ย่องเบาเข้าญี่ปุ่นSALMONBOOKS
คำนำ



  • คำนำสำนักพิมพ์
    ________________

    1
              ตั้งแต่จำความได้ เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นก็เข้ามาอยู่ในการรับรู้
    ผ่านตัวการ์ตูนในหน้ากระดาษ เรื่องราวบนจอหนัง เสียงเพลง อาหาร และเรื่องเล่าอีกมากมาย
              เราคุ้นหูกับชื่อย่านอย่างชินจูกุ ชินตากับภาพโตเกียวทาวเวอร์ เวลาที่อยากหาอะไรรองท้อง       ราเมน ซูชิ ก็ผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกอยู่บ่อยๆ แล้วยิ่งในปัจจุบันที่การเดินทางไปญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศนี้ จึงวนเวียนอยู่ในการรับรู้ไม่ไปไหน จนเรารู้สึกกับญี่ปุ่นคล้ายเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันดี และมีบางทีเผลอคิดไปว่าเรารู้จักญี่ปุ่นแทบจะทุกซอกทุกมุม
              แต่เมื่อมีคำว่า แทบ ย่อมแปลว่ายังมีบางสิ่งหลุดรอดสายตาไปอยู่
              เรารู้จักหลายคนที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น แล้วติดอกติดใจจนต้องตั้งปณิธานว่าจะไปประเทศนี้ทุกๆ ปี แรกทีเดียวเราสงสัยว่าประเทศนี้มีอะไรให้ติดอกติดใจนัก จนทีมแซลมอนสบโอกาสได้เดินทางไปทีละคนสองคน
              พวกเราพบว่าจากที่ตั้งใจจะเก็บที่ที่อยากไปให้ครบ เพื่อที่โอกาสหน้าจะได้ออกเดินทางไปประเทศอื่นบ้าง แต่ในความเป็นจริง เมื่ออยู่ญี่ปุ่นแล้ว ตารางเวลา กลายเป็นของไร้ค่า ภาพเหตุการณ์ข้างหน้าล้วนน่าตื่นตาตื่นใจเต็มไปหมด
              เมื่อเท้ากลับมาแตะถึงเมืองไทย เราจึงตั้งหน้าตั้งตารอวันที่จะกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง
    ไม่ใช่แค่สภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศของบ้านเมืองที่ทำให้ติดใจ หากยังรวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คน และตรอกซอกซอยต่างๆ ที่เหมือนจะมีอะไรรอให้เราไปค้นพบอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะไปญี่ปุ่นอีกสักกี่ครั้งก็ตาม
              การเดินทางในญี่ปุ่นจึงเหมือนไม่มีวันจบ
              และที่เคยบอกว่ารู้จักญี่ปุ่นก็อาจต้องลองคิดดูใหม่



  • 2
              ตั้งแต่จำความได้ ชื่อของ โตมร ศุขปรีชา ก็เข้ามาอยู่ในการรับรู้ ไม่ว่าเราสนใจเรื่องอะไร
    ตัวหนังสือของโตมรก็ตามมาอยู่เสมอๆ ไม่ต้องไปไหนไกล เอาแค่หนังสือที่เขาตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แซลมอน ก็มีหลากหลายประเภทจนยากที่จะบอกได้ว่าเราไม่มีหนังสือแนวไหนของโตมรบ้าง
              จนบ่ายวันหนึ่ง เขาทักทายมาหา พูดถึงหนังสือที่ห่างหายจากแผงไปนานแสนนาน หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น
              สารภาพตามตรงว่าเราใช้เวลาอยู่นานในการนึกถึงหนังสือเล่มนี้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น (แน่นอนสิ!) ซึ่งทุกวันนี้แทบจะถูกเขียนถึงทุกซอกทุกมุมไปแล้ว
              แต่เมื่อมีคำว่า แทบ ย่อมแปลว่ายังมีบางสิ่งหลุดรอดสายตาไปอยู่
              ท่ามกลางปริมาณหนังสือของโตมรที่มีจำนวนไม่หวาดไม่ไหว เราแหวกว่ายไปนำหนังสือเล่มนี้กลับมาอ่านอีกครั้ง ค่อยๆ ย่องไปตามฝีก้าว แล้วเราก็เหมือนได้ดำผุดดำว่ายไปหารากเหง้าของญี่ปุ่นจากเรื่องเล่าของโตมร
              หากการย่องเบา มีเป้าหมายคือไม่ให้คนอื่นรู้ตัว จังหวะก้าวของโตมรในสารคดี (กึ่งนิยาย) เล่มนี้ก็แนบเนียนไปกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อม เขาแทรกซึมเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมญี่ปุ่น จนแม้แต่เจ้าถิ่นก็อาจแยกไม่ออกว่าในช่วงเวลานั้น มีสิ่งแปลกปลอมปะปนเข้ามา แถมยังไม่รู้ตัวอีกว่าโดนโตมรล้วงเอา จิตวิญญาณ ‘ข้างนอก’ ‘ข้างใน’ มาร้อยเรียงไว้ในหนังสือเล่มนี้เรียบร้อยแล้ว
              ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 โดยสำนักพิมพ์ GM Books หากมองเพียงแค่เวลา คุณอาจคิดว่าเรื่องราวทั้งหลายผ่านไปนานแล้ว แต่การทำความรู้จักตัวตนบางสิ่งบางอย่าง—ไม่ว่าจะเป็นคนหรือประเทศก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านไปก็ล้วนน่าศึกษา
              และจากที่เราเคยคิด ว่าอ่านผลงานของโตมรไปแล้วทุกแนว ตีพิมพ์ผลงานของเขาไปแล้วทุกประเภท ก็ต้องกลับมาคิดดูใหม่
              ว่ามีเรื่องราวแบบไหนของโตมรที่เราลืมเลือนไปอีก
    สำนักพิมพ์แซลมอน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in