#30DAYSBOOKCHALLENGE' w '
DAY 6 : A book you thought you wouldn't like but ended up loving
  • "ก็องดิด" ปรัชญนิยายของวอลแตร์ ปรัชญาคนสำคัญในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นหนังสือที่ระหว่างเราอ่านรู้สึกหงุดหงิดเกือบตลอดทั้งเล่ม เพราะไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย มันเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถยอมรับในความไม่สมจริงและไม่สมเหตุสมผลของเรื่อง ด้วยความที่มันเป็นนิยายปรัชญาเราเลยไม่เข้าใจมันนัก

    เรื่องเริ่มต้นจากก็องดิดแอบไปมีสัมพันธ์กับกุเนก็องด์ ซึ่งเป็นลูกสาวของบารอนเจ้าของปราสาทที่ก็องดิดอาศัยอยู่ ก็องดิดจึงถูกเนรเทศออกไป ไม่นานหลังก็องดิดถูกขับไล่ ครอบครัวของกุเนก็องด์ก็ถูกบุกฆ่า แต่กุเนก็องด์และอาจารย์ของก็องดิดหนีออกมาได้ ทั้งสามคนก็ต้องออกเดินทางไปเผชิญและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ระหว่างทางก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องพลัดพรากกันตลอดเรื่อง (ย้ำว่าตลอดเรื่อง) แต่สุดท้ายทั้งหมดก็รอดพ้นมาได้อย่างปลอดภัยทุกครั้ง (ย้ำว่าทุกครั้ง)

    "ก็องดิด" ไม่ใช่เรื่องราวที่พระเอก นางเอกต้องเผชิญอุปสรรคร่วมกัน เพื่อได้ครองรักกันชั่วนิรันดร์ แต่เป็นหนังสือที่เสียดสีแนวคิดด้านปรัชญาบางสำนักคิด และเนื้อหาปรัชญาที่อยู่ในเรื่องยังมีอะไร (ชวนปวดหัว) มากกว่านั้นอีกเยอะ!

    กระทั่งประโยคหนึ่งในหน้าสุดท้ายของหนังสือ ทำให้เราถึงบางอ้อเหมือนพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ยังไงยังงั้น ในสิ่งที่หนังสือเล่มที่ต้องการจะสื่อ (เท่าที่พอจะตีความออก) เหมือนกับว่าเนื้อเรื่องที่ดำเนินมาทั้งหมด ถูกแต่งมาเพื่อประโยคนี้ประโยคเดียว นั่นคือ "เราควรทำสวนของเรา" เป็นประโยคเล็กๆ ที่เปลี่ยนชีวิตเราไปพอสมควร

    หากอยากจะเข้าใจประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร ก็ต้องลองไปหาอ่านกันดูนะ เชื่อเถอะว่าควรได้อ่านมันด้วยตัวเอง แล้วจะเข้าใจประโยคนี้ได้อย่างแจ่มแจ้งจริงๆ จ้ะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in