1904No.26
นิทานของเจ้าแมว
  •      นานมาแล้วมีแมวสองตัวเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่รักกันมาก พวกมันต่างมีความสามารถด้านกายกรรม เจ้าแมวดำสามารถแสดงกายกรรมไต่ลวดเส้นเล็กจากพื้นสูงได้อย่างสง่างามราวกับเต้นรำ ส่วนเจ้าแมวขาวสามารถกระโดดลอดห่วงไฟห่วงน้อยใหญ่ได้อย่างกล้าหาญไม่หวั่นเกรง พวกมันใฝ่ฝันจะเป็นแมวนักกายกรรมที่มีชื่อเสียงและตัดสินใจออกเดินทางไปยังดินแดนแห่งแสงทางทิศเหนือเพื่อทำตามความฝันด้วยกัน

         แต่การเดินทางไปดินแดนแห่งแสงไม่ง่ายนัก ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง พวกมันจำเป็นต้องทำการแสดงระหว่างทางเพื่อหาเงินค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าเรือโดยสาร กระนั้นเจ้าแมวทั้งสองยังคงมุ่งมั่นทำตามความฝันอย่างไม่ย่อท้อ พวกมันได้รับกำลังใจมากมายจากผู้ชมที่ชื่นชอบการแสดงของมันทำให้พวกมันซาบซึ้งใจมาก พวกมันจึงตั้งปฏิญาณด้วยใจที่แน่วแน่ว่าจะทำตามความฝันให้สำเร็จเพื่อตอบแทนความรู้สึกที่ได้รับจากผู้ชมให้ได้ พวกมันเก่งขึ้นและแกร่งขึ้นตามกาลเวลา

         "เจ้าดำดูดอกไม้พวกนี่เต้นดุ๊กดิ๊กสิ"
         "ดอกไม้มันจะเต้นดุ๊กดิ๊กได้ที่ไหนล่ะเจ้าขาว พวกมันแค่ไหวเอนตามแรงลมต่างหาก"
         "แต่ข้ารู้สึกเหมือนพวกมันกำลังเต้นมากกว่า เจ้าร้องเพลงเร็ว ข้าจะเต้นกับพวกมัน"
         "เจ้านี่ชักเพ้อเจ้อใหญ่"
         "เถอะน่า"
         "เฮ้อ"
         เจ้าแมวสองตัวเต้นรำร่วมกับหมู่ดอกไม้ท่ามกลางสายลมเอื่อย มีท้องฟ้าและแสงแดดยามบ่ายเป็นผู้ชมกิตติมศักดิ์ร่วมแบ่งปันความสุขระหว่างทางด้วยกัน








         ในที่สุดพวกมันก็เก็บเงินได้มากพอโดยสารเรือลำใหญ่เพื่อเดินทางไปดินแดนแห่งแสง พวกมันตื่นเต้นมากและวาดฝันว่าจะได้แสดงบนเวทีใหญ่มีแสงสีตระการตา พวกมันก้าวขึ้นเรือด้วยความหวัง 

         บนเรือลำนี้ เจ้าแมวทั้งสองพบเพื่อนแมวที่มีความฝันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแมวนักดนตรีออเคสต้า แมวน้ำตาลนักชิม แมวสามสีนักแสดงและอีกมากมาย พวกแมวผลัดกันเล่าเรื่องราวการเดินทางและความฝันของตน การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแสนยาวไกลแลดูสนุกสนานมากขึ้นเมื่อมีเพื่อนร่วมทางกลุ่มใหญ่








         แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่ยางรวดเร็ว พายุแห่งความโกรธแค้นพัดผ่านมาพอดี มันไม่พอใจที่เห็นพวกแมวรื่นเริงและร้องเพลงอย่างมีความสุข มันชิงชังมิตรภาพของพวกแมว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของแมวดำและแมวขาว มันจงใจหอบคลื่นลูกยักษ์พัดกระหน่ำเอาเข้าใส่เรือด้วยความเกี้ยวกราว พวกแมวตื่นตระหนกและรีบอพยพลงเรือลำเล็ก แมวขาวเหลือเป็นตัวสุดท้าย พายุร้ายเห็นจึงหอบคลื่นระลอกใหม่ใหญ่มหึมาเข้าถล่มเรือให้พังทลายโดยพลันเพื่อพรากพวกแมวออกจากกัน








         แมวขาวฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ตัวเดียวในที่แห่งหนึ่งซึ่งมันไม่แน่ใจว่าคือที่ไหน มันพยายายามมองไปรอบๆ แต่ความมืดทำให้การมองเห็นของมันแย่ลง ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ถอดใจ มันพยายามออกตามหาแมวตัวอื่นทั่วพื้นที่อยู่หลายวันแต่กลับไม่พบแมวสักตัว และมันพบว่าที่แห่งนี้ไม่มีกลางวัน มีเพียงกลางคืนอันหนาวเหน็บเท่านั้น มันทั้งเหนื่อยละท้อ น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลออกมา มันหมอบลงเพื่อซ่อนใบหน้าของตนแล้วร้องไห้อยู่พักใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นและตัดสินใจมุ่งหน้าไปดินแดนแห่งแสงทางทิศเหนือ แม้มันไม่รู้เส้นทางแต่มันพยายามใช้ดวงดาวนำทาง มันจะต้องออกจากที่แห่งนี้และกลับไปเจอทุกคนให้ได้








         พวกแมวที่อยู่อีกฝากหนึ่งเดินทางมาถึงดินแดนแห่งแสงพร้อมเรือลำเล็ก ทุกตัวเหนื่อยล้าและโศกเศร้า แมวดำรีบตรงไปสถานีตำรวจทันทีที่เรือจอดเทียบท่า มันต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาน้องของมัน แต่ทางการไม่สามารถช่วยได้ เพราะพายุแห่งความโกรธแค้นพัดพาพวกแมวไปที่ที่ไม่ปรากฏบนแผนที่แห่งใหม่และยังไม่มีแมวตัวไหนกลับออกมาได้ พวกแมวตำรวจก็จนปัญญาจะตามหา แมวดำเดินคอตกออกจากสถานีตำรวจ มันเอาแต่ซึมจนเพื่อนของมันเป็นห่วง
         
         "กินข้าวหน่อยเถอะเจ้าดำ" แมวลายจุดพี่ใหญ่เอ่ยด้วยความห่วงใย แมวดำกินเล็มข้าวไปนิดหน่อยก็น้ำตาร่วง พวกแมวต่างเห็นใจแมวดำเพราะมันผูกพันกับน้องของมันมาก บางตัวร้องไห้ตามไปด้วย 

         "เจ้าต้องเข้มแข็งนะ เศร้าได้แต่ต้องเข้มแข็งด้วย เจ้าขาวน้องของเจ้าเป็นแมวมุ่งมั่นมันต้องกลับมาได้ ระหว่างนี้เจ้าต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ทำตามความฝันของตัวเองให้ได้ เพื่อน้องของเจ้า เพื่อผู้ชมที่รอดูความสำเร็จของเจ้า ข้าเชื่อว่าสักวันน้องของเจ้าต้องกลับมาแน่นอน" แมวลายจุดปลอบใจแมวดำไปร้องไห้ไปยิ่งทำให้เจ้าแมวดำร้องไห้หนักกว่าเดิม พวกแมวกอดคอกันร้องไห้ ภาวนาให้ได้พบฟ้าหลังฝันสักที








         แมวขาวเดินตามดวงดาวจนออกจากดินแดนไร้แสงตะวันได้ มันมุ่งหน้าไปดินแดนแห่งแสงทางทิศเหนือต่อ พายุแห่งความโกรธแค้นไม่พอใจที่แมวขาวยังไม่ยอมแพ้จึงหอบฝนห่าใหญ่สาดใส่หุบเขาทางทิศตะวันตกที่แมวขาวอยู่ แมวขาววิ่งหาที่หลบฝน แต่ความลื่นทำให้มันก้าวพลาด มันรีบคาบกิ่งไม้เพื่อไม่ให้ตกเหว มันเกร็งตัวคาบกิ่งไม้อยู่นานจนร่างกายของมันเริ่มอ่อนล้า




         "เอาขาเกี่ยวห่วงนี่ไว้เร็ว!" เสียงตะโกนจากปากเหวพร้อมบ่วงเชือกถูกส่งลงมา แมวขาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคว้าไว้อย่างรวดเร็ว




         "ข้าขอบใจท่านมาก" แมวขาวก้มดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย "ท่านหลงมาที่นี่เหมือนกันเหรอ" มันเอ่ยถาม แมวเทาส่ายหน้า 

         "เราแค่เดินผ่านมา"
         "ผ่านมา? แถวนี้น่ะเหรอ? .. แสดงว่าท่านรู้ทางออกจากที่นี่ใช่ไหม ท่านช่วยบอกทางไปดินแดนแห่งแสงให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าต้องรีบไปที่นั่น"

         แมวเทายิ้ม 

         "เจ้ามีแซลม่อนหรือไม่"
         "หากเจ้ามีแซลม่อน เราจะนำทางเจ้าไปเอง"

         หากความเกรี้ยวกราดของพายุแห่งความโกรธแค้นเป็นเรื่องจริง ตำนานของเหล่าแมวสีเทาที่ยอมขายวิญญาณให้กับปีศาจก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน








         แมวดำมายังลานสแตติสพร้อมเพื่อนของมัน สถานที่แห่งนี้เป็นลานกว้างล้อมรอบด้วยดอกสแตติส กลางตัวลานมีกรอบรูปวางเรียงรายพร้อมช่อดอกไม้นานาชนิด เป็นที่ที่ทางการจัดให้ระลึกถึงเหล่าแมวที่ถูกพลัดพรากและหายสาปสูญเพราะพายุ 

         แมวดำและเพื่อนวางดอกไม้หน้ารูปของแมวขาว ถัดจากรูปของแมวขาวมีจดหมายและช่อดอกไม้มากมายจากผู้ชมที่ชื่นชมการแสดงของแมวขาว

         "เจ้าขาว, ข้ากำลังทำตามความฝันของเราอยู่ ข้าได้แสดงบนเวทีจริงๆ ไม่ใช่พื้นดินแล้วนะ"
         "แต่รู้ไหม.. การแสดงบนเวทีไม่ง่ายเลยสำหรับแมวนักกายกรรมมือใหม่อย่างข้า เวทีโล่งมากตอนที่ไม่มีเจ้า.. ข้าคิดถึงการแสดงลอดห่วงไฟของเจ้า ผู้ชมของเราก็คิดถึงมัน.. อยากแสดงด้วยกันเร็วๆ"
         "รีบกลับมานะ"

         แมวดำพูดกับรูปของแมวขาว มันหวังให้สายลมเอื่อยช่วยพัดพาถ้อยคำของมันไปถึงแมวขาวที่อาจอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่สายลมเอื่อยตีกระทบใบหน้าของมันราวกับกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง สัญชาตญาณบอกให้มันออกวิ่ง มันรีบเอ่ยลาเพื่อนก่อนจะวิ่งตามสายลมไป








         อีกด้านของความคิดถึง แมวขาวกำลังเดินตามแมวเทาในป่าดิบชื้น พวกมันเข้าใกล้ดินแดนแห่งแสงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสายสมเอื่อยก็พัดกระทบใบหน้าของแมวขาว มันรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่าง มันตั้งใจจะถามแมวเทา "ท่าน.." แต่ก่อนที่มันจะพูดจบประโยค มันก็ออกวิ่งเสียแล้ว

         มันวิ่ง





         วิ่ง





         วิ่ง





         และวิ่ง





         มันวิ่งอยู่นานโดยมีแมวเทาไล่ตามหลัง





         มันวิ่งจนกระทั่งสายลมอ่อนแรงลง





         และ





         เจ้าแมวทั้งสองก็ได้พบกัน แมวขาวน้ำตาไหล แมวดำก็เช่นกัน ความปิติเอ่อล้นจนไม่อาจปิดกั้น พวกมันโผล่เข้าหากันด้วยความยินดี ในที่สุดก็ได้เจอกัน








         แมวขาวให้ความร่วมมือกับทางการทำให้ความหวังที่จะพาแมวตัวอื่นกลับบ้านเริ่มชัดเจนขึ้น แมวเทาได้กินแซลม่อนมากเท่าที่ต้องการ พายุแห่งความโกรธแค้นยังคงเกรี้ยวกราดแต่มันไม่สามารถทำให้พวกแมวยอมจำนนได้ เรื่องราวความพยายามอย่างกล้าหาญของแมวขาวถูกเล่าขานกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แมวตัวอื่น 

         การเดินทางตามความฝันของพวกแมวยังคงดำเนินต่อไป บทพิสูจน์บทใหม่ของเหล่าแมวนักล่าฝัน ณ ดินแดนแห่งแสงเพิ่งเริ่มต้นพร้อมเสียงเชียร์ของแมวผู้ชมทั้งหลายที่คอยเฝ้ามองและเป็นกำลังใจให้เจ้าพวกแมว


    😼

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in