Harry P fictiontomei_tan
[fic Hp]Second full moon #04
  • รีมัส ลูปิน ในร่างของเด็กหนุ่มผมบลอนด์เดินสะลึมสะลือลือเซไปเซมาพลางยกมือปิดปากหาวหวอดๆ ลากเท้าและกระเป๋าสะพายครูดไปตามพื้นทางเดินหินอ่อนภายในหอนอนของบ้านสลิธีริน

    นับตั้งแต่วันนี้ไป เขาต้องรับบทเป็นเดรโก มัลฟอยจนกว่าสเนปเพื่อนเขา…มั้ง ( ถ้าสเนปยอมให้เป็น ) จะทำยาแก้ให้เขาเสร็จตามคำขอร้องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์


    เขาหาวกว้างอีกครั้งก่อนจะใช้มือเล็กขยี้ตาที่ดำเป็นหมีแพนด้า พลางคิดถึงเรื่องวุ่นวายเมื่อคืนที่ทำให้ไม่ได้หลับได้นอน ไหนจะต้องวิ่งโร่ไปหาอาจารย์ใหญ่ ไหนจะต้องเปิดประชุมกลางดึก แล้วยังต้องต่อด้วยเข้าห้องสมุด ค้นข้อมูลกับศาสตราจารย์สอนปรุงยาสองต่อสองทั้งคืน

    ...สุดๆ ของความโรแมนติค แอร์ก็ไม่เปิด ฝุ่นก็เยอะ ยุงก็แยะ ตัวเขาเองไม่เท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายดันใส่สีดำยุงเลยมารุมรักกันใหญ่

    แต่จนแล้วจนรอดฟ้าสางสว่างคาตาก็ยังไม่ได้อะไรมาบ้างเลย ข้อมูลยาตัวนี้มีน้อยมาก…และจนแล้วจนรอด ลูปินก็ไม่กล้าสารภาพกับสเนปว่าไอ้ตัวหนังสือที่หายไปเป็นฝีมือของกลุ่มตัวกวนเองแหละ... ก็แค่นึกเล่นสนุกๆ ไม่นึกว่าผลมันจะไปตรงกับยาอันตรายขนาดนี้

    "โอย…ยุงพวกนี้ไหงถึงกัดได้เจ็บอย่างนี้นะ"
     
    ลูปินครางเบาพลางเกาแขนเสียจนเป็นรอยแดงช้ำ ชายหนุ่มเหยียดแขนขาวผอมทั้งสองข้างขึ้นดูขณะก้าวขึ้นบันไดไปทางหอนอนนักเรียนชาย ทั่วทั้งแขนปรากฏรอยจ้ำแดงขึ้นทั่วไปหมด นี่ถ้าเป็นร่างเขาเองล่ะก็แมลงพวกนี้ไม่มีทางเจาะผิวเขาเข้าหรอก…ผิวคุณหนูนี่มันบางจริง

    เขาควักสมุดพกออกมาอ่านข้อมูลของเดรโก ที่ได้ศาสตราจารย์ประจำบ้านจดไว้ให้ แล้วมองหาเลขห้องนอนของตัว พอเห็นก็รีบเปิดประตูกระโจนเข้าไปจมตัวลงบนเตียงที่ว่างทันที รู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งล้าอยากจะพักผ่อนเต็มแก่ แต่ไม่ทันที่หนังตาจะหย่อนตัวลงมาปิดดี ก็มีเสียงประทัดหลายต่อหลายนัดดังขึ้นตรงปลายเตียงคล้ายกับมีใครจัดปาร์ตี้อยู่ตรงปลายเท้าเขา

    ลูปินสะดุ้งตัวรีบลุกขึ้นหันขวับไปมอง ก็เห็นเด็กสลิธิลีนกลุ่มใหญ่ยืนออกันแน่นขนัด พลางเป่าปากเรียกชื่อเด็กหนุ่มอยู่หลังม่านกระดาษสีชิ้นเล็กที่โปรยปรายลงมาเต็มห้อง ชายหนุ่มอึ้งค้างมองเหม่อ พลันก็รีบถอยหลังหนีเมื่อแครบกับกอยล์กระโจนเข้ากอด...แต่หนีไม่ทัน….เขาโดน bear hug x 2 เข้าไปเต็มๆ

    "ไม่นึกไม่ฝันว่าในที่สุดนายก็ทำได้"
     
    กอยล์พูดด้วยใบหน้าที่อาบเปื้อนไปด้วยน้ำตา + น้ำมูก + น้ำลาย ลูปิน พยายามยืดคอหนีให้ไกลจากน้ำ (บน) หน้าฝ่ายตรงข้ามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    "ทุกคนรับรู้ถึงความพยายามที่อาบไปด้วยเลือดและน้ำตาของนาย ในการใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนไล่เทียมศาสตราจารย์สเนปตั้งแต่ปี 1 ไม่นึกว่ารอบนี้นายจะทำสำเร็จ กว่าจะเสร็จก็เช้าได้ ฝื๊ด! พวกเราเลยมาร่วมยินดีกับนายด้วย เพราะบรีสเล็งเห็นคุณค่าไงล่ะเดรโก โฮ~"

    ว่าแล้วกอยล์ก็เป่าปี่เสียงดัง หลังจากสั่งน้ำมูกฝืดใหญ่ใส่ผ้าคลุมตัวเองกลบเสียงปฏิเสธของชายหนุ่มเสียมิด แครบง้างมือตบบ่าเขา ร่างเล็กจมเตียงไปตามแรง 


    "ไม่ต้องเขินไปหรอกน่าพวกเรารู้ดีว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด !"

    แครบกำหมัดแน่นจนสั่น   "นายรอเวลานี้มานานแล้วไม่ใช่หรือไง? เวลาที่จะหัวเราะเยาะใส่หน้าเจ้าพอตเตอร์อย่างผู้ชนะ ! ไม่ต้องกังวล แม้นายจะไม่ได้บันทึกเป็นซีดีไฮโซ แต่นายก็มีหลักฐานเป็นคิสมาร์คเต็มตัว พวกเราจะไปตั้งศูนย์ data base เม๊าท์กระจายกับบ้านอื่นให้เกินจริงแบบเห็นภาพ NC17 SM ยังหลบลอยยยยยมาเลย เสร็จ เราจะไปเอาเงินพนันจากยายหยิกหยอยเกรนเจอร์ ไปซื้อช้างไม้มาหนึ่งคู่ แก้บนกับรูปภาพท่านสลิธีรินกัน เอ้า ! พวกเราเคลื่อนขบวน !"
     
    เสียงขานรับดังก้อง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่สั่นสะเทือนพื้นห้อง และค่อยๆ จางลงจนเงียบหายไป ปล่อยลูปินนั่งพับเพียบเป็นนางกวักกวักมือหยอยๆเรียกเด็กๆให้กลับมาก๊อนนนน สักพักถ่านก็หมดทิ้งตัวลงนอนตามเดิม

    ….หวังว่าคงรับมือได้นะเซเวอร์รัส….

    ....................................



    วันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้าแล้ว สเนปรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นตัวประหลาด เดินผ่านไปทางไหนก็มีแต่คนมอง ทั้งที่เมื่อก่อนไม่มีใครกล้าแม้จะสบตาด้วยซ้ำ บ้างก็มีเสียงหัวเราะคิกคักฟังแล้วเสียดหูของเด็กนักเรียนหญิงตามหลัง บ้างก็ได้ยินเสียงซุบซิบดังแผ่วๆ โดยรอบ แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่เห็นมีใครพูดอะไรทั้งๆ ที่ได้ยินแท้ๆ ว่าอะไรจิ้นๆ กะฟิคๆ แล้วก็วายๆ 

    "ภาษาอะไรฟะ?"

    เขาพยายามไม่ใส่ใจกับมัน เป็นไปได้ว่าเด็กพวกนั้นอาจจะกำลังสงสัยที่คะแนนบ้านที่ตัวเขาเองปกครองอยู่มีคะแนนเพิ่มมาจากเดิม 150 คะแนน

    …ใช่คะแนนเพิ่ม เพราะเขาเป็นคนหักคะแนน แล้วทางที่ประชุมอาจารย์เห็นว่าถ้าอยากให้เรื่องเงียบ ก็ควรจะทำให้คะแนนกลับเท่าเดิม แล้วศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กับศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เข้าใจผิด ต่างนึกว่าเป็นหน้าที่ของตัวที่ต้องเป็นฝ่ายเพิ่มคะแนนอีก 150 ให้เท่าเดิม จะมารู้ตัวอีกทีก็เกือบสายๆ ทำให้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว 
 ถึงจะไม่อยากใส่ใจก็เถอะ แต่ก็อดที่จะหงุดหงิดจนคิ้วขมวดกันไม่ได้ เมื่อคืนก็ฟังเสียงยุงบินหึ่งทั้งคืนแล้ว วันนี้ยังต้องทนฟังเสียงซุบซิบเป็นแมลงหวี่ทั้งวันอีกเหรอ ?

    "โอ๊ย…พอคิดถึงยุงก็คันอีกแล้ว"
     
    สเนปหัวเสียยกมือขึ้นถูรอยแดงที่ต้นคอขาวเหนือปกเสื้อคอตั้งของตัวเอง มันเริ่มถลอกเป็นแผลใหญ่แล้วเพราะเขาไม่คิดจะยั้งมือตอนเกาเลย พลันเจ้าตัวก็หยุดเท้าเมื่อเห็นเซนทอร์หนุ่มยืนมองสำรวจตัวเขาอยู่ ดูสีหน้าท่าทางเหมือนครุ่นคิดพินิจอะไรบางอย่าง

    "มีอะไรเหรอฟีเรนเซ่ ?"
     
    "กำลังสงสัย" 

    ทางนั้นตอบพลางผายมือทั้งคู่ออกด้านข้าง เท้าม้าทั้งสี่ย่ำอยู่กับที่   "ข้าไม่เข้าใจ มนุษย์ผู้ชายกับมนุษย์ผู้ชายผสมพันธุ์กันได้ด้วยเหรอ ? แล้วฝ่ายไหนจะเป็นคนออกลูกล่ะ" 


    " …….. "
     
    ศาสตราจารย์สเนปหรี่ตามองครึ่งคนครึ่งม้าตรงหน้า แล้วก็อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าใครมันคิดพิเรนทร์ เอาข้อมูลบ้าๆ พรรคนั้นใส่เข้าไปในสิ่งมีชีวิต 6 ขา ที่สามารถเรียกว่าเป็นแมลงจำพวกหนึ่งนะ

    สเนปยอมตอบอย่างเสียมิได้

    "ไม่มีฝ่ายไหนออกลูกทั้งนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่เป็นการผสมพันธุ์ แต่เป็นการทำให้สูญพันธุ์ มันเป็นการรวมกลุ่มกันฆาตกรรมหมู่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรียกว่าsperm ไม่มีผลิตผลใดๆ ทั้งสิ้น คนจำพวกนี้ถือเป็นคนตายทางวงการแพทย์ เอาล่ะ ถ้าพอจะเข้าใจอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของตัวบ้างแล้ว ก็ช่วยหลีกทางด้วย ผมต้องรีบไปสอน"

    "ว๊า…นึกว่าจะได้เห็นลูกมนุษย์แล้วสิ"

    ฟิเลนเซ่ยอมเปิดทางให้โดยดีแม้ทำท่าจะอยากอยู่คุยต่อ เสียงพึมพำต่ำนั่นระคายหูสเนปไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ว่างพอที่จะใส่ใจ

    มือเรียวผลักประตูบานใหญ่ของชั้น 4 แล้วเสียงเซ็งแซ่จอแจก็หยุดลง มีเพียงเหล่านัยน์ตาที่จ้องมาด้วยความประหลาดใจ ที่เห็นศาสตราจารย์สอนปรุงยา หอบหนังสือเดินฉับๆ เข้ามาแทนที่จะเป็นลูปินตามที่ได้ยินข่าวลือว่าเขากลับเข้ามาสอนอีกครั้ง 
 ปลายผ้าคลุมสีดำยาวสะบัดไหวตามจังหวะก้าวที่มั่นคง จนถึงโต๊ะอาจารย์ที่อยู่หน้าห้อง มันก็หยุดโอบข้อเท้าเขาไว้ 

    สเนปกระแทกหนังสือลงก่อนจะกวาดตามองนักเรียนชั้นปี 6 ของบ้านกริฟฟินดอร์และสลิธิริน ก็เห็นลูปินในร่างเดรโกนั่งสัปหงกทดสอบแรงดึงดูดบนพื้นผิวโต๊ะของตัวอยู่ อาจารย์หนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ ทำทีไม่เห็น ทั้งๆ ที่ทางนั้นนั่งแทบจะติดกับโต๊ะเขา ก่อนจะพูดเริ่มชั่วโมงเรียน 

    "อย่างที่พวกเธอรู้ ว่าศาสตราจารย์สอนป้องกันตัวฯของพวกเธอ ไม่สามารถกลับมาสอนพวกเธอได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้น จนกว่าอาจารย์คนใหม่จะมาฉันจะรับหน้าที่สอนแทนไปก่อน เอาล่ะ ! มิสพาร์กินสัน บอกฉันสิว่าพวกเธอเรียนกันถึงบทไหนแล้ว"

    เขาหันไปถามเด็กสาวในบ้านของตัวที่กำลังมองมาด้วยสายตาแปลกๆ…ไม่สิ เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองต่ำลงไปแถวๆ ต้นคอเขาต่างหาก

    "หน้า 206 ค่ะ" 
    เด็กสาวตอบเสียงแผ่ว สเนปชักสงสัยกับท่าทางของเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเปิดหนังสือตามที่ว่าแล้วก็หัวเราะเสียงขึ้นจมูก

    "คาถาเรียกผู้พิทักษ์ ? ฉันว่าพวกเธอยังไม่พร้อมที่จะเรียนมันหรอก"
     
    น้ำเสียงดูแคลนของชายหนุ่ม ทำให้นักเรียนทั้งห้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วร้องครวญในลำคอ ทั้งๆ ที่มันเป็นคาถาที่ใจจดใจจ่อจะเรียนมากที่สุด แต่เจ้าอาจารย์คนนี้ก็ยังหาเรื่องกวนอารมณ์อยู่ได้ เจ้าตัวไม่สนใจพลิกดูสารบัญ ก่อนจะกรีดนิ้วไปตามขอบแล้วเปิดหนังสือ

    "เปิดหน้า 654 เราจะเรียนคาถาเรียกลมกัน….แล้วก็เก็บไม้กายสิทธิ์ของเธอซะ" 


    พลันเสียงโวยวายกระฟัดกระเฟียดก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเพราะคิดว่าทางนี้จะเป็นอัมบริดจ์ที่ 2 ที่เอาแต่สอนเลคเชอร์ สเนปชักจะหงุดหงิดแต่พอคิดถึงโบนัสปลายปีกับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจากการได้เป็นครูดีเด่นอีก ก็พอให้เขาเย็นลงได้ คราวนี้ก็ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายได้เพิ่มขึ้น….แค่คิดก็มีความสุขพอที่จะทำทีไม่สนเด็กพวกนี้ได้แล้ว


    "คาถานี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้กายสิทธิ์เพราะอยู่ในหมวดคาถาโบราณ เป็นคาถาที่มีประสิทธิภาพสูง ถ้าเธอรู้จักที่จะใช้ความคิดให้มันสร้างสรรค์เพื่อประยุกต์ ใช้มัน และแน่นอนต้องอาศัยการท่องจำสักหน่อย…"
     
    พวกนักเรียนพึ่งรู้ตัวว่าบทบริกรรมคาถายาวตั้ง 3 หน้าไม่เว้นวรรค ! ตัวหนังสือเต็มเอี๊ยด ดีนหันขวับไปบ่นกับรอน 

    "เมื่อกี้หมอนั่นบอกว่าท่องสักหน่อยใช่ไหม ?" 

    สเนปกวาดตามองไปทางเด็กหนุ่มจอมซุบซิบ ก่อนจะพูดต่อเมื่อทางนั้นปิดปากทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

    "ฉันไม่ได้หวังให้เธอท่องได้ไม่ผิดเพี้ยน เพราะบางคนถึงจะท่องไม่ได้ก็ใช้ได้ คาถาเก่าแก่มักขึ้นอยู่กับจิตเป็นหลัก ถ้าไม่มีสมาธิท่องไปมันก็ไม่ต่างอะไรกับกบเขียดร้องเรียกฝน….พอตเตอร์ ?"

    ศาสตราจารย์สอนป้องกันตัวฯ จำเป็นหยุดสายตาไปทางเด็กหนุ่ม ที่นั่งหัวกระเซิงนิ่งค้างคล้ายวิญญาณหลุดจากร่างตรงมุมห้อง ก็จะไม่ให้แฮร์รี่เอ๋อไปได้ยังไง ในเมื่อข่าวลือเมื่อเช้ามันเข้ากับสถานการณ์ตรงหน้าเกินไปแล้ว

    สเนปตาดำเป็นหมี ? เจ้าหนูเดรนอนน้ำจิ้มหยดอยู่ตรงหน้าห้องอย่างนั้น แครบกับกอยล์แบกมา หมอนั่นนอนไม่ได้สติอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เช้า แล้ว…แล้วไอ้รอยลึกลับที่คอนั่นมัน…. 


    "แฮร์รี่ พอตเตอร์ สติเธอลอยไปถึงไห…"
     
    สเนปลงทุนเดินไปถึงหลังห้องมายืนตรงหน้าโต๊ะเด็กหนุ่ม เพื่อจะได้ดุได้ถนัดๆ แต่พูดไม่ทันจบประโยค แฮร์รี่ก็กระโดดขึ้นโต๊ะคว้าเสื้อฝ่ายตรงข้าม แล้วกระชากเสียเหล่ากระดุมเม็ดเล็ก ที่เรียงตัวบนเสื้อสีดำหลุดกระจายร่วงกระเด็นไปไกล เผยให้เห็นรอยจ้ำแดงเป็นหย่อมกระจายไปทั่วแผงอกซีดขาว
       
    ชายหนุ่มตกใจรีบคว้าชายเสื้อคลุมทั้งสองเข้าห่อตัว ก่อนจะตะโกนเรียก ชื่อแฮร์รี่อย่างเดือดดาลเสียงดังแข่งกับเสียงกรี๊ดราวฟ้าจะถล่มของเหล่าเด็กผู้หญิงในห้อง ที่มากกว่าครึ่งเป็นคนของส.ผ.ร.ร.พ.

    “เธอทำบ้าอะไรของเธอห๊ะ พอตเตอร์ !”

    “นั่นต้องเป็นคำถามของผมต่างหาก ศาสตราจารย์นั่นแหละทำอะไร ?! เดี๋ยวคนนู้นทีคนนี้ที ตอนนี้ใครๆ ก็รู้กันหมดแล้วว่าเมื่อคืนศาสตราจารย์ทำอย่างงั้นอย่างงู๊นอย่างงี๊กับเจ้ามัลฟอยเมื่อคืนนี้ แล้วก็ให้คะแนนหมอนั่น 150 คะแนนด้วย คนอะไร…ทำไมเจ้าชู้อย่างงี้ ! โฮ~!!!”

    เด็กหนุ่มวิ่งร้องไห้ออกไปนอกห้อง ปล่อยคนถูกกล่าวหายืนค้างมองตามประตูที่แฮร์รี่ผ่าน สักพักคนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มาเยี่ยมชมให้คะแนนครูดี เด่นก็เดินช้าๆ ผ่านกรอบประตูเดียวกันนั่น ทางนั้นกระแอมในลำคอก่อนจะเขียนอะไรยุกยิกๆ ในบอร์ดจดคะแนนก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หยุดฝีเท้า

    เสียงกรี๊ดกร๊าดเอ็ดตะโรภายในห้องค่อยๆ เงียบลงเรื่อยๆ จนหยุดสนิทโดยไม่ต้องนัดหมาย บรรยากาศของพายุฝนหลังลมสงบค่อยๆ ก่อตัวขึ้น สเนปก็ค่อยๆ หันกลับมาพร้อมกับยิ้มสยองอันเป็นอมตะนิรันดร์กาล บวกกับถุงดำและรอยคล้ำใต้ดวงตายิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีก เสียงเย็นราวอยู่ขั้วโลก

    "อาจารย์คนไหนเป็นคนสอนวิชามักเกิ้ลศึกษาให้พวกเธอห๊ะ ?"

    ….แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีมติจากที่ประชุมอาจารย์ ผลักดันให้เปิดสอนวิชาเพศ ศึกษาเบื้องต้น และลงประกาศรับสมัครครูคนใหม่ทางหนังสือพิมพ์ควิบเบิ้ล


    ...................................



    “ลำบากคุณแย่เลยนะเซเวอร์รัส”

    ลูปินในร่างของเดรโกเอ่ยขึ้นขณะนั่งหันหน้าคร่อมพนักเก้าอี้ กินช็อกโกแลตแท่งไปพลาง มองดูชายหนุ่มผมเรียบลื่นปรุงยาหม้อเล็กอยู่ในห้องทำงานของเจ้าตัวไปพลาง สเนปหันกลับมามองด้วยสีหน้าหงุดหงิด

    “แน่ล่ะ ! ไหนฉันจะต้องเข้าๆออกๆ ห้องสมุด ไหนจะต้องคอยส่งนกฮูกติดต่อคนนู้นทีคนนี้ทีเป็นว่าเล่น ยังต้องมาเจอกับข่าวลือบ้าๆ แบบนั้นอีก แล้วดูนายสิ! ทั้งๆ ที่เกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ดันหลับอยู่ได้ ไม่ตื่นขึ้นมาช่วยอะไรบ้างเลย”

    “มันเหตุสุดวิสัยน่า...เอาเถอะเดี๋ยวเด็กๆ ก็เลิกลือกันไปเอง คุณก็ปล่อยวางซะบ้าง โบราณเขาว่า ’อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน’”

    “จะลองโดนกรีดไหมล่ะ ?”

    อีกฝ่ายพูดเสียงเย็นพร้อมกับเหลือบขึ้นมามองด้วยหางตา ข้างๆ มือมีมีดสำหรับหั่นสมุนไพรอยู่พอดี ลูปินเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนเรื่องพูดเพราะเดี๋ยวจะมีหมอพรทิพย์มาเยี่ยมฮอกวอตส์

    “คุณบอกว่ายาของผมไม่มียาแก้ แล้วนั่นคุณปรุงยาอะไรอยู่เหรอ ?”

    “น้ำยาเรียกสติ”

    สเนปตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายแล้วก็ถอนหายใจยาว ลูปินอยากจะเตือนอีกฝ่ายว่าอย่าติดถอนหายใจมากเดี๋ยวจะแก่เร็ว แต่คิดไปคิดมาไม่พูดดีกว่าเพราะสาเหตุส่วนหนึ่งจากการติดถอนหายใจนั่นต้องมีเขาอยู่แน่

    “ถ้าไม่ทำให้นายกินจะยุ่ง ยิ่งใกล้วันเพ็ญหน้า นายจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเดรโกไปทีละน้อย แค่ตัวจริงก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ขืนเพิ่มมาอีกคนมีหวัง….นี่รีมัส ถ้านายไม่ฟังฉันพูดแล้วจะถามทำเห็ดอะไรห่ะ ?”

    อาจารย์สอนปรุงยาชักฉุน เงยหน้าขึ้นถามร่างเล็กที่กำลังเหม่อมองออก ไปนอกหน้าต่าง นัยน์ตากลมใสของร่างเดรโกสะท้อนรับแสงจันทร์และแสงดาว ที่ส่องสว่างผ่านลำแสงสีเงินยวงเข้ามาในห้องที่มืดมิด ลมกลางคืนพัดให้ม่านสีเข้มสะบัดลอย

    ลูปินหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม สเนปไม่แน่ใจนักว่าเป็นเพราะแสงสว่างจากภายนอกหรือเปล่าที่ทำให้รอยยิ้มนั้นแลดูเศร้าสร้อยไปจากเคย 


    “ผมฟังคุณตลอดแหละเซเวอร์รัส เพียงแต่….ผมกำลังมองความฝันของผมอยู่เท่านั้น”

    เขาพูดช้าพลางจัดแจงม้วนเก็บผ้าม่านให้เรียบร้อย ทำให้เห็นพระจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่เหนือฟากฟ้าถนัดตา

    “ดูสิ ผมสามารถยืนมองมันในร่างมนุษย์แล้วยังยืนคุยกับคุณได้ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม ? ถ้าไม่ได้เด็กคนนั้น ผมคงทำแบบนี้ไม่ได้หรอก…นี่เซเวอร์รัส หันมามองหน่อยสิ พระจันทร์สวยนะ”

    “ไร้สาระ” 

    เจ้าของห้องปฏิเสธห้วน เขาลงมือกวนยาในหม้อไม่สนใจคำชวน ฝ่ายนั้นพยายามอีกครั้ง

    “หน่า…” 

    ลูปินส่งเสียงอ้อนต่ำเรียก ทำให้สเนปต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างเสียมิได้ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงทำงานของตัวต่อ

    “ชิ ! มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ….ไร้สาระจริงๆ”

    คนปรุงยาบ่นอุบแต่ถึงอย่างนั้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้ลูปินยิ้มดีใจได้

    ร่างเล็กค่อยๆ หันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง สายตาทอดยาวไปไกลสุดจะหยั่ง สายลมยามค่ำส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงครวญครางโหยหาสิ่งสำคัญบางอย่างที่ขาดหาย ดวงดาวสีนวลกระพริบแสงระยับคล้ายประกายน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน แม้ราตรีจะมีแสงจันทร์ส่องสว่างเพียงไหน แต่ผืนฟ้าสีดำก็ยังคงเป็นสีดำไม่แปรเปลี่ยน

    “เซเวอร์รัส ถ้าผมตายไปคุณจะร้องไห้ให้ผมไหม ?”

    "จะหัวเราะซ้ำสิไม่ว่า”

    สเนปตอบกลับเซ็งๆ แต่เพราะทางนั้นเงียบไปนานเลยรู้สึกผิดตะหงิดๆ   "ถ...ถ้าฉันอยากให้นายตายล่ะก็ ฉันคงไม่มายืนหลังขดหลังแข็งปรุงยาให้นายหรอกนะ"

    อาจารย์หนุ่มพูดตะกุกตะกักแก้ตัว แต่ร่างนั้นก็ยังยืนนิ่งไม่ยอมหันกลับมา สเนปหยุดมือจากงานที่ทำแล้วเปิดปากจะเรียกชื่อเขา แต่ก็เปลี่ยนท่าเป็นยืนแยกเขี้ยวยิงฟันแทนเมื่อรู้ว่าแผ่นหลังที่ขยับสั่นไหวนั่นแท้จริงแล้วเกิดเพราะการกลั้นหัวเราะ

    "ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยรีมัสแล้วก็เอายานี่ไปกินด้วย !"
     
    เจ้าของห้องสั่งพลางเทน้ำยาลงขวดแก้วแล้วยัดใส่มือลูปิน ก่อนจะใช้กำ ลังลากร่างเล็กออกไปนอกห้อง ฝ่ายนั้นรีบขอโทษทั้งที่ยังไม่หยุดหัวเราะดี

    “ผมแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง นี่ก็ยังไม่ดึกเท่าไหร่อย่าเพิ่งไล่ผมกลับเลยนะ อีกอย่างผมเองก็มีเรื่องที่จะพูดกับคุณอีกหลายเรื่อง” 


    “ไสหัวกลับไป ! ฉันไม่อยากตกเป็นข่าวลืออีกแล้ว และที่สำคัญพรุ่งนี้เช้านายต้องเข้าสอบเก็บคะแนนวิชาของฉันด้วย ส่วนผสมแต่ละอย่างยิ่งระเบิดง่ายๆอยู่ ขืนงัวเงียทำได้ยุ่งแน่ ”

    “สอบเก็บคะแนน ? ผมเนี่ยนะ แต่….”

    ลูปินหยุดกึก เขาเพิ่งนึกออก ว่านี่ก็เป็นหัวข้อแข่งระหว่างแฮร์รี่กับเดรโก ถ้าเขาสอบได้คะแนนให้ได้น้อยกว่าแฮร์รี่….

    “ไม่ต้องห่วงหรอก” 

     สเนปพูดขึ้นเมื่อเห็นทางนั้นนิ่งเงียบไป เขาพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าห่วยวิชาปรุงยาแค่ไหน   "เพราะยังไงเสีย ฉันก็จะให้เจ้าตัวเขามาสอบเองต่างหากอยู่แล้ว นายแค่เข้าสอบแทนไปก่อน ทำๆ ไปแค่อย่าให้มันระเบิดก็พอ เอาล่ะ เข้าใจแล้วก็หายไปจากสายตาฉันซะ แล้วอย่าลืมกินยาให้หมดล่ะ ‘ให้หมด’ นะรีมัส”
     
    แม้จะกำชับนักหนา แต่ลูปินก็แค่พยักหน้ารับๆ ไปเท่านั้น หมาป่าหนุ่มเดินเข้าบ้านสลิธีรินแล้วหยิบขวดน้ำยาเรียกสติออกมา ทั้งสีทั้งกลิ่นที่คล้ายกับน้ำคลองนั่น ทำให้เขาต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะตัดสินใจกินมันลงไปดีไหม สุดท้ายลูปินก็บีบจมูกกลั้นใจดื่มมันเข้าไป เพราะถ้าไม่ดื่มก็ไม่ต้องรอถึงเดือนหน้าแล้วค่อยไปหาเจมส์หรอกหรอก วันนี้แหละเขาจะโดนสเนปส่ง ems ไปสวรรค์ทันที 


    “เดรโกของที่นายสั่งมาแล้วนะ !”

    ฝ่ามือหนาของแครบตบผั๊วะเข้าหลังหัวลูปินจนคลอนไปด้านหน้า น้ำยาสีดำกระฉอกออกจากปากแล้วซึมหายไปจากพื้นอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มมองตามไม่ทันว่ามันหกไปมากน้อยเพียงใด กอยล์ชะโงกหน้ายิ้มถามจากด้านหลัง

    “นายกำลังกินอะไรอยู่อ่ะ ?”

    “เอ่อ….แค่…เครื่องดื่มชูกำลังน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”   ว่าแล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะก็รีบเปลี่ยนเรื่อง   “ว่าแต่ของที่พูดถึงนี่…”

    “ก็ไอ้นี่ไง ! อุปกรณ์สำคัญของปฏิบัติการ midnihgt kiss”

    กอยล์ดึงเสื้อคลุมตัวเล็กที่ทำจากขนจิ้งจอกสีเงิน ออกมาจากกล่องกระดาษแข็งอาบมันทรงกลมใบใหญ่ที่ประทับตราจากร้านเสื้อชื่อดังขึ้นอวด เลื่อมที่ปักอยู่ตรงชายเสื้อ กับทับทิมสีแดงเลือดนกขนาดเท่าไข่ห่านที่ติดเด่นอยู่ตรงกลางอกเสื้อ สะท้อนเข้าตาชายหนุ่มจนพร่าไปหมด

    “เฮ้ นายจะเดินถอยหลังหนีทำไม มาลองใส่ก่อนดิจะได้ดูว่าต้องให้เขาแก้หรือเปล่า”
        
    แครบตะโกนเรียกลูปินที่เดินไปหลบหลังเสาโดยไม่รู้ตัว เจ้าตัวค่อยๆ เดินตัวลีบกลับเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอแครบตวัดเสื้อคลุมลงบนไหล่เขาให้เท่านั้นแหละ ลูปินก็เริ่มยืนตัวสั่นเหมือนโดนสาดน้ำมนต์ ( ‘ของแพงกำลังอยู่บนตัวฉัน…ของแพงกำลังอยู่บนตัวฉัน…ของแพงกำลังอยู่บนตัวฉัน… ’ )
      
    “เป็นไงเดรโก ชุดเต้นรำที่นายสู้เก็บตังค์ค่าขนมตั้งเกือบปีเพื่อจะได้ใช้เต้นกับศาสตราจารย์สเนปนะ”

    “อย่าบอกน่ะว่านายไม่ชอบมันแล้ว”

    กอยล์ถามบ้างเมื่อเห็นเพื่อนมีท่าทีแปลกๆ ลูปินส่ายหัว

    “ชอบ…ต…แต่รีบเก็บมันเห๊อ~”

    ลูปินพูดพลางส่งสายตาอ้อนวอน กลัวของเขาเสียจะไม่มีปัญญาใช้คืน เงินเดือนก็ยังไม่ออก แครบพยักหน้ารับรีบพับเก็บใส่กล่องแล้วส่งให้เพื่อน

    “นั่นเด่ะเดี๋ยวจะเปื้อนหมด ยิ่งเป็นสีขาวอยู่”   แครบเงยหน้ามองลูปินที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดจ้องไปที่กล่องสีสวยในมือไม่วางตา   “คิดอะไรอยู่เหรอ ?”
    “ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดว่า..ฉันควรจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบพรุ่งนี้ดีกว่า ไปนะ”   ว่าแล้วก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไป เพื่อนร่างใหญ่ทั้งคู่ของเดรโกต่างมองหน้าแล้วยักไหล่ให้กัน 

    "ทุ่มเทนี่"
     
    ความตั้งใจที่จะแข่งขันกันของเด็กทั้งสองนั้นลูปินรู้ดีว่าเขาไม่ควรเข้าไปแทรกแซง แต่เขาคงไม่กล้าสู้หน้าเจ้าของร่างถ้าเขาสอบตก และก็คงจะถูกปรามาสว่าแกล้งแพ้เพราะคิดช่วยลูกศิษย์ที่สนิทชิดเชื้อ เจ้าตัวคงจะเสียใจมากหากสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดต้องมาพังลงเพราะเขาคนเดียว 

    คืนนั้นทั้งคืนชายหนุ่มจึงนั่งท่องสูตรยาเสียขึ้นใจ กะว่าแค่พอกล้อมแกล้มทำๆ ไปอย่างที่เจ้าของวิชาว่า แต่พอวันสอบจริง เขาก็ทำหม้อยาระเบิดอยู่ดี ก่อนแฮร์รี่ราวๆ ครึ่งนาที…ทุกคนโกลาหลกันหมด แต่เจ้ามือถึงกับเซิ้งกระติ๊บเลยทีเดียว

    ….ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันไม่ถนัดจริงๆหนิ….

    แหะ แหะ


    ..........................................


    TBC




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in