when the sun rise and shine | jamrenmarjolaine
(OS) Ink | #jamren
  • (OS) Ink

    Jaemin x Renjun

    Word: 20xx words

    Ost: Colors - Halsey

    by marjolaine.




    “You're ripped at every edge but you're a masterpiece.

    And now I’m tearin' through the pages and the ink.”



    การสัก เป็นเรื่องที่ใครหลาย ๆ คน มองว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี หรือไม่สมควรทำ โอเค อาจจะหมายถึงญาติผู้ใหญ่ พ่อ แม่ หรือใครก็ตามที่ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

    อินจุนยักไหล่เล็กน้อยกับความคิดของตัวเองหลังจากที่ยืนฟังแม่บ่นเขาจบราว ๆ สิบนาทีได้ หญิงสาววัยกลางคนส่ายหน้าเบา ๆ เพราะระอากับลูกชายเต็มทน ดวงตาที่มีริ้วรอยของวัยกวาดมองไปทั่วผิวขาวเนียนที่ตัวเองให้มากับมือ บัดนี้กลับมารอยสักที่แต่งแต้มด้วยหมึกสีดำขนาดใหญ่ประมาณฝ่ามืออยู่ตรงคอขาวเนียนนั่น

    เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับลูกชายอีกครั้ง อินจุนเงยหน้าขึ้นกลอกตาไปมา ร่างผอมลุกขึ้นแล้วสะพายกระเป๋าก่อนจะเกินออกจากบ้านไป

    อีกยี่สิบนาทีจะถึงคลาสเรียนแรกของวัน อินจุนไม่แคร์สักนิดและเลือกที่จะเดินเอื่อย ๆ จนกว่าจะถึงห้องเรียนก็เลยมาสิบนาทีแล้ว



    “สิบนาที”

    แจมินพึมพำกับตัวเองหลังจากที่เห็นอีกคนเปิดประตูห้องเรียนเข้ามา ใบหน้าเล็กที่นิ่งสนิทหลังจากโค้งให้อาจารย์เล็กน้อย ซึ่งอาจารย์ก็ไม่ว่าอะไรแต่ปรายตามองเล็กน้อยแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายมานั่งที่ตามเดิม

    เขาแกล้งทำเป็นไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังเดินตรงมาที่ตัวเอง อันที่จริงโต๊ะของอินจุนอยู่ทางด้านหลังห้องต่างหาก แจมินอาศัยจังหวะที่อินจุนเดินเข้าใกล้อีกในระยะหนึ่งเมตร เขานับหนึงถึงสามในใจจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนตรงหน้า อินจุนปรายตามองเขาเล็กน้อยแบบที่ชอบทำ แจมินยักคิ้วให้แล้วกระตุกยิ้มมุมปาก จึงกลับไปสนใจที่หนังสือตรงหน้าเหมือนเดิม

    ทำไมวันนี้ถึงใส่ฮู้ดสีดำนะ


    แจมินเก็บงำความสงสัยของตัวเองไว้จนจบคลาสเรียน เสียงจอแจของเพื่อนดังขึ้นเพราะถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว เขาพยายามเงี่ยหูฟังว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร แต่สุดท้ายต้องทำทีว่าหันไปคุยกับแฮชที่นั่งอยู่ข้างหลังตนเอง แต่สายตาพยายามมองว่าอีกฝ่ายทำอะไร

    และแล้วเขาก็ค้นพบได้ว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งหลับอยู่

    “หันมาคุยกับกูเนาะ แต่ก็หันไปมองคนตรงนู้นอ่ะนะ ไอ้ประธานนักเรียน”

    “รู้ดีเหลือเกินนะมึงอ่ะ”

    “ชอบเขามาตั้งแต่เกรดแปด จนนี่จะจบเกรดสิบสองแล้ว”

    “ทำอะไรสักหน่อยมั้ย อินจุนไม่ใช่คนเข้าหายากขนาดนั้น”

    “เป็นถึงประธานนักเรียนนะมึง เรื่องแบบนี้ดันมาโง่ซะงั้น กูท้อแทน”

    “ปากดีเหลือเกินมึง”

    “ช้า ๆ ไม่ได้พร้าเล่มงามนะเอาจริง”

    สิบสองนาฬิกากำลังจะเดินออกไปทางหลังห้องแล้ว”

    “ลุกสิวะแจมิน มึงรอทำซากอะไร”

    แฮชพูดขึ้นมาด้วยเสียงระดับนึงหลังจากที่เขาเห็นว่าอินจุนลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปแคนทีน แจมินดึงสติได้อีกครั้งแล้วรีบผุดลุกออกจากห้องไปตามหลังอีกฝ่ายทันที ปล่อยให้แฮชได้แต่กลอกตามองบนให้กับความซื่อบื้อของเพื่อนสนิท


    ไม่ทัน

    แจมินคิดว่าตัวเขาเองขายาวและเร็วพอสมควร แต่ยังคงช้ากว่าใครอีกคนหนึ่งก้าวเสมอ เขาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นภาพที่เรียกได้ว่ารกหูรกตามาก ๆ สำหรับตัวเขาเอง เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผากแล้วเดินเลี่ยงไปนั่งตรงโต๊ะทานอาหารเยื้องกับสองคนนั้น

    ตัวน่ารำคาญและรกหูรกตา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าศัตรูหัวใจอย่างอีเจโน่ทำให้เขาประสาทเสียวันละสามสิบรอบ เส้นประสาทเขาทำงานอย่างหนักทันทีที่เห็นหน้าหล่อ ๆ ของไอ้หมอนั่น ไหนจะตายิ้มจนเป็นขีดสองขีดนั่นอีก

    ยิ้มห่าอะไรนักหนาวะไอนี่ อินจุนไม่เห็นจะหือจะอืออะไรกับมันเลย ได้แต่นั่งใส่หูฟังกินข้าวเงียบ ๆ ปล่อยให้ไอ้เวรนั่นนั่งจ้อจนเขารู้สึกรำคาญแทน


    “ไงวะเพื่อนรัก”

    แฮชหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเพื่อนสนิททำหน้ายุ่งใส่จานข้าว ก่อนจะเอี้ยวตัวไปมองสองคนนั้นที่นั่งกินข้าวด้วยกันก็ถึงบางอ้อ

    “สมน้ำหน้า”

    “ซ้ำเติมอะไรกูนัก”

    “ช้าเองว่ะ”

    “ไอเจโน่ห่าอะไรนั่นมันดีตรงไหน”

    “ก็หล่อและเป็นเอซของทีมเบสบอล”

    “แล้วกูไม่ดีตรงไหน ประธานนักเรียนเลยนะ”

    “ดีแค่ไหนเขาก็ไม่มานั่งกินข้าวด้วยป้ะวะ”

    “จะร้องไห้”

    “โง่เอง”



    “อินจุน ได้ยินป้ะนั่น”

    “อื้อ ได้ยินสิ”

    “เลิกแกล้งทำเป็นใส่หูฟังสักที”

    “ขี้เกียจคุยกับคนอื่น”

    “สงสารแจมินมันว่ะ”

    “สงสารตัวเองหน่อยมั้ยเจโน่ ตามตื๊อเราขนาดนี้”

    “แค่อยากรู้จักเป็นเพื่อน วันนี้ไปสระว่ายน้ำไหม”

    “ไปดิ มีซ้อม”

    “ละรอยสักเอาไง เพิ่งสักมานี่”

    “เพิ่งสักอะไร มันแห้งมาสักพักละ”

    “เออว่ะ ลืม”

    “สังเกตอะไรบ้าง”

    “ไม่ได้เจอเธอนานนะเว้ย”

    “ไม่ต้องมาบ่น เธอต่างหากที่ไม่ได้โผล่มา”

    “อินจุน”

    “ว่า”

    “อยากแกล้งไอ้แจมินว่ะ”

    “อยากทำไรก็ทำ”

    “งั้นไปชวนมันไปดูเธอซ้อมว่ายน้ำวันนี้ดีไหม”

    “เต็มที่”

    อินจุนว่าพลางตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากจึงรวบช้อนส้อมไว้บนจานอย่างเรียบร้อย เขาเบ้ปากเล็กน้อยตอนกลืนมันลงคอเพราะคำใหญ่ไปจนเจโน่หลุดหัวเราะออกมา คนตัวเล็กกว่ามองค้อนเล็กน้อยแล้วรีบดื่มน้ำตามไปอึกใหญ่ ๆ

    ปึก!

    เสียงกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะดังขึ้นพร้อมกับเสียงตบโต๊ะด้วยท่าทางที่คูลที่สุดในความคิดของอีเจโน่จนอินจุนต้องเบ้ปากพร้อมกับกลอกตามองบน มือเล็กยกน้ำขึ้นมาจิบพลางปรายตามองเหตุการณ์ตรงหน้า อีเจโน่ค้อมตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างแล้วชี้นิ้วมาที่เขากำลังมองอยู่พอดี นาแจมินหรือประธานนักเรียนคนดังจึงหันมาสบตาด้วยเพียงแค่ชั่วครู่จึงหันกลับไปอย่างรวดเร็ว เขากระตุกยิ้มมุมปากในแบบฉบับของตัวเองที่แตกต่างกับรอยยิ้มเมื่อเช้าของอีกฝ่าย แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะไปก่อนที่เจโน่จะเดินกลับมา



    อินจุนค่อย ๆ ถอดฮู้ดสีดำที่ตัวเองใส่เพราะนึกอยากใส่ตามด้วยเสื้อนักเรียนที่อยู่ชั้นในสุด ปกติตัวเองจะใส่สีเหลืองที่ตนเองชอบแต่แม่กลับเอาไปซักเสียก่อน เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่แม่เห็นว่าเขาในลุคที่ตัดผมเผ้าให้เป็นทรงแบบวัยรุ่นผู้ชายทั่วไปแทนที่จะเป็นผมยาวประบ่า เผยให้เห็นรอยสักตรงต้นคอที่เขาซ่อนมาสักพักเพราะไม่อยากโดนบ่น

    เขาไม่แคร์เลยสักนิดว่าตัวเองต้องบ้าบิ่นขนาดไหนถึงขั้นเดินเข้าร้านสักไปเมื่อหนึ่งเดือนสองสัปดาห์ที่แล้ว ไหนจะไว้ผมสีดำสนิทของตัวเองให้ยาวประบ่าจนโดนทักว่าเป็นผู้หญิงทุกครั้งที่ย้ายไปเรียนอีกคลาสเพราะอาจารย์ไม่เคยจะจำเขาได้เลยสักครั้ง

    อินจุนลูบรอยสักรูปดอกกุหลาบที่กินพื้นที่ตั้งแต่ต้นคอด้านขวาเรื่อยลงมาถึงสะบักไหล่ รอยสักที่แต้มด้วยน้ำหมึกสีดำ รวมถึงลายเส้นที่เขาเป็นคนออกแบบเอง

    มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น ความหมายแอบแฝงไม่มี เพียงเขาแค่ชอบดอกกุหลาบที่มีกลีบอันซับซ้อนและเรียงตัวกันอย่างสวยงาม ไหนจะก้านที่มีหนามอันแหลมคม รวมถึงน้ำหมึกสีดำที่แต่งแต้มบนผิว เขาชอบมันทั้งหมด อินจุนหลงใหลในศิลปะบนเรือนกายมาสักพักใหญ่ ๆ

    และนั่นคือเหตุผลที่เขาตัดสินใจเดินเข้าร้านสักเพื่อลงมือทำอะไรสักอย่างลงบนผิวของตนเอง

    ถามว่าทางโรงเรียนทำอะไรกับเขาได้บ้างเมื่อเห็นรอยสักนั่น เขาจะจบเกรดสิบสองแล้วให้ตายเถอะ อาจารย์ในห้องปกครองเรียกไปคุยอย่างยกใหญ่ ท่านไม่ได้ว่าอะไรนอกเสียจากบอกว่ามันจะติดตัวไปตลอดชีวิต ต่อให้ลบมันก็ยังอยู่

    อินจุนเข้าใจ แต่แม่ของเขาไม่เข้านั่นน่ะสิ

    แต่เอาเถอะ หลังจากเขาปล่อยให้ผู้ให้กำเนิดบ่นเรื่องรอยสักและทรงผมไถข้างของตัวเองไปจนขี้หูแทบเต้นระบำ สุดท้ายท่านได้แต่บอกว่า โอเค ไม่เป็นไร แม่ไม่ได้ว่าอะไร

    เขาแค่เป็นห่วงว่าตัวเขาเองจะไม่ได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำในอนาคต เพราะเรื่องรอยสักค่อนข้างเซนซิทีฟในการทำงาน แต่เดี๋ยวก่อนนะ เขาใกล้จะจบเกรดสิบสอง มีแนวทางในชีวิตของตัวเอง นั่นคือการต่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังทางด้านศิลปะที่ตนชื่นชอบ

    เรื่องงานในอนาคต ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตไปเถอะ ถ้าไม่รับเขาทำงานเขาทำงานอยู่ที่บ้านก็ได้ เนื่องจากที่บ้านเขาก็ทำงานเกี่ยวกับด้านศิลปะเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรนัก

    งั้นพักเรื่องนั้นไปก่อน เขาขอโฟกัสกับตัวเองตอนนี้ หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงสนิทกับอีเจโน่ได้ แต่ถ้าเล่าไปเขาอาจจะคิดว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่คู่ที่คุณคาดหวังก็เป็นได้ แต่เอาเถอะ ฟังสักนิด เดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

    อินจุนกับอีเจโน่ไม่ได้เป็นอะไรกัน หมายถึง ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว อะไร เทือก ๆ นั้น ขอร้อง อย่าคิดไปไกล ถึงเขาจะไม่ใช่ straight ก็ตาม แต่ขอร้อง เว้นคนนี้ไว้เถอะ เขาขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

    ฉะนั้นวางใจได้ อย่าเพิ่งกดปิดแท็บไป อ่านต่อไปเถอะ


    เขาเดินออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทางด้านหลังสระว่ายน้ำของโรงเรียน สายตาคนอื่นจับจ้องมาที่เขา เพราะรอยสักที่ตัดกับผิว ไหนจะทรงผมทรงใหม่ที่ตัวเองเพิ่งตัดมา เพราะปกติเขาจะรวบผมไว้หลวม ๆ และสวมหมวกว่ายน้ำออกมาทันที

    พวกนั้นยังไม่ชินกับรอยสักของผมสักครั้ง หมายถึง โค้ช เพื่อนร่วมทีม แต่เอาเถอะ ชิน ๆ สักที ขี้เกียจมานั่งตอบคำถามว่าเจ็บไหม ทำไมถึงทำแบบนี้ บลา ๆ

    ขอร้องอีกรอบ อย่ามาถามอะไรซ้ำซากเพราะแค่อยากเสือก

    เพราะเขาก็ไม่อยากตอบคำถามอะไรซ้ำ ๆ เหมือนกัน



    แจมินรู้สึกว่าอัฒจรรย์ตรงสระว่ายน้ำมันร้อนอย่างประหลาด หลังจากที่เจโน่ ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาแล้วเอ่ยปากชวนเขามาดูอินจุนซ้อมว่ายที่สระ อันที่จริงเขาจะปฏิเสธ แต่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีหน้าที่ต้องมาดูแลนักกีฬาว่ายน้ำประจำโรงเรียนแทนโค้ชที่ต้องพานักกีฬาว่ายน้ำแต่อีกชั้นเรียนไปแข่ง

    เขากลืนน้ำลายลงคออันแห้งผากทันทีที่เห็นอินจุนในชุดว่ายน้ำ หมายถึง เปลือยท่อนบนกับกางเกงว่ายน้ำสามส่วนเดินออกมายืนวอร์มร่างกายอยู่ตรงหน้าเขาพอดี ถึงแม้ว่าจะอยู่บนอัฒจรรย์ก็เถอะ

    ให้ตายสิ อินจุนฮอตเป็นบ้า ตัวแค่นี้เองนะ


    รอยสักดอกกุหลาบ คือ สิ่งที่แจมินสังเกตได้อีกอย่างจากตัวอินจุน น่าจะเป็นเหตุผลที่อีกฝ่ายไว้ผมยาวจนปิดต้นคอ หรือรวมถึงการใส่ฮู้ดมาเรียนเป็นประจำทั้ง ๆ ที่อากาศประเทศเกาหลีช่วงนี้โคตรบ้าคลั่ง

    ถึงมันจะดูแปลกประหลาด แต่งดงามเมื่อมันแต่งแต้มอยู่บนผิวของอีกฝ่าย



    อินจุนรู้สึกได้ว่ามีใครสักคนตามมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่เขาปล่อยให้คนอื่น ๆ จัดการตัวเองไปก่อน ส่วนตัวเขานั่งแช่เล่นรอให้ทุกคนกลับไปจนหมด เหลือเพียงแค่เขากับแจมินที่ยืนแสร้งทำเป็นทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่

    อย่ามามากท่าให้มากนัก โอกาสอยู่ขนาดนี้แล้ว อินจุนจะไม่ให้มันกับอีกฝ่ายอีกครั้งแน่นอน


    อินจุนยิ้มเล็กน้อยให้กับตัวเองเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูพร้อมกับล็อคกลอน เขาในชุดที่เรียบร้อยนั่งอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากำลังรอให้ประธานนักเรียนคนนั้นเดินตรงเข้ามา

    “ไง”

    “อือ”

    เราทั้งคู่สบตากัน แจมินเป็นฝ่ายหลบตาก่อนเมื่อเขาเอียงใบหน้าแล้วยิ้มออกมา อินจุนสังเกตได้ถึงใบหูที่ขึ้นสีแดงจนลามมาถึงคอ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมา

    “ห้องก็ไม่ได้ร้อนมากนะแจมิน”

    “อะ เออ”

    “มีอะไรหรือเปล่า”

    “รอยสักสวยดีนะ”

    แจมินตอบทันทีที่ถาม อินจุนหัวเราะออกมาจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง แจมินเห็นภาพตรงหน้าจึงรู้สึกว่าห้องมันร้อนอบอ้าวเกินหรือเปล่า ทั้งที่จริงมันไม่ได้ร้อนขนาดนั้น เขากวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าน่ารักนั่น ปกติอินจุนไม่ได้ยิ้มขนาดนี้ หรือหัวเราะเสียงดัง เพราะในห้องเรียนอีกฝ่ายไม่หลับก็นั่งเหม่อไปนอกหน้าต่าง

    โอเค เขายอมรับว่าเขาชอบอินจุนมากจริง ๆ ถึงได้รู้ไปหมดทุกอย่างว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่

    แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด

    เขายอมรับว่าตัวเองสติกำลังหลุด รู้ตัวอีกทีเมื่อตัวเองนั่งเข้าใกล้อีกฝ่ายในระยะห่างไม่ถึงคืบ เขาสังเกตได้ว่าอินจุนตัวเล็กกว่าเขาในระดับหนึ่ง ผิวขาวกว่าเขาทั้ง ๆ ที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ไหนจะใบหน้าที่งดงามราวกับศิลปะชิ้นเอกที่เกินกว่าคนทั่วไปจะเอื้อมถึง

    และตอนนี้เขาได้อยู่ใกล้ศิลปะชิ้นเอกที่เขาเฝ้ามองมานาน ก่อนจะช่วงชิงริมฝีปากสีสดพร้อมกับชื่นชมศิลปะอย่างใกล้ชิด












    Never End.













    #risenshinejamren


















    talk;

    เครียด หมายถึง เครียดกับหลาย ๆ อย่าง เลยมาลงที่การแต่งฟิค

    เราชอบรอยสัก ประกอบกับว่าอยากให้น้องอินจุนอยู่ในโหมดแบบนี้ โหมดงาน abstract

    พ้อยท์ของเรื่องคือ หมึกสีดำของรอยสัก ความหลงใหลอะไรสักอย่างจนสติหลุด

    รอยสักของอินจุนก็จะประมาณนี้ เราชอบงานหมึกดำ 

    นามธรรมไปอีก อีกอย่างชอบ colors ของ halsey มาก ในที่สุดได้เอาเพลงนี้มาเป็นostของฟิคสักเรื่องของตัวเอง




    ด้วยรัก

    มจล.





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in