Whose Fault ผิดที่ใครH.Rui
ผิดครั้งที่ 9

  • เมื่อถึงยามเช้าวันใหม่ ราม ดิน สินก็อยู่ในห้องเดิมอีกครั้ง

    ระหว่างที่ในห้องเงียบกริบมีแต่เสียงลมหายใจติดขัดจากชะเอมที่นอนกระสับกระส่ายทั้งสามสลับกันมาเช็ดตัวให้ร่างบาง เตรียมข้าวเตรียมยาไว้ให้รอคนป่วยฟื้นมากิน จู่ๆ รามก็แสดงท่าทางแปลกๆ

    "อะ...อะไร" ดินงึกงัก เมื่อรามจ้องเขาในระยะประชิด

    "ตามึงคล้ำๆ แถมกูได้กลิ่นแปลกๆ ยังไม่รู้"ร่างโปร่งทำจมูกฟุดฟิด ใกล้ๆ ตัวเหมือนหมา ซึ่งรามก็โดนผลักหน้าโดยมือของสิน แขนแข็งแกร่งอีกข้างโอบรอบเอวดินไว้โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำเหมือนหวงของของสินนั้นยิ่งทำให้รามยิ้มตาระยิบระยับเป็นประกาย

    "กลิ่นอะไรของมึง" ดินถามระแวง ก้มลงดมจักกะแร้ตัวเองให้แน่ใจว่ากลิ่นแปลกๆ ที่ว่าไม่ใช่กลิ่นเหม็น "เมื่อเช้ากูอาบน้ำมาแล้วนะ"

    รามหรี่ตาที่เรียวอยู่แล้วให้มันเรียวเล็กไปอีก

    ยัง...มันยังไม่รู้ตัว...

    หึหึร่างโปร่งชูนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมาส่งเสียงจุ๊ๆ

    "กลิ่นความรัก"

    ดินหน้าร้อนฉ่า ร้องเสียงสูง "ค...ความร้งความรักอะไร"ถองศอกใส่คนที่ยืนรุ่มร่ามกอดเขาข้างหลังให้ปล่อยมือออกแก้เขิน

    สินไม่โกรธแต่ยกมือกุมท้อง หัวเราะในลำคอกับการหยอกล้อ(?)ของคนเขินน่ารัก (สินเห็นเป็นอย่างนั้น)

    "กูเห็นน้า" รามทำเสียงเจ้าเล่ห์ชี้ที่คอตัวเอง "ตรงนี้"

    ดินตะปบมือที่คอตัวเอง ตาเหลือกลาน ลมหายใจกระตุกหันไปถลึงตาใส่ตัวการจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้สิน

    อะไร!? นี่เขาไม่เห็นรู้ตัวเลยว่ามันทำรอยอะไรไว้ในตรงที่คนอื่นสามารถมองเห็น...หรือว่า!?ดินสะบัดตัวหนีจากการมือปลาหมึกเดินเข้าห้องน้ำเพื่อยืนยันหลักฐาน

    "แค่ข้ามคืนนี่มึงเปิดซิงไอ้ดินแล้วเหรอ"รามหันไปถามสินที่ยืนยิ้มตาพราว ก่อนจะหันมาถามดินที่เพิ่งก้าวยาวๆ เดินทำหน้าขึงขังออกมาจากห้องน้ำ"รู้สึกเป็นไง ดีมั้ย ทำไมมึงถึงยังเดินได้ปกติอีกล่ะเนี่ย เห็นว่าครั้งแรกมันน่าจะเจ็บมากเลยนี่หว่า..."

    ดินง้างกำหมัดแล้วใส่แรงเต็มที่ลงบนหัวคนพูดมาก

    โป๊ก!!

    "โอ๊ย!" รามกุมหัวตรงที่โดนเขก

    "เลิกล้อเล่นได้แล้ว! กูไปส่องกระจกดูไม่มีรอยอะไรที่มึงว่าเลยอย่างน้อยก็หมายถึงที่ๆมองเห็นได้ง่ายล่ะนะ ส่วนที่อื่น... ตลกนักเหรอห้ะ!"

    "มึงเล่นแรงไปแล้วนะ! ถ้าหัวกูแตกจะทำยังไง!?"

    "แตกไปเลยก็ดี เอาเลือดออกจากหัวซะบ้าง"

    รามพ่นลมหายใจแรง "ทำมาเป็นพูด ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่จริงมึงจะไปส่องกระจกดูทำไม แสดงว่าเมื่อคืนพวกมึงทำอะไรกันจริงๆ ล่ะสิท่า!"

    ดินหน้าแดงหูแดงยกมือเตรียมทำร้ายอีกรอบให้ร่างโปร่งมันเข็ด"ไอ้...!"

    "เอาน่าๆ" สินเริ่มเห็นว่ามันชักจะบานปลายก็เข้ามาล็อคแขนร่างที่เตี้ยกว่าเขาแค่ไม่ถีงห้าเซนต์ตัวใหญ่แรงก็เยอะพอๆ กันจึงลำบากหน่อยกว่าคนผิวสีคล้ำจะยอมอ่อนแรง

    "ฮึ้ย" ดินไม่สบอารมณ์ ที่ร่างโปร่งมันยังไม่หยุดส่งสายตาประกายวาววับ

    สินส่งสายตาให้รามเลิกล้อเลียนได้แล้ว เพราะถ้าดินผู้เขินได้อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตออกแรงมากกว่านี้เขาก็ห้ามไม่ไหวเหมือนกันนะ

    ตัวมันก็ใช่ว่าเล็กซะเมื่อไหร่

    "ยิ่งออกอาการมันยิ่งรู้นะ" สินกระซิบข้างหูคนที่เขาล็อกแขนอยู่ด้านหลัง"หน้าแดงหมดแล้วรู้ตัวมั้ย"

    "ป...ปล่อยสิ สินปล่อยกู" ก็เพราะมึงทำแบบนี้แหละกูถึงอายไง!

    นี่มันไม่รู้ตัวหรือมันพยายามจะแกล้งเขากันแน่เนี่ย!?

    "โอเค ปล่อยก็ได้ แต่ห้ามเถียงกันแล้วนะ"

    "ฝัน!" ดินดิ้น "มันเริ่มก่อนมึงก็เห็น"

    "ถ้ามึงยังไม่หยุด เดี๋ยวคืนนี้กูก็จะไม่หยุดให้แล้วเหมือนกันนะ"สินตาประกายเจ้าเล่ห์ แถมยังวาววับเหมือนเสือจะกินเหยื่อยังไงชอบกล

    "!?"

    รามที่ยืนดูสถานการณ์ไม่รู้หรอกว่าพวกนั้นกระซิบอะไรกันแต่ดูจากสีหน้าของดินที่แดงยิ่งกว่าตอนที่เขาล้อ แดงจนเรียกได้ว่าควันออกหูนั่น มันคงเป็นอะไรที่เขาไม่ควรรู้แน่ๆ

    และตอนนี้เขากลายเป็นหน่อส่วนเกินไปเรียบร้อย(อีกแล้ว)

    นี่พวกมึงไปถึงขั้นไหนกันแล้ววะเนี่ย?

    "เออ...ปล่อยดิ" ดินมุบมิบ ไม่เถียงแล้วก็ได้วะ"ยะ...อย่าคิดว่ากูกลัวนะ! กูไม่ได้กลัว...ว่า...ว่าจะโดนมึงทำอะไรทั้งนั้นแหละเข้าใจนะ!?"

    สินหัวเราะที่อีกฝ่ายยิ่งพูดยิ่งขุดหลุมฝังตัวเอง"ครับ ครับ"

    ทั้งสามเถียงกันอยู่สักพักก่อนชะงักเมื่อเริ่มเห็นถึงความผิดปกติของคนบนเตียง

    นายแพทย์วัยสี่สิบกว่าเพิ่งจะกลับไปสองชั่วโมงก่อนตลอดคืนที่หมอกฤษณะเฝ้า อาการร่างบางก็ยังคงที่ไม่ได้ดีขึ้นเลย และดูเหมือนจะชะเอมจะไข้ขึ้นอีกแล้ว

    แค่ก! ...แค่ก

    อือ พ่อฮะ พ่อริมฝีปากที่พึมพำแผ่วเบาเรียกให้คนนั่งข้างเตียงผุดลุกขึ้น

    เอม...เอมมือใหญ่เอื้อมไปเขย่าหวังจะปลุกร่างบางที่นอนเพ้อให้ตื่นจากฝันแต่ทันทีที่สัมผัสผิวกายที่ร้อนระอุ ชะเอมก็สะดุ้งร้องอย่างหวาดผวา

    ไม่!! อย่า!!”มือเล็กปาดป่ายหวังจะปัดสัมผัสขยะแขยงออกจากตัวจนคนในห้องลุกมาดูอาการอย่างรวดเร็วสินที่ตอนแรกจะปลุกขึ้นมาดูอาการก็ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว เพราะเห็นท่าไม่ดีเอมเจ็บ ฮือเอมเจ็บแล้วฮะพ่อ

    ทั้งสามคนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินอะไรแปลกๆจึงเงียบแล้วหยุดฟัง

    ...

    ชะเอมยอมลดมือลงเมื่อสัมผัสนั้นหายไปแล้วโอบกอดตัวเองไว้แน่นราวกับจะปกป้องตัวเองจากการทำร้าย เอมขอโทษ ขอโทษครับ

    ...

    พ่ออย่าตีเอม เอมเจ็บ ฮือ ฮึก...ขอโทษครับ ริมฝีปากสะอื้นไห้ร้องครางอย่างเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากเหงื่อก็ผุดซึมเต็มหน้าผากพ่อ...

    เสียงร้องไห้ครางเครือทรมานปนกับเสียงพร่ำเพ้อขอความเห็นใจดังต่อเนื่องโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา

    อีกหนึ่งความจริงที่สามคนฟังแล้วต้องสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตกใจ

    หมายความว่ายังไง...

    ฮือ!!! อ๊า! ไม่!!” จู่ๆเสียงครางเครือที่ดูเหมือนจะสงบลงก็กรีดร้องขึ้นมาอีก ทั้งสามคนสะดุ้งคราวนี้ชะเอมตัวสั่นอย่างหนัก แขนบางเกร็งกอดร่างตัวเองแน่นไม่เอาแล้ว เอมเจ็บ...เจ็บจะตายแล้ว ฮึกฮือ

    สิน...ปลุกเอมทีดินเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นในสถานการณ์ตึงเครียด

    พ่อครับ!ร่างบางกรีดร้อง

    ปลุกเอมทีเหอะ...เอมกำลังทรมาน ดินหน้าซีดพูดเสียงสั่นเครือ ท่าทางทรมานของชะเอมมันเจ็บปวดมากจนเขาทนมองต่อไปไม่ได้ กูขอร้อง

    ภาพร่างบางนอนดิ้นทุรนทุราย...ทำให้นึกถึงอดีตเสียงแหลมกรีดร้องโหยหวน

     สินพยักหน้า

    รามมาช่วยกูรามไม่ได้พูดอะไรเข้ามาจับตัวชะเอมที่แข็งเกร็ง ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสเย็นๆ จากมือของรามทางผิวกายดีที่ไม่ได้ดิ้นอย่างตอนแรกแล้วสินจึงวางใจ เนื่องจากไม่รู้จะทำยังไงให้ชะเอมตื่นจึงใช้หลังมือตบเบาๆ ที่ข้างแก้มใสที่เปียกชื้นด้วยน้ำตา

    เอม

    ยะ อย่าตีเอม...พ่อชะเอมยังหลับตาแน่น

    เอม!” รามจึงใช้วิธีปลุกแบบใช้เสียงแทนพลางเขย่าไปด้วยตื่นเถอะ

    ฮึก...

    เอม!!”

     

     

    จมลึกเข้าไปในความฝัน

    พ่อหยุดตีเอมแล้ว พ่อกำลังเข้านอน...พอแล้วเหรอ

    วันนี้คงจบแล้ว...ทั้งเหนื่อย...ทั้งเจ็บ...ทรมาน

    ความรู้สึกล่องลอย...เหมือนกำลังจะตาย

    ถ้าเราตายไปพ่อคงจะดีใจ...อย่างที่พ่อว่าเลยเราไม่น่าเกิดมาเลย

     

    แล้วถ้าเอมตาย...

     

     ...คินก็คงดีใจเหมือนกันใช่มั้ย

      

    เอม!!” รามตะโกนลั่นเขาไม่ได้คิดไปเองว่าเมื่อกี้เหมือนร่างบางจะหยุดหายใจไปแวบหนึ่ง

    ราม ใจเย็นๆ มึงเป็นอะไรสินถามเมื่อเห็นความร้อนรนผิดปกติ

    เมื่อกี้...เมื่อกี้รามสั่นไปทั้งตัว อธิบายทั้งๆที่เสียงตัวเองก็สั่น เอมไม่หายใจ

    ดินได้ยินก็ช็อคตาค้างยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกสินพลันผุดลุกขึ้นอังมือเหนือจมูกของร่างบางที่บัดนี้นอนนิ่งก่อนพรูลมหายใจเมื่อยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจแม้จะแผ่วเบามาก

    กูพูดจริงๆ...ถึงจะแค่แป๊ปเดียวแต่เอมไม่หายใจจริงๆปากรามสั่นกึกๆ ไม่ใช่เพราะความหนาว

    แต่เพราะหวาดกลัว...

    นี่เอมกำลังฝันอะไรอยู่ รีบๆ ตื่นได้แล้ว!

    ...

    เอมตื่นสิ เอม!” รามหน้าซีด มือเรียวเขย่าอย่างบ้าคลั่งเมื่อปลุกเท่าไหร่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากชะเอมเลย

    หรือนี่คืออาการช็อคอย่างที่แพทย์กฤษณะเคยบอก

    อือ...”ในขณะที่ทุกคนทำอะไรไม่ถูก เสียงแหบๆ ดังจากปากคนนอนนิ่ง สิ่งไม่ดีที่รามกำลังคิดว่ามันจะเกิดมลายหายไปอย่างรวดเร็วสิ่งที่แทนที่คือความโล่งอก

    ฮื่อ...ปวดหัว”ลืมตาขึ้นได้แป๊ปเดียวก็หลับตาลงอีกครั้ง เมื่อแสงสว่างจากหน้าต่างแล่นเข้ามาทำเอาประสาทตาแปลบปลาบ

    รามกับดินยังคงยืนนิ่งอึ้งเหมือนปรับสมองไม่ทันไม่มีใครเคลื่อนไหว คนรู้สึกตัวคนแรกเห็นจะเป็นสิน

    เอม”เสียงทุ้มเรียกชื่อร่างบางให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง

    อือ...”ชะเอมได้ยิน แต่ยังมึนงง “ใคร...”

    คนในความฝัน...

    หรือคนในความจริง

    สมองเบลอจนแยกแยะไม่ออก

    พวกเราเองไง”สินเอ่ยทำลายความเงียบอีกครั้ง “ปวดหัวเหรอ ตื่นขึ้นมากินข้าวกินยาก่อนนะ จะได้เช็ดตัว”

    หิวน้ำ...”คนป่วยเรียกร้องเสียงแหบพร่า พยายามปรือตามองที่มาของเสียง “หิวน้ำจัง”

    รามรู้สึกตัวก็ยื่นมือหยิบแก้วน้ำที่ถูกรินเตรียมไว้แต่มือก็สั่นจนทำน้ำกระฉอกหกใส่ฟูก จนสินต้องแย่งมาถือเอง “ขอบใจ”

    ไม่เป็นไรมึงไปนั่งพักก่อนไป” สินส่ายหน้า “ดินมาช่วยพยุงเอมหน่อย”

    แขนใหญ่ประคองร่างบางที่ตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นพิงหัวเตียงแผ่วเบา

    ขอบใจนะดิน”ชะเอมเอ่ยอย่างอ่อนเพลีย กระพริบตาถี่ปรับภาพที่พร่ามัว เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าอะไรเป็นอะไรรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

    ค่อยๆดื่มนะ เดี๋ยวสำลัก” สินจ่อหลอดที่ปากแห้งผาก

    อึกแค่ก!” ร่างบางปิดปากไอโขลก เมื่ออาการดีขึ้น ก็ดื่มน้ำอีกจนหมดแก้ว

    เอาอีกไหม”เสียงทุ้มถาม แต่ชะเอมส่ายหน้าพึมพำขอบคุณอีกครั้ง

    ร่างบางปรือตาเหนื่อยอ่อนเพลีย เหมือนถ้าหลับตาลงคงหลับไปได้ในทันที แต่ก็ฝืนไว้

    ไม่อยากนอนเลย...กลัวความฝัน

    ฝันร้ายช่างน่ากลัว

    กินข้าวกินยาก่อนนะแล้วค่อยนอนพัก” สินเสนอ

    ไม่เอาไม่อยากนอน” ชะเอมส่ายหน้าทันที คนไม่สบายเริ่มงอแง “ไม่อยากนอนเลย”

    สินเจอแบบนี้ก็ไปต่อไม่ถูก...แต่ก็พอจะเข้าใจ

    ฝันร้ายงั้นสินะ

    โอเคงั้นกินข้าวนะ จะได้กินยา รามเตรียมไว้ให้แล้ว”

    ถึงจะไม่อยากกินเท่าไหร่แต่ก็ต้องพยักหน้าจำใจยอม

    กินไปได้ไม่กี่คำก็ส่ายหน้าดิกยอมแพ้รับยามาตบเข้าปาก รามรับชามกับแก้วมาวางไว้ที่ถาดเตรียมเอาไปล้าง

    "วันนี้ไปห้างกันใช่มั้ย"ชะเอมถาม

    "หืม"รามครางในลำคอ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเคยนัดกันเอาไว้จริงๆ รู้สึกเขาเจอเหตุการณ์หลายอย่างจนลืมไปแล้วแต่แปลกใจที่ดูเหมือนร่างบางจะยังจำได้"เออจริงด้วยเนอะ"

    "จะไปกี่โมงเหรอ"ร่างบางถามอ้อมแอ้ม อันที่จริงถามไปอย่างนั้นเอง...ก็แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้พวกรามไปไหนเลย

    "พวกเราคงไม่ไปแล้วแหละ"ดินตอบแทน "เอมไม่สบายแบบนี้ จะให้พวกเราไปกันได้ไงล่ะ"

    "จริงเหรอ"ชะเอมยิ้มอ่อน แต่แววตาแสดงออกถึงความดีใจ

    "อือฮึ"ดินยักคิ้ว เอี้ยวตัวไปรับกะละมังน้ำอุ่นที่สินถืออยู่ "เช็ดตัวหน่อยมั้ย"

    "อื้อ"ร่างบางพยักหน้า "แต่จริงๆ อยากอาบน้ำมากกว่า"

    "อย่าเลยเดี๋ยวไข้ขึ้นอีกจะทำยังไง" ดินบิดผ้าจนน้ำหยดออกหมดแล้วสะบัดเล็กน้อย "เช็ดตัวไปก่อนถ้าไข้ลดลงกว่านี้ ให้คุณหมอกฤษณะตรวจว่าโอเคแล้วค่อยอาบน้ำตอนนั้นก็ได้"

    "แต่มันเหนียวตัวนี่นา"ชะเอมหน้ามุ่ยเมื่อมีคนขัดใจ ร่างกายรู้สึกหนึบหนับอึดอัดไปหมด

    ดินเงียบไม่พูดอะไร มือไล้ไปตามแขนเรียวซับที่คอ ใบหน้า ก่อนจะชุบน้ำบิดอีกครั้ง

    ในใจเหม่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

    มันทำให้ดินนึกถึงสิ่งที่ไม่อยากนึก...เขาคิดว่าลืมมันไปได้แล้วแท้ๆ...แต่ความจริงไม่ใช่เลย

    "ดิน"เสียงใสเรียกทำให้หลุดออกจากภวังค์ "เป็นอะไรเหรอ"

    "ปะเปล่า" บ้าจริง นี่เขาแสดงสีหน้าอะไรออกไป

    ไม่รู้ตัวเลย

    ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งโดนสายตาคมกริบมองอยู่...

    "เสร็จแล้ว"มือสีเข้มหย่อนผ้าขาวลงในกะละมัง ก่อนหันกลับไปมองชะเอมที่มองมาที่เขาเช่นกัน

    "อยากทำอะไรมั้ยนอนทั้งวันแล้วคงจะเบื่อ"

    "ฮืม"ร่างบางปรือตาพึมพำเสียงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง "อยากดูทีวี"

    แค่อยากได้ยินเสียง...เสียงอะไรก็ได้ที่จะทำให้เขาไม่ได้คิดว่าอยู่ตัวคนเดียว

    ดินพยักหน้าผุดลุกขึ้นเปิดโทรทัศน์"ดูช่องไหนดี...อ้าว"

    ริมฝีปากสีเข้มเผยยิ้มอ่อนมือวางรีโมทไว้ที่เดิม กดปิดทีวีที่เพิ่งเปิดเมื่อครู่ ก่อนจะมาจัดที่นอนให้ร่างบางสบายที่สุด

    ชะเอมหลับไปแล้ว...

    ดินลูบหัวทุย ได้แต่ภาวนาให้คนป่วยหลับสบายเสียทีอย่าตกอยู่ในห้วงความฝันที่แสนน่ากลัวอีกเลย

     

     

    ************************Whosefault? ************************

     

     

    "เป็นอะไรรึเปล่า"

    "เป็น...เป็นอะไรกูไม่เป็นอะไรสักหน่อย" ตาคมสั่นไหวหลุบลง "คนที่เป็นคือเอมต่างหาก"

    "อย่าโกหก"

    "..."

    "มึงเป็นอะไรทำไมกูจะไม่รู้" เสียงทุ้มอ่อนโยน กับแขนแข็งแรงที่ดึงเขาแนบอก

    ดินเบิกตา แขนสองข้างเผลอกอดตอบไม่รู้ตัว

    "อือ...ทำไมมึงถึงใจดีกับกูจัง"ด้วยความสูงที่พอดีกันกับกลิ่นหอมเย็นๆ ทำให้จมูกโด่งกดลงสูดดมที่บ่ากว้างของอีกคนรู้สึกโล่งใจบอกไม่ถูก

    โดยไม่รู้ว่าท่าทางอ้อนๆนั้น ทำให้สินหมั่นเขี้ยวขนาดไหน

    "ถามอะไรสมกับเป็นมึงอีกแล้ว"

    คิ้วเข้มขมวด "ยังไง"

    "ก็คำถามซื่อบื้อไง"สินยิ้มขำ ดินเงยหน้าตวัดมองค้อน จะยื้อตัวออกแขนแกร่งก็กดเอวไว้แนบแน่น

    "แม่ง...หมดมู้ดเลย"

    คินมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย...แววเศร้าหมองคู่นั้นหายไปแล้ว

    "หึหึ"

    "เกลียดเสียงหัวเราะแบบนี้ของมึงจัง"พออะไรๆ เริ่มเข้าที่ สติก็เริ่มเข้าทาง แล้วก็เพิ่งรู้ว่าเขาสองคนอยู่ในท่าทางไม่เหมาะสมสุดๆ!"ฮื้อ ปล่อย"

    สินจ้องริมฝีปากบึ้งๆ ที่เมื่อคืน'ชิม' ไปไม่รู้กี่ครั้งกับท่าทางพยายามขืนตัวออกจากแขนแกร่งของตัวเองบอกเลยว่าไม่สะเทือน...ถ้าเขาเอาจริง อย่าหวังเลยว่าจะดิ้นออกไปได้

    ก๊อกๆๆ!

    เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังดิ้นสะดุ้ง

    "คุณหมอมาแล้ว"ปั่ก! "ปล่อย" ดินทุบไหล่กว้างไม่ออมแรง ดิ้นไม่ได้ก็เหลือทางเดียวคือทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย

    จุ๊บ!

    "ครับๆมาแล้วครับ" สินบอกเสียงยานคาง เดินตัวปลิวปล่อยคนในอ้อมกอดให้ยืนนิ่งตาเบิกกว้าง

    ถ้าหูเขาไม่ฝาดเหมือนได้ยินมันผิวปากอย่างอารมณ์ดีอีกด้วย

    "อะ...อะ"ดินปากสั่นหน้าซีดสลับแดง มือเข้มตะปบปิดปากแน่น เมื่อกี้...ไอ้สิน...มัน...ในสถานที่แบบนี้

    "สวัสดีครับคุณหมอ"สินยกมือไหว้คนมาใหม่

    "ชะเอมเป็นยังไงบ้าง"กฤษณะถามหอบๆ ให้รู้ว่าเขารีบมาขนาดไหน

    "หลับไปแล้วครับ"สินตอบ "เมื่อกี้นี้เอง"

    "อ้าวเหรอ"นายแพทย์ถอนหายใจแต่ยังไม่คลายคิ้วที่ขมวด เหลือบมองดินที่ยังยืนนิ่ง "นี่เธอ...ไม่สบายรึเปล่า"

    "ฮะ...ครับ?" ใบหน้าคมเข้มงงเมื่อกี้พูดอะไรนะเขาไม่ทันฟัง

    "อาถามว่าป่วยรึเปล่าหน้าแดงเชียว"

    "..."

    "ติดหวัดจากเอมเหรอรีบๆ ทานยาดักไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะยุ่งเอา" กฤษณะเตือนตามความเคยชิน เดินผ่านเข้าห้องไปเยี่ยมคนป่วยจริงโดยที่คนป่วยที่ถูกเข้าใจผิดยังยืนหน้าแดงอยู่ที่เดิม

    "...หึหึ"สินขำกับคำทักของแพทย์กฤษณะ

    "ฮึ้ยยย"ดินหัวฟัดหัวเหวี่ยง

    ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะไอ้เวร! ไอ้คนฉวยโอกาส!!

    "กูคิดอะไรดีๆออกละ" ดินผงะเมื่อสินเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ

    "ถ้าคราวหน้าทำร้ายร่างกายกูอีก"เสียงทุ้มกระซิบติดริมหู ลมหายใจร้อนเป่าทำขนลุกซู่ "กูจะเอาคืนแบบนี้แหละ"

    "...!"

    "เป็นการเอาคืนที่ชื่นใจที่สุดเลยว่าไหม"สินยิ้มกรุ้มกริ่ม ในขณะที่ดินขบกรามหูแดงแปร๊ด

    เป็นการเอาคืนที่ชื่นใจที่สุด...สำหรับมึงคนเดียวน่ะสิ!!

     

    ************************Whosefault? ************************

     

         สนใจรูปเล่มหนังสือทักได้ที่เพจเฟสบุ๊ค H.Rui Novels นะคะ ^^


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in