Cause...JUPETER
Cause I'M A GIRL
  •         สวัสดีค่ะ...นี่เป็นการเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเองเป็นครั้งเเรกในชีวิตเลย เเถมเเบบเปิดเผยด้วย เเน่นอนเเหละว่าเขินเเล้วก็อาย5555 เพราะโดยพื้นฐานของเราเป็นเด็กที่ขี้อายอยู่พอสมควร เป็นมาตั้งเเต่เด็กๆล่ะ เเละไอ้ความที่ขี้อายนี่เเหละก็เป็นตัวจุดฉนวนของเราเลย (คิดว่านะ)
            
           เราเชื่อว่าส่วนใหญ่หลายๆคนก็คงเคยผ่านจุดที่เคยเเอบชอบใครสักคนในโรงเรียนมาเเล้ว เเต่ก็อาจจะมีคนที่ไม่ได้อินกับเรื่องพวกนี้เลยเเบบจริงๆ เเรกๆเราก็คิดว่าเราก็คงจะไม่ชอบใครอะเนาะ เเต่ตามธรรมชาติความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้  คือถ้าให้พูดตามตรงบทความนี้ก็ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยค่ะ มันเป็นเพียงเเค่ความรักเล็กๆของเด็กวัยเรียน เเค่รู้สึกอยากระบายกับใครสักคน เเต่ก็กระดากอายที่จะพูดตรงๆกับคนอื่น จนมาเจอกับminimoreนีเเหละ5555 ภาษาอาจจะเเปล่งๆหน่อย ส่วนตัวเราก็เขียนพวกฟงพวกฟิคไรเเบบนี้นะ เเต่พอมาเป็นเรื่องตัวเองนี่เรียงประโยคไม่ค่อยเป็นเลย เเต่จะพยายามค่ะ 😅
       
           อะเริ่มดีกว่า...คือเรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากเราย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเเห่งนึงตอนเข้าม.1 เราเป็นคนใส่เเว่นตั้งเเต่เล็กๆ หน้าพื้นไม่มีจุดเด่นเเล้วก็เรียบร้อยมากๆๆ(ตอนนั้น) เเล้วก็ไม่กล้าเข้าไปคุยกับใครก่อน(ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่) กว่าจะหาเพื่อนได้นี่...จำก็ไม่ค่อยได้เเระว่ามีเพื่อนกะเค้าได้ยังไง 
      
            เเต่หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ ก็มีเพื่อนคนนึง ขอใช้นามสมมุติว่า 'เอ' ละกัน เอเป็นคนตัวสูงเลยต้องนั่งเเถวหลังๆตลอดซึ่งห่างจากเราไปหลายเเถว เเต่วันนึงนังก็เข้ามาคุยกับเรา ไม่เชิงว่าคุย เเต่จะเป็นอารมณ์เเบบขอยืมเเม็กบ้าง ยางลบบ้าง ไส้ดินสอบ้าง เราที่ไม่เคยมีความรู้สึกชอบใครมาก่อนก็สงสัยเเบบ ทำไมไม่ยืมเพื่อนข้างๆไรงี้5555เลวจัง 
           เเต่เอจะมีพฤติกรรมเเบบ ยืมของเเล้วจะชอบยิ้มหวานให้ตลอด ตอนนั้นเเหละที่เราเริ่มรู้สึกว่า 'น่ารักดี'
           เอทำเเบบนี้ตลอดจนใกล้จบม.1 เรามั่นใจเเน่ๆละว่าชอบเอ เเต่ก็เเค่เเอบชอบ หลังๆเราก็หลบตาบ้างเขินๆบ้าง เเล้วก็คิดว่าเอก็น่าจะรู้เเหละ เพราะเราเก็บสีหน้าไม่ค่อยเก่ง ตอนนั้นโลกสีชมพูสุดๆเห็นเเล้วมีความเคลิม ไปเรียนก็ชะเง้อหาประจำ ได้เห็นเเล้งเป็นสุขจิต
           เเต่ความโชคร้ายก็มาเยือน เมื่อตอนขึ้นม.2ที่บ้านให้เราย้ายโรงเรียน ไปเรียนที่ต่างจังหวัด เราก็ไม่ได้อิดออดอะไร เรียนที่นั่นอยู่2ปี จนจบม.3 ที่นั่นเหมือนช่วยดึงด้านมืดตัวเราออกมาเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะเพื่อน สังคมในนั้น จากที่ไม่พูดคำหยาบก็เริ่มพูด รู้สึกได้ว่าตัวเองเริ่มกล้าจะทำอะไรขึ้น เเต่ลึกๆเเล้วก็ยังโอบอ้อมอารีอยู่ ในช่วงนั้นเราก็ลืมๆเอไปบ้างเเล้วเเหละ เเต่ก็ยังจำความละมุนของนังได้อยู่5555 ในใจลึกๆก็คิดว่าเราคงเลิกชอบเอไปเเล้ว เพราะอยู่ที่นั่นก็มีคนที่เเอบๆชอบเหมือนกัน เเต่เเค่เดือนสองเดือนความรู้สึกนั้นก็หายไป 

            จนขึ้นม.4 เราย้ายกลับไปเรียนที่เดิม ใจนึงก็ดีใจ ใจนึงก็เศร้านิดๆ เพราะเพื่อนในกลุ่มตอนม.1เเยกไปเรียนคนละสายกะเราหมดเลย บางคนก็ทัก บางคนก็เหมือนลืมไปสนิท เฟลสุดTT
            เเล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้เจอกับเออีกครั้ง ตอนนั้นเราเลิกเรียนคาบดนตรี กำลังเดินกลับห้อง จังหวะนั้นเองก็ปร๊ะ!! เอกำลังเดินมากับเพื่อนอีกคน ตอนนั้นเราไม่ได้มีอาการใจเต้นหรือเเบบตื่นเต้นอะไรเลย มันเป็นอารมณ์ที่ทำตัวไม่ถูกมากกว่า จนเอเดินมาหยุดที่หน้าเราเเล้วก็ขอยืมอูคูในมือเรา ตอนนั้นเราเออเร่อมาก ทำตัวไม่ถูก เเล้วก็กลายเป็นว่าเราดันไปดึงหน้าใส่เอ นั้นเเหละสิ่งที่เราคิดว่ามันคือชะตาของเรากับเอต่อจากนั้น




              
  •      
           ถึงไหนเเล้วเง่าะ
        
    •    เรากลับคราวนี้ก็ไม่ได้มีอะไนเปลี่ยนไปมาก นอกจากการพูดจาที่ดูเลวขึ้น กับสิวฮอร์โมนที่ก่อบนหน้า เออลืมไปว่าตอนนั้นที่เจอกับเอ เราก็กังวลเรื่องหน้าเราด้วยส่วนหนึ่ง คนเป็นสิวน่าจะเข้าใจนะ ถ้ามีสิวเเล้วต้องไปเจอคนที่เคยชอบอะไรทำนองนั้น เเล้วเพื่อนเอเราก็ไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ด้วย ยอมรับว่าตอนนั้นเราเข้าใจว่าหยิ่งอะ ฮืออ ถ้าให้พูดตรงๆเราก็ยังขี้อายอยู่ เอเรียนคนละสายกับเราด้วย ซึ่งในขณะที่เราไม่เปลี่ยนไปเลยจะมีก็เเต่เเย่ลง เเต่เอกลับดูดีขึ้นㅠㅠ ตัวสูงขึ้นมากอะ ไม่เเน่ใจว่า170เท่าไหร่  เพราะเป็นนักกีฬาด้วย ส่วนเราก็ขึ้นนะ ขึ้นจาก153 เป็น 154เเล้ว เย่ ตอนนั้นเรารู้มาจากเพื่อนกลุ่มของตัวเองนี่เเหละว่าเอมีคนชอบเยอะ เราก็เเบบ จิงดิ ไรงี้ ตอนนั้นเหมือนตัดใจจากเอได้เเล้วนะเลยได้ยินเเบบนั้นก็ไม่รู้สึกอะไร ตอนนี้ถ้าให้ฟังอีกอะหรอ หึ        
    •      เรารู้สึกว่าหลังจากที่เราเผลอดึงหน้าใส่ เอก็ไม่เข้ามาหาเราอีกเลย ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอะ เเต่ก็ยังรู้สึกผิดมาตลอดที่เผลอทำเเบบนั้น อาจเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เเต่มันเป็นเรื่องที่เราลืมไปไม่ได้จริงๆๆๆ เหมือนถูกตัดสัมพันธมิตรดีๆไป      
    •    จนผ่านมาม.5 ไปม.6 ก็คือปัจจุบันนี้ ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงเริ่มกลับมาชอบเอได้ เเล้วก็เหมือนจะชอบมากกว่าเดิมจากตอนม.1อะ เเบบเข้าไปส่องเฟสไรงี้ เเอบมองไปได้สักพัก ตอนนั้นมีวิชาที่ต้องเรียนรวมกับห้องอื่น ในนั้นก็มีบี(นามสมมุติ) อยู่ด้วย ตอนนั้นเราก็ขีดๆเขียนๆงานไป จนเจอคำนึงที่สะดุดจากบีที่กำลังคุยกะเพื่อน ก็คือชื่อของเอ ความจริงชื่อของเอโหลนะ เเต่บีดันเจาะจงว่าเปนนักกฬ.เราเลยเเบบ จะมีใครอีก ก็จับใจความได้ว่าบีชอบเอนั่นเเหละ เราเฟลมากตอนนั้น เพราะบีเเบบสวย เป็นเด็กกิจกรรมด้วย เเล้วเราก็ไม่ได้มีอคติกับบีเลย ออกจะปลื้มด้วยซ้ำ  เเอบเอาเรื่องนี้กลับมาคิดอยู่หลายวัน จนเริ่มปลงๆไม่คิดมากล่ะ 
    •     เราเลยตัดสินใจสมัครไอจีเล่นกะเค้าดู โดยปกติเล่นเฟสเเต่ไม่เคยโพสอะไรเลย นี่คือเรื่องจริง55555ㅜ ㅜ เราลองสมัครเอาเเล้วก็ฟอลไปเเค่อปป้าสามสี่คนเเค่นั้น เเต่อยู่ๆเราก็เกิดกล้าได้กล้าเสีย ไปเห็นไอจีเอ กะจะไปส่อง เเต่เอดันล็อกเอาไว้เเค่คนที่ฟอล เราก็เลยโป๊ะๆๆ เราใจกล้าเเบบฟอลเอไป คนที่หกหรือเจ็ดไม่เเน่ใจ ประมาณเกือบๆยี่สิบนาทีเอก็รับเรา ละเราก็อารมณ์เเบบ กรั่กๆๆๆหวีดในใจ5555 เเต่พอเราเข้าไปส่องภาพเอ เราก็เจอคอมเม้นต์นึง ตือชื่อมันตงิดใจมาก ก็เลยเข้าไปดู ปรากฎว่าเป็นไอจีของบี!! ละเนื้อหามันเเบบ ดูละมุนยังไงบอกไม่ถูก เต้าเม้นต์หากัยเเล้วอะะ ดูเราดิ ขนาดเดินผ่านยังไม่เลี่ยงเลย ใจหล่นสุดๆวันถัดมาเราเลยไปลบเเอคตัวเองทิ้งเลยเเบบไม่ลังเลที่เสียเวลาสมัครตั้งนาน เพราะไม่อยากอันฟอลเอ มันเป็นความรู้สึกลึกๆในใจว่าไม่อยากทำงั้น คือประเด็นมันอยู่ที่ว่า บีก็เเฟนอยู่เเล้วด้วยละมั้งถ้าได้จากที่ได้ยินมา เเต่เพื่อนของบีคนอื่นๆก็รู้ว่าบีชอบเอ เหมือนจะเชียร์ด้วะ ทั้งงานรร.เพื่อนบีก็ชอบ ยังไงอะ เราก็พูดไม่ถูก เหมือนจะคอยพาเอมาหยอกๆบีไรงี้มั้งนะ ละมันผีตรงที่ว่าทำไมเราต้องเห็น คือหันไปมองนู่นนี่เเบบไม่ได้เจาะจงที่เอ เเต่ก็จะเห็นประจำ เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ ฟ้าคงสะใจที่เเท้ทรู
    •      ทั้งหมดจะเรียกว่าอกหักก็ใช่ เพราะตอนนี้เราก็เจ็บๆจี๊ดๆอยู่5555 เราเลยตัดสินใจจะตัดใจจากเอจริงจัง เพราะถ้าเอรู้ว่าเราชอบเราก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงอยู่ดี เเบบนี้มันโอเคที่สุดละ เเต่ถ้าจะดีอยากเเก้ตัวเรื่องอูคูมาก เราว่าเอต้องมีเข้าใจผิดบ้างอะเเหละ ฮืออ เอาจริงอยากมีความทรงจำดีๆก่อนจะเรียนจบ เเต่ผ่านมาจะสองปีก็ไม่อยากคิดไรเเล้ว ปลง
    •     สบายใจละ ถึงจะไม่ได้100% ไม่น่าจะถึง60%ด้วยมั้ง เเต่ก็ดีกว่าเก็บไว้ในใจคนเดียว คิดว่าถ้าตัดใจจากเอได้จริงๆเราจะลบบล็อคนี่ทิ้ง ใจนึงก็กลัวจะมีบุคคลในนี้มาเห็นละรู้ คิดมากสุด555555555555555
    •     อย่างน้องก็น่าจะมีสักสองสามคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ นั้นละค่ะถือว่าเราบรรลุเเล้วจริงๆ เหมือนมีคนรับฟัง ฮืออ
    •     เเล้วก็ถ้ามีข้อบกพร่องประการใด หรือเราเขียนอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะคะ คืออาจจะเป็นเพราะอารมณ์ตัวเองด้วย ขอบคุณที่รับฟังค่ะ
    •     ปล.minimore เขียนสะดวกจุง ว่างๆจะเอาฟิคมาลงบ้าง555555555555ชักติดใจ


    •     
    •         
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in