะมือตุ๊กแกของเด็กหนุ่มออก

    “ยาแก้ยังไม่เสร็จ ช่วยไม่ได้ตัวเองทำตัวเอง ทนรอไปสักพักก็แล้วกัน ที่สำคัญจนกว่าอาจารย์จะปรุงยาแก้ให้ได้ เธอต้องเป็นศาสตราจารย์ลูปินไปพลางๆ ก่อน ”

    “อะไรนะฮะ ?! ผมเนี่ยนะจะต้องเป็นเจ้าผ้าขี้ริ้วไจ่ไจ๋นี่ไปพลา…”

    เขาจะอ้าปากโวยต่อแต่เห็นทางนั้นจ้องเขม็งมา จึงรีบลดความดังของเสียงลงแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย   “ว่าแต่...ศาสตราจารย์ฮะ แล้ว....ผมหลับเลยวันสอบเก็บคะแนนไปหรือเปล่าฮะ ?” 

    “เธอหลับไป 5 วันเดรโก และศาสตราจารย์ลูปินก็เข้าสอบแทนเธอให้แล้ว ถึงเขาจะทำหม้อระเบิดก็เถอะ”

    “หม้อระเบิด ?”   เดรโกทวนคำเสียงสูง สเนปพยักหน้าเล็กน้อยระหว่างที่ทางนั้นอ้าปากพะงาบๆ

    “แต่ไม่เป็นไรหรอกอาจารย์จะจัดสอบให้เธอต่างหาก พูดถึงก็มาพอดี”

    ลูปินที่เพิ่งถูกสเนปแกล้งไล่กลับหอนอนพร้อมกับเด็กๆ ที่มามุงดูเมื่อครู่ย้อนกลับเข้ามาที่ห้องพยาบาลอีกครั้งพร้อมกับห่อขนมเต็มสองมือ ชายหนุ่มยกมือทักทายคนในร่างตัวเองเสียงใส ขณะกินช็อกโกแลตแท่งไม่หยุดปาก นัยน์ตาของเดรโกเบิกกว้างขึ้นทุกทีๆ ที่เห็นร่างของตัวเดินเข้ามาใกล้

    “อรุณสวัสดิ์เดรโก เอ...ความจริงมันก็เย็นแล้ว น่าจะพูดว่าสายันต์สวัสดิ์สิเนอะ ว่าแต่เธอนอนมานานเพิ่งตื่นแบบนี้คงจะหิว จะทานขนมรองท้องสักหน่อยมั๊ยครูเอาติดมือมาเยอะเลย เอ๋ ?”

    ลูปินมองเดรโกที่ตรงเข้าคว้าหมับไปที่แก้มของตน ก่อนจะคว้าร่างเล็กขึ้นชั่งน้ำหนักเป็นการด่วน เด็กหนุ่มนิ่งค้างเมื่อเห็นเลขบนตาชั่งเพิ่มขึ้นจาก 5 วันก่อนถึง 2 กิโลกรัม !!

    “อ้อ ! พอดีครูเห็นช็อกโกแลตวาเลนไทน์ที่กองอยู่ใต้เตียงมันจะหมดอายุวันนี้ ก็เลยรีบๆ กินมันให้หมดเดี๋ยวเสียดายของ เอ่อ แต่…ครูยังกินไม่หมดนะเหลืออีกตั้งโหลนึงแหนะ…”

    เสียงเริ่มอ่อยลงเมื่อคนตรงหน้าเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เดรโกกัดริมฝีปากล่างใบหน้าแดงก่ำยับยู่ ศาสตราจารย์สเนปกับมาดามพอมฟรีย์ต่างรีบยกมือขึ้นปิดหูอย่างรู้ทัน พลันเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีกรอบ

    “บ้า! บ้า! บ้า! มาทำยังงี้กับเค๊าได้ยังไง ?! ศาสตราจารย์พรรคกระยาจกบ้านี่เค๊าเกลียดที่สุดในโลกเลย! บ้า! แง๊~!”

    เดรโกกรอกเสียงแปดหลอดใส่หน้าลูปินก่อนจะวิ่งทั้งน้ำตาท่วมหน้าลูกผู้ ชายชาติลูปินออกไป ชายหนุ่มตัวต้นเหตุรีบตะโกนตาม 

    "ครูให้ช็อคโกแลตที่กำลังกินอยู่นี่ด้วยก็ได้นะเดรโก!" 

    มาดามพอมฟรีย์ทนเห็นลูปินเอ๋อไม่ไหวจึงพูดขึ้นอย่างอ่อนใจ

    “ศาสตราจารย์ลูปินค่ะคือ เด็กเขาไดเอทอยู่นะค่ะ พอเห็นคุณไดอีท(eat) เข้าแกเลยคลุ้มคลั่งค่ะ”

    “แต่เขาตัวเล็กจะตายจะไดเอททำไม นี่ก็ดูไม่โตขึ้นจากตอนปี 3 เลยสักนิด ควรกินให้มันเยอะๆถึงจะถูก”

    “เรื่องนี้ต้องโทษต้นแบบค่ะ ”

    เธอเหลือบหางตาไปทางชายหนุ่มอีกคน เจ้าตัวเสียววูบ

    “ฉันว่าฉันไม่เห็นคุณทานข้าวเช้ามาหลายวันแล้วใช่ไหมคะ ศาสตราจารย์สเนป”

    “เฮ้ ! นี่ผมไม่ได้ไดเอทนะ ผมทำงานจนไม่มีเวลากินมันต่างหาก”   เขาชี้ไปที่ตัวเองแล้วพูดเน้นคำ มาดามชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

    “มันจะเสียเวลามากนักใช่ไหมฮะกินข้าวเนี่ย ดูสิเนี่ยเด็กทำตามจนตัวเล็กแบบเนี๊ย” ชี้ไปที่ลูปิน “แล้ววันนี้ฉันไม่จ่ายยาระงับการหลับให้แล้วนะ คุณควรจะพักผ่อนซะบ้าง !”

    “..ตายแล้วก็ได้นอนยาวเองแหละมาดาม ขอตัวล่ะผมต้องเตรียมการสอนของพรุ่งนี้ ”

    สเนปชิ่งหลบไม่งั้นมียาวแน่ๆ เธออาจจะขุดเรื่องไมเกรน โรคกระเพาะแล้วก็โรคนิ่วในถุงน้ำดี ฯลฯ ของเขาออกมาพูดอีก บัญชีดำมีเป็นหางว่าว (‘จะเหลือแค่เส้นเลือดฝอยในสมองเนี่ยแหละที่มันยังไม่แตก’ ) ลูปินเห็นท่าไม่ดีรีบขอตัวหลบตามเพราะเดี๋ยวจะโดนด้วย ทางนี้ก็ขึ้นบัญชีดำห้องพยาบาลเหมือนกัน มาดามพอมฟรีย์ฟ้อนงิ้วทันที 

    “ทำไมอาจารย์ที่นี่แต่ละคนมันหัวดื้อหัวแข็งกันอย่างนี้นะ เนี่ยนะไม่ยอมพักผ่อนเดี๋ยวเป็นลมเป็นอะไรไปจะทำยังไงเดือดร้อนชาวบ้านเขาหามมาส่งอีก ”

    เธอบ่นอุบก่อนจะกระแทกก้นนั่งที่โต๊ะประจำ ไม่ทันขาดคำ…สเนปที่สลบไสลไม่ได้สติก็ถูกสมาชิกทีมควิดดิชของบ้านกริฟฟินดอร์หามกลับเข้ามาพร้อมกับแฮร์รี่ที่เลือดอาบเต็มหัว 


    ........................................


    แฮร์รี่ตื่นขึ้นท่ามกลางห้องที่มืดสลัว มีเพียงแค่แสงตะเกียงซึ่งเรียงรายอยู่เหนือหัวเตียง และแสงจันทร์แรมที่ส่องสว่างผ่านเข้ามาเท่านั้น สิ่งที่คนสายตาสั้นจะพึงทำเป็นอันดับแรกย่อมไม่พ้นควานคว้าหาแว่นของตนมาใส่ เขารู้ว่ามันต้องอยู่บนโต๊ะหัวเตียงแน่ๆ เพราะแม้จะมองเห็นลางๆ แต่ก็มากพอที่จะรู้ว่าตนกำลังนอนอยู่ในห้องพยาบาล จากความนุ่มของเตียงและเพดานสูงที่มองอยู่ประจำ เดือนละไม่รู้กี่รอบ

    …แล้วคราวนี้เขาเข้ามานอนที่นี่ด้วยเรื่องอะไรอีกล่ะ ?... 

    เด็กหนุ่มครางฮือกุมแผลที่ไม่รู้ปีนขึ้นมาบนหัวเขาตอนไหน พลางนึกย้อนไปเมื่อตอนเย็น ในตอนนั้นกำลังซ้อมควิดดิชอยู่ ใช่แล้ว…เขาเห็นศาสตราจารย์ สเนปวิ่งไล่กวดเศษกระดาษอะไรก็ไม่รู้เข้ามาถึงในสนาม

    ไม่น่าเชื่อว่าทางนั้นจะไม่ดูตาม้าตาเรือขนาดนี้ แถมยังดูเอ๋อๆตัดสินใจอะไรช้าลงไม่สมกับเป็นศาสตราจารย์จอมโหดเลย เห็นลูกบลัดเจอร์พุ่งไปทางตัวกลับยืนมองเฉย แทนที่จะใช้คาถาอะไรสักอย่างปัดมันให้พ้นทาง แต่เราเองก็เหมือนกัน…ดันบังคับไม้กวาดคิดจะเข้าไปจับเจ้าลูกเรียกเลือดนั่น ทั้งที่มันไม่ใช่ลูกสนิชสักหน่อย แล้ว…

    “แล้วศาสตราจารย์ล่ะ ? ”

    แฮร์รี่ผวารีบผลักตัวลุกขึ้นนั่ง บางอย่างที่วางไว้บนอกของตนจนถึงเมื่อครู่จึงเลื่อนทิ้งตัวลงบนเตียงดังตุ๊บทำให้ต้องหันมาเขม็งมอง พลันแฮร์รี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสิ่งนั้นคือมือเรียวขาวคุ้นตา เจ้าของมือคือคนที่มีใบหน้าสวยเยือกเย็นซึ่งกำลังนอนทอดกายอยู่ข้างๆ

    บรรยากาศที่เงียบสงบถูกทำลายด้วยเสียงหัวใจที่เหมือนจะย้ายขึ้นมาเต้นตรงข้างหู ไม่น่าเชื่อว่าสเนปจะกล้ามานอนพริ้มตาหลับอย่างสบายใจต่อหน้าเขา แฮร์รี่พยายามคิดหาเหตุผลว่าฝ่ายนั้นมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แต่การคงอยู่ของคนตรงหน้ากลับทำให้สมองเริ่มคิดอะไรไม่ออก

    หากเพียงแพขนตาที่เหมือนกับปลายพู่กันนั่นเปิดออกห่างกันสักเล็กน้อย ก็คงเห็นสายตาทอดหวานไม่สำรวมที่จับจ้องมา คิ้วเรียวสวยคงจะชักติดกันแล้วกล่าวสั่งสอนด้วยประโยคสั้นๆ แต่เสียดแทงจนต้องหลบตากลับ

    แต่ตอนนี้คนที่แสนหยิ่งคนนี้กลับไม่พูดอะไร ริมฝีปากบางกลับเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเชิญชวนเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจอุ่นของชายหนุ่มไหลรดข้อมือของแฮร์รี่เป็นจังหวะช้า จนต้องเกร็งหมัดแน่นสะกดอารมณ์ของตัวไว้ ในห้องที่ปราศ จากเสียง…เหมือนได้ยินคำสั่งต้องห้ามกระซิบใกล้

    “ ศาสตราจารย์ ”

    เสียงเรียกคล้ายจะกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ยกมือเข้าหาอย่างช้าๆ ปลายนิ้วสั่นไหวเข้าสัมผัสริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะรีบชักกลับเมื่อผู้ที่นอนอยู่เม้มริมฝีปาก และเกร็งเปลือกตาเล็กน้อยตอบสนองกลับ หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นเสียตรงนั้น 

    แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตื่นแน่แล้ว เขาจึงเกลี่ยปอยผมที่เหมือนกับม่านไหมสีดำให้พ้นจากใบหน้าของชายหนุ่ม พลางโน้มตัวลงใกล้…ในสมองที่ขาวโพลน สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียง ความต้องการที่มากเกินกว่าจะคณานับเท่านั้น

    “มิสเตอร์พอตเตอร์ กลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย”

    เสียงขู่เข้มของหญิงสาวประจำห้องพยาบาลกระชากสติของเด็กหนุ่มได้ชะงัด แฮร์รี่หันมามองเธอคล้ายยังไม่ตื่นดี ไม่รู้เธอมาอยู่ตรงข้างเตียงนี่ตั้งแต่ตอนไหน มาดามพอมฟรีย์มองเขาแล้วเลยไปมองสเนป ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย

    “ครูเข้าใจเธอดีว่าการอยู่สองต่อสองกับคนที่ชอบน่ะ มันยากที่จะห้ามใจ แต่เธอก็ควรจะห้ามมันไว้ ความจริงครูตั้งใจจะแยกเตียงให้เธอสองคนละมุมห้องแล้วก็เอาน้ำหล่อขาเตียงศาสตราจารย์สเนปไว้  ไม่ก็ครอบด้วยฝาชี แต่เพราะจู่ๆเด็กผู้หญิงชมรม ส.ผ.ร.ร. อะไรเนี่ยแหละกรูกันเข้ามา บอกว่าอาหารที่ทำเลี้ยงกันเองในชมรมเป็นพิษ พากันมานอนโอดโอย ครูจึงจำใจให้พวกเธอผู้ชายสองคนนอนเตียงที่เหลือเพียงแค่เตียงเดียวด้วยกันอย่างนี้”

    แฮร์รี่ทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ อยากจะต่อให้เหลือเกินว่ามันเป็น ’ส.ผ.ร.ร. พ. :สมาคมผู้พิทักษ์รักร่วมเพศ’ สมาคมลับของเพื่อนสาวเขาเองแหละ เฮอร์ไมโอนี่คงจะเกณฑ์คนมาช่วยเขาเป็นแน่

    “ศาสตราจารย์สเนปเป็นอะไรหรือเปล่าฮะ ? หรือว่าเขาจะโดน…”

    “โดนเธอหล่นทับจ๊ะ”

    จากปากคำสมาชิคทีมควิดดิชเล่าว่า แฮร์รี่โดนลูกบลัดเจอร์ย้อนกลับมาหวดใส่จนสลบกลางอากาศ แล้วก็ทิ้งตัวลงมาหล่นใส่สเนป…double knock out 

    “แต่คงจะร่วมกับที่ไม่ได้นอนมาหลายคืนด้วย ช่วงนี้เห็นมุงานหนักไปหน่อย ต้องสอนทั้งของตัวเองทั้งสอนแทนศาสตราจารย์ลูปิน ( แถมด้วยหาข้อมูลน้ำยาแปลงร่าง กับใช้เวลาทำใจเรื่องครูดีเด่น ) เพราะฉะนั้น ก็ปล่อยให้เขาพักสักหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวครูต้องไปเดินเวรกลางคืนแล้ว เราก็อย่าไปทำอะไรแผลงๆ กับเขาล่ะ ”

    มาดามพอมฟรีย์ยิ้มบอกก่อนจะเดินถือตะเกียงจากไป เมื่อแสงจากตะ เกียงลับหายไปกับความมืด นั่นก็หมายความว่าตอนนี้เขาอยู่กับคนข้างๆ เพียงสองคนจริงๆ แล้ว เพียงแต่แฮร์รี่ไม่คิดอยากจะสัมผัสอีกฝ่ายเหมือนอย่างเมื่อครู่นี้

    แค่ได้ยินชื่อลูปิน สติที่หายไปเมื่อครู่ก็หวนกลับมาพร้อมกับความเจ็บลึกในอก คนๆนั้นเขาสู้ไม่ไหว สิ่งที่พอทำได้มีเพียงโอบกอดร่างที่ขี้ขลาดเอาไว้ พลางปลอบใจตัวเองว่า ’ไม่เป็นไร’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ‘โอย เจ้าเนปนั่นเจ้าชู้จะตายแฮร์รี่ ใครเขาก็รู้ว่าปีที่แล้วหมอนั่นนัดเด็กเข้าห้องตัวเองไม่ซ้ำรายเลย เลือกเอาแต่พวกเงียบๆ เรียบร้อยๆ และที่ไปก็ไม่มีใครชอบเขาหรอก แต่ไหงพอกลับออกมาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ก็ไม่รู้ แล้วอย่างงี้จะให้ชาวบ้านเขาคิดยังไงล่ะ ? เหอะ รอบนี้จะเจ้ามัลฟอยอีกคนก็ไม่แปลกสำหรับเจ้าหม้อ…ยานั่น นายเลิกชอบจะมีความสุขกว่า ชอบไปก็เสียใจเปล่า’

    เสียงดีนที่เคยพูดกรอกหูเขาย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง…เคยทำตามอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกันว่าจะไม่รักเขาแล้ว ไม่รักก็เห็นจะไม่เป็นอะไร เราก็ยังใช้ชีวิต ประจำวันได้อย่างปกติ ยังยิ้มยังเล่นกับเพื่อนๆ ได้ แค่ไม่มีเขาคนเดียว เราก็ไม่ตายตรงนั้นสักหน่อย…ไม่เป็นไร…มันน่าจะเป็นอย่างนั้น แต่บางอย่างมันผิดแปลกไป เรารู้…ความร่าเริงที่มีแค่แสร้งทำเท่านั้น ทั้งที่ซ่อนความหวั่นไหว แล้วพร่ำย้ำคิดว่าจะไม่แม้จะสนใจเขาแล้ว แต่สุดท้ายถึงมารู้ตัวว่า ตัวเองนี่มันทั้งบ้าทั้งโง่จนอยากจะหัวเราะ ใช่…ไม่รักเขาเราก็อยู่ได้ แต่มันทารุณเกินไป

    ศาสตราจารย์เป็นผู้ใหญ่คงจะชอบคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน คงไม่ชอบเด็กขี้โวยวายอย่างเรา ต้องประมาณศาสตราจารย์ลูปิน…เดรโก…เจ้านั่น แม้จะเจ็บใจก็ตามที แต่หมอนั่นดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
    ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินแยกความเป็น ’ผู้ใหญ่’ กับ ’เด็ก’ ออกจากกัน แต่บรรยากาศรอบๆ ตัวหมอนั่นดูดีขึ้น ละมุนละไมขึ้น รอยยิ้มที่ยิ้มมาทางเราอย่างอ่อนโยน มันน่าโมโหยิ่งกว่าคำด่าเสียดสีที่มีให้ประจำเสียอีก

    “ถ้าผมทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คุณจะมองมาทางผมบ้างหรือเปล่าฮะเซเวอร์รัส”

    เสียงกระซิบบอกที่สั่นเครือขาดหายไปในช่วงท้าย ยอมแพ้แล้ว…ในเมื่อไม่สามารถตัดใจได้ก็คงจะเหลือแต่วิธีนี้เท่านั้น ถึงทางนั้นจะทำตัวเหมือนกำลังเล่นเกมเต้นรำผลัดเปลี่ยนคู่เต้นไปเรื่อยๆ ก็ตาม จะอ่อนโยนจะกอดกับใครก็ช่าง เขาจะทนก็ได้ ถ้าเพื่อให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาบ้างแม้สักนิด

    ชื่อของชายหนุ่มเหมือนเป็นคาถาใช้ปลุกเจ้าตัว สเนปยันกายขึ้นพินิจมองทางเด็กหนุ่ม เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแฮร์รี่ไม่ใช่ใครอื่น สีหน้าที่บึ้งขึงก็ค่อยๆ อ่อนลงจนดูเหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอนทั่วไป อีกฝ่ายยังคงมองมาแม้ไม่พูดอะไร แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้แฮร์รี่ยากจะทำสิ่งอื่นใด กระทั่งลมหายใจก็เหมือนถูกสะกดด้วยนัยน์ตาที่เอาแต่จ้องมา คนตรงหน้ายกมือประคองใต้แผลซึ่งถูกปิดทับด้วยผ้าก็อตแผ่นใหญ่ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเขา ทำให้แฮรืรี่สะดุ้งตัวเล็กน้อย

    “ฉันควรจะให้คะแนนเธอสักเท่าไรดีพอตเตอร์ สำหรับการช่วยฉันไม่ให้เป็นเหมือนเธอในตอนนี้”

    ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางให้ หากเพียงแต่ไม่ใช่ประโยคที่คนตรงหน้าพูดออกมา คล้ายตัวเขาทำดีเพื่อหวังอะไรตอบแทนแล้วล่ะก็ เขาคงจะมีความสุขมากทีเดียว แฮร์รี่เบือนสายตาหลบก่อนจะปฏิเสธเสียงแผ่ว

    “ผมไม่เอาหรอกฮะ ผมไม่อยากได้คะแนนนั่นหรอกนะฮะศาสตราจารย์”

    คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้สเนปเงียบไป เจ้าตัวนั่งมองเด็กตรงหน้าแล้วหยุดคิดอยู่นานสักหน่อย เพราะดูสมองเขายังไม่ตื่นดี ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่รับข้อ เสนอของตัว ทั้งๆ ที่มันออกจะเหมาะสมและชอบธรรม คนที่ไม่ชอบติดค้างอะไรใครอย่างเขา หากไม่ตอบแทนอะไรบ้างคงจะไม่สบายใจแน่

    “ถ้าอย่างนั้นเธออยากจะได้อะไรล่ะ…ลองขอมาสิ ถ้าทำได้ฉันก็จะให้”

    คำพูดเรียบๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของคนๆนั้น ทำให้แฮร์รี่ต้องหันขวับกลับมามอง สักพักใบหน้าเด็กหนุ่มแดงเรื่อขึ้นวูบหนึ่ง โชคดีมีความมืดช่วยปกปิดเอาไว้ ทำให้ผู้ที่เพิ่งตื่นและเรียกสติกลับมาไม่ครบจนเผลอพูดอะไรโดยไม่ทันคิดให้ดีนั่น ไม่สามารถเห็นสีหน้าที่บ่งบอกถึงความในใจของเขาได้

    …ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่แฮร์รี่รู้สึกว่ามือที่เวียนจับคนอื่นเต้นรำมาหลายคนนั่นกำลังยื่นมาหาตัวบ้างแล้ว… 




    ................................

    TBC




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in