1904No.26
PART1: เจ้ากบกับแซนดี้ #SayItNielOng
  • .

    ดาเนียล(KDN)×แสนดี(OSW)
    หมายเหตุ: จากโปรเจค #SayItNielOng
    ประโยคที่ได้รับ: "ขี้แงว่ะ ไอ้ดื้อเอ้ย"

    .

    .

    "เจ้ากบอยู่ไหน"
    "มากินข้าวเร็ว"
    "เจ้ากบ"

    แสนดีตะโกนเรียกเพื่อนสี่ขาด้วยน้ำเสียงสดใส สองขายาวเดินวนไปมาตามมุมต่างๆที่เจ้าตัวดื้อน่าจะซ่อนตัวอยู่ เขาสอดส่ายสายตาไปมาเพื่อมองหา

    และ

    "อยู่นี่เอง! "
    "เจ้ากบอ้วน! "

    แสนดีเรียกเพื่อนขนฟูด้วยความดีใจ
    เขารีบปรี่เข้าไปหาเจ้าหมาซามอยด์ตัวมอมที่หมอบอยู่ใต้ม้านั่ง แต่เจ้าตัวดื้อกลับมองเขาด้วยท่าทางหงุดหงิดแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา


    มันทำท่าแบบนั้นได้ด้วยเหรอ
    เขาคิดว่าซามอยด์เป็นหมาหน้ายิ้มซะอีก
    บางทีเจ้ากบอ้วนของเขาก็แสนรู้มากไป
    แต่นั่นก็เป็นข้อดีของมัน


    แสนดียิ้ม


    วันนี้เขาเลิกงานช้ากว่าปกติเล็กน้อย ทำให้เขากลับบ้านผิดเวลา เขาคิดว่าเขาคงโดนเจ้าขนฟูจอมเอาแต่ใจงอนเป็นแน่ เพราะมันทำท่าฮึดฮัดและเบี่ยงหน้าไปมา ไม่ยอมสบตาเขา มันทำตัวประหนึ่งสาวน้อยกำลังงอนแฟนหนุ่ม

    แสนดีรู้สึกขำ
    ไอ้หมาขี้งอนเอ้ย

    เขาคิดว่าตัวเองต้องบ้าแน่ที่คิดว่าหมางอนได้ แต่เขารู้สึกว่าเจ้ากบฉลาดเกินกว่าหมาตัวอื่น ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่ามันเข้าใจทุกอย่างที่เขาพูดจริงๆ

    เขาวางจานข้าวหมาลงกับพื้นก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสหัวกลมของมัน แต่เจ้าขนฟูกลับถูกเบี่ยงหลบอีกครั้งพร้อมเสียงขู่รอดจากไรฟัน ทำให้แสนดีต้องรีบชักมือกลับ

    "ขี้แงว่ะ ไอ้ดื้อเอ้ย"
    "กลับบ้านช้านิดช้าหน่อยทำงอน"
    "ขอจับหน่อยไม่ได้"

    แสนดีเอ่ยอย่างใจเย็นพลางเทอาหารเม็ดออกจากถุง เจ้าตัวดื้อส่งเสียงฮึดฮัดอีกครั้งราวกับกำลังประท้วงสิ่งที่เขาเอ่ยเมื่อครู่ ก่อนจะละความสนใจจากเขาและพุ่งตรงไปกินอาหารของมัน หางของมันสะบัดไปมา แสนดีคิดว่ามันคงถูกใจอาหารเม็ดยี่ห้อใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อแน่ๆ

    เก่งมาจากไหนก็แพ้อาหารเม็ดสินะ
    เอาเถอะ
    เขาเปย์มันได้ตลอดชีวิตก็แล้วกัน

    .

    .

    เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาและเจ้ากบอาศัยอยู่ด้วยกัน เจ้าหมาซามอยด์ตัวมอมที่แสนดีรู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเหมือนโชคชะตานำพาให้พบกัน

    เอ่อ
    ใช้คำแบบนี้กับหมาฟังดูแปลกมั้ย
    ไม่หรอกเนอะ
    ก็เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

    เขากับมันพบกันโดยบังเอิญในวันที่ฝนตก ตอนนั้นเขายืนหลบฝนเนื้อตัวเปียกปอนอยู่หน้าร้านขายยาแถวตลาด เช่นเดียวกับเจ้าหมาซามอยด์ตัวมอมที่วิ่งหลบฝนอุ้งเท้าเปอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน ช่างเป็นการพบกันที่เหมือนกับซีนในหนังรักโรแมนติกไม่มีผิด ต่างกันแค่เรื่องนี้ไม่มีพระนาง 
    มีเพียงผู้ชายหน้าตาดีกับหมาอ้วนเท่านั้น

    และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้แสนดีเอ่ยปากชวนเพื่อนขนฟูกลับบ้านด้วยกัน อาจเพราะความถูกใจแรกพบ แต่ที่น่าแปลกใจไม่แพ้กันคือ เจ้าหมาอ้วนยอมเดินตามเขากลับบ้านด้วย แสดงว่ามันฟังภาษาคนรู้เรื่อง

    แบบนี้จะหาว่าเขาล่อลวงหมาไม่ได้นะ
    มันสมยอมเดินมากับเขาเองนะเออ

    พอกลับมาถึงบ้าน เขายังถามมันอีกครั้งว่า มีบ้าน มีเจ้าของไหม บ้านอยู่ไหนจะพาไปส่ง แต่มันกลับเอาแต่ส่ายหัวไปมา พอเปิดประตูบ้านให้เดินออกไปก็ไม่ยอมไป แสดงว่ามันไม่มีที่ไปหรือไม่มันก็อยากอยู่กับเขา 

    คงเป็นเพราะออร่าคนดีของเขาแน่ๆ 
    ขนาดเจ้าหมายังมิอาจต้าน
    แต่เขาไม่ใช่พวกชอบยกยอตัวเองหรอกนะ แค่ขอยืดอกด้วยความภูมิใจนิดหนึ่งพอ

    .

    และด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มที่แสนดีเหมือนชื่อแบบเขาจึงรับเลี้ยงเจ้าซามอยด์ และตั้งนามอันไพเราะให้มันว่า 'เจ้ากบ' 

    เขาคิดว่ามันคงถูกใจชื่อที่เขาตั้งเอามากๆ เพราะมันเห่าแสดงความดีใจหลังจากเขาตั้งชื่อให้เสียยกใหญ่ ทั้งที่ปกติมันแทบไม่เห่าเลย เขาขอยืดอกด้วยความภูมิใจอีกครั้งก็แล้วกัน หุหุหุ

    เอ่อแล้วจะบอกว่า แสนดีไม่ใช่มนุษย์ประหลาดที่คุยกับหมารู้เรื่องนะเออ แต่เจ้ากบเป็นหมาแสนรู้ที่เขาคิดว่ามันเข้าใจภาษามนุษย์จริงๆ จนเขาแอบคิดว่า มันอาจจะเป็นเอเลี่ยนปลอมตัวมาก็ได้

    .

    .

    .

    .

    .

    ดาเนียลไม่เข้าใจว่า ทำไมในนิทานหลายเรื่อง เจ้าชายรูปงามหรือเจ้าหญิงแสนสวยมักต้องคำสาปโดยพ่อมดหรือแม่มด และมีเพียงรักแท้เท่านั้นที่สามารถลบล้างคำสาปได้

    เขาคิดว่ามันเหลวไหล

    มนุษย์มักแต่งนิทานโดยโยนบทบาทตัวร้ายให้เผ่าพันธุ์อื่น ทั้งที่เผ่าพันธุ์อื่นไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้นสักหน่อย และในความเป็นจริงเหล่าพ่อมดและแม่มดไม่ได้ว่างงานขนาดจะไปไล่สาปใครต่อใครไปทั่ว ทั้งการสาปมนุษย์ให้กลายร่างเป็นอสูรหรือสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นยังถือเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายร้ายแรงของโลกเวทมนตร์ 

    เขาคิดว่า คงไม่มีพ่อมดหรือแม่มดตนไหนกล้าเอาชีวิตของตนไปเสี่ยง เพื่อสาปมนุษย์คนหนึ่งให้ตามหารักแท้ที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร มีอยู่จริงหรือไม่หรอกมั้ง

    ทำแบบนั้นจะได้ประโยชน์อะไร
    จะเจอรักแท้ของตัวเองเหรอก็ไม่ใช่

    อีกอย่างการจะบอกว่าใครเป็นรักแท้ของใครนั้นยากจะตาย เขาไม่คิดว่าเจ้าคำสาปจะฉลาดถึงขนาดนั้น
    หากวันนี้รักกันเป็นรักแท้
    แต่ต่อมาทะเลาะกันเลิกรา
    จะยังถือว่ารักแท้อยู่ไหม
    เช่นนี้คำสาปที่คลายไปแล้วจะต้องกลับคืนย้อนมาหรือไม่ หรือรักแท้ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตราบชั่วชีวิตเหมือนดั่งในนิทาน

    ดาเนียลมีแต่คำถาม คำถาม และคำถาม

    แล้วทำไมเขาต้องคิดมากกับนิทานหลอกเด็กด้วย แค่ฟังเอาสนุกไป มันอาจจะมีพ่อมดและแม่มดตนอื่นที่คิดต่างจากเขาก็ได้ 
    แต่มั่นใจได้เลยว่าหนึ่งในพ่อมดแม่มดที่สาปพวกมนุษย์ไม่มี 'ดาเนียล คัง' คนนี้อย่างแน่นอน

    .

    .

    "นี่เจ้ากบฟังอยู่มั้ย" 

    เสียงน่ารำคาญพยายามดึงความสนใจจากเขา ดาเนียลถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แต่อีกฝ่ายยังพยายามเรียกร้องความสนใจด้วยการเข้ามากอดก่าย เขาจึงดันตัวออกห่าง แต่ไม่เป็นผล

    ให้ตายสิ
    ใครเป็นคน ใครเป็นหมากันแน่

    .

    .

    เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาอาศัยอยู่กับนายแซนดี้อะไรสักอย่างนี่
    ถึงหมอนี่จะเป็นผู้มีพระคุณที่ให้ทั้งอาหารและที่พักกับเขา แต่เขาคิดว่าหมอนี่ท่าทางไม่ปกติสักเท่าไหร่ 

    ไหนจะชอบนั่งเล่าปัญหาชีวิตของตัวเองให้หมาฟังแล้วไม่ใช่การเล่าแบบธรรมดาด้วยนะ แต่เป็นการเล่าแบบจริงจังประหนึ่งจับเข่าคุยกัน จนเขาอยากกลายร่างมาถกปัญหาชีวิตกับนายแซนดี้ให้รู้แล้วรู้รอด 
    หมอนี่คิดยังไงมาปรึกษาปัญหาชีวิตกับหมาวะ หมามันจะตอบอะไรได้ อย่างมากก็ทำได้แค่รับฟัง ไม่ก็ตอบโฮ่ง 

    ไหนจะชอบถามเอง ตอบเอง หัวเราะคิกคักเองคนเดียว จนบางครั้งเขาแอบหลอน

    แถมยังชอบมโนว่าเขางอนอีก เขาแค่รำคาญไม่ได้งอนสักหน่อย เขาพยายามส่งเสียงประท้วงไปหลายรอบแล้ว แต่นายแซนดี้ก็ยังไม่หยุดมโนจนเขาเหนื่อยใจ

    .

    ถ้ากลับร่างเดิมเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่เขาจะทำคือพานายแซนดี้ไปพบแพทย์

    .

    วันนี้ก็ท่าทางอาการหนักเป็นปกติ เพราะอยู่ดีคนเพี้ยนก็โยนหมอนกับผ้าห่มลงมากองกับพื้น แล้วนอนเล่านิทานให้เขาฟัง หมอนี่ต้องเหงาขนาดไหนถึงมาเล่านิทานให้หมาฟัง หรือมนุษย์เป็นพวกชอบคุยเรื่อยเปื่อยกับสิงสาราสัตว์และต้นไม้ใบหญ้า เขาอาจต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์เพิ่ม
    หรือแท้จริงแล้วแซนดี้อาจเป็นแค่คนขี้เหงาที่ต้องการใครสักคอยรับฟังเรื่องราว และแบ่งปันความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้า อยู่ดีก็รู้สึกเห็นใจนายจอมเพี้ยนขึ้นมา

    เอาเป็นว่าถ้านายต้องการใครสักคนก็เอาอ้อมกอดหมาไปก่อน ถึงจะน้ำลายยืดไปบ้าง แต่อบอุ่นไม่แพ้ใครแน่นอน

    .

    .

    "เป็นอะไรเจ้ากบ"
    "หิวเหรอ"
    "ทำไมมาอ้อน"

    หา อะไร ใครอ้อน
    เขาแค่เอาคางเกยเพราะเมื่อยหรอก ไม่ได้อ้อนสักหน่อย ทำไมเขาต้องอ้อนด้วย

    "ทำหน้ากบอีก"

    น้ำเสียงตื่นเต้นและเสียงหัวเราะสดใสนั่น ทำให้ดาเนียลรู้สึกหงุดหงิด ให้ตายสิ เมื่อไหร่หมอนี่จะเลิกเพ้อเจ้อสักที หมามันทำหน้ากบได้ที่ไหน ชอบพูดจาเรื่อยเปื่อยเสียจริง แล้วหมาซามอยด์สีขาวกับกบอ๊บอ๊บไม่ได้มีความใกล้เคียงกันเลยสักนิด

    ทำไมถึงตั้งชื่อหมาว่ากบ
    เขาว่าเขาน่ารักน่ากอดกว่ากบตั้งเยอะ
    หรือหมอนี่ชอบกบ

    ถึงเขาจะพยายามคิดว่า มันคงเป็นทักษะการตั้งชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว แต่มันไม่มีชื่อที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง

    ดาเนียลแอบงับมือแซนดี้เบาเบาด้วยความหมั่นไส้ แต่คนเพี้ยนกลับส่งยิ้มตาหยีให้เขาอีกครั้ง บ้าบอ ยิ้มอยู่ได้ เขาล่ะเบื่อ

    .

    .

    ดาเนียลมองมนุษย์ประหลาดที่กำลังสนุกสนานกับการเล่านิทานแล้วถอนหายใจ แค่เล่านิทานให้หมาฟังต้องจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพากย์เสียงตัวละครที่หลากหลายและท่าทางกระตือรือร้นนั่น ทำให้เขาตื่นเต้นไปด้วย 
    หรือเขาจะเริ่มเพี้ยนตามแล้ว
    ไม่หรอก
    เขาแค่อินเหมือนดูหนังแค่นั้นแหละ
    ส่วนตำแหน่งจอมเพี้ยนของบ้านยกให้เป็นของแซนดี้คนเดียวพอ เหมาะสมที่สุดแล้ว:)

    .

    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in