เรื่องตัวเองแอดติ่ง(ซีรี่ส์)
"ถึง ตัวฉัน...ในวันวาน" : สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ
  • ฉันเป็นคนแปลก คือมีความจำสั้นมาก แต่มันกลับเป็นข้อดี เพราะฉันสามารถลืมเรื่องราวที่ไม่อยากจดจำได้ ประดุจกดปุ่ม Delete จนบางทีก็ตกใจว่า "เออ... มันลืมได้ขนาดนั้นเลยเว้ย" ฉันเลยจำไม่ค่อยได้ว่ามันมีเรื่องอะไรที่ฉันต้องเตือน ต้องบอกฉันในอดีตบ้าง

    เพื่อทดแทนความขาดแคลนหน่วยความจำของฉัน ฉันกลับมีแหล่งเก็บ "ความรู้สึก" และ "บทเรียน" ที่อาจไม่ใหญ่โต แต่เป็นประโยชน์กับวันนี้

    ฉันจำเรื่องราวไม่ได้ แต่กลับจำได้ว่า เคยเจ็บแค่ไหน เคยเศร้าแค่ไหน เคยมีความสุขแค่ไหน และนั่นทำให้ฉันมีวันนี้ที่มีความสุขอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ เพราะความจริงฉันไม่ได้มีอดีตที่สวยงามเลย

    แต่ท่ามกลางความผิดพลาดในช่วงวัยรุ่น ท่ามกลางความมั่นใจเกินพอดี และความคิดที่คิดว่าถูกต้องในวันที่ไร้ประสบการณ์ ฉันได้เจ็บปวด และได้เรียนรู้มากมาย

    ถ้าคำว่าเด็ก หมายถึงคนที่ยังต้องลองผิดลองถูก คนที่ยังต้องเรียนรู้ประสบการณ์ ฉันก็คงยังเป็นเด็กคนหนึ่ง ในวันนี้ที่ฉันอยู่กับโลกแบบผิดๆถูกๆมา 30 ปี ฉันยังมีเรื่องต้องเรียนรู้ เพื่อบอกกับตัวเองในวันนี้ว่า

    " สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ"

    ประโยคนี้ฉันไม่ได้คิดเองหรอก มันเป็นชื่อของหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนโดย นายแพทย์เทอดศักดิ์ เดชคง ที่ฉันเจอในคลินิคจิตวิทยาแห่งแรกที่ฉันเข้ารับคำปรึกษาตอน ม.ต้น ในวันที่ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร และเดินเข้าคลินิคจิตวิทยาแบบไร้ชีวิต ไร้ความคิด ไร้ประสบการณ์

    และนั่นไม่ใช่ที่สุดท้ายที่ฉันเข้ารับคำปรึกษา เพราะชีวิตไม่อาจแก้ด้วยนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์เท่านั้น

    เป็นเรื่องแน่นอนว่าการพบจิตแพทย์เมื่อมีปัญหาทางจิตใจ ความไม่สบายใจ เป็นเรื่องที่ดีที่สุด เป็นการทำเพื่อตัวเอง และไม่ใช่เรื่องน่าอับอายเลย และนั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ "เกิดขึ้นแล้ว" กับฉัน

    เวลาผ่านมาพักใหญ่ ฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ ด้วยอายุเพียง 16 ปี ฉันคิดว่าฉันโตแล้วเพียงเพราะความทุกข์ที่ฉันผ่านมา มันดูยิ่งใหญ่ และการที่ฉันก้าวผ่านมาได้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันโตแล้ว แต่ไม่เลย เพราะชีวิตไม่ได้มีเรื่องใหญ่แค่นั้น แต่มีเรื่องใหญ่เรื่องใหม่เสมอ

    ในขณะที่ฉันยังพบนักจิตวิทยาอย่างสม่ำเสมอ ฉันกลับเจอสิ่งที่เปลี่ยนความคิดและทุกอย่างหลังจากนั้น ฉันพบ "ธรรมะ" และนั่นคือการเรียนรู้ "ธรรมชาติ" ที่แท้จริง

    ฉันไม่ถนัดสวดมนต์ ไม่ชอบนั่งนิ่งๆ ไม่ชอบเดินจงกรม แต่ทุกคนมีวิธีการรู้จัก "ธรรมชาติ" ในแบบของตัวเอง

    วันที่ฉันร้องไห้เหมือนจะขาดใจ วันที่รู้ตัวว่า เรายังเป็นเด็กที่ยังต้องเสียน้ำตากับความสูญเสียคนที่ทำร้ายเรา ในวันรุ่งขึ้น ฉันให้สัญญากับคนที่รักฉันด้วยใจบริสุทธิ์ว่า ฉันจะทำให้เรื่องที่ทำฉันเสียน้ำตา เป็นเพียงเรื่องที่ "เกิดขึ้นแล้ว"

    ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว อาจเพราะฉันยังอยู่กับพ่อแม่ อ้อนพ่อแม่เหมือน 20 ปีก่อน บางทีการแต่งงาน สร้างครอบครัวของตัวเอง มีลูก ฯลฯ อาจทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ก็ได้ ไม่รู้สิ เพราะมันยังมาไม่ถึง

    ในวันนี้ที่ฉันยังเด็กนัก ฉันอยากบอกฉันในวันวาน ที่ผ่านเรื่องราวมาเพียง 14 ปี และกำลังร้องไห้ในวันนั้นว่า...

     " นี่ยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่ไม่ต้องกังวลนะ เธอจะมีความสุขในที่สุด เพราะวันนึงเธอจะเข้าใจประโยคที่ว่า

    "สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ"

    วันนี้ เธอแค่ต้องอดทน และพร้อมจะเปิดใจ และรับความรักจากคนที่รักเธอด้วยใจจริง ฉันรักเธอนะ 16 ปีข้างหน้า เราจะมายิ้มด้วยกัน "

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in