Shitty ideas that (maybe) one day will become the great storyb_amboo
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน [9Satra:ยักษ์กินยักษ์] Open wound
  • Inspirational song : Kokoronashi - Majiko (<3<3<3)



    Type : Fan Fiction
    Fandom : 9 satra
    Pairing : ยักษ์กินยักษ์



                         [ข่าวต่อไปว่าด้วยเรื่องการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ตอนนี้มีการออกนโยบายการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตในกรณีที่มีผลกระทบต่อจิตใจ และผลกระทบต่อรายได้ภายในครอบครัวอย่างชัดเจนมากขึ้น--]
                         

                         มารตาคนซุปในหม้อต้มพรางเงี่ยหูฟังเสียงโทรทัศน์ ผู้ประกาศข่าวสาวพูดถึงรายละเอียดของกฏหมายข้อใหม่ที่พึ่งได้ข้อตกลงแบบเป็นทางการหลังจากขัดแย้งกันมานาน


                         เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออก รองเท้าหนังถูกถอดทิ้งกระจัดการจาย ทารคาฝ่ารถติดกลับมาจากที่ทำงานด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย เขาโหมงานหนักมาเป็นอาทิตย์ไม่ได้หยุดพัก ตอนนี้สภาพแทบไม่ต่างจากซอมบี้ในหนังยุค50


                         "ปิดประตูด้วยสิพี่" มารตาถอนหายใจแล้วเดินไปปิดประตู เขาหันไปมองทารคาที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา "หิวรึยัง เดี๋ยวผมไปเอาเบียร์มาให้ รอข้าวอีกแป้บนึงนะ"


                         "เออ" ทารคาตอบห้วนๆเป็นปกติ มารตาเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบเบียร์กระป๋องออกมาวางไว้ใกล้ๆมือ หันกลับไปเช็คซุปในหม้อแล้วจึงนำกระป๋องเบียร์ไปให้พี่ชาย "ขอบใจ" ทารคารับเบียร์มาเปิดดื่ม


                         "อย่าดื่มไวไปล่ะ" มารตาพูดทิ้งท้ายแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว "วันนี้มีจดหมายกับพัสดุส่งมาด้วย อยู่บนโต๊ะน่ะ" เขาพูดแล้วยกหม้อซุปลงจากเตา ตักข้าวใส่จาน จัดไว้บนโต๊ะอาหารเตรียมไว้สำหรับ1คน


                         "..พวกนิตยสารของมึง พรุ่งนี้ยกเลิกให้หมดซะ จะได้เลิกส่งมาซักที" ทารคาพูดในขณะที่ดูซองจดหมาย


                         "ครับ" มารตาพยักหน้ารับคำสั่ง "เอาเบียร์อีกกระป๋องมั้ย" มารตามองพี่ชายเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร


                         "พอแล้ว เอาน้ำเปล่า" ทารคาพูดแล้วส่งกระป๋องเบียร์เปล่าให้น้องชาย มารตาพยักหน้าแล้วเอากระป๋องเบียร์ไปทิ้ง เขารินน้ำจากเหยือกใสใส่แก้ว


                         "วันนี้กฏหมายเยียวยาครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุออกมาชัดเจนแล้วด้วยนะ" มารตาพูดแล้ววางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะ


                         "บอกกูทำไม" ทารคาถาม "ไม่เห็นเกี่ยวกับกูเลย"


                         "ทำไ--"


                         ทารคากระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น มารตาชะงักแล้วเก็บทุกคำที่กำลังจะพูดกลับเข้าปาก ทารคานั่งนิ่งอยู่ซักพักแล้วเริ่มกินอาหารต่อ


                         "บอกว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ไม่เถียงซักวันจะตายรึไงวะ"


                         "..." มารตายืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆไม่ได้พูดอะไรต่อ เขามองดูพี่ชายกินข้าวจนเสร็จสรรพ "ผมเตรียมเสื้อผ้าไว้ในห้อง อาบน้ำก่อนแล้วค่อ--"


                         "กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู!" ทารคตวาด "มึงมีหน้าที่บงการชีวิตกูรึไง!" เขาชกเข้าที่ใบหน้าของน้องชายจนถลาล้มลงกับพื้น "กูทำงานเหนื่อยแทบตาย! ต้องมาประสาทเสียกับมึงอีก!"


                         "..." มารตายันตัวลุกขึ้นยืน "ถ้างั้นพี่ต้องการให้ผมทำอะไรครับ"


                         "อย่าเรียกกูว่าพี่" ทารคาพูด "ไสหัวไป กลับเข้าที่ของมึงไป"


                         "ครับ" มารตาพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป "ยาอยู่ในลิ้นชัก คุณต้องกินนะครับ เพื่อตัวของคุณเอง"


                         "..." ทารคายกมือขึ้นกุมขมับ อาการปวดหัวเรื้อรังเข้าจู่โจมในขณะที่น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้ง2ข้าง เขาเดินไปหยิบยาในลิ้นชักตามที่น้องชายบอก กินมันลงไปทั้งที่ไม่อยากยอมรับอาการของตัวเอง เขาเดินไปที่กล่องพัสดุเล็กๆแล้วแกะเชือกที่มัดไว้ออก


                         ภายในมีโทรศัพท์หน้าจอแตกละเอียด เคสเต็มไปด้วยรอยถลอก ทารคากดเปิดหน้าจอที่ดับอยู่ มันสว่างขึ้น.. มีแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับ34สาย


                         ภาพวันวานหวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ในวันที่เขาและน้องชายทะเลาะกันจนถึงขั้นแตกหัก มารตาคว้ากุญแจรถแล้วขับรถออกไปจากบ้าน ไม่ว่ากี่ครั้งที่เขาโทรไป น้องชายก็ไม่รับสายเลยซักครั้ง


                         จนกระทั่งครั้งที่35..


                         "คุณคือญาติของเจ้าของโทรศัพท์ใช่มั้ยครับ?" เสียงของคนที่ไม่คุ้นเคยพูด "น้องชายของคุณประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาลครับ"


                         โลกทั้งใบของเขาแทบแหลกสลาย เขาจำอะไรแทบไม่ได้เลยหลังจากนั้น เขาไปที่โรงพยาบาล บุรุษพยาบาลเข้ามาห้ามเขาไว้ก่อนที่จะบุกเข้าไปในห้องผ้าตัด จนสุดท้ายมารตาก็ไม่ได้ออกมา..


                         ในตอนนี้เขาทำได้แค่ร้องไห้กับความงี่เง่าของตัวเอง และรับความช่วยเหลือจากนโยบายเยียวยาครอบครัวของผู้ประสบอุบัติเหตุ


                         "ในส่วนของความสียหายทางจิตใจเราคงเยียวคุณได้เท่านี้ในตอนนี้" เจ้าหน้าที่พูดแล้วยื่นชิพสีขาวอันเล็กๆให้ทารคา "ได้โปรดรับไว้ ถึงมันจะยังไม่ออกมาเป็นกฏหมายที่เป็นรูปธรรม แต่ภายในไม่กี่วันเราเชื่อว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน"


                         ทารคาหยิบโทรศัพย์พังๆขึ้นมาแนบอก ปลดปล่อยน้ำตาและคำขอโทษที่มารตาไม่มีทางได้ยินออกมาจนเสียงแหบแห้ง


                         "..." ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามายืนด้านหลัง


                         "..." ทารคาหันกลับไปมอง


                         "พี่ ร้องไห้ทำไมครับ?" สิ่งที่ถูกโปรแกรมชื่อแทนตัวว่ามารตายิ้มให้ผู้ครอบครองโดนชอบธรรมของตน ย่อตัวงนั่งข้างๆทารคา "ถ้ารู้สึกไม่ดีเมื่อไหร่ให้มาหาผม จำได้มั้ยครับ" แขนทั้งสองอ้าออกรับน้ำหนักตัวของทารคาที่โถมเข้ากอด 


                         "กูขอโทษ" ทารคาพูดทั้งน้ำตา "กูขอโทษ กูขอโทษไอ้ชาด" โอบกอดร่างที่ไร้ความรู้สึกด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร่ำขอโทษต่อสิ่งแทนตัวของน้องชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า




                         ...




                         "..."

                         [โรงพยาบาลจิตเวชยินดีให้บริการ Operator android model-2110 ติดต่อเรื่องอะไรคะ]

                         "ติดต่อจากService android model-3041 ผู้ป่วยจิตเวชรหัส728 มีอาการตื่นตระหนกขั้นรุนแรงเนื่องจากอาการป่วยโดยตรง ช่วยส่งรถพยาบาลมาที่ที่อยู่นี้ด่วนครับ"


  • 1


                         มารตานั่งหลับตาอยู่หน้าห้องตรวจ ฟังเสียงผู้คนเดินผ่านไปมาในโรงพยาบาล เสียงของหมอที่กำลังตรวจอาการของทารคาในห้อง เสียงประกาศเรียกคิวผู้ป่วย เขารู้สึกถึงสัมผัสเบาๆที่ขาจึงลืมตาขึ้น


                         "..." เด็กน้อยวางมือลงบนตักของเขา มารตายิ้มแล้วเอ่ยถาม


                         "มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ" เด็กน้อยชี้ลงไปใต้เก้าอี้ที่มารตานั่งอยู่ เขาก้มลงมองลูกบอลสีแดงแล้วเอื้อมมือเข้าไปหยิบมันออกมา "นี่ครับ"


                         "ขอบคุณค่ะ" เด็กน้อยพูดแล้วรับลูกบอลมาถือไว้ในมือ "คุณลุงมาหาหมอหรอคะ"


                         "เปล่าครับ พาพี่ชายมาหาหมอครับ" มารตาตอบ เด็กน้อยชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องตรวจ


                         "หน้าตาไม่เห็นเหมือนกันเลย" เธอหันกลับมามองมารตาแล้วพูดขึ้น


                         "น้องมะปรางค์" เสียงหนึ่งพูดขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวเดินเข้ามาคว้าตัวเด็กน้อยเอาไว้ เธอเงยหน้ามองมารตา "คุณแม่ตรวจเสร็จแล้วค่ะ กลับบ้านกันเถอะค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้ารับแล้ววิ่งไปหาแม่ของตนที่เดินตามหลังมา


                         "เหนื่อยหน่อยนะครับ" มารตาพูด


                         "คุณก็เหมือนกันนะคะ" หญิงสาวตอบแล้วเดินจากไป


                         คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงคำพูดที่ถูกโปรแกรมไว้เวลาที่ต้องมีกิจกรรมที่เชื่อมต่อกันระหว่างแอนดรอยด์ เพื่อจำลองพฤติกรรมของมนุษย์ และสร้างสภาพแวดล้อมให้เป็นสังคมในอุดมคติของผู้ลงโปรแกรม


                         มารตาไม่รู้ว่า 'เหนื่อย' เป็นยังไง เขารู้แค่ว่าถ้าพลังงานกำลังจะหมด แขนงต่างๆจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มันจะรับน้ำหนักได้น้อยลง ขยับได้ช้าลง ถ้าผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ต้องการจะสร้างแอนดรอยด์ให้ใกล้เคียงกับมนุษย์ตามที่โฆษณาไว้ในโทรทัศน์ อาการ 'เหนื่อย' ของมนุษย์เองก็อาจจะคล้ายๆกัน


                         เสียงฝีเท้าจากในห้องดังขึ้น มารตาลุกขึ้นยืนรอรับผลการตรวจ หมอเดินออกมาจากในห้องตรวจพร้อมแฟ้มประวัติของทารคา เขามองมารตาแล้วเดินจากไปแบบไม่ได้พูดอะไร


                         "เหนื่อยหน่อยนะคะ" แอนดรอยด์ผู้ช่วยเข็นวีลแชร์ที่ทารคานั่งอยู่ออกมาจากในห้อง "ผู้ป่วยรหัส728มีภาวะเครียดสะสม และร่างกายอ่อนล้าเนื่องจากพักผ่อนน้อย คุณหมอสั่งให้พักผ่อนดูอาการที่โรงพยาบาล3วัน เมื่อครู่คุณหมอให้ยาระงับประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงซึมซักระยะ ห้องพักอยู่ตึกผู้ป่วยใน ห้อง302ค่ะ"


                         "ขอบคุณครับ" มารตาตอบแล้วรับช่วงต่อพาทารคาไปที่ห้องพัก "ช่วงที่พี่นอนพักผมจะลงไปซื้อของใช้มาให้ อยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ"


                         "..." ทารคาไม่ได้ตอบ มารตาก้มมองพี่ชายที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยา แล้วค่อยๆเข็นวีลแชร์ไปที่ห้องพัก เปิดประตูด้วยความเบามือ ช้อนร่างของผู้เป็นเจ้าของขึ้นวางบนเตียง จัดแจงท่านอน ดึงผ้าขึ้นมาห่ม


                         "อยากแดกเบียร์" เสียงบ่นเบาๆดึงสายตาของมารตาไปที่ทารคา


                         "ผมซื้อเบียร์มาให้ไม่ได้ครับ มันเป็นกฏของโรงพยาบาล" มารตาพูดแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำและแก้วออกมาเทให้ทารคา "ถ้าคอแห้งก็ดื่มน้ำเถอะครับ"


                         "..." ทารคาหันหน้าหนี


                         "พี่ไม่ได้ดื่มน้ำมาเกิน2ชั่วโมงแล้---" มารตาพูดก่อนจะชะงักเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดคำที่อีกฝ่ายสั่งว่าห้ามพูดออกไป "..คุณไม่ได้ดื่มน้ำเกิน2ชั่วโมงแล้ว ดื่มเถอะครับ"


                         "..ไปล็อคประตู" ทารคาหันกลับมามองแอนดรอยด์ของตัวเองแล้วพูดสั่ง เขายอมรับน้ำมาดื่มแล้วมองมารตาเดินไปล็อคประตูห้อง "มานี่" เขาขยับเบี่ยงไปฝั่งหนึ่งของเตียง มารตาปีนขึ้นไปนอนบนเตียง โอบกอดร่างของอีกฝ่ายเบาๆในขณะทีทารคาซบใบหน้าลงบนอกของตน


                         "คุณยังรู้สึกไม่ดีอยู่หรอครับ?" มารตาถาม "ให้ผมเรียกหมอมั้ยครับ"


                         "เรียกกูว่าพี่สิ" ทารคาพูด "เป็นมารตาให้กู แบบที่มึงถูกโปรแกรมไว้นั่นแหละ"


                         "..ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นความคิดที่ดี" มารตาพูด "ตั้งแต่ผมถูกจดทะเบียนให้เป็นสมบัติของคุณ คุณปฏิเสธผมที่เป็นมารตามาทั้งหมด7ครั้ง ทำฮาร์ดแวร์ของผมชำรุด3ครั้ง การเป็นมารตาอาจจะไม่ทำให้คุณดีขึ้น"


                         "ถ้างั้นคงไม่มีวันที่กูจะดีขึ้นได้" ทารคาพูดแล้วผละตัวออกห่างจากแอนดรอยด์ของตน "ลงไป" เขาพูดแล้วตะแคงข้างหนีไปอีกฝั่ง


                         "..." หุ่นยนต์ร่างยักษ์ค่อยๆประมวลผลท่าทางอารมณ์ของเจ้าของ มารตาขยับเข้าไปสวมกอดทารคาจากด้านหลัง "อย่าโกรธสิครับพี่ ผมแค่อยากให้พี่ดีขึ้น"


                         "..." ทารคาไม่ได้ตอบกลับ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดนั้น มือทั้ง2คู่ประสานเข้าด้วยกัน มันผิดปกติ ความสัมพันธ์ลับๆของพี่น้องที่ไม่ได้มีอยู่ในฐานข้อมูล มารตาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันใกล้เคียงกับสิ่งที่มารตาคนก่อนหรือไม่ แต่ตราบใดที่มันทำให้หน้าที่ดูแลผู้ป่วยรหัส728ในอ้อมแขนของเขามีอาการดีขึ้นตามเป้าหมายของผู้พัฒนาแอนดรอยด์ เขาก็จะทำ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
kizu_amakusa (@kizu_amakusa)
เป็นนิยายมันโอเค แต่ถ้าชีวิตจริงมันไม่โอเค... ฮืออออออ
jeanhawl (@jeanhawl)
ความทรงจำคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในยามมันไม่มีอนาคตของเรื่องราวนั้นอีกต่อไปแล้ว

แวว กอดพี่ทา