2018: เริ่มต้นที่หมอก คนเหงา และ แมวเปี่ยมBENJA’S
วีวิชยูอะเมอร์รี่คริสมาสต์แอนด์อะแฮปปี้นิวเยียร์!

  • ช่วงธันวาคมของทุกปีที่ดูไบจะมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่าหมอก

    หมอกที่ลงจัดมาก จัดจนสงสัยว่านี่หมอกลงหรือตาเราเป็นต้อหิน จัดแบบที่งงว่านี่คือเมืองลับแลหรือเปล่า คือเมื่อวานยังมีตึกอยู่ตรงหน้านี่ วันนี้ตึกหายไปไหนนนน ทำไมหาไม่เจอ มองไปก็เห็นแต่หมอกควันลอยคลุ้งอวลอยู่ในอากาศ


    ใครที่จะมารับจ๊อบขับรถรับส่งที่ดูไบบอกเลยว่าต้องมีสกิลการปิดตาตีหม้อที่เก่งพอตัว คือต้องมีความแม่นยำในระดับที่สามารถหลับตาขับรถแล้วไปถูกทางได้ เพราะหมอกมันบังถนนจนไม่เห็นทางรถ ไม่เห็นทางแยก ไม่เห็นป้ายอะไรทั้งนั้น นั่งไปก็ลุ้นไป งงใจว่าพี่คนขับแกไปถูกทางได้ยังไง ทะเบียนรถคันหน้ายังมองไม่เห็นเล้ยยย

    และสิ่งที่มากับหมอกประจำทุกปีก็คือไฟลท์ดีเลย์ 55555555555555 ความทรมานที่ทุกท่านต้องเจอ ไม่ว่าจะผู้โดยสารหรือแอร์ก็เจ็บช้ำและปวดร้าวไม่น้อยไปกว่ากัน เหตุที่ดีเลย์ก็เนื่องจากวิสัยทัศน์ไม่ดี นำเครื่องบินลงจอดบ่ได้


    ดังนั้นไฟลท์ส่วนมากที่แลนด์ดูไบตอนเช้าๆช่วงนี้จึงมีเหตุให้ต้องวนฟ้ารอเวลาที่เหมาะที่ควร เวลาที่ประตูสวรรค์จะเปิด ทูตนำทางจะปรากฎตัวเพื่อชี้ทางลงรันเวย์ให้ บางลำดีหน่อยก็วนกันแค่ครึ่งชั่วโมง บางลำทำบุญมาน้อย ลืมนำเครื่องไปให้พระอาจารย์วัดดังเจิมก็วนรอไปสองชั่วโมงบ้าง สามชั่วโมงบ้าง

    ดังนั้น หากท่านมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินช่วงนี้ ท่านก็จะได้รับชมโชว์เครื่องบินดนตรี อันได้แก่เหล่าเพื่อนเครื่องบินผู้ร่วมชะตาที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย บินวนลอยลำชมเมืองลอยฟ้ากันให้ถ้วนทั่วท้องนภา (เหมือนเวลาเล่นเก้าอี้ดนตรีแล้วต้องเดินวนเงอะๆงะๆหยิบโหย่งจะนั่งแต่นั่งไม่ได้เพราะเพลงมันไม่หยุดสักที) ถือเป็นไฮท์ไลท์หลักประจำปี ฟรีอินไฟลท์เอ็นเตอร์เทนเมนท์


    อย่างไรก็ตาม ขอกราบขอบพระคุณผู้โดยสารที่น่ารักทุกท่านมา ณ ที่นี้ สำหรับความเข้าอกเข้าใจที่มีให้กันมาตลอด ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่ยังคงมีเหลืออยู่

    ไม่เพียงเท่านั้น ธันวาคมนี่ถือเป็นหน้าเทศกาลที่ทำให้เราทั้งรักทังชัง

    ที่รักก็เพราะความเฟสทีฟ ความบรรยากาศเฉลิมฉลอง กลิ่นกลายความหนาว บรรยากาศความสุข เดินไปไหนมาไหนก็เห็นแสงสีร้านรวงที่ตกแต่งประดับประดาสวยงามตระการตาไฟกระพริบนานาห้อยระย้าเหมือนกลัวปีหน้าจะไม่ได้ใช้ไฟ

    แต่ที่เกลียดก็คือการที่ต้องไปต่างประเทศในวันงานเทศกาลพอดี(ทั้งคริสมาสต์และปีใหม่)

    เรื่องก็คือว่า ด้วยความที่เราเติบโตมาในเมืองพุทธ ในแดนข้าวต้มโต้รุ่ง ไม่ว่าจะหน้าไหนเทศกาลใด เราก็จะไม่ขาดแคลน มันจะต้องมีการเปิดให้บริการเสมอ ทั้งห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารต่างๆ อย่างน้อยจะต้องมีชายสี่หมี่เกี๊ยวเปิดอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งเผื่อประทังชีวิตคนเศร้าอย่างเรา

    แต่สิ่งนี้มันไม่ประยุกต์ใช้กับเมืองฝรั่งไงแกรรร ชาวเบธเลเฮม(และชาวคริสต์อีกกว่าครึ่งโลก)ผู้ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองในการมาของพระเยซูคริสต์ ยุโรปทั้งทวีปพร้อมใจกันปิดบ้านปิดช่องเข้าห้องนอนในวันที่25ธันวาคม ประหนึ่งได้รับสารพิเศษจากโมเสส ส่วนตัวเรานั้นติดอยู่มาดริด(กับครั้งแรกในการมาสเปน ที่วางแผนอย่างดิบดีว่าจะมาเดินชมเมืองหน้าเทศกาล เสื้อแดงก็มี ผ้าพันคอกวางเรนเดียร์ก็มา) ซึ่งห้างก็ปิด ร้านอาหารก็ไม่เปิด แถมลงมาทานบุฟเฟ่อาหารเช้าที่โรงแรมตอนหกโมงยังโดนไล่ให้มาใหม่ตอนแปดโมงอีก ฮือออออออ


    เมื่อนึกถึงการที่ชาวแอร์ฝรั่งได้กลับบ้านไปเจอพ่อแม่ญาติพี่น้อง ได้ร่วมสังสรรค์ดื่มไวน์แกล้มไก่อบ แต่เราต้องซดมาม่าต้มโคล้งในห้องนอนโรงแรมเวลา6โมงเช้าแล้วนอนดูหนังรอมคอมฟีลฮอลิเดย์คริสมาสต์ผ่านเนตฟลิค (ที่พลอตไม่มีแต่ดูทีไรก็น้ำตาซึม) มันก็จะหงอยๆอยู่หน่อยนึง...

    คริสมาสต์เหงาๆยังไม่เท่าไหร่ เจอการฉลองปีใหม่บนเครื่องบินในขณะที่กำลังเสิร์ฟดินเนอร์คือที่สุดไปอีก เพราะ...
    1. กำลังเสิร์ฟข้าวแล้วไก่หมด
    2. เดินไปหยิบโทรศัพท์โทรถามหาไก่
    3. กัปตันประกาศแทรกมาว่า เอ้าล่ะครับ เรามานับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง...
    4. เฮฮฮ! ทุกคนปรบมือยินดี~
    5. แอร์ตอบกลับมาว่าไก่หมด สุขสันต์วันปีใหม่จ้ะดาร์ลิ้ง บายยย
    6. คลิ้ก (เสียงวางโทรศัพท์)

    ก็เดินกลับไปเสิร์ฟต่อแบบสวยๆไม่มีแอตติจูดใดๆทั้งสิ้น พร้อมแฮปปี้นิวเยียร์มาดาม/เซอร์ เฮียอีสเดอะบีฟ ซอรี่โนมอร์ชิกเก้นทูเดย์ #2018


    ยัง ยังไม่พอออ แลนด์มาเมลเบิร์นวันที่1 ก็คิดว่า เอ้ออ ปีใหม่ละอะ น่าจะคึกคักกันขึ้นมาบ้างเพราะเมื่อคืนเพิ่งเค้าท์ดาวน์กันไป แต่ที่ไหนใด้ เปล่าจ้ะ เมืองร้างเป็นเทรนทูปูซานไปเลยค่ะอีผี

    ปิดประเทศใส่หน้ากันอีกแล้ว นี่ก็เดิน เดิน เดิน เดินด้วยความหวังว่าจะเจอซับเวย์ที่ตรอกถนนมุมใดมุมหนึ่ง แต่ก็ไม่เจอ

    เดชะบุญ โชคยังมี เดินเจอซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ยังเปิดให้บริการ ก็เลยได้แวะเข้าไปซื้อมาม่าเอย...



    แถมเปิดศักราชใหม่ด้วยกู๊ดนิววส์กับการที่เมทตัดสินใจพาแมวมาอาศัยอยู่ด้วย

    “.........................”

    จริงๆเมทก็เปรยถามว่ายูคิดยังไงถ้าจะมีเพื่อนบ้านใหม่เป็นแมว คือเราก็ออกตัวไปแบบคนดีว่าไอไม่รักสัตว์นะยู ถ้ายูมีก็คงได้ แต่ไอจะไม่สุงสิงนะ ละก็ เอ้อ ไอมีภูมิแพ้นิดหน่อย แล้วก็ไหนจะโพรงจมูกอักเสบอีก แต่ก็ อืมม ก็ลองดูนะว่ายังไง คือถ้ามันไม่กระทบสุขภาพ ไอก็คงโอเค แต่ก็แบบไม่ชัวร์ไง คือไอก็ว่า แบบ ไอก็ไม่ถูกกับขนสัตว์ไง แต่ก็นะ ยูก็ลองคิดดู...

    สรุปไม่กี่วันต่อมาเมทโพสรูปแมวแนะนำตัวล่วงหน้ามาเลยจ้าา (อ้อ วิธีบอกปฏิเสธอ้อมๆยาวๆแบบสุภาพสไตล์คนญี่ปุ่นที่ร่ายไปคงจะไม่ได้ผลสินะ)



    สำหรับคนที่ไม่เกทความไม่ถูกกับสัตว์ของเรา ขอแสดงรายละเอียดปูมหลังคร่าวๆดังนี้
    • เบญจาเป็นผู้ซึ่งเคยโดนหมากัดตูดตอนเด็กๆจนมีรอยแผลเป็นจวบจนทุกวันนี้
    • เบญจาเป็นผู้ซึ่งไปบ้านเพื่อนทีไรจะต้องเกาะหลังเพื่อนเพราะกลัวหมา/แมวมาแง่งใส่(เข้ามาเลยมึง หมากูไม่กัด... มึงดูสายตาหมามึงด้วย พร้อมงั่มมมมาก...)
    • เบญจาเป็นผู้ซึ่งทนไม่ได้กับการเห็นคนยอมให้สัตว์เลี้ยงแสนรักมาเลียหน้าหรือเกาะหัว (แหวะ)
    • เบญจาเป็นผู้ไม่รักน้ำ ไม่รักปลา ไม่รักสัตว์อะไรทั้งทั้น ผู้ซึ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับเวลาไปสวนสัตว์แล้วเพื่อนตื่นเต้นกับชะนีป่าหรือแมงกระพรุนเรืองแสง จนทุกวันนี้เพื่อนไม่กล้า(จริงๆคือ’ไม่อยาก’)พาไปฟาร์มจระเข้หรืออควาเรี่ยมอีก

    อือ ก็ตามนั้นแหละ ตอนนี้‘เปี่ยม’ก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเราแล้ว (‘เปี่ยม’คือชื่อที่แอบตั้งในใจให้แมวของเมท เป็นชื่อเล่น ย่อมาจากชื่อจริงที่ตั้งไว้ว่า’เปี่ยมปัญหา’)

    ก็คิดแล้วแหละว่าปี2018นี้คงจะเป็นที่ดีแน่ๆ เริ่มต้นมายังดีซะขนาดนี้ ไม่กล้าคิดต่อเลยว่าที่เหลือจะสุขทะลุคอขนาดไหน

    ยังไงก็แล้วแต่ ขอให้ปีใหม่นี้ทุกคนจงสุขภาพแข็งแรง มีเงินซื้อสิ่งที่อยากได้ ชีวิต’เปี่ยม’ไปด้วยความสุขตลอดศกกันเถิดจ้าาา


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in