Novelber2018pampamgirl
[Chapter 1.23] Turbulence เมื่ออา(กาศ)ปั่นป่วน
  • ธาดายิ้ม… ยกนิ้วขึ้นจิ้มแก้มนุ่มเด้งเหมือนขนมนึ่งของเด็กน้อยไปหลายทีก่อนจะโดนมือเล็กๆ ปัดเบาๆ


    โอย… มัตถ์ครับ หนูทำอาหิว ทำอาอยากกินขนมถ้วยฟูเลย…


    คนเป็นอาทำใจ ดูแล้วปรมัตถ์น่าจะยังไม่ตื่นง่ายๆ เขาจึงใช้แขนข้างหนึ่งสอดเข้าประคองหลังเล็ก อีกข้างสอดใต้สะโพกแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นแนบอก


    ปรมัตถ์เป็นเด็กตัวเล็ก ถึงรูปร่างจะกลมๆ ดูสมบูรณ์ แต่ก็ถือว่าเบากว่าเด็กเจ็ดขวบที่เขาเคยอุ้มมาแล้วหลายคน


    ธาดาลูบผมสีเข้มบนศีระที่ซบอยู่บนหัวไหล่เมื่อเด็กน้อยดิ้นขลุกขลัก ใจจริงเขาไม่ได้อยากกล่อมให้หลานชายหลับต่อ เพียงแต่มือมันขยับไปเองโดยอัตโนมัติทุกทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่สบายตัว


    ธาดาพยักหน้าถามพี่จิตเป็นทำนองว่าถือกระเป๋าคนเดียวได้ไหม เมื่อได้รับคำตอบเป็นการยกนิ้วโป้ง คุณอานักบินที่มีลูกลิงเกาะอยู่กับอกและพี่จิตจึงค่อยๆ เดินลงจากเครื่อง มุ่งหน้าไปหาข้าวเที่ยงทาน ร้านอาหารในสนามบินหาดใหญ่มีไม่มาก


    อืม… เลือกเอาที่ไม่เผ็ดก็แล้วกัน


    .

    .

    .


    ปรมัตถ์ขยี้ตา เขารู้สึกว่านอนเต็มอิ่มและอุ่น…


    เด็กน้อยลืมตา ภาพทางเดินเชื่อมกับเครื่องบินค่อยๆ ห่างออกไปทำให้เขางงอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเป็นเสียงพูดคุยเบาๆ ข้างหูทำให้รู้ตัวว่าอาธาดากำลังอุ้มเขา


    อืม… สบายจัง หลับต่อได้ไหมนะ


    ปรมัตถ์ยกมือขึ้นกอดคอธาดาให้แน่นขึ้น ขาสั้นๆ ที่เมื่อครู่แกว่งเบาๆ อยู่ข้างลำตัวคนเป็นอายกขึ้นกระชับเอว


    “มัตถ์ตื่นแล้วเหรอ”


    อาธาดาจับได้ซะแล้ว…


    ปรมัตถ์จึงพยักหน้า ศีรษะกลมๆ ยกขึ้นจากหัวไหล่ที่ซบอยู่ก่อนมองไปรอบๆ ตัว


    “ดีเลย จะทานอะไรดี? ข้าวมันไก่มั้ยครับ”


    เด็กน้อยมองหน้าคุณอาแล้วพยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง


    ปรมัตถ์ชอบข้าวมันไก่ และธาดาก็รู้ใจถามขึ้นโดยไม่ต้องเลือกร้านอื่นให้เสียเวลา อีกทั้งตัวเขาเองก็ชอบขนมปังไส้คายาหรือสังขยาแบบมาเล และไข่ลวกของร้านนี้โกปี้เตี่ยมในสนามบินหาดใหญ่นี้อย่างมากด้วย


    .

    .

    .


    ทั้งสามคนทานอาหารกันจนอิ่ม ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสี่สิบนาทีก็พร้อมกลับมาเช็คอินเพื่อเข้าเครื่องอีกครั้งแล้ว…


    ดังนั้นตอนนี้ธาดาจึงต้องจำใจทิ้งปรมัตถ์กับพี่จิตไว้ด้านนอกเครื่องแล้วผละเข้าเครื่องไปอีกครั้ง


    แต่ปรมัตถ์กลับเดินตามธาดาไปด้วยอย่างลืมตัว…


    ธาดาที่ได้ยินเสียงจ้อกแจ้กมาจากกราวด์สตาฟทางด้านหลังจึงหันกลับมาพบกับเจ้าตัวน้อยที่ทำหน้าเหลอหลาก้าวขาตามเขามาต้อยๆ


    เพราะเห็นคนเป็นอารีบร้อนจากไปก็เลยกึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม…


    โธ่… ถึงจะทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ขนาดไหน แต่หลานชายของเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำสินะ


    ธาดาหันกลับ ก้าวขาเข้าไปคุกเจ้าลงต่อหน้าเด็กน้อย มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมปลอบโยน


    “อาสัญญานะครับ ขากลับจะชี้ให้ตัวเล็กดูแหลมตะลุมพุกแน่นอนเลย เนอะ...”


    ปรมัตถ์พยักหน้าอย่างว่าง่าย


    และเมื่อหนูน้อยวิ่งกลับไปนั่งข้างๆ พี่จิตตามเดิม ผู้ช่วยนักบินคนเก่งจึงมีกำลังใจรีบเดินกลับเข้าเครื่องไปทำงานต่อได้


    รออีกแป๊บเดียวนะครับ คนดี...

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in