เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
GutshotWorawisuth Chalacheebh
Chapter 5

  • “หมอบอกว่าอาการไม่ค่อยดีค่ะ” คุณแอนบอกเจเจ เมื่อสองวันก่อนเขาได้รับข้อความว่าไมเคิลเข้าโรงพยาบาลเพราะว่าอาการโรคเก่าของเขากำเริบ เจเจรีบนั่งแท็กซี่มาที่โรงพยาบาล คุณแอนบอกว่าเขามีอาการมาสักเดือนนึงได้ หมอบอกว่าตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้เขาได้พักผ่อนสบายก่อนมันจะเกิดขึ้น เจเจหัวใจวูบลงไป เขารู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปใช้เวลากับไมเคิลเลย เพราะงานของเขา
    “ขอโทษนะไมเคิล ผมใช้เวลากับงานใหม่ของผมเยอะ” เจเจนั่งคุยกับไมเคิลหลังจากหมออนุญาตให้เขาพบได้
    “ไม่เป็นไร ผมดีใจนะที่คุณได้ทำงานที่ทำให้คุณมีความสุข” เสียงของไมเคิลไม่ค่อยดีนัก
    เจเจจำได้ถึงตอนแรกที่ได้เจอไมเคิล เขาพยายามหาสถานที่ที่เขาจะเล่นโป็กเกออร์ได้ เขาพบไมเคิลในเฟซบุ้ค แล้วจากได้คุยสักพัก ไมเคิลยอมให้เขามาเล่นที่เฮ้าส์ได้ สำหรับเขา ห้องของไมเคิลมันเหมือนบ้านกว่าห้องของเขาซะอีก น้ำตาของเขาเริ่มไหลออกมา
    “ผมรู้สึกว่าผมตัดสินใจผิดที่ไปทำงานที่นั้น” เจเจพูดสะอึกสะอื้น “ผมไม่ได้มีความสุขเลย ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำมันผิด”
    “มันปกตินะเจเจ แต่คุณยังหนุ่มอยู่ ยังมีเวลาเยอะ” ไมเคิลจับมือเจเจ “ก่อนคุณจะรู้ว่าคุณต้องทำอะไร คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไรก่อน” “ผมเข้าใจว่าผมไม่ใช่พ่อของคุณ ผมไม่ควรแนะนำหรือสั่งสอนอะไร ที่ผ่านมาผมทำตัวเป็นเพื่อนของคุณมาตลอด แต่ว่าผมขอบอกอะไรหน่อยละกันนะ ถือว่าเป็นคำสั่งเสียของผม”
    “อย่าพูดอย่างงั้นเลยครับ” เจเจตอบกลับไป
    “เจเจ ฟังที่เขาพูดเถอะ” คุณแอนเดิมมาจับไหล่ของเขา เจเจหันไปมองเธอแล้วก็กลับมาตั้งใจฟังไมเคิล
    “เราเคยคุยกันแล้วคุณบอกว่าคุณคิดว่าคุณต้องการเงินเพื่อมีความสุขในอนาคต ผมรู้ว่าคุณมองผมเป็นแค่ผู้ใหญ่เกษียรที่ไม่มีความทะเยอทะยานอะไรแล้ว แต่ว่าสำหรับผมแล้ว ผมชอบที่ผมมีความสุขในตอนนี้ ที่ผมไม่เก็บค่าน้ำเยอะเพราะผมอยากเจอทุกๆคนที่มาใช้เวลาด้วยกัน ผมมีภรรยาที่รักผม ผมมีเพื่อนๆอย่างจอนและคุณ ผมเข้าใจว่าเงินมันซื้อความสุขได้ แต่ว่ามันไม่คุ้มกับการที่คนอื่นต้องเป็นทุกข์ และ ร่วมที่คุณเป็นทุกข์ด้วย”
    คำพูดนี้ติดอยู่ในหัวของเจเจตลอดวัน เขาเข้าใจว่าเขาต้องการเงินเพื่อที่เขาจะได้มีความสุข แต่ว่าช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามันไม่ใช่เลย เขาคิดว่าเขาควรจะยอมทนทุกข์ตอนนี้เพื่อให้มีความสุขในอนาคต แต่ว่าเขาไม่รู้สึกว่ามันควรจะเป็นอย่างงั้น เขาเห็นคนอย่างเกลแล้วเขาอิจฉาทุกครั้งที่เธอมีความสุข เพื่อนๆในห้องทุกๆคนก็ดูมีความสุข
    การสนทนาของนึงที่เขาเคยคุยกับเกลมันเข้ามาในหัว เขาเคยทนไม่ไหวกับการสงสัยเลยถามเกลไปว่า “ทำไมเธอดูมีความสุขตลอดเวลา” เกลตอบกลับว่า “มีคนเคยถามอย่างงี้บ่อยๆเหมือนกัน พอเห็นว่าพ่อแม่เราไม่อยู่แล้ว ก็มันจะสงสัยกันว่าทำไมเราถึงดูความสุขตลอดเวลา” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า “จริงๆเราก็มีเวลาที่เศร้ามากๆด้วยนะ วันที่เราคิดถึงพ่อแม่เขาก็มีตลอดเวลา แต่ว่าเราไม่เอาความทุกข์ของเรามาผสมกับความสุขที่เราอยากมีตอนนี้” ไม่เข้าใจมันจนถึงตอนนี้ ไม่สิ่ จริงๆเขาก็คงเข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ว่าเขาไม่อยากเชื่อแบบนั้น “เราต้องแยกให้ออกระหว่างการยอมแพ้กับการปล่อยวาง” เธอบอกเขาอย่างงั้น
    ที่งานศพจอนเข้ามาทักเจเจแล้วบอกว่าไมเคิลเช่าห้องล่วงหน้าไปอีกสามปี ไมเคิลบอกว่าอยากให้เจเจย้ายมาอยู่ที่นี่ระหว่างที่ยังมีสัญญาเช่า เขาบอกว่าอยากให้เจเจจัดการเฮ้าส์ของเขาด้วย เจเจเข้าไปคุยเรื่องนี้กับซันนี่ “ถ้าเราอยากทำอย่างงั้นพี่ก็เข้าใจ แต่ว่าพี่แนะนำให้เอาเฮ้าส์ของเราเข้ารายชื่อของพี่ด้วย พี่จะจัดการให้มันสะดวกสบายกับเรา ถือว่าเห็นแก่ไมเคิลด้วย” เจเจขอบคุณซันนี่แล้วก็ออกจากงานศพ
    สองเดือนหลังจากนั้น เจเจเปิดประตูต้อนรับเพื่อนของเขาคนนึงเข้ามาในห้องเก่าของไมเติล
    เขาถูกเกลลากไปที่งานวันเกิดเพื่อนคนนึงแล้วทำให้เขามีเพื่อนมากขึ้น เขาเริ่มคิดว่าการเป็นเด็กมันก็ไม่เลว แต่อยากประสบความสำเร็จก็จริงแต่เขาไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้น เขาอยากมีความสุขเหมือนไมเคิล เขาอยากมีความสุขเหมือนเกล เขาไม่รู้หรอกว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้องหรือเปล่า เพื่อนของเขานั่งลงที่โต๊ะกลมของไมเคิลตัวนั้น เจเจรับเงินพร้อมกับเอาชิพไปวางให้เขา ในห้องมีแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตาและก็มีต้นกระบองเพชรที่ผลิดอกเล็กๆออกมา เจเจตัดสินใจเก็บห้องนี้ไว้ ในตอนนี้เขามีความสุขที่ได้เล่นโป็กเกอร์ ส่วนกับซันนี่ก็ยังเป็นรุ่นพี่ที่เขาเคารพ ครั้งล่าสุดที่เจอครั้งซันนี่พึ่งเปิดร้านสาขาใหม่ ได้ข่าวว่าเขาเป็น คนรวยท็อปๆของประเทศแล้ว เจเจจำได้ว่าไมเคิลครั้งนึงเคยพูดกับเขาว่า “Some people are destined for greatness, the rest of us are to enjoy the beauty of the mundane”
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in