เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Novelber2018pampamgirl
[Chapter 1.15 Turbulence เมื่ออา(กาศ)ปั่นป่วน
  • กล่าวถึงทางผู้ช่วยนักบินธาดาที่อยู่ในค็อกพิทตามลำพังกับนักบินรุ่นพี่…


    วันนี้สภาพอากาศภาคพื้นดินของสนามบินสุวรรณภูมิปลอดโปร่งเหมือนอารมณ์กัปตันไฟล์ทนี้ ดังนั้นบรรยากาศตั้งแต่รายงานตัวจนกระทั่งถึงตอนนี้จึงสดใสสะดวกสบายไปเสียหมด แม้แต่การนำเครื่องขึ้นที่ปกตินักบินจะเป็นฝ่ายตกลงกันว่าใครจะเป็น PF ใครต้องการเป็น PM กัปตันมานพก็เป็นคนเลือกเอางานหนักกว่าไป


    ธาดาจึงทั้งสบายกายและสบายใจไปพร้อมๆ กัน


    โดยปกติแล้ว Pilot Flying หรือ PF เป็นฝ่ายที่มีหน้าที่บังคับเครื่องบิน เครื่องยนต์ รับผิดชอบในการเฝ้าดูและติดตามระบบนำร่อง รวมทั้งปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดไว้ในสมุดคู่มือสำหรับนักบิน


    ส่วน PM คือ ตำแหน่ง Pilot Monitoring คอยทำหน้าที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ตรวจสอบการทำงานของนักบินควบคุมเครื่องหรือ PF ว่ามีลักษณะถูกต้องและปลอดภัยตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในคู่มือหรือไม่ รวมทั้งจะต้องคอยสอดส่อง สังเกตการทำงานของระบบต่างๆ ของเครื่องบินว่าเป็นไปอย่างราบรื่นเที่ยงตรงไม่มีจุดใดบกพร่อง


    ทั้งสองตำแหน่งนี้ กัปตันและนักบินผู้ช่วยสามารถตกลงกันได้ก่อนขึ้นบิน หรือแม้กระทั่งสลับหน้าที่กันระหว่างที่ทำการบินอยู่ก็ได้


    และนั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ธาดายิ้มกริ่มอยู่ในใจ… เพราะกัปตันมานพคงอารมณ์ดีมาก ถึงขนาดเอ่ยปากบอกออกมาเองว่าวันนี้อยากเป็นพีเอฟทั้งขาไปขากลับ ทำให้ตัวธาดาเป็นฝ่ายรับหน้าที่ไพล็อตมอนิเตอร์


    หน้าที่โปรดของเขาเลย...


    ดังนั้น ตั้งแต่อยู่บนพื้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ปกติของเที่ยวบิน ธาดาจึงได้ทำเพียงหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับหอบังคับการและพนักงานบนเครื่องเท่านั้น…


    สำหรับคนที่ไม่ใช่นักบินอาจจะฟังดูเหมือนไม่ง่าย… แต่เนื่องจากการสื่อสารด้วยวิทยุเป็นสิ่งที่ธาดาถนัดและชอบมากมาตั้งแต่สมัยเป็นนักบินฝึกหัด เขาจึงรู้สึกว่าวันนี้โชคดีจริงๆ ที่ได้แลกมาบินไฟล์ทหาดใหญ่


    ถึงแม้ยังจะฉุนเจ้าพีระอยู่นิดๆ ก็เหอะ..


    ว่าแต่… พูดถึงพีระ มีอยู่อย่างเดียวที่ยังทำให้นักบินหนุ่มรู้สึกกังวลไม่หาย นั่นก็คือก่อนหน้าที่จะปลีกตัวเข้ามาในห้องนักบิน เขากระซิบไหว้วานให้นักบินรุ่นน้องช่วยดูแลปรมัตถ์ที่นั่งอยู่ด้านนอกนั่น…


    จริงๆ ใจนึงก็คิดว่าไม่รู้ฝากหลานไว้กับคนผิดหรือเปล่า…


    อีกใจหนึ่งก็อยากทำใจดีสู้เสือ พยายามมองว่าพีระก็โตป่านนี้ เป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่การงานเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว ก็น่าจะฝากผีฝากไข้ไว้ใจได้มากขึ้นกว่าสมัยยังวัยรุ่นละมั้ง…


    ธาดาคิดพลางมุ่นหัวคิ้ว…


    แต่ถ้าเจ้าพีระเล่นแผลงๆ เอาปรมัตถ์เข้ามาในค็อกพิทตอนกำลังบินอยู่ ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์เลี่ยงกัปตันมานพไปได้ครั้งนึงแล้วล่ะก็…


    พ่อจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกให้จั๋งหนับเลยคอยดู…


    เสียงสัญญาณเตือนว่ามีบางคนต้องการขออนุญาตเข้ามาในห้องนักบินดึงให้ธาดากลับออกมาจากความคิดฟุ้งซ่าน


    และเมื่อชายหนุ่มกดปุ่มเปลี่ยนช่องรับสัญญาณจากจอเรดาห์เพื่อสลับเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้เหนือประตูห้องให้แสดงผลขึ้นบนมอนิเตอร์แทน ใบหน้ายิ้มแฉ่งของพีระก็ปรากฎขึ้นเต็มจอ…


    ตายยากจริงๆ นายคนนี้…


    ธาดามองผ่านหน้าจอขุ่นมัวสีขาวดำที่ฉายภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ทำให้ต้องพยายามเพ่งเลยไปทางจุดขาวๆ ที่ล้อมรอบด้วยวงมืดๆ ด้านหลังของนักบินรุ่นน้องอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดประตูดีหรือไม่


    เพราะอย่างที่นักบินรู้ๆ กัน การนำบุคคลภายนอกเข้าห้องนักบินถือเป็นการกระทำที่ผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถึงแม้ปรมัตถ์ยังเด็ก แต่ยังไงกฏก็ต้องเป็นกฏ


    ธาดาหวั่นใจ...

    เขาน่ะรู้ตัวและไม่ทำแน่ๆ … แต่เจ้าพีระเนี่ย ดูจากนิสัยแล้ว เขาวิตกเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะบ้าระห่ำแอบเนียนเอาเด็กน้อยเข้ามาด้วย…


    นักบินผู้ช่วยถอนใจเฮือก เรียกสายตาฉงนจากนักบินที่หนึ่งให้พุ่งมาหาตัวเอง


    “หนักใจอะไรเรอะธาดา พีระน่ะสนิทกันไม่ใช่เหรอ เมื่อเช้าเห็นชื่อณภัทรเปลี่ยนเป็นคุณ ผมยังนึกว่าแลกมาบินด้วยกันซะอีก”


    ยิ่งกัปตันมานพตอกย้ำ ธาดายิ่งรู้สึกอ่อนใจกับเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เขาก็โคลงศีรษะเล็กน้อยไล่อาการเซ็งออกไปได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะหันไปยิ้มตอบอย่างสุภาพ


    “สนิทครับ… แต่หมอนี่ก็ทำให้ผมต้องปวดหัวอยู่เรื่อยเลย…”


    “แต่ผมว่าเขาฮาดี”


    กัปตันมานพหัวเราะเสียงดัง ก่อนเป็นคนเปิดระบบปลดล็อกให้คนด้านนอกที่ยืนรออยู่เสียเอง


    อ้าว... กัปตันครับ!

    “โห… คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ได้ยินเสียงกัปตันมานพขำใหญ่เลย”


    ร่างสูงใหญ่ของนักบินฝึกหัดก้าวเขามายังไม่ทันไร เสียงโหวกเหวกก็ดังแทรกขึ้นมาก่อนธาดาจะเห็นตัวเสียอีก


    เฮ้อ… ไม่เคยเปลี่ยนเลย เจ้าพีระ


    “พี่บอกให้เรียกพี่นพไงไอ้พี! มากัปตงกัปตันอะไร ห่างเหินจริง!”


    ธาดาเลิกคิ้วสูง หันมองกัปตันมานพที มองพีระที่ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาอย่างกวนอวัยวะเบื้องล่างที ถ้าเขาจำไม่ผิด สองคนนี้ไม่เคยบินด้วยกันนี่ ไปสนิทสนมกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…


    เอ๊ะ… ว่าแต่ด้านหลังเจ้าพีไม่มีเจ้ามัตถ์ใช่ไหมนะ


    ธาดาชะเง้อมองไปทางหน้าประตูห้องนักบินเพราะเกรงว่าพีระจะแอบเอาหลานชายเขาเข้ามาเซอร์ไพร์ส ครั้นชะโงกดูตั้งนานสองนานแล้วก็ยังไม่เห็น แสดงว่าพีระก็คงรู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำในไฟล์ทเก็บคะแนนทดสอบบินของตัวเองอยู่เหมือนกัน


    เฮ้อ… โล่งอกไปที


    ...แต่จะมีใครนึกบ้างว่า... ถ้าธาดารู้ว่าจริงๆแล้วคนที่ทำให้พีระระลึกได้ว่าไม่ควรพาคนนอกเข้าห้องนักบินเป็นเด็กน้อยปรมัตถ์ไม่ใช่เด็กโข่งอย่างพีระ เขาจะทำหน้ายังไงกันนะ…


    จะยิ้มแย้มชื่นชมรุ่นหลานอย่างปรมัตถ์ หรือจะแยกเขี้ยวยิงฟันแล้วถวายมะเหงกให้รุ่นน้องอย่างพีระดี...





    __________________


    Talk: วันนี้มีคำที่คิดว่าค่อนข้างเก่าถึงล้าสมัยด้วยค่ะ มีใครจับได้มั้ยคะว่าคำไหน และวัยรุ่นยังใช้กันอยู่บ้างมั้ยคะ บอกกันได้น้า~

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in